ตอนที่ 120
ท่ามกลางบ่อเลือด ที่มีพลังปราณไหลเวียนอย่างไม่ขาดสาย ชิงเทียนได้บ่มเพาะพลังมากนานเกือบจะครึ่งปี จนในที่สุดดวงตาของชายหนุ่มก็ค่อยๆเปิดออก พร้อมกับแรงกดดันที่ท้วมท้นไปทั่วบริเวณ
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าท่านจะอดทนมาได้ถึงขนาดนี้" เย่เสวี่ยหลันเอ่ยปากชม เธอคาดหวังมาตลอดว่า ชิงเทียนจะขอความช่วยเหลือ แต่กลับกลายเป็นว่า เขาสามารถผ่านความทุกข์ทรมานมาได้ราวกับปาฏิหาริย์
ชิงเทียน เริ่มสำรวจร่างกายและพลังบ่มเพาะของตนเอง แล้วกล่าวออกมาด้วยสีหน้าพึงพอใจ “แม้จะอยู่ในขอบเขตครึ่งก้าวเซียนขั้นต้น แต่พลังโดยรวมของข้า กลับเทียบเท่ากับขอบเขตเซียนขั้นต้นระดับแปดเลยทีเดียว แม้แต่ตัวข้าในอดีต ก็ยังไม่มีพรสวรรค์มากขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ"
ชิงเทียน ยกเลิกม่านพลังที่ปกคลุมบ่อเลือด ก็พบว่าค่ายพักแรมในตอนนี้ เปลี่ยนแปลงไปจนแทบจำไม่ได้ เพราะสิ่งปลูกสร้างที่โผล่ขึ้นมา ดูราวกับว่าสถานที่แห่งนี้ กลายเป็นชุมชนไปเสียแล้ว อีกทั้งยังเห็นอสูรเซียนบางตัว ที่กำลังช่วยเผ่าแสงจันทร์ ขนวัสดุก่อสร้างกันอย่างขันแข็ง ซึ่งไม่ใช่ภาพที่หาชมได้ง่ายนัก
“ท่านอาจารย์ การบ่มเพาะเป็นไปได้ด้วยดีรึเปล่าขอรับ" โกมินทร์ เอ่ยทักชิงเทียน หลังจากที่ดูดซับพลังวิญญาณและแก่นปราณของอสูรเซียน เขาก็ตัดผ่านขึ้นมาอยู่ในขอบเขตหลอมรวมกายจิตอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเดินทางเข้าไปในเมืองพร้อมกับซูเหวินหวู่ เพื่อหาซื้อเสบียง ก็ทำให้เขาเริ่มปฏิบัติตัว คล้ายกับผู้คนในแดนเซียนเข้าไปทุกที
“การบ่มเพาะของเจ้า ไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลยจริงๆ ว่าแต่อสูรเซียนพวกนี้คืออะไรกัน ทำไมมันถึงดูเชื่องขนาดนั้น?"
“เป็นฝีมือของเจ้าตำหนักเพลิงคราม ที่ใช้เคล็ดวิชาบางอย่าง ควบคุมสัตว์อสูรให้อยู่ภายใต้อาณัติได้ขอรับ" โกมินทร์กล่าวตอบ
“นั่นสินะ ข้าลืมไปเสียสนิทว่าเผ่าเก้าหาง มีความสามารถเช่นนั้นด้วย"
ชิงเทียน นึกย้อนไปถึงครั้งที่ตนเคยไปเยี่ยมเยือนเผ่าเก้าหาง ซึ่งในตอนนั้นมีกองทัพผู้บ่มเพาะนับล้าน โดยทุกคนล้วนมีอสูรเซียนเป็นพาหนะแทบทั้งสิ้น ซึ่งดูน่าเกรงขามมากเลยทีเดียว
*************************
ภายในห้องส่วนตัวของฮั่นโหย่วหลง
“ไม่ได้เรื่อง!!!" เสียงของหั่วหวังฉวน ตะโกนออกมาจากหยกสื่อสาร “ข้ามอบละอองเกสรให้เจ้าไปเกือบครึ่งปี แล้วเหตุใดถึงยังไม่สามารถเค้นความจริงจากฮั่นจุนเหลียนได้สักที"
“ข...ข้าพยายามแล้ว แต่หลังจากได้รับเลือกให้สืบทอดเคล็ดวิชา เพื่อขึ้นเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป จุนเหลียนตัวติดกับพ่อข้าตลอดเวลา ท่านคิดว่าข้าอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นรึไง" ฮั่นโหย่วหลงอธิบาย
“ข้าให้เวลาเจ้าอีกหนึ่งอาทิตย์ หากยังไม่รู้ตัวคนที่สังหารสือจิ้งเหอ ก็เตรียมตัวตายด้วยเงื้อมมือข้าได้เลย!!!" หั่วหวังฉวน แค่นเสียงเย็นชา ราวกับสิ่งที่พูดมาไม่ใช่คำขู่ ก่อนที่เสียงจากหยกสือสารจะขาดหายไป
ฮั่นโหย่วหลง รู้สึกหมดสิ้นหนทางเข้าไปทุกที เพราะนับตั้งแต่ฮั่นจือถง ยอมรับหลานชายในฐานะผู้สืบทอด ฮั่นจุนเหลียน ก็ไม่ออกมาจากการฝึกฝนอีกเลย แต่ทันใดนั้นเสียงฮือฮาของผู้คนภายในตระกูล ก็ดังแว่วมาจากลานกว้าง ซึ่งเมื่อออกมาดูเขาก็พบกับเด็กหนุ่มและชายชรา กำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่
“จุนเหลียน!!"
