ตอนที่ 3 : ฉันอยากเป็นักผจญภัยค่ะ! ตอนจบ
‘อันเดอร์คลาวด์ (Under Clouds)’
กิลด์นักผจญภัยที่ถูกขนานนามว่าเป็อันดับหนึ่งของโลก ซึ่งเต็มไปด้วยเื่ราวมากมายมาั้แ่ก่อนจะก่อตั้งเสียอีก
อันเดอร์คลาวด์เป็กิลด์นักผจญภัยยุคแรกเริ่ม ก่อตั้งขึ้นมาั้แ่สมัยเปลี่ยนรูปแบบของกิลด์จากส่วนกลางมาเป็บริหารเอง และอยู่ในลีกระดับ S มาั้แ่แรก
นับั้แ่ตอนที่เปลี่ยนระบบการบริหาร... อันเดอร์คลาวด์ติดอันดับ 1-3 ตลอดในทุก ๆ ไตรมาสของการสะสมแต้ม จนกระทั่ง่ 50 ปีที่ผ่านมา อันเดอร์คลาวด์ก็ครองอันดับหนึ่งมาโดยตลอด
แม้จะมีตกไปอยู่อันดับ 2 บ้างแต่ก็แทบจะนับครั้งได้ แถมผลงานที่กิลด์นี้สร้างก็แทบจะทำให้ไม่มีใครครหาเื่นั้น
ผลงานที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดก็คงไม่พ้นผลงานด้านการสำรวจของกิลด์
จากผลงานที่เผยแพร่สู่สาธารณะ ทำให้ทราบว่าอันเดอร์คลาวด์สามารถเปิดแผนที่ใหม่ได้จากเดิมมากถึง 2.21% ในระยะเวลา 200 ปี ทิ้งห่างจากอันดับสองซึ่งเป็คู่แข่งอย่าง ‘โกลเด้นแอปเปิ้ล (Golden Apple)’ ที่เปิดแผนที่ใหม่ได้ 1.08% เกือบเท่าตัว
ความเหนือชั้นนั้นเลยทำให้อันเดอร์คลาวด์ถูกเรียกว่าเป็กิลด์ระดับตำนาน
ทว่า... ทุกตำนานย่อมมีจุดจบ
และสำหรับอันเดอร์คลาวด์ก็คือเมื่อ 5 ปีก่อน
อยู่ดี ๆ กิลด์อันดับหนึ่งของโลกอย่างอันเดอร์คลาวด์ก็ถูก ‘กลุ่มปริศนา’ ลอบโจมตีตอนกลางดึกซึ่งเป็่ที่สมาชิกส่วนใหญ่อยู่กัน แถมวันนั้นยังเป็วันประกาศอันดับการแข่งประจำไตรมาสอีกต่างหาก สมาชิกแทบทุกคนจึงอยู่ที่กิลด์ในขณะนั้น
ผลลัพธ์จากการโดนโจมตีทำให้สมาชิกครึ่งนึงรวมไปถึงกิลด์มาสเตอร์ของอันเดอร์คลาวด์เสียชีวิต
อีกหนึ่งในสี่ถอนตัวจากการเป็นักผจญภัย เหลือเพียงแค่หนึ่งในสี่เท่านั้นที่ยังคงเป็นักผจญภัยอยู่ แต่คนเ่าั้ก็ไม่ใช่สมาชิกระดับแนวหน้าที่จะชักนำกิลด์ต่อไปได้
นั่นเลยกลายเป็จุดจบอันน่าเศร้าของกิลด์ระดับตำนานมีชีวิต จนสุดท้ายก็กลายเป็ตำนานในหน้าหนังสือไปเสียแล้ว...
