ณ จวนตะกูลฟาง
"ฮูหยินรองเ้าคะ...ท่านออกมานั่งตากลมเช่นนี้จะไม่สบายเอานะเ้าคะ" สาวใช้เอ่ยด้วยความห่วงใยผู้เป็นาย ฮูหยินรองตระกูลฟางเดิมทีก็สุขภาพไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ร่างกายอันบอบบางของนางเพียงััสายลมยามวสันต์ฤดูแทบจะปลิดปลิวตามลม
"ข้าไม่เป็ไรหรอก อาการป่วยข้าดีขึ้นมากแล้วเ้ามิต้องเป็ห่วงหรอก อี้เหนียง"
หญิงสาวร่างเล็กดวงตาสีเขียวอ่อนดั่งหยก นางสวมอาภรณ์สีเขียวอ่อนสบายตางดงามราวดั่งเทพธิดาน้อย ส่งยิ้มบางๆให้กับสาวใช้ที่กำลังเอาเสื้อคลุมมาสวมให้กับนายหญิงที่ กำลังนั่งรับลมข้างสระบัวภายในบริเวณใกล้เรือนของนาง
"อีกอย่างเ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าฮูหยินรองหรอก...เรียกข้าคุณหนูเช่นเดิมเถิด "
"เ้าค่ะคุณหนู"
ไป๋เฟิงอิงคุณหนูตะกูลไป๋แต่งเข้าจวนเป็อนุภรรยาของรองแม่ทัพจิ้นหลิงแห่งตะกูลฟาง ซึ่งบิดาของทั้งสองเป็สหายกันมาเนิ่นนานจึงตกลงยกลูกสาวแต่งเข้ามาเ้าของจวนตระกูลฟางอย่างรองแม่ทัพฟางจิ้นหลิง เดิมทีก็มีฮูหยินใหญ่ ผู้ที่สง่างามราวกับหงส์ นามว่า หยางซี อยู่แล้ว แต่งเฟิงอิงเข้ามาเป็อนุภรรยาอีกคนย่อมทำให้เขารู้สึกพอใจ
ส่วนไป๋เฟิงอิงนั้นแต่งเข้าในจวนได้ไม่นานยังไม่ทันได้เข้าห้องหอก็เกิดล้มป่วยด้วยโรคประจำตัว นับวันอาการยิ่งเริ่มจะหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่ถึอย่างนั้นก็ไม่อาจทำให้ผู้เป็สามีรักนางน้อยลงแม้แต่น้อยอีกทั้งยังโปรด ปรานแต่นาง
"คุณหนูเ้าคะ อากาศเริ่มเย็นแล้วเข้าไปในเรือนเถอะเ้าค่ะ"
สาวใช้นามว่า อี้เหนียง ประคองแขนคุณหนู เดินออกจากริมสระบัวแต่เดินเพียงไม่กี่ก้าวเฟิงอิง พลันหยุดไปชั่วขณะ ร่างกายของนางอ่อนแรงล้า เอนเอียงไม่มั่นคง สายตาที่เคยชัดแจ้งกลับพร่ามัวเสียได้ มืออีกข้างคอยนางกุมศรีษะของตนเองเอาไว้ทันใดนั้นร่างของผู้เป็นายก็ทิ้งตัวร่วงพลัดออกจากมือสาวใช้ ลงไปในสระบัว แม้แต่สาวใช้ไม่อาจรั้งไว้ทัน
"คุณหนู! ใครก็ได้ช่วยด้วยคุณหนูตกน้ำเ้าค่ะ! "
สาวใช้ะโลั่น ด้วยความใ ร้องเรียกอย่างตื่นตระหนกให้คนช่วยคุณหนูของนางในขณะนี้ร่างของเฟิงอิงแน่นิ่งจมดิ่งลึกลงไปในสระบัวเรื่อยๆ ทุกอย่างช่างเงียบเฉียบและดำมืดลงไปที่ละนิดๆ ใต้ผืนน้ำเย็นะเืแห่งนี้กลับทำให้รู้สึกหนาวเหน็บและอ้างว้างได้ถึงเพียงนี้เชียว