ฮั่นโหย่วหลงไม่คิดเลยว่า โอกาสที่ตนเองเฝ้ารอ จะมาถึงได้อย่างเหมาะเจาะขนาดนี้ แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า เหตุใดจึงต้องจัดการประลองในเวลานี้ เพราะหากเขาจำไม่ผิด คู่ต่อสู้ของฮั่นจุนเหลียน เป็นถึงอาวุโสที่ตัดผ่านถึงขอบเขตเซียนขั้นกลางระดับที่หนึ่ง ที่ต่อให้ห่างกันเพียงระดับเดียว ความแตกต่างของพลังก็ห่างชั้นจนเกินไป
“เริ่มได้!!" ทันทีที่ฮั่นจื่อถงกล่าวให้สัญญาน ชายชราที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก็เริ่มลงมือโดยที่ฮั่นจุนเหลียนไม่ทันได้ตั้งตัว
‘กระบี่วารีคลั่ง'
กระบี่ของชายชรา หมุนวนไร้รูปแบบ จนไม่สามารถคาดเดาทิศทางได้ พร้อมกับสายน้ำที่หมุนวนรอบใบดาบ ด้วยแรงดันมหาศาลจนสามารถป่นหินให้แหลกเป็นผุยผง โดยปราณธาตุวารี เป็นสัญลักษณ์ของตระกูลฮั่นมาอย่างช้านาน และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผู้อาวุโสของสำนักกระบี่พิรุน จึงตัดสินใจถ่ายถอดเคล็ดวิชาให้กับฮั่นจื่อถง
ผู้คนโดยรอบต่างพากันหยุดหายใจ เมื่อเห็นกระบวนท่าอันทรงพลัง พุ่งตรงเข้าหาฮั่นจุนเหลียน ที่ตอนนี้กำลังตั้งรับการโจมตี ด้วยแววตาที่ฉายประกายความมุ่งมั่น แต่ทันใดนั้นทิศทางการโจมตีของชายชรา ก็เปลี่ยนทิศทางอย่างกระทันหัน ทำให้ฮั่นจุนเหลียนถูกคมดาบ ทะลวงเข้าไปในช่องท้อง จนทะลุถึงแผ่นหลัง ซึ่งทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างหน้าซีดไปตามๆกัน แต่ทว่าพริบตาหลังจากนั้น ร่างกายของฮั่นจุนเหลียน ก็สลายกลายเป็นมวลน้ำ ก่อนที่ร่างที่แท้จริง จะปรากฏตัวขึ้นด้านหลังชายชรา
‘กรงเล็บมังกรวารี'
เพียงแค่ฮั่นจุนเหลียนฟาดฟันกระบี่ไปด้านหน้า ก็มีคมดาบวารีพุ่งออกมาพร้อมกันถึงสี่สาย ซึ่งความเร็วระดับนั้น ทำเอาชายชรา ถึงกับหลบการโจมตีแทบไม่ทันเลยทีเดียว
“ฮั่นจุนเหลียน ข้าไม่คิดเลยว่าทักษะการใช้เคล็ดวิชากระบี่มังกรวารีของเจ้า จะพัฒนาไปถึงระดับนี้ ด้วยระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน สมแล้วที่เป็นหลานชายแท้ๆของผู้อาวุโสใหญ่" ชายชรา ที่พึ่งหลบคมดาบได้อย่างหวุดหวิด เอ่ยชมฮั่นจุนเหลียนด้วยรอบยิ้ม
“ผู้อาวุโสเองก็ล่าวชมข้าจนเกินไป หากเป็นไปได้ข้าอยากจะต่อสู้กับท่าน ด้วยแข็งแกร่งที่แท้จริง เพราะฉะนั้นขอผู้อาวุโสได้โปรดอย่าออมมือ"
“หากเจ้าพูดถึงขนาดนั้น ข้าก็คงมีแต่ต้องสู้อย่างเต็มกำลังสินะ" ชายชรา รีดเค้นปราณธาตุวารีออกมา หมุนวนรอบกระบี่ จนกลายเป็นคมหอก ที่สร้างมาจากกระแสน้ำวนอันบ้าคลั่ง แล้วหน่ำแทงมายังฮั่นจุนเหลียน ด้วยความเร็วที่ราวกับภาพติดตา
‘วังวนทำลายล้าง'
ฮั่นจุนเหลียน เอี้ยวตัวหลบการโจมตีได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่ผู้คนโดยรอบ ไม่สามารถตามการเคลื่อนไหวได้ทัน จนกระทั้งในวินาทีที่ชายชรา เร่งความเร็วจนถึงขีดสุด กระบี่ของเขาก็ปะทะเข้ากับพลังทำลายที่เหนือกว่า จนทำให้กระบี่หลุดมือไป