“ค่ะ... เป็เื่ที่น่าเสียดายมากเลย... เพราะเป็กิลด์ที่คิดจะเข้ามาั้แ่เด็ก ๆ ก็เลยช็อคไปเลยล่ะค่ะ ข่าวเมื่อ 5 ปีก่อนนั่นน่ะ”
โอฟีเลียทำสีหน้าเศร้าสร้อยเสียดาย แต่ก็เป็คนละนัยยะกับเดลล์ที่ทำสีหน้าจริงจังก่อนหน้านี้
...ต่างกับโอฟีเลีย การพูดถึงอันเดอร์คลาวด์มันทำให้เขาหวนนึกถึงอดีต
แต่เดลล์ไม่ได้สนใจเื่นั้นมากไปกว่าอนาคตต่อจากนี้
“เอาเถอะ เื่นั้นมันก็ช่วยไม่ได้นี่นะ... โด่งดังขนาดนั้นก็คงมีอริเยอะเป็ธรรมดา จะองค์กรผิดกฎหมายเอย กิลด์คู่อริอื่น ๆ เอย พูดไปแล้วก็ปวดหัวเปล่า ๆ ล่ะเนอะ ก็เราไม่รู้คำตอบซักหน่อยนี่”
เดลล์ยักไหล่ให้รู้ว่าคิดไปก็ป่วยการ โอฟีเลียเองก็พยักหน้าตอบ
“นั่นสินะคะ...”
โอฟีเลียตอบกลับเสียงเบา ...เกือบจะทำให้ไอชาเป็ห่วง
“น่าเสียดายจริง ๆ นั่นแหละค่ะ เพราะงั้นฉันเลยคิดจะเข้ากิลด์อื่นแทน”
โอฟีเลียทำเสียงหงอยไหล่ตกจนไอชาต้องมาลูบหลัง เหมือนเธอจะชื่นชมอันเดอร์คลาวด์เอามาก ๆ
ไม่สิ... เรียกว่าเป็เื่ปกติมากกว่า
เื่ราวมากมายของอันเดอร์คลาวด์นั้นมีมากมายและน่าหลงใหลไปเสียทั้งหมด กิลด์นั้นสร้างแรงบันดาลใจให้คนเกือบทั้งโลกอยากเป็นักผจญภัย
เด็กที่เติบโตมาเป็นักผจญภัย ส่วนใหญ่ก็ได้รับออิทธิพลจากอันเดอร์คลาวด์ทั้งนั้น
เห็นชัดว่าโอฟีเลียคือหนึ่งในนั้น เธอกับไอชาจะรู้สึกเศร้าเหมือนฝันพังทลายก็คงไม่แปลกอะไร
“แล้วถ้าพูดถึงกิลด์อันดับต้น ๆ ในตอนนี้ล่ะก็นะคะ!!!”
...เดลล์เกือบจะคิดสงสารเธอ จนกระทั่งอยู่ดี ๆ โอฟีเลียก็ดีดตัวขึ้นมายิ้มแย้ม
เป็ห่วงฟรีสินะ
เดลล์หัวเราะแห้ง แต่คิดว่าดีแล้วที่โอฟีเลียฟื้นตัวเร็ว
ไอชาเองก็ยิ้มโล่งอกไปด้วยเหมือนกัน
“ ‘โกลเด้นแอปเปิ้ล’เอย ‘อัศวินศักดิ์สิทธิ์สีชาด’ เอย... มีกิลด์ที่ยอดเยี่ยมอีกมากมายที่ฉันเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าด้อยกว่า ‘อันเดอร์คลาวด์’ ล่ะนะคะ” โอฟีเลียพูดไปนับนิ้วไป
“ก็จริงล่ะนะ”
เดลล์พยักหน้ารับเสียง่ายๆ เพราะเขาเองก็คิดแบบนั้น
เดิมทีแล้วกิลด์ระดับ S อื่น ๆ ต่างมีความสามารถที่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก และแต้มในแต่ละไตรมาสเองก็เฉือนห่างกันไม่เท่าไหร่
พอมาคิดดู... อันเดอร์คลาวด์นั่นแหละแปลกที่ได้แต้มเยอะเกินหน้าเกินตาคนอื่นไปมาก
นั่นคือความคิดเห็นของเดลล์ในขณะที่กำลังจะยกน้ำขึ้นดื่ม
“และที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ ‘คริสตัลคลาวด์ (Crystal Cloud)’ นี่แหละค่ะ!”
คำพูดโอฟีเลียเกือบทำให้เดลล์สำลักน้ำ
ไม่สิ... สำลักไปแล้วมากกว่า แต่เขาแค่ไม่ได้ไอออกมาเฉย ๆ
“เดลล์รู้จักรึเปล่าคะ?” โอฟีเลียเอ่ยถามด้วยแววตาใสซื่อเหมือนเคย
“เอาเถอะ คิดว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักหรอก”
“ไหงพูดอวดดีแบบนั้นกันคะเนี่ย?”
