ตอนที่ 6 ความลุ่มหลงยามค่ำคืน
เมื่ออยู่กันตามลำพังเพียงสองคน ประจวบกับคำหยอกเย้าทิ้งทวนของหลานซีเมื่อครู่ ส่งผลให้บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด นวลแก้มของหลานฉิงซับสีเลือดฝาดแดงระเรื่อ ต่างฝ่ายต่างเก้อเขินจนไม่อาจเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาได้
อาซานมองไหล่บางที่สั่นสะท้านน้อย ๆ ของหญิงสาว จึงตัดสินใจเอ่ยถามขึ้นเพื่อทำลายความเงียบอันชวนกระอักกระอ่วน
“หลานฉิง…แถบนี้มีกลุ่มโจรชั่วออกระรานมากเชียวหรือ?”
หลานฉิงเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับเขา นัยน์ตาฉายแววหม่นหมองลงเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ พลันตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เจ้าค่ะ…แต่เดิมหมู่บ้านแห่งนี้เคยคึกคักและเจริญรุ่งเรืองกว่านี้มาก ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีกลุ่มโจรชั่วซุ่มตั้งค่ายกบดานอยู่ใกล้ ๆ หมู่บ้าน พวกมันออกปล้นชิงและฆ่าฟันผู้คนอยู่บ่อยครั้ง การเดินทางเข้าออกจึงเต็มไปด้วยอันตราย การค้าขายก็ซบเซาตกต่ำลงเรื่อย ๆ ยามนี้ทุกคนในหมู่บ้านจึงต้องร่วมมือกัน พยายามหาวิธีกำจัดพวกกลุ่มโจรให้ได้…”
อาซานฟังคำบอกเล่าด้วยนัยน์ตาคมกริบ ความรู้สึกอยากปกป้องสองพี่น้องก่อตัวขึ้นในอก เขาจ้องมองนางด้วยสายตาจริงจังพลันเอ่ยขึ้น
“หากบาดแผลที่ไหล่ของข้าหายดีเมื่อใด…ข้าจะช่วยพวกเจ้ากำจัดพวกมันอีกแรง”
หลานฉิงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตานวลผ่องสุกใสฉายแววซาบซึ้งใจ นางยกยิ้มหวานตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ขอบพระคุณท่านอาซานยิ่งนักเจ้าค่ะ…”
หญิงสาวขยับเข้ามาใกล้ ยื่นมือเรียวนุ่มไปตรวจเช็กบาดแผลและผ้าพันแผลบนไหล่เขาอีกครั้งด้วยความเบามือ เมื่อเห็นว่าไม่มีเลือดซึมออกมาอีก นางจึงผินหน้ามองเขาพลันเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“บาดแผลเริ่มทรงตัวแล้ว…คืนนี้ท่านอาซานรีบผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพักผ่อนเถิดนะเจ้าคะ ข้าขอตัวกลับห้องก่อน”
“อืม…ขอบใจเจ้ามาก”
หลานฉิงส่งสายตาอบอุ่นให้เขาอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอนของนางไป
ภายในห้องกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกหน
อาซานปลดกางเกงผ้าขาดวิ่นและผ้าพันอกชิ้นเก่าออก นำชุดผ้าเนื้อดีผืนใหม่ที่หลานฉิงจัดหาไว้ให้มาคลี่ออกแล้วสวมใส่เข้ากับเรือนร่างกำยำ ชุดจอมยุทธ์เนื้อนุ่มกระชับเข้ากับกล้ามเนื้อแน่นหนั่นของเขาได้อย่างพอดีราวกับจับวาง
ชายหนุ่มก้มมองตัวเองในชุดจอมยุทธ์ผืนใหม่ พลันยิ้มมุมปากอย่างภาคภูมิใจ
“จากพระเอกหนังโป๊ที่ใส่ชุดจอมยุทธ์จำลองอยู่ในกองถ่าย…ตอนนี้ได้มาใส่ของจริงแล้ว”
อาซานล้มตัวลงนอนบนม้านั่งยาวในเรือนไม้ สัมผัสความอบอุ่นและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสมุนไพรที่อบอวล ชายหนุ่มหลับตาลงอย่างช้า ๆ พลันปล่อยให้สติค่อย ๆ ดำเนินเข้าสู่ห้วงนิทรา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะมาถึงในวันพรุ่งนี้
ยามตกดึกกลางคิมหันตฤดู บรรยากาศรอบเรือนไม้เงียบสงัด ทว่าหลานฉิงที่เอนกายอยู่บนเตียงนอนกลับไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ นางพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมาอยู่อย่างนั้น นัยน์ตานวลผ่องเหม่อมองแสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านทิวไม้เข้ามาทางหน้าต่าง
ในหัวสมองของหญิงสาวเอาแต่นึกถึงใบหน้าคมคายหล่อเหลาของอาซาน สัมผัสจากฝ่ามือหนาอันอบอุ่นที่เคยลูบไล้เฟ้นคลึงบนเรือนร่างของนางริมลำธารย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำอย่างเด่นชัด สัมผัสอันแนบแน่นและวาบหวามนั้น ปลุกกระแสความร้อนผ่าวในกายให้พุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่อาจยับยั้ง
มือน้อย ๆ ที่สั่นสะท้านค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมาลูบไล้ผิวกายเนียนนุ่มของตนเองอย่างช้า ๆ นางปลดพันธนาการเสื้อผ้าออกเบา ๆ เผยทรวงอกอวบอิ่มชูชันต้านแสงจันทร์ ฝ่ามือเรียวช้อนเกร็งบีบเค้นเนินอกของตนเองตามความปรารถนาที่คุกรุ่น ปลายนิ้วสะกิดผ่านยอดปทุมถันจนแข็งชูชัน สัมผัสสยิวส่งผลให้นางต้องแหงนพักตร์ส่งเสียงครางหวานแผ่วเบาออกมาในความเงียบ
“อืม…ท่าน…อาซาน…อือ”
ริมฝีปากอิ่มพร่ำเพ้อเรียกร้องหาชายผู้ที่ช่วยชีวิตนางไว้ มือน้อยสั่นระริกเคลื่อนต่ำลงตามสัญชาตญาณ นิ้วเรียวยาวลูบไล้ผ่านเนินบุปผาอันนุ่มนวลซึ่งยามนี้ฉ่ำชุ่มไปด้วยน้ำหวานแห่งความใคร่ นางใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางถูไถวนเวียนสะกิดยอดเกสรเบา ๆ จนร่างกระตุกเกร็งด้วยความเสียวซ่าน
“อ๊ะ…ฮาก…อาา”
หลานฉิงอ้าปากสูดลมหายใจหอบกระหืดกระหอบ ก่อนจะค่อย ๆ กดสอดใส่นิ้วเรียวเข้าไปภายในร่องรักอันอบอุ่น
“ซึ่บ…แจ๊ะ…”
ความชุ่มชื้นเนืองนองส่งเสียงสัมผัสหวานฉ่ำดังแว่วในความเงียบ หลานฉิงครางกระสันเสียงหลงเมื่อความหนาแน่นภายในรัดนิ้วมือของตนเอง นางเริ่มขยับชักนิ้วเข้าออกอย่างเชื่องช้า ก่อนจะค่อย ๆ เร่งจังหวะบดเบียดเน้นย้ำจุดเร้นรักภายในอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น!
“แจ๊ะ…แจ๊ะ…แจ๊ะ…”
“อ๊าส์…อ๊ะ!…ท่านอาซาน…อาซาน…
ข้า…ข้าไม่ไหวแล้ววว…”
นิ้วเรียวสอดใส่เร่งจังหวะชักเข้าออกอย่างถี่กระชั้น มืออีกข้างบีบเค้นทรวงอกไปพร้อมกัน ร่างนางเกร็งสะท้าน แอ่นอกและสะโพกขึ้นรับความซ่านสยิว ก่อนที่ความใคร่อันบริสุทธิ์จะแตกพร่า ปลดปล่อยน้ำหวานฉ่ำทะลักออกมาท่วมท้นปลายนิ้ว
“อ๊ายยยย!…”
หลานฉิงส่งเสียงครางหวานหู ก่อนจะทอดกายทรุดลงบนเตียงนอนอย่างอ่อนแรง ลมหายใจหอบถี่ค่อย ๆ กลับคืนสู่ความราบเรียบ นวลแก้มใสซับสีเลือดฝาดแดงก่ำ ผิวกายผุดเหงื่อกาฬเม็ดเล็ก ๆ สะท้อนแสงจันทร์ รอยยิ้มเปี่ยมสุขปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก ก่อนที่นางจะค่อย ๆ หลับตาลง ทอดถอนกายเข้าสู่ห้วงนิทราอันหวานซ่านตลอดทั้งคืน…