“อะไรกัน!!?" ชายชรา รู้สึกแตกตื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตอนนี้มือข้างขวาของเขา มีร่องรอยของกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดจากแรงกระแทก และหลังจากที่รู้ตัวอีกที ปลายกระบี่ของฮั่นจุนเหลียน ก็ชี้มายังลำคอของเขาเสียแล้ว
ฮั่นจื่อถง ประกาศยุติการประลอง ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ก่อนที่จะยกให้ฮั้นจุนเหลียนเป็นฝ่ายชนะ ก่อนที่ผู้คนที่ต่างมายืนมุงดู จะพากันส่งเสียงเชียร์อย่างไม่ขาดสาย แม้ว่าในจังหวะสุดท้าย พวกเขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ออมมือ"
“หึ หึ เจ้าไม่ต้องกลัวข้าเสียหน้าขนาดนั้นหรอก เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ข้ามิได้ออมมือแต่อย่างใด" ชายชรากล่าวออกมา ก่อนที่จะหันไปทางฮั่นจื่อถง “ผู้อาวุโสใหญ่ หลานชายของท่าน ช่างมีช่างมีไหวพริบและพรสวรรค์ มากกว่าหนุ่มสาวในรุ่นเดียวกัน รวมถึงตัดผ่านถึงขอบเขตเซียนขั้นต้นระดับเก้า ทั้งที่มีอายุยังไม่ถึงสองร้อยปีเลยด้วยซ้ำ ดูเหมือนว่าตระกูลของเราในอนาคต คงไม่มีสิ่งใดให้เป็นกังวลอีกต่อไปแล้ว"
ฮั่นจื่อถง ที่ได้ยินเช่นนั้น ก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ เพราะรู้ดีว่าพรสวรรค์ของฮั่นจุนเหลียน สูงส่งจนไม่สามารถคาดเดาได้ แต่ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะกล่าวตอบ ก็มีเสียงปริศนากล่าวขัดจังหวะเสียก่อน
“แต่ข้าคิดว่าท่านออมมือนะ เพราะในการโจมตีในจังหวะแรก ท่านไม่ยอมโจมตีด้วยความเร็วสูงสุด จนเปิดโอกาศให้ฮั่นจุนเหลียน สามารถใช้กระบวนท่าสะท้อนกลับได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นร่างกายของว่าที่ผู้นำตระกูล คงจะพรุนจนกลายเป็นรังผึ้งไปแล้ว"
ทุกคนที่อยู่ในบริเวณ ต่างหันมองไปยังต้นเสียง ก็พบเข้ากับชิงเทียน ที่ยืนปะปนอยู่กับฝูงชนได้อย่างแนบเนียน
“ค...ครึ่งก้าวเซียนขั้นต้น!! เหตุใดเวลาเพียงหกเดือน เจ้าถึงพัฒนาไปมากขนาดนี้" ฮั่นจื่อถง มองชิงเทียนอย่างไม่เชื่อสายตา เพราะแม้แต่เขาเอง ก็ยังต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่ายี่สิบปี กว่าจะตัดผ่านได้ถึงระดับนี้ ในตอนที่มีพลังบ่มเพาะเทียบเท่ากับชิงเทียน
“ผู้อาวุโสฮั่นจื่อถง ไม่ได้พบกันซะนาน ใจคอท่านจะไม่ชวนข้าเข้าไปดื่มน้ำชาก่อนหรือ"
ฮั่นจื่อถง ราวกับพึ่งนึกขึ้นได้ จึงได้เชิญชิงเทียน เข้าไปในห้องรับรองของตระกูล ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คน ที่ไม่เคยเห็นหน้าของชายหนุ่มคนนี้มาก่อน เพราะข่าวที่ว่าชิงเทียนเป็นผู้ที่รักษาฮั่นซวนถาน มีเพียงแค่เหล่าผู้อาวุโสเท่านั้นที่ล่วงรู้
‘ไอ้เด็กนั่น มันมาทำอะไรที่นี่กัน' ฮั่นโหย่วหลง เฝ้าดูเหตุการณ์มาโดยตลอด รู้สึกไม่สบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งในขณะที่ชิงเทียนกำลังเดินตามฮั่นจื่อถงเข้าไปด้านใน สายตาของเขาก็เหลือบมองมายังฮั่นโหย่วหลง พลางเผยรอยยิ้มดูมีเลศนัย
--------------------------------------