'อิงอิงเอ๋ย... ชีวิตต่อจากนี้ข้ามอบให้เ้า'
ณ บริษัทแห่งหนึ่ง
สาวร่างบางแต่ทว่าสูงโปร่ง ดวงตากลมโต ริมผีปากปากเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูราวกลีบดอกกุหลาบดูมีเสน่ห์ เสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาวปิดถึงข้อมือที่เธอสวม ตัดกันกับกางเกงขายาวสีดำดูมาดดีเข้ากับสีผมดำทมิฬยาวสลวยของเธอยิ่ง
หญิงสาวฮัมเพลงอยู่ในลำคอไปด้วยระหว่างกำลังเก็บกระเป๋า ใกล้เวลาเลิกงานแล้ววันนี้มีนัดพิเศษกับคนพิเศษเธอแทบจะรอไม่ไหวแล้วอยากจะเจอเขาคนนั้นเสียตอนนี้เลย
ติ้งงง~ เสียงข้อความในสมาร์ตโฟน
นนท์ : อิงอิง ผมรอที่หน้าบริษัทนะครับ
อิงอิง:ค่ะ อิงกำลังออกไปค่ะ
นนท์ แฟนหนุ่มของอิงอิงเป็นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในประเทศ หล่อเหลาเอาการ อีกทั้งรวยระดับต้นๆ ของประเทศ เป็ที่หมายปองของสาวๆ ทั้งคู่ใชัเวลาคบหากันมาสองปีกว่าแน่นอนว่าวันนี้เป็เดตที่พิเศษ เพราะเขาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเพื่อฉลองวันเกิดกับแฟนสาวของเขา
“รอนานไหมคะ"
อิงอิงยิ้มร่าอย่างสดใสเดินตรงมาหาแฟนหนุ่มที่สวมชุดสูทสีเทา เข้ากับทรงผมจัดทรงเนี้ยบของเขาที่กำลังยืนพิงรถหรูอยู่ ไม่ว่าจะมองเขากี่ที ก็ยังคงตกหลุมรักแฟนหนุ่มคนนี้เหมือนวันแรกที่คบกัน นี่สินะที่แรกว่าวาสนา
"เชิญขึ้นรถครับคนสวย"
ชายหนุ่มส่งยิ้มหวานพร้อมเปิดประตูให้แฟนสาวขึ้นรถ ความเอาใจใส่ของเขายังคงเสมอต้นเสมอปลาย นี้เป็สิ่งที่เขาทำให้หัวใจของอิงอิงถูกเขาแต่เพียงผู้เดียวตลอดมา
“วันนี้นนท์จะพาอิงไปที่ไหนคะ”
“เอ่อ…ที่จริงผมตั้งใจจะพาคุณไปดินเนอร์ แต่ว่าตอนที่ผมมาถึงที่นี่ลูกค้าก็นัดผมกระทันหัน เค้าเป็ลูกค้ารายใหญ่ของเรา ถ้าคุณไม่ว่าอะไรผมไปส่งคุณที่บ้านก่อนแล้วเราไปฉลองกันที่นั่นได้ไหมครับ ขอโทษนะที่รัก ผมปฏิเสธเขาไม่ได้จริงๆ"
นนท์ทำหน้ารู้สึกผิด ต่อแฟนสาว อิงอิงได้ยินอย่างนั้นก็นิ่งไปครู่หนึ่งทำเอาชายหนุ่มหน้าเสียจนคิดว่างานเข้าเสียแล้ว หญิงสาวอดขำไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าแบบนั้น เธอเข้าใจที่เหตุผลทั้งหมดเพียงแต่้าแกล้งเขาก็เท่านั้น แต่ทว่าเธอกลับสังเกตเห็นสีหน้าตึงเครียดของเขาที่มันมากขึ้นจนผิดปกติ หรือจะเล่นใหญ่ไปหรือเปล่า
