ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 184 สังหารราชันย์เซียนหนึ่งพันคน

            จักรวาลที่หนึ่งจัดงานเลี้ยงตอนรับพวกเขาอย่างยิ่งใหญ่มีการแสดงโชว์มากมายองค์ราชันย์จักรวาลที่หนึ่งสั่งให้จัดงานเลี้ยงเป็นเวลาสามวันสามคืน และในคืนวันที่สองก็ได้จัดให้มีการมอบรางวัล

            จักรวาลที่เก้าต่างพากันดีอกดีใจจำนวนเงินที่พวกเขาได้รับกลับไปมากถึงสี่พันล้านเหรียญม่วงแต่ผู้ออกไปรับรางวัลนั้นกลับไม่ใช่เฟิ่งหยูที่เป็นตัวแทนจักรวาลที่เก้าที่ขึ้นไปรับรางวัล กลับเป็นรุ่นเยาว์ของโลกที่หนึ่งที่ราชันย์ฟางหรงเรียกออกไปให้ไปรับรางวัลแทน

            ส่วนทางด้านเฟิ่งหยูแอบออกจากงานไปตัวเขาผสานเข้ากับพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดลักลอบออกจากงานเลี้ยงไปโดยที่ไม่มีใครสังเกตเฟิ่งหยูเดินทางออกห่างจากเมืองหลวงไปราว ๆ ห้าร้อยกิโลเมตร เขาใช้ดวงตาเซียนสวรรค์มองดูโดยรอบรัศมีกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตร จากนั้นจึงวางค่ายกลมิติไว้ในหุบเขาขนาดใหญ่หุบเขาหนึ่งจากนั้นจึงใช้ค่ายกลลวงตาวางไว้โดยรอบหากใครที่หลงเข้าไปแม้จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพเจ้ากว่าพวกเขาจะหาทางออกได้คงใช้เวลาหลายเดือน

            เฟิ่งหยูกลับมาในงานเลี้ยงอีกครั้งก่อนรุ่งสางของอีกวันงานเลี้ยงดำเนินไปจนถึงวันที่สาม บางจักรวาลเริ่มขอตัวกลับไปก่อนแล้ว เมื่อเฟิ่งหยูกลับมาถึงในงานเลี้ยงราชันย์ฟางหรงแจ้งให้คนอื่น ๆ ทราบว่าพวกเขาจะกลับในตอนเช้าของวันนี้จะไม่ขออยู่ร่วมฉลองในวันสุดท้ายแล้ว พร้อมกับแจ้งไปยังราชันย์จักรวาลที่หนึ่ง

            องค์ราชันย์จักรวาลที่หนึ่งไม่ได้กล่าวอะไรมากมายเพราะมีหลายจักรวาลเริ่มกลับไปบ้างแล้ว เพียงแต่เขาเชิญทุกคนจากจักรวาลที่เหลือเที่ยวชมก่อนกลับไปยังจักรวาลตนเองซึ่งทุกจักรวาลที่เหลืออยู่ก็เต็มใจที่จะอยู่ดูความเจริญก้าวหน้าของจักรวาลที่หนึ่งแห่งนี้

            องค์ราชันย์ฟางหรงได้นำรุ่นเยาว์ของจักรวาลที่เก้าออกจากจักรวาลที่หนึ่งในเช้าวันที่สามของการจัดงานเลี้ยงราชันย์ฟางหรงนำเรือรบของเขาออกมา ใช้ในการเดินทางกลับ ถึงแม้เรือของราชันย์ฟางหรงจะมีความเร็วน้อยกว่าเรือรบของจักรวาลที่หนึ่งแต่มันก็สามารถนำพวกเขาออกไปจากจักรวาลที่หนึ่งไปในทันที

            หลังจากจักรวาลที่เก้าออกจากงานเลี้ยงได้ไม่ถึงชั่วโมงองค์ราชันย์จักรวาลที่หนึ่งออกมาจากงานเลี้ยงเขาเดินตรงไปยังห้องพักห้องหนึ่ง ซึ่งมีเหล่าผู้อาวุโสหลายคนอยู่ที่นั่น

            “องค์ราชันย์พวกเราจะปล่อยให้พวกเขากลับไปง่ายๆ แบบนั้นหรือทรัพยากรจำนวนมากที่เราสูญเสียไปในครั้งนี้ มากกว่าครั้งอื่นนะขอรับ”

            “พวกเจ้าคิดว่าพวกเจ้าสู้กับราชันย์ฟางหรงได้หรือไม่?”