ไอชาเขม่นมองเดลล์ด้วยความสงสัย เพราะเดลล์พูดไปยืดอกไปแต่แน่นอนว่าตัวเดลล์เองไม่ได้สนใจ
กลับกัน... คนที่แก้ตัวแทนก็คือเ้านายของเธอเองนั่นแหละ
“เดลล์พูดจริง ๆ นะไอชา! ถึงจะเป็กิลด์หน้าใหม่ที่เพิ่งสร้างมาได้แค่ 5 ปี แต่ก็เป็ถึงกิลด์ระดับ S เหมือนกันนะ! แถมสมาชิกเริ่มแรกยังมาจากอันเดอร์คลาวด์ตั้งสามคน แถมสองในสามคนนั้นเคยเป็ระดับ S อีกด้วยนะ และแน่นอนว่าเป็คนดังั้แ่สมัยอยู่อันเดอร์คลาวด์ แถมมีชื่อเสียงมาก ๆ ทั้งสามคนเลยด้วย!
ในส่วนของผลงานเองก็สุดยอด!
่หลัง ๆ ยังมาแรงมากด้วย! โดยเฉพาะใน่ปีสองปีมานี้พวกเขาไต่ลำดับสะสมแต้มมาตลอดจนเมื่อสองสามไตรมาสก่อนก็ได้อันดับ 1 ด้วยล่ะ!
ถึงไตรมาสล่าสุดจะตกไปอยู่ที่สามก็เถอะ แต่แข่งกับกิลด์อื่นที่ก่อตั้งมานานกว่าได้ขนาดนี้ก็ยังสุดยอดอยู่ดีนั่นแหละ! รวมกับเื่ที่มีสมาชิกระดับหัวกะทิจากอันเดอร์คลาวด์และใช้ชื่อกิลด์ใหม่ที่คล้ายกัน คนเขาถึงขนาดเรียกกันว่าเป็อันเดอร์คลาวด์ที่มาเกิดใหม่เลยเชียวล่ะ!”
โอฟีเลียพูดออกมือออกไม้อย่างออกรส ความตื่นเต้นนั้นแทบไม่ต่างจากตอนที่เธอเล่าเื่ของอันเดอร์คลาวด์เลย
“ใช่ ๆ มาแรงโคตร ๆ เลยด้วย สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ”
เดลล์เสริมเฉพาะตรงจุดที่ชื่นชม ใบหน้าเขากลับมายียวนกวนประสาทด้วยความโอ้อวดอีกครั้ง
เขาไม่ได้ชมคุณซะหน่อย อะไรของคน ๆ นี้เนี่ย
ไอชาหรี่ตามองแบบเหยียด ๆ ใส่เดลล์ รู้สึกว่าสุดท้ายเขาก็ยังเป็มนุษย์ประหลาดอยู่วันยันค่ำ
ส่วนโอฟีเลียก็ไม่ได้สนใจอะไรนอกจากเื่เล่าของตัวเองตามเคย ความตื่นเต้นเมื่อพูดถึงคริสตัลคลาวด์ยังทำเธอตื่นเต้นไม่หาย
“แล้วต่อให้ไม่นับเื่นั้น สมาชิกแต่ละคนของกิลด์ต่างก็สุดยอดกันทั้งนั้น! ถึงจะมีสมาชิกแค่สามสิบกว่าคน แต่คุณภาพคับแก้วทั้งนั้น! และที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คงไม่พ้นปาร์ตี้ ‘Myth’ ที่เป็กลุ่มของนักผจญภัยระดับ S ทั้งปาร์ตี้เนี่ยแหละ! และชายที่ได้ชื่อว่าเป็นักผจญภัยที่แข็งแกร่งที่สุดั้แ่สมัยอยู่อันเดอร์คลาวด์เองก็เป็หัวหน้าปาร์ตี้ของปาร์ตี้นี้ด้วย”
“เห... สุดยอดไปเลยนะคะ”
ไอชาตอบกลับแบบขอไปที จนโอฟีเลียทำแก้มป่องใส่
เธอเลยหันไปคุยกับเดลล์ที่ตั้งใจฟังเธอแทน
“แล้วก็นะคะเดลล์! สมาชิกกิลด์มีแต่คนสุดยอดก็จริง แต่กิลด์มาสเตอร์เองก็ใช่ว่าจะน้อยหน้านะคะ———”
“ที่มันหวาน ๆ น่ะเหรอ?”