"ได้ค่ะที่รัก ..อิงแค่แกล้งเองดูทำหน้าสิ วันนี้คุณดูเครียดๆ นะคะ"
"มีเื่นิดหน่อยครับ..แต่ผมไม่รู้จะบอกคุณยังไงดี"
นนท์มีสีหน้าที่ดูจริง และครุ่นคิดบางอย่าง คิ้วเขาเริ่มขมวดเป็ปมเข้าหากันเล็กน้อย
"มีอะไรบอกอิงได้นะคะ อิงรับฟังคุณได้นะ"เธอหันไปส่งยิ้มให้แฟนหนุ่มแฝงความอบอุ่นไปให้คนข้างๆ
"คือว่าผม...." ชายหนุ่มต้องใช้ความกล้าอย่างมากเพื่อจะบอกเธอในตอนนี้ อิงอิงรอฟังเขาอย่างตั้งใจ
"ผมขอโทษนะอิง...ผมคงคบกับคุณต่อไปไม่ได้แล้ว!"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงติดขัดกล้าๆ กลัวๆ ออกมา ทำให้อีกฝ่ายถึงกับนิ่งไปคล้ายกับว่าโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ...นี่มันอะไรเค้ากำลังล้อเล่นฉันกลับหรอ?
"อะไรนะ..คุณกำลังแกล้งฉันกลับหรอ"
"ผม...ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง"
'ฮึก! ชัดเจน ชัดเจนเสียจนเสียงที่ได้ยินมันกระแทกไปที่หน้าอก จุกแน่นไปหมดแทบหายใจไม่ออก จู่ๆ ตาก็ เริ่มแดงน้ำใสๆเอ่อออกมาจากเบ้าตาสองข้างอย่างช้าๆ เธอไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่เข้าใจในสิ่งเขาพูด แม้ยากที่ต้องยอมรับความจริงที่ได้ยิน
“คนนี้หรอคะที่ว่าลูกค้ารายใหญ่ที่คุณพูดถึง ผู้หญิงที่ท้องน่ะ!”
"ผมขอโทษนะอิง.. ผมขอโทษจริงๆ ที่ทำผิดต่อคุณ"
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ขณะที่หญิงสาวข้างๆ ตอนนี้กลับไม่พูดอะไรออกมามีเพียงน้ำตาอาบบนสองแก้มอย่างไม่ขาดสาย นี่มันเื่บ้าอะไรกัน เขาอุตสาห์กลับมาหาฉันในวันเกิดเพื่อจะบอกเื่นี้น่ะหรอ
"ั้แ่เมื่อไร...คุณแอบไปคบคนอื่นั้แ่เมื่อไร! ฮือๆ"
หญิงสาวเจ็บลึกจนกว่าจะเก็บอารมณ์ไหว เธอะโใส่หน้าเขาจนเขาใ นนท์กำพวงมาลัยรถแน่นประคองสติขับรถปากก็เอาแต่พร่ำขอโทษ
"ผมขอโทษอิง ผมขอโทษ"
"จอดรถเดี๋ยวนี้!"
เธอสั่งให้ชายหนุ่มหยุดรถทันที ขณะนี้เธอทั้งสับสนกับสิ่งที่เพิ่งได้ยินจากปากคนรักและไม่อาจยอมรับได้ ชายหนุ่มหยุดรถแล้วหันไปหาเธอทันที หวังอธิบายให้เธอเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น
"อิงผมไม่ได้รักเขาเลย เพียงแค่ว่าผมต้องรับผิดชอบเขา คนที่ผมรักคือคุณ"
"ถ้าคุณรักฉันคุณจะนอกใจฉันไปแอบคบชู้จนทำเขาท้องได้ยังไง ห๊ะ! นี่คือของขวัญที่คุณมอบให้ฉันหรอนนท์!"