            “หากพวกเจ้าคิดว่าสู้ได้พวกเจ้าก็ตามไปจับเจ้าเด็กพวกนั้นมาให้หมด ข้าจะให้พวกมันบอกวิธีารฟื้นฟูดวงดาวให้กับพวกเราและพวกเราจะต้องฟื้นฟูดาวดวงอื่น ๆ ต่อให้มากที่สุดพวกเจ้าก็ทำเรื่องนี้ให้เงียบที่สุดอย่าให้ใครรู้ว่าเป็นฝีมือของพวกเรา แต่หากพวกเจ้าคิดว่าสู้กับราชันย์ฟางหรงไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องเสี่ยง ข้าไม่อยากเสียกองกำลังไปโดยเปล่าประโยชน์”

            “พวกเราพอมีกองกำลังนอกสังกัดที่รับทำงานนี้อยู่หากพวกเขาถูกจับได้ไม่มีทางที่พวกเขาทั้งหลายจะสามารถสืบตามหาร่องรอยของพวกเราได้เพราะแต่ละคนจะถูกล้างสมอง โดยเจ้าโลกที่เจ็ดของจักรวาลที่หนึ่งของเราขอรับพวกเขาต่างมีฝีมือในการลอบสังหารที่ยังไม่เคยทำงานผิดพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว”

            “เช่นนั้นพวกท่านก็จัดการตามที่พวกท่านเห็นสมควรเถอะอย่าให้ชื่อเสียงของจักรวาลที่หนึ่งของพวกเราด่างพร้อยเด็ดขาด อย่าให้เกิดเรื่องผิดพลาดเช่นในอดีตอีก”

            “ขอรับองค์ราชันย์”

            หลังจากนั้นกองกำลังของจักรวาลที่หนึ่งที่มีจำนวนกว่าหนึ่งพันนายเดินทางออกจากจักรวาลที่หนึ่งพวกเขาค่อย ๆ ตามเรือของจักรวาลที่เก้าไปห่าง ๆ แต่มันก็ไม่สามารถพ้นสายตาของเฟิ่งหยูไปได้

            “พวกมันตามมาห่างๆ คงคิดที่จะปล้นพวกเรา และนำรุ่นเยาว์ของพวกเรากลับไปเพื่อบังคับให้รุ่นเยาว์ของพวกเราบอกวิธีฟื้นฟูดวงดาวให้พวกเขาเป็นแน่”

            “รอให้พวกมันเริ่มโจมตีพวกเราก่อนพวกเราค่อยสังหารพวกมันอย่าให้เหลือ อย่าให้พวกมันได้รอดกลับไปรายงานแม้แต่คนเดียวเพราะเมื่อพวกเรากลับไปถึงจักรวาลของเรา พวกเราก็เสมือนหายสาบสูญไปจากจักรวาลแห่งนี้แล้ว”

            “พวกเจ้าเตรียมตัวรบให้พร้อมพวกเรามีของเล่นสนุก ๆ ก่อนกลับไปยังจักรวาลที่เก้าของพวกเราถือว่าเป็นการทดสอบฝีมือระดับพระเจ้าของพวกเจ้าว่ามันจะแข็งแกร่งมากเพียงใด”

            “ขอรับองคราชันย์ฟางหรงพวกเราเตรียมพร้อมรบเต็มที่ขอรับ”

            พวกเขาเดินทางห่างจากจักรวาลที่หนึ่งไปประมาณห้าวันพวกกองกำลังจากโลกที่เจ็ดของจักรวาลที่หนึ่งจึงเริ่มดำเนินการในทันที พวกเขาเร่งความเร็วของเรือรบเข้ามาประชิดกับเรือของจักรวาลที่เก้าในทันที

            “พวกเจ้าต้องการอะไรทำไมบังคับเรือตามพวกเรามาตั้งหลายวันแล้ว”

            “หืม.....พวกเจ้าทราบได้ยังไงว่าพวกเราขับเรือตามพวกเจ้ามา พวกเราขับเรือมาบังเอิญเรือของพวกเราทรัพยากรหมด เลยอยากจะยืมทรัพยากรจากเรือของพวกเจ้าสักหน่อยเท่านั้นเอง”

