ความเย็นสายหนึ่งแล่นปราดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจของมู่อันหราน หากปะติดปะต่อเื่ราวเหล่านี้ให้ดี การฝึกดาบ ยิงธนู แยกแยะพิษ นี่มันคือการฝึกฝนนักฆ่าชัดๆ!
ในหัวของนางพลันปรากฏใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเกียจคร้านของโจวเหยียนขึ้นมาทันที เหวินอ๋องผู้ถูกขนานนามว่าเป็อ๋องเสเพลที่วันๆ เอาแต่ลุ่มหลงในกามรมณ์และสุราเมรัย จนเป็ที่ระอาของเหล่าขุนนางในราชสำนักนั้นอาจไม่ใช่เื่จริง
สิ่งที่ทุกคนเห็น เป็เพียงหน้ากากที่เขาจงใจสวมไว้เท่านั้น!
เขาชุบเลี้ยงกองกำลังลับและคนเก่งกาจไว้ภายใต้ม่านแห่งความสำราญเพื่อสิ่งใดกันแน่? แล้วเหตุใดนางถึงได้กลายเป็หนึ่งในตัวเลือกนั้น?
สัญชาตญาณเอาตัวรอดเตือนให้นางรู้ว่า นางไม่มีทางเลือกอื่น หากปฏิเสธในตอนนี้ กู้ซานคงไม่ปล่อยให้นางที่มีความลับของเขาเดินกลับออกไปอย่างมีลมหายใจ ร่างของนางอาจกลายเป็เพียงปุ๋ยในทุ่งนาแห่งนี้ไปตลอดกาล
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ข้ายินดีรับโอกาสนี้ไว้"
…
หลังจากกู้ซานจากไป ป้าเฉียวและป้าหลันก็ยกอาหารมากินร่วมกับนางอย่างมีน้ำใจ พอกินอิ่มแล้วทั้งสองก็ยังอาสามาช่วยทายาลงบนรอยแผลที่ข้อมือและขาของนางอีกด้วย
“พิษจากอสรพิษแดนใต้วิ่งเข้าสู่หัวใจรวดเร็วนัก ดีที่เ้าได้รับยาถอนพิษทันเวลา แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องใช้หญ้าสีเืผสมกับรากดินดำเพื่อสมานเนื้อที่กำลังจะตาย ไม่อย่างนั้นขาเ้าได้เน่าเปื่อยจนต้องตัดทิ้งแน่” ป้าเฉียวเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยนขณะป้ายยาสีคล้ำที่เหนียวและข้นลงบนาแของนาง
มู่อันหรานลอบมองใบหน้าของสตรีอายุราวห้าสิบปีตรงหน้าพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หญิงชาวบ้านธรรมดาจะรู้เื่สมุนไพรได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
นางค่อนข้างมั่นใจว่าท่านป้าทั้งสองย่อมไม่เป็เพียงชาวบ้านทั่วไปแน่ เพราะยามที่ปลายนิ้วหยาบกร้านของป้าเฉียวกดลงบนาแ นางกลับรู้สึกได้ถึงจังหวะการลงน้ำหนักที่แม่นยำ ราวกับอีกฝ่ายกำลังลอบตรวจชีพจรของนาง เช่นเดียวกับที่ท่านหมอประจำตระกูลมู่เคยทำไม่มีผิด
และในวันต่อๆ มา เมื่อิัที่เคยบวมเป่งเริ่มยุบตัวลงด้วยสรรพคุณของยาดี มู่อันหรานจึงเริ่มมีเรี่ยวแรงพอที่จะเดินสำรวจไปรอบเรือนไม้หลังเล็กแห่งนี้
นางพบว่านอกจากพืชผักสวนครัวที่ปลูกไว้กินเองรอบเรือนแล้ว แทบทุกตารางนิ้วไม่ว่าจะเป็ในร่มหรือกลางแจ้ง ท่านป้าทั้งสองยังปลูกสมุนไพรไว้อีกหลายชนิด ซึ่งพวกนางก็ดูจะมีน้ำใจต่อนางไม่น้อย เพราะมักจะพานางเดินไปดูและคอยกำชับให้จดจำชื่อรวมถึงลักษณะพิเศษของพวกมันอยู่เสมอ
ผ่านไปสามเดือน ร่างกายที่เคยทรุดโทรมของนางก็ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวเริ่มกลับมามีเืฝาดสดใส ร่างกายที่เคยผอมแห้งจนเห็นซี่โครงกลับดูแข็งแรงและดูสมส่วนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
และในเช้าวันหนึ่ง กู้วั่งก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับบรรยากาศอึมครึมจนน่าขนลุก
เขาไม่ได้ถือล่วมยาหรือเตรียมตำรามาสอนอย่างที่นางคิดไว้ แต่กลับเดินตัวเปล่ามาเฉยๆ และเริ่มพูดคุยกับนางโดยไม่รอให้นางทักทายหรือขอบคุณที่เขาเคยช่วยชีวิตนางในคราวนั้นก่อนเสียด้วยซ้ำ
“ข้าไม่มีเวลามานั่งพูดคุยไร้สาระกับเ้า” กู้วั่งกล่าวพลางล้วงขวดกระเบื้องใบเล็กออกมาจากอกเสื้อ
“บทเรียนของข้ามีเพียงอย่างเดียว คือการเอาตัวรอด”
สิ้นคำ เขาก็โรยผงสีแดงในขวดใส่แขนของนางอย่างรวดเร็ว!