ความเ็ปเกินบรรยายทำได้เพียงก้มหน้าร้องไห้อยู่อย่างนั้น บรรยากาศในรถในขณะนี้เต็มไปด้วยความขมขื่น ชายหนุ่มได้แต่นิ่งไป ไม่แม้แต่จะกล้าพูดอะไรออกมาอีก
"งั้นวันนี้ ฉันจะเป็คนไปเองอย่าได้เจอกันอีกเลย ไอ้คนเฮงซวย"
เธอเอื้อมมือไปปลดล็อกประตูรถ แล้วเปิดประตูออกจากรถไป ก้าวเท้าวิ่งไปตามริมถนนโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น หญิงสาวถอดรองเท้าส้นสูงของเธอถือไว้ในมือ ส่วนนนท์ทำได้เพียงขับรถตามเธออย่างช้าๆ อีกทั้งพยายามเรียกเธอ แต่เธอไม่แม้แต่จะสนใจเขา ไม่มีวันที่จะสนใจเขาอีกต่อไป รถบนท้องถนนที่ขับตามหลังเขามาคอยกดแตรไล่เขาอยู่เป็ระยะๆ ทำให้เขาเริ่มหงุดหงิด จึงทำให้เขาตัดใจขับรถจากเธอไปทิ้งเธอไว้ลำพัง
สองปี มันก็แค่ระยะเวลาคบกัน แต่ฉันกลับไม่เคยรู้เลยว่าความรักที่ฉันเคยได้จากเขาจริงๆ มีสักเวลาไหมที่เคยเป็จริงบ้างรึเปล่า เขามีคนอื่นขณะที่ฉันกลับโง่งมในรักอยู่ฝ่ายเดียว ความรู้สึกเจ็บแทบจะทนไม่ไหวนี้มันสาหัสที่สุดกับรักครั้งนี้
อิงอิงเดินเรื่อยๆ แบบไร้จุดหมาย ทันใดนั้นหยาดน้ำเย็นเฉียบก็ตกลงมากระทบบนแขนเธอ ทีละหยดสองหยด จากนั้นก็เริ่มร่วงล่นลงมาเม็ดใหญ่ขึ้นและเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ
" หึ เอาสิ!ขนาดฟ้ายังต้องหลั่งน้ำตาเป็เพื่อนฉันเลย ฉันนี้มันลูกรักพระเ้าซะจริง"
เธอยืนเงยหน้าแหงนมองฟ้า ปล่อยให้เม็ดฝนล่นลงมาอาบบนใบหน้าพร้อมทั้งอ้าแขนรับคำซ้ำเติมจาก์ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมากระหน่ำ ร่างกายเธอเปียกปอนไปทั้งตัว จากนั้นเธอก็ทรุดตัวนั่งลงริมถนนอย่างคนสิ้นหวัง
เหมี้ยว เหมี้ยว~
เสียงแมวตัวกลมทำให้เธอหยุดร้องไห้ เ้าตัวกลมสีขาวนวลดั่งปุยนุ่นเวลานี้เปียกฝนจนขนจับกับเป็กระจุกๆ เดินตรงมาหาเธอที่นั่งอยู่ แต่น่าแปลกที่มันไม่กลัวคนเลยสักนิดอีกทั้งยังเป็มิตร
"เ้าเหมียว หลงทางมาเหรอ เปียกไปหมดแล้ว"
เธอลูบหัวเ้าแมวเหมียวเบาๆ พรางปลอบใจ ก่อนที่จะสังเกตเห็นว่าในปากเ้าแมวตัวนี้คาบแหวนสีเขียวอ่อนไว้ที่ปากของมัน
"เ้าเหมียวไปเอาแหวนที่ไหนมาละเรา"