“นั่นมันน้อยหน่าค่ะ!”
โอฟีเลียแก้มป่องใส่เดลล์ซะอีกคน ท่าทางหงุดหงิดที่โดนขัดจังหวะน่ารักเหลือหลายจนเดลล์หัวเราะร่าออกมา
...แล้วเขาก็รู้สึกขอบคุณโอฟีเลียที่อุตส่าห์ตบมุกให้ด้วย
“เอาเถอะ ฉันเข้าใจแล้วว่าเธอจริงจังล่ะนะ... แต่ยังไงก็อย่าฝืนล่ะ”
เดลล์ทิ้งตัวลงกับพนักพิงเก้าอี้อย่างไร้เรี่ยวแรง เขาดูไม่ได้ฝืนกับอะไรเลยจริง ๆ อย่างที่พูด
“ว่าแต่... แล้วเดลล์ล่ะ? ขอโทษนะที่ฉันเล่าแต่เื่ของตัวเอง”
โอฟีเลียเริ่มพูดเสียงอ่อนลงสองระดับ พอพูดเื่ที่อยากพูดจบแล้วเลยเพิ่งรู้ตัว เธอเป็เช่นนี้เสมอ
“แหม เพิ่งรู้ตัวเรอะแม่คุณ แต่ฉันไม่คิดมากหรอก เพราะเป็ท่านเดลล์ผู้ใจกว้างยังไงล่ะ ฮะฮะฮะฮ่า!”
เดลล์เงยหน้าหัวเราะไม่คิดมาก โอฟีเลียเลยยิ้มโล่งใจ เพราะรู้แก่ใจว่านิสัยแบบนี้ของเธออาจทำให้คนอื่นเหนื่อยใจได้
...ถึงไม่คิดว่าจะเลิกนิสัยแบบนั้นได้ก็ตาม
แต่ทางไอชาจี่มองเดลล์ด้วยสีหน้าตายด้าน
พอเห็นเขาทำแต้มกับโอฟีเลียแล้วก็อดไม่ได้เหมือนกัน
“นอกจากใจที่กว้างแล้วสันหลังก็ด้วยนะคะเท่าที่ดู แถมท่าจะยาวด้วย”
“ปากเสียอีกแล้วนะเธอเนี่ย นี่ถ้าไม่บอกฉันก็นึกว่าเรารู้จักกันมาก่อนนะเนี่ย”
“อย่าให้เป็แบบนั้นเลยค่ะ ขนลุกออก”
ไอชารับมุกด้วยรอยยิ้มแสบสันแต่สายตารังเกียจเดียดฉันท์ แค่คิดว่ารู้จักกับคนแบบเดลล์มานานก็ทำเธอขนพองสยองเกล้าแล้ว
ส่วนที่โอฟีเลียถามเดลล์ว่าเื่ของเขาเป็ยังไงมาอย่างไร
เขาเลยเอื้อมไปหยิบน้ำมาดื่มหนึ่งอึกก่อนจะตอบ เป็การเมินคำด่าไอชาไปในตัว
“นั่นสินะ... ฉันน่ะ———”
“อ๊าาาาา!!!!”
เสียงของเด็กสาวดังขึ้นมาจากทางเข้าร้านอาหารเสียงหลงเลยทีเดียว
สายตาของทุกคนจับจ้องไปทางนั้นกันหมด รวมถึงเดลล์ โอฟีเลียและไอชา
ที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้น คือเด็กสาววัยรุ่นอายุ 18-19 ปี ผู้มีเรือนผมสีแดงไว้ผมทรงโพนี่เทลในชุดเกราะสีน้ำเงิน แถมยังสะพายดาบใหญ่ไว้ที่หลังอย่างเป็เอกลักษณ์ นอกเหนือจากนั้นคือหูและหางสุนัขของเธอที่แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่มนุษย์
แต่อันที่จริงเผ่ามนุษย์สัตว์ก็ไม่ได้หายากอะไร ยิ่งการสวมชุดเกราะก็เป็เื่ธรรมดาในโลกที่อาชีพนักผจญภัยเป็อาชีพหลัก
ที่ทุกคนหันไปสนใจและมองตาค้าง จึงเป็เพราะตัวตนของเด็กสาวเองล้วน ๆ
พอเธอร้องเสียงหลงชี้นิ้วมาทางเดลล์ เธอก็รีบจ้ำอ้าวเข้ามาหาเขาในทันที
“ใจร้ายไปหน่อยไหมคะคุณเดลล์! ทำไมถึงทิ้งกันได้ลงคอ———”
“ยัยเรก่าาาาา!!!”