เด็กสาวสะดุ้งสุดตัว เพียงไม่กี่อึดใจนางก็กรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปสุดขีด ยามนี้ิับริเวณนั้นร้อนจัดราวกับถูกถ่านไฟลามเลีย ก่อนจะเปลี่ยนเป็ความรู้สึกเหมือนเข็มพันเล่มรุมทิ่มแทงลงบนแขนจนแทบทนไม่ไหว
นางหันไปทางท่านป้าทั้งสองเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่กลับพบว่าทั้งคู่ทำเพียงส่งยิ้มกลับมาให้นาง
“พิษชนิดนี้เรียกว่า ‘เพลิงเหมันต์’ อาการเวลาถูกพิษเป็อย่างไรเ้าคงรู้แล้วสินะ! ในเรือนมีสมุนไพรที่แก้พิษชนิดนี้ได้ จัดการตัวเองเสีย!"
กู้วั่งเก็บขวดนั้นกลับไปอย่างระมัดระวัง แล้วหลับตาลงนั่งพิงฝาเรือนอย่างไม่ใยดี ทิ้งให้นางดิ้นรนกับความเ็ปเพียงลำพัง
มู่อันหรานกัดริมฝีปากจนห้อเื เข้าใจวิธีสอนอันโหดร้ายของกู้วั่งอย่างแจ่มแจ้ง นางรีบก้าวออกไปท่ามกลางดงสมุนไพรที่นางเคยเดินดูพร้อมกับท่านป้าทั้งสอง
“ผักเบี้ยหิน... ไม่ใช่ หญ้าถอดปล้อง? ก็ไม่น่าจะใช่” นางควานหาสมุนไพรแก้พิษไปรอบเรือน ความเ็ปแสบร้อนทำให้นางเกือบจะคุมสติเอาไว้ไม่ได้
ในที่สุด สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นว่านเขี้ยวพยัคฆ์ ที่มีสรรพคุณลดอาการแสบร้อนจากการถูกไฟลวกได้ นางไม่รอช้า รีบเด็ดใบของมันมาใส่ปากเคี้ยวอย่างรวดเร็ว รสชาติขมฝาดและเมือกเหนียวทำให้หน้านางบิดเบี้ยว ครู่หนึ่งก็รีบคายมันออกมาพอกลงบนิัที่เริ่มขึ้นรอยแดงจัดทันที
กู้วั่งที่ลอบมองอยู่ เผยความพึงใจผ่านทางสายตาที่นางหาสมุนไพรแก้พิษเจอได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ แต่เพียงครู่เดียวเขาก็กลับมาหลับตานั่งนิ่งราวรูปปั้นหินดังเดิม
เมื่อเวลาผ่านไป บทเรียนของกู้วั่งก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นางต้องถูกทั้งเข็มอาบยาพิษ สูดดมควันพิษ และถูกแมลงร้ายกัดต่อยซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าความเ็ปเ่าั้กลับทำให้นางจดจำลักษณะของสมุนไพรแต่ละชนิดได้แม่นยำยิ่งกว่าการอ่านจากตำราใด ๆ
บทเรียนแลกชีวิตดำเนินไปจนมู่อันหรานสามารถจำแนกสมุนไพรรอบเรือนได้ทุกต้น นางจดจำได้ขึ้นใจว่าพืชชนิดใดใช้ช่วยชีวิต หรือชนิดใดที่ปลิดชีพผู้คนได้เพียงปลายนิ้วัั
เมื่อพื้นที่รอบเรือนไม่มีสิ่งใดให้ต้องเรียนรู้อีก ป้าเฉียวและป้าหลันจึงพานางมุ่งหน้าสู่เทือกเขาสูงสลับซับซ้อนที่เร้นลับยิ่งกว่าเดิม
