ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ตอนที่ 57 เหนือฟ้ายังมีฟ้า

    เฉินเซี่ยงเดินตรงไปยังชายชราที่เป็นประธานในการจัดงานประลองในครั้งนี้แล้วกล่าวถาม “ข้าเป็นผู้ชนะในงานประลองครั้งนี้ เช่นนั้น...ข้าสมควรได้รับรางวัลตอนนี้หรือไม่?”


    ใบหน้าของชายชราปรากฏท่าทางไร้อำนาจ เขากล่าว “ข้าเป็นเพียงแค่ประธานในงานประลองครั้งนี้ แต่ข้ามิใช่ผู้มอบรางวัล เม็ดยาพื้นฐานแท้จริงจะถูกแจกจ่ายโดยนิกายผู้ฝึกตน และเจ้าจะได้รับมันหากเจ้าผ่านการประเมินของพวกเขา”


    เศษเสี้ยวรอยยิ้มประกายผ่านใบหน้าเฉินเซี่ยง แม้มันจะดูเจริญหูเจริญตา แต่ชายชรายังรู้สึกถึงความกลัวบางอย่างที่ทำให้เขาขนลุก มันเกิดขึ้นเพียงไม่นาน ปราณสังหารแทรกซึมลงลึกถึงร่างกายและจิตวิญญาณอย่างลับๆ ทำให้เขารู้สึกถึงความตายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