แต่เดลล์พุ่งเข้าไปคว้าคอเด็กสาว... คว้าคอเรกะก่อนซะอีก เขาเริ่มทำกำปั้นหมุน ๆ ใส่หัวของเธอจนร้องหงิง ๆ น้ำตาเล็ด
ส่วนลูกค้าคนอื่นในร้านอาหารรวมถึงโอฟีเลีย... พอได้ยินชื่อเรกะ สีหน้าของพวกเขาก็ยิ่งใเข้าไปใหญ่
“งืออออ... เป็เ้าสาวไม่ได้แล้ว คุณเดลล์ต้องรับผิดชอบ———”
“แค่นี้มาทำเป็บ่นน่า ไม่ได้สึกหรออะไรขนาดนั้นซักหน่อย”
หลังลงโทษจนสาแก่ใจ เดลล์ปล่อยมือตัวเองก่อนที่เรกะจะเรียกร้องอะไรเพิ่ม
และเพราะไม่ยอมรับฟังนั่นแล หูกับหางของเรกะเลยหลูบตกลงเป็หมาหงอยอีกรอบดูน่าสงสารไปอีก
ในขณะที่ลูกค้าคนอื่นเริ่มมีการกระซิบกระซาบ โอฟีเลียเองก็เริ่มตัวสั่นชี้นิ้วไปทางเรกะ
“ระ เรกะเหรอคะ? ยะยะ อย่าบอกนะว่าคุณ! เป็เรกะคนเดียวกับที่มีฉายา ‘สกาเล็ตเบอร์เซิร์กเกอร์’ คนนั้น”
“เอ๋? เอ่อ คือว่า...”
เรกะไปไม่เป็เมื่อโดนสีหน้าคาดหวังราวกับเด็ก ๆ ของโอฟีเลีย เรกะชำเลืองมองเดลล์ที่นั่งอยู่ด้านข้างเพื่อขอความเห็น
แล้วพอเดลล์ผายมือราวกับจะบอกว่า “อยากทำอะไรก็เชิญ” เรกะก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ พร้อมกับปรับท่าทางของตัวเองเสียใหม่จนดูสงบเสงี่ยมเรียบร้อย
“ใช่แล้วค่ะ”
“กะแล้วเชียว!!!!”
พอยืนยันตัวได้ โอฟีเลียก็ยืดตัวเข้าหาเรกะที่ยืนอยู่ตรงข้ามด้วยแววตาเป็ประกาย ถ้าไม่มีโต๊ะขวางอยู่เธอคงจะเข้าไปสิงเรกะแล้ว
มีแต่ไอชาที่ได้แต่มองสลับไปมาระหว่างโอฟีเลียกับเรกะ เธอตามไม่ทันแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
“เอ่อ ขอโทษนะคะ... คุณเรกะที่ว่าเป็ใครเหรอคะ?”
ไอชาเอียงคอสงสัย
และคนที่จะแถลงไขก็มีแต่โอฟีเลีย ตอนนี้เธอยิ้มแก้มปริเลยเชียว
“ฮุฮู... ฟังแล้วอย่าในะไอชา เธอคนนี้ก็คือนักผจญภัยระดับ A ชื่อดังจากกิลด์ ‘คริสตัลคลาวด์’ ที่ฉันพูดถึงเมื่อกี้ยังไงล่ะ!”
“หะ เห...”
ไอชายิ้มเจื่อนด้วยความที่เข้าไม่ถึงอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
แต่ถ้ามองในแง่ที่ว่า... มีคนดังที่ตัวเองชื่นชมติดตามมายืนอยู่ตรงหน้า จะรู้สึกดีใจจนเนื้อตัวสั่นก็คงไม่แปลก
“เอ๊ะ? แต่เดี๋ยวก่อนนะ”
แล้วพอความตื่นเต้นสงบลง สติก็กลับมา แล้วปัญญาก็เริ่มเกิด
โอฟีเลียที่เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เลยหันไปจ้องเดลล์แบบไม่วางตาแทน
“ถ้าเดลล์รู้จักกับคุณเรกะที่อยู่คริสตัลคลาวด์แบบนี้ล่ะก็... หรือว่า!?”