เหมือนเ้าเหมียวจะรู้ความ มันคายแหวนในปากวางไว้ข้างๆ เท้าของอิงอิงที่นั่งชันเข่าอยู่ในขณะที่ฝนเริ่มซาลงมากแล้ว ฟ้าก็เริ่มมืดลงท่ามกลางรถสัญจรไปมามีหนึ่งคนกับหนึ่งแมวนั่งอยู่ริมถนน
"หือ ให้พี่หรอ"
เธอหยิบขึ้นมาดูอย่างสงสัย จึงพบว่าเป็แหวนหยกเขียวอ่อน ไม่มีลวดลาย เกลี้ยงเกลาเงาวับ สวยสะดุดตามองดีๆ นี่มันน่าจะเป็ของมีมูลค่าใช้ได้เลย อิงอิงกำลังจะส่งแหวนคืนให้เ้าเหมียวเกิดเป็ของคนอื่นเก็บไว้จะซวยเอาได้ พอหันไปเ้าขนฟูตัวนั้นก็วิ่งหายไปในโพรงหญ้าข้างริมทางเสียแล้ว เธอจึงลุกขึ้นกวาดตา มองหาอีกครั้งแต่ก็ไม่เจอ ซวยแล้วเขาจะหาว่าขโมยลักของโจรไหม ตอนนี้แทบลืมไปเลยว่าอกหัก
"แล้วจะหาเ้าของแหวนได้ที่ไหนล่ะ...งั้นก็เก็บไว้ก่อนละกัน"
เธอไม่รู้จะเก็บไว้ที่ไหน หากใส่กระเป๋าไว้ก็ก็กลัวจะทำหาย จึงลองสวมแหวนเข้ากับนิ้วนางของเธอเอาไว้แล้วก็เหมาะนิ้วของเธอพอดี
'เสียดายที่ฉันไม่มีโอกาสได้สวมแหวนแต่งงานนิ้วนี้อีกแล้ว คิดแล้วก็ก็ปวดใจ ช่างเถอะคิดซะว่าแหวนนี่เป็ของขวัญวันเกิดชั่วคราวก็แล้วกัน จนกว่าจะเจอเ้าของแหวนค่อยคืน
แต่แล้วทันใดนั้นเธอก็ต้องประหลาดใจ ครั้นเมื่อแหวนหยกที่เคยเกลี้ยงเกลา ในเวลานี้กลับมีตัวหนังสือสีแดงเปล่งแสงประกาย เป็อักษรจีนปรากฏขึ้นมา 永远"ตลอดไป ห
'ยังดีที่มีความรู้ภาษาจีนอยู่บ้าง อาจเป็เพราะฉันชอบดูซีรีส์จีนโบราณ..ก็พอใช้ประโยชน์ได้บ้างล่ะ'
ครึ่น เปรี้ยง!!!
เสียงท้องฟ้า ดังสนั่นพร้อมกับทอดสายฟ้าฟาดลงมาที่ร่างของเธอ และแล้วร่างบางก็ทิ้งตัวลงพื้นอย่างไปอย่างกะทันหันอีกทั้งเริ่มชาไปทั่วร่าง จนไร้เรี่ยวแรง สติที่เคยมีครบบัดนี้สูญสิ้นหญิงสาวนอนนิ่งท่ามกลางสายฝนโปรยปรายอย่างไม่ขาดสายภาพสุดท้ายที่องเห็นมีเพีงแหวนหยกบนนิ้วนางของเธอที่ยังคงเปล่งแสงสีแดงชาด
'ดั่งโลกนี้มืดมิดไปในพริบตาเดียว ฉันเหมือนกำลังล่องลอยไร้ตัวตน ไม่มีความเ็ป ไม่มีความหนักอึ้ง คล้ายกับว่าฉันไร้น้ำหนักถ่วงไว้ นี่เกิดอะไรขึ้น ฉันเหมือนกำลังอยู่ในภวังอันมืดมิด หรือฉันกำลังจะตายอย่างนั้นหรอ ์นี่ทำกันเกินไปแล้วนะ'
--------------------------------
**ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ คอมเม้นติชมกันได้น้า
****นิยาย เริ่มติดเหรียญตอนที่5นะงับ**
">