“ที่เรือนนั้นเป็เพียงบทเริ่มต้น บนเทือกเขานี่ต่างหาก คือคลังสมุนไพรของจริง” ป้าหลันเอ่ยพลางใช้มีดพร้าถากถางกิ่งไม้ที่ขวางทางออกอย่างคล่องแคล่ว
“ไหวหรือไม่ หากไม่ไหวก็พักก่อนเถิด กู้วั่งไม่ได้ตามมาเร่งรัดเ้าเสียหน่อย” ป้าเฉียวหันมาถามพลางส่งยิ้มอ่อนโยนให้ แต่จังหวะการเดินของนางยังคงมั่นคง ลมหายใจราบเรียบสม่ำเสมอราวกับกำลังเดินอยู่บนพื้นราบ
นางเพิ่งสังเกตว่า ไม่ใช่แค่ลมหายใจที่ราบเรียบ แต่ทุกย่างก้าวที่พวกนางเหยียบลงบนใบไม้แห้งกลับไร้ซึ่งสุ้มเสียง ทั้งยังก้าวข้ามโขดหินสูงชันได้คล่องแคล่วราวกับร่างนั้นไร้น้ำหนัก ท่วงท่าที่มั่นคงและเงียบกริบเช่นนี้ย่อมไม่ใช่พละกำลังของหญิงชาวบ้านทั่วไป แต่เป็ลักษณะของผู้ที่ถูกฝึกฝนมาเป็อย่างดี
หัวใจของเด็กสาวกระตุกวูบ นางตระหนักได้ทันทีว่าสตรีทั้งสองน่าจะเคยเป็ศิษย์ที่กู้วั่งเคี่ยวเข็ญเื่สมุนไพรมาก่อน และผ่านการฝึกฝนร่างกายจากกู้ซานมาอย่างเหี้ยมโหดไม่ผิดแน่
บางทีในจวนอ๋องอันกว้างใหญ่นั้น อาจมีอาวุธที่ถูกซ่อนไว้ในคราบของคนครัวหรือบ่าวรับใช้เช่นท่านป้าทั้งสองอีกนับไม่ถ้วน
…
ในขณะที่การเรียนรู้เื่พิษดำเนินไปอย่างเข้มข้น การสอนของกู้ซานกลับเป็ไปอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ เขาไม่ได้มาบ่อยนัก เพราะมู่อันหรานมักจะอ่อนแอลงอยู่บ่อยครั้งจากวิธีการสอนอันเหี้ยมโหดของกู้วั่ง
เมื่อใดที่ร่างกายนางเริ่มฟื้นตัวและพอมีเรี่ยวแรง กู้ซานจะปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับดาบและธนูเพื่อเคี่ยวเข็ญนาง ทว่าผลลัพธ์กลับไม่เคยเป็ที่น่าพอใจสำหรับเขาเลยสักครั้ง
ไม่ว่านางจะตั้งใจเพียงใด แต่ดาบในมือนางนั้นดูไร้น้ำหนักและลูกธนูก็มักจะพลาดเป้าเสมอ
ในที่สุด กู้ซานก็ต้องถอนหายใจยาวพลางเก็บดาบเข้าฝักด้วยแววตาสมเพชระคนอ่อนใจ
“พอเถอะ... เ้าอย่าได้หวังจะเอาดีทางทักษะการต่อสู้ให้ลำบากเปล่าเลย ร่างกายของเ้าไม่เอื้ออำนวยถึงขั้นนั้น”
เด็กสาวรู้สึกเสียดายอยู่ลึก ๆ ที่จนแล้วจนรอดนางก็ไม่สามารถแข็งแกร่งในด้านการต่อสู้ได้อย่างใจหวัง แต่นางก็ไม่ได้ท้อแท้
แม้จะไม่มีพละกำลังไปหักหาญกับใครด้วยอาวุธ แต่วิชาพิษที่แลกมาด้วยความเ็ปตลอดหลายเดือนนี้ อย่างน้อยก็เป็เขี้ยวเล็บที่ช่วยให้คนอ่อนแอเช่นนางพอจะรักษาชีวิตตนเองได้
นางอาจจะไม่ใช่คนแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ใช่เหยื่อที่จะถูกใครรังแกได้ง่ายๆ อีกต่อไป