“ฉันล่ะเกลียดเด็กที่เซนส์ดีอย่างเธอจริง ๆ โอฟีเลีย”
เดลล์เผยรอยยิ้มเย้าหยอก ทำยังกับเป็ตัวร้ายเผยตัวจริง
เขาเอื้อมหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อตรงอก มันคือบัตรขนาดเล็กกว่าฝ่ามือที่ใช้ยืนยันสถานะของอาชีพนักผจญภัย
โอฟีเลียเห็นแล้วรู้ได้ทันที แต่ที่ทำให้ตะลึงไม่ใช่ตัวบัตรหากแต่เป็ข้อมูลบนบัตรมากกว่า
...บัตรของนักผจญภัยนั้นมีส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน
หนึ่งคือภาพถ่ายประจำตัวที่อยู่ฝั่งซ้ายมือของตัวบัตร
สองคือข้อมูลทั่วไปพอสังเขป อาทิชื่อ กิลด์ที่สังกัด ระดับของนักผจญภัย ฯลฯ ซึ่งส่วนนี้เป็ช่องข้อมูลว่างเปล่าเพื่อป้องกันข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล ข้อมูลจะแสดงขึ้นมาเมื่อใช้กรรมวิธีพิเศษเท่านั้น
และอย่างสุดท้ายก็คือสีของตัวบัตรอันแสดงถึงระดับลีกของกิลด์ที่นักผจญภัยคนนั้นสังกัด
สีเขียวมรกตคือลีกระดับ D, สีทองแดงคือระดับ C, สีเงินคือระดับ B, สีทองคือระดับ A และสุดท้ายคือกิลด์ระดับ S ซึ่งเป็ระดับสูงสุดนั้นเป็บัตรใสสะท้อนแสงสีรุ้ง
และของเดลล์ที่กำลังยิ้มอย่างขี้แกล้งใส่โอฟีเลียอยู่นี้ ก็เป็สีรุ้งดังที่ได้กล่าวไป
“ลืมบอกไปซะสนิทเลย... ฉันเป็นักผจญภัยจากคริสตัลคลาวด์น่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
“เอ๋!!!!!!!!!!!!”
โอฟีเลียร้องะโลั่น ใจนตาถลน ประหลาดใจอึ้งตะลึงงัน
ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็เด็กสาวผู้สารภาพรักกับผู้ชายที่ชอบ แต่ผู้ชายคนนั้นก็ดันชอบเพื่อนสนิทของตัวเอง แถมเพื่อนสนิทของตัวเองที่ว่าก็ดันเป็ผู้ชายอีก
เธอใประมาณนั้น
เห็นเ้านายโดนแกล้งแบบนั้นไอชาเลยได้แต่ยิ้มแห้ง
ทางเรกะที่เป็ฝ่ายเยือนก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน
มีแต่เดลล์ที่ยิ้มแย้มชอบใจ ยังกับเด็กที่วางแผนแกล้งเพื่อนได้ประสบความสำเร็จอย่างไรอย่างนั้น
❖❖❖❖❖
———ในขณะเดียวกัน, สถานที่แห่งหนึ่งในเมืองเรเวล
เหรียญย่อมมีสองด้าน... เป็คำเปรียบเปรยอันหมายถึงไม่ว่าด้วยสภาวการณ์หรือบุคคลใด สิ่งนั้นมักจะมีอีกมุมนึงที่เราไม่รู้ไม่เคยเห็นมาก่อนอยู่เสมอ
เช่นเดียวกับเมืองแห่งนี้... เทียบกับพวกโอฟีเลียที่กำลังใช้ชีวิตอยู่ใต้แสงสว่าง กำลังคุยอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน
ในอีกมุมนึงของเมืองเองก็มีสถานที่ซึ่งแสงสว่างไม่อาจเข้าถึง มีการจับกลุ่มอันตึงเครียดทั้งยังแฝงด้วยเจตนาร้ายอยู่ด้วย
...นั่นคือที่แห่งนี้ ตึกที่ถูกทิ้งร้างแห่งหนึ่งแถวชานเมืองของเมืองเรเวล รู้กันดีว่าเป็บริเวณอันเต็มไปด้วยเหล่าอันธพาลที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ทั้งยังเป็แหล่งซ่องสุมของเหล่าโจรที่ทหารยามในเมืองกวาดล้างไม่จบไม่สิ้น
ภายในตึกนั้นเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์ไว้หนวดรุงรัง ร่างกายกำยำจำนวนหลายสิบคน
และแน่นอน พวกเขาแผ่บรรยากาศราวกับวางแผนชั่วช้าอะไรกันอยู่
“พวกแก! ก็บอกแล้วไงวะ ว่า่นี้อย่าเพิ่งไปก่อเื่!”
