“ถ้าอย่างนั้น...ลองฝึกตามเคล็ดวิชาหล่อกายาเพลิงอสูรก่อนดีกว่า” หยางโฮ้วเก็บดาบงามสีทองแดงลงไปก่อนที่จะนั่งลงขัดขาตั้งสมาธิปิดเปลือกตาเพื่อเตรียมตัวสำหรับการฝึกพลังใน่เวลาต่อไป
ภายในห้องที่มืดสนิทก่อเกิดเปลวเพลิงสีทองศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ขยายความร้อนแรงไปทั่วมวลอากาศสั่นคลอนเป็ระลอก เกิดเป็ความลึกลับยากจะหยั่งถึง
ลมปราณโดยรอบหมุนเวียนเปลี่ยนผันภายในห้องเต็มไปด้วยเส้นสายพลังที่รุนแรงราวกับมีเตาหลอมที่กำลังลุกโซนโหมไหม้อยู่ภายใน
เงาร่างของหยางโฮ้วกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในห้องเปลือกตาทั้งสองข้างปิดสนิท ที่ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ…
เปลวเพลิงที่กำลังอาบไร้ทั่วกายของเขากำลังคอยดูดกลืนพลังฟ้าดินบริสุทธิ์โดยรอบ เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่ง
ร่างกายของหยางโฮ้วดูเหมือนจะเริ่มแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างพึงพอใจความรู้สึกที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ช่างทำให้เขารู้สึกดีจริง ๆ
ชั่วพริบตาเวลาก็ผ่านพ้นไปถึงห้าวันดวงตาที่ปิดสนิทค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น เปลวไฟที่โหมไหม้ค่อย ๆ มอบดับ ซึมหายสู่ผิวกายกล้ามเนื้อที่เคยอ่อนแอ ตอนนี้มันแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มุมปากยกยิ้มยินดีเวลาเพียงไม่กี่วันก็ััได้ถึงความแข็งแกร่งที่ก้าวะโไปอีกขั้น
“อีกเพียงแค่สิบวัน สำนักไท้ซานก็จะเปิดรับสมัครศิษย์ใหม่แล้วสินะสามวันหลังจากนี้ก็คงจะเป็วันลงชื่อสมัครและข้าจะต้องผ่านการคัดเลือกนี้จากผู้คนที่ไปสมัครนับไม่ถ้วนให้จงได้!” หยางโฮ้วกระชับฝ่ามือแน่น“แต่ในตอนนี้ข้าควรหาเือสูรเพิ่มเสียก่อน หากฝึกเฉกเช่นคนทั่วไปพลังข้าคงไปไม่ถึงไหนแน่!”
หยางโฮ้วไม่รีบร้อนเขาใช้เวลาต่อจากนี้อีกเพียงน้อยนิดเพื่ออาบน้ำชำระกาย และสวมอาภรณ์สีขาวสะอาดเส้นผมสะบัดพลิ้ว เต็มไปด้วยท่วงท่าสง่างาม
“ดาบบังตอเล่มนี้จะมีมูลค่าสูงเทียบเท่ากระบี่ขัดเล็บเล่มนั้นไหมนะ” หยางโฮ้วลูบคางอย่างขบคิดแววตาฉายแสงประกายขึ้นอย่างมีความหวัง
เขาคาดเดาว่า...พ่อของเขาคงกังวลว่าหากอาวุธเหล่านี้ออกไปสู่สายตาคนภายนอก อาจจะทำให้ผู้คนอิจฉาตาร้อนได้ดังนั้นจึงไม่ยอมให้เขานำมันออกไป แม้ว่าที่อยู่อาศัยของพวกเขาจะไม่สู้ดีนัก แต่เื่อาหารการกินนั้นถือว่าไม่ได้ย่ำแย่อีกทั้งพวกเขาก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับวัตถุนอกกาย
“คงอีกพักใหญ่กว่าท่านพ่อจะกลับมาจากเหมืองเมื่อถึงตอนนั้นก็ค่อยถามเขาก็แล้วกัน ว่าเขาได้หลอมสร้างอาวุธเหล่านี้ขึ้นมาเองหรือไม่แล้วเค้าไปหาวัตถุดิบสำหรับหลอมสร้างมาจากที่ใด
หยางโฮ้วปิดประตูบ้านแล้วหันกายเดินก้าวออกไปอย่างสง่างาม“คงต้องไปลองดูที่ร้านค้าสมบัติก่อนสินะ”…
ณใจกลางเมือง หยางโฮ้วหดั์ตาแคบจ้องมองไปยังร้านค้าสมบัติที่ยิ่งใหญ่เบื้องหน้าคนที่กล้าเข้าไปมีไม่มากเท่าไหร่ คงเป็เพราะสิ่งของภายในร้านค้าล้วนแต่มีมูลค่าที่สูงลิ่วซึ่งนี่ก็เป็ครั้งแรกที่เขามาที่นี่เช่นกัน
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกพลางเดินเข้าไปในร้านด้วยท่าทีนิ่งสงบแต่ด้วยการต้องมาพบเจอกับสถานการณ์ใหม่ ๆมันทำให้หัวใจของเขาเริ่มเต้นระรัวขึ้นมาอย่างฉับพลันแต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงรักษาท่าที และก้าวเดินต่อไปอย่างสุขุม
ภายในร้านเป็ห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีขนาดราวๆ หนึ่งพันตารางเมตร บนกำแพงโดยรอบ ประดับตกแต่งด้วย ของล้ำค่าที่ส่องแสงแวววาว บนชั้นวางเต็มไปด้วยสิ่งของต่างๆ ที่สุดแสนล้ำค่า ภายในนี้มีคนจำนวนไม่น้อยที่กำลังพูดคุยชี้แนะกันดูแล้วครึกครื้นเป็อย่างมาก
“มีของล้ำค่าเยอะมากจริงๆ สมแล้วที่เป็คลังสมบัติ!”เขาจ้องมองของล้ำค่าเ่าั้ด้วยตาระยิบ
หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งได้หันมาพบเข้ากับหยางโฮ้วที่เอาแต่จ้องมองของล้ำค่าภายในนางจึงเร่งรีบเข้ามาต้อนรับ นางยิ้มและเอ่ยเสียงหวานออกมา “คุณชายท่าน้าของล้ำค่าชิ้นใดหรือเ้าคะ?”
ในใจนางเกิดความสงสัย…ความจริงแล้วนางล้วนแต่รู้จักมักจี๋กับเหลาคุณชายภายในเมืองทุกคนแต่ทว่าคุณชายท่านนี้นางพึ่งจะได้พบเป็ครั้งแรกไม่รู้ว่าท่านผู้นี้เดินทางมาจากที่ใดกัน…