            “พวกเจ้าจะยินดีให้พวกเราดีๆ หรือว่าให้พวกเราแย่งชิงเอาเอง”หลังจากคำพูดนั้นจบลงธงบนเรือของพวกเขาก็ถูกยกสูงจนเห็นได้อย่างเด่นชัดมันเป็นสัญลักษณ์ของเรือโจรสลัดอวกาศ ซึ่งคอยปล้นชิงทรัพยากรของโลกต่าง ๆที่อยู่ในจักรวาลทั้งหลาย พวกมันลงมืออย่างโหดเหี้ยม และไปมาไร้ร่องรอย”

            ถึงแม้จะไปมาได้อย่างไร้ร่องรอยแต่พวกเขากลับไม่สามารถรอดพ้นสายตาของเฟิ่งหยูไปได้  พวกเขาทั้งหนึ่งพันคนลอยตัวออกมาจากเรือระดับพลังยุทธ์ของพวกเขาทุกคนอยู่ในขั้นราชันย์เซียนทั้งหมดพวกเขาเดินออกมารัศมีฆ่าฟันดูน่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง รัศมีของราชันย์เซียนหนึ่งพันคนหากเป็นกองกำลังอื่นพวกเขาคงหวาดกลัวจนไม่กล้าขยับอย่างแน่นอน

            แต่ที่พวกเขาเจอในตอนนี้คือกองกำลังของจักรวาลที่เก้าเป็นกองกำลังรุ่นเยาว์สองร้อยคน ที่พากันเดินออกมาจากเรือเช่นเดียวกัน กองกำลังทั้งหนึ่งพันคนที่อยู่ในระดับราชันย์เซียนแต่ละคนต่างพากันตกตะลึงเมื่อเห็นเหล่ารุ่นเยาว์ที่มีขั้นพลังยุทธ์ระดับเซียนจำนวนสองร้อยคนลอยตัวออกมาจากเรือ

            “พวกเจ้าคิดจะสู้กับพวกเราเช่นนั้นหรือเจ้าหนูคิดหรือว่าพลังยุทธ์ระดับเซียนแค่สองร้อยคนจะมาสู้กองกำลังของพวกเราได้น่าขันสิ้นดี ข้าว่าให้พวกเจ้าเรียกราชันย์จักรวาลที่เก้าของเจ้าออกมาสู้จะดีกว่าเช่นนั้นอย่าหาว่าพวกข้าไม่ปราณีพวกเจ้า”

            “ฝีมือเช่นพวกเจ้าไม่คู่ควรที่จะให้องค์ราชันย์ของพวกเราออกมือหรอก แค่พวกเจ้า พวกเราจะล่นสนุกได้นานแค่ไหนกันเชียว”

            “โอหังยิ่งนักพวกข้าเองก็อยากจะรู้เช่นเดียวกันว่าพวกเจ้าจะมีดีกันซักแค่ไหน”

            กองกำลังโลกที่เจ็ดของจักรวาลที่หนึ่งพลันปลดปล่อยพลังปราณระดับราชันย์เซียนออกมาพร้อมๆ กัน หวังกดดันเหล่ารุ่นเยาว์ของจักรวาลที่เก้าให้ราบคาบแต่สิ่งที่พวกเขาทำกลับไม่มีผลใด  ต่อรุ่นเยาว์ทั้งสองร้อยคนที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาเลยกลับกัน รุ่นเยาว์ทั้งสองร้อยคนกลับระเบิดพลังระดับพระเจ้าออกมาพร้อม ๆ กัน ทำให้พวกเขาทั้งหนึ่งพันคนไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย

            “สังหารพวกมันให้สิ้นอย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว”

            สิ้นเสียงคำสั่งรุ่นเยาว์ทั้งสองร้อยคนพุ่งออกไปสังหารกองกำลังโลกที่เจ็ด ของจักรวาลที่หนึ่งในทันทีเพียงไม่นานเลือดเนื้อกระจัดกระจายไปทั่ว พวกเขายึดเรือรบของจักรวาลที่หนึ่งไว้  เฟิ่งหยูจัดการแผดเผาทุกอย่างในบริเวณโดยรอบจนไม่หลงเหลือสิ่งใดภายในพริบตา

            เฟิ่งหยูจัดการนำเรือรบของเขาออกมาพร้อมกับนำทุกคนขึ้นเรือรบของเขา ส่วนเรือขององค์ราชันย์และเรือของจักรวาลที่เก้าที่ยึดมานั้นองค์ราชันย์ได้เก็บไว้เป็นที่เรียบร้อย ที่นำเรือรบของเฟิ่งหยูออกมานั้นเพราะเรือรบของเขาได้ดัดแปลงด้วยตนเองและความเร็วของมันเร็วมากกว่าเรือรบของทางจักรวาลที่หนึ่งหลายเท่าตัว

            พวกเขาต้องการเดินทางกลับจักรวาลที่เก้าโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันจักรวาลที่หนึ่งที่อาจจะส่งกองกำลังติดตามมา หรือกองกำลังจากจักรวาลอื่นที่ออกมาก่อนหน้าพวกเขาหากพวกเขามีกองกำลังจำนวนมากจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เพราะจักรวาลอื่น ๆ  ก็ต้องการดักปล้นชิงพวกจักรวาลที่เก้า หลังจากที่รับรางวัลมาแล้วเพราะรางวัลที่พวกเขาได้รับมานั้นมากมายมหาศาล เฉพาะอาวุธและเม็ดโอสถก็มากพอที่จะทำให้พวกเขามาดักปล้นชิงกันแล้ว

            ยังไม่นับรวมเงินอีกกว่าสี่พันล้านเหรียญม่วงที่อยู่ในมือของพวกเขาตอนนี้เรือรบของเฟิ่งหยูพุ่งทะยานด้วยความเร็วมากกว่าเรือรบของจักรวาลที่หนึ่งหลายเท่าตัวนักเหล่ากองกำลังของจักรวาลอื่น ที่คิดจะดักปล้นไม่อาจติดตามพวกเขาทันหลังจากเดินทางมาได้เพียงสองวัน พวกเขาก็เดินทางมาถึงยังจุดที่เป็นค่ายกลของจักรวาลที่เก้าที่เฟิ่งหยูได้ติดตั้งเอาไว้

            เฟิ่งหยูบังคับเรือรบให้เข้าไปในช่องมิติที่เป็นทางเข้าในทันที  พวกเขาต้องผ่านช่องมิติทางเข้าถึงสามรอบด้วยกันจึงมองเห็นจักรวาลที่เก้าของพวกเขาอยู่ด้านหน้า เฟิ่งหยูบังคับเรือรบของเขาไปยังโลกที่หนึ่งในทันทีหลังจากที่เรือรบลงจอด เฟิ่งหยูนำทุกคนออกจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์ พร้อม ๆ กับรุ่นเยาว์ที่เข้าร่วมการแข่งขัน

            ตอนนี้ทุกโลกของจักรวาลที่เก้าของพวกเขาต่างมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับพระเจ้าอยู่โลกละสามสิบคนยกเว้นโลกที่สิบที่เป็นที่อยู่ของตระกูลเฟิ่งและเหล่าองค์ชายทั้งหลาย ที่ตอนนี้พวกเขาเหล่านั้นต่างมีพลังยุทธ์ระดับพระเจ้ากันทุกคนไม่เว้นแม้แต่หนิงเอ๋อที่พอออกมาจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์ก็พุ่งเข้ามาหาเฟิ่งหยูในทันที

            “เอาหละตอนนี้จักรวาลที่เก้าของพวกเราจะอยู่กันอย่างเงียบสงบไม่ยุ่งเกี่ยวกับจักรวาลอื่น ๆ จนกว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจจะถูกกำจัดจนสิ้น พวกท่านนำส่วนแบ่งของพวกท่านกลับไปยังโลกของตัวเองเพื่อเป็นการขัดเกลารุ่นเยาว์รุ่นต่อๆ ไป พวกเราจะจัดทำการแข่งขันรุ่นเยาว์ทุก ๆห้าปี สลับสับเปลี่ยนไปยังแต่ละโลก โดยห้าปีข้างหน้า ข้ากำหนดให้โลกที่สิบเป็นผู้จัดการแข่งขันเป็นครั้งแรก”