ชายร่างั์กอดอกะโด่าลูกน้องสี่คนที่นั่งหมอบกราบอยู่กับพื้น
ชายผู้ที่น่าจะเป็หัวหน้าคนนี้มีรอยแผลเป็ตรงดวงตาซ้าย คล้ายถูกสัตว์ใหญ่จู่โจมมาก่อน การไว้ผมทรงโมฮ็อคสูงยิ่งแสดงให้เห็นถึงความดิบเถื่อนของเขา (อย่างน้อยเ้าตัวก็คิดแบบนั้น)
“ขะ ขอโทษครับลูกพี่!”
ชายคนนึงจากสี่คนขอโทษไปน้ำตาตกในไป
...น่าสังเกตว่าเป็คนกลุ่มเดียวกับที่รุมกระทืบเดลล์และถูกจัดการโดยโอฟีเลียและไอชาเมื่อ่กลางวัน
“ชิ... ถ้าถูกจับได้ก่อนเดี๋ยวก็ซวยกันหมดหรอก ไม่คิดรึไงว่ายัยนักเวทนั่นอาจจะเป็นักผจญภัยก็ได้น่ะ!”
“ขะ ขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ ผมไม่รู้นี่นา”
ถูกหัวหน้าะโใส่ ไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหนก็ทำเอากลัวจนตัวสั่น ทั้งสี่คนก้มหัวจนหน้าผากติดพื้น
ในส่วนของเื่ที่พูด... หัวหน้าคนนี้กำลังหวาดกลัว เพราะคิดว่าโอฟีเลียและไอชาอาจจะเป็นักผจญภัยที่ได้รับภารกิจให้มาขัดขวางสิ่งที่พวกตนกำลังจะทำ
นั่นคือความคิดร้อนตัวของพวกขี้ระแวง
ในตอนนั้นลูกน้องชายคนสนิทของเขาก็เดินมายืนอยู่ข้าง ๆ
“แต่ว่าเรามี ‘สิ่งนั้น’ อยู่นะครับ คิดว่าคงไม่ต้องกลัวขนาดนั้นหรอกมั้ง”
ลูกน้องชายคนสนิทชำเลืองมองวัตถุบางอย่างที่ตั้งอยู่บนโต๊ะซึ่งห่างไปไม่มากเท่าไหร่นัก
แล้วพอชายที่เป็หัวหน้ามองสิ่งนั้นตาม รอยยิ้มก็กลับมาปรากฏบนใบหน้าเขาอีกครั้ง
“...พวกแกนี่มันไม่มืออาชีพเลยว่ะ แต่ก็เอาเถอะ”
คำพูดของลูกน้องคนสนิททำให้ความคิดของหัวหน้าอ่อนลงและถูกชักจูงอย่างง่ายดาย
หากจะมีเหตุผลที่ทำให้หัวหน้าคนนี้โล่งอกสบายใจได้ในฉับพลัน เห็นทีก็คงจะเป็เพราะ ‘สิ่งนั้น’ ที่ลูกน้องคนสนิทพูดถึง
สิ่งนั้นถูกวางไว้บนโต๊ะ...
มันคืออัญมณีสีดำที่มีรูปทรงพีระมิดประกบกัน ด้านในของอัญมณีมีลูกบอลสีม่วงเข้มฝังอยู่ราวกับเมล็ดผลไม้ต้องห้าม
มันส่องแสงสลัวสีดำทมิฬดูน่าหวาดหวั่น ราวกับจะกลืนกินผู้ที่ต้องตามันอย่างไรอย่างนั้น
❖❖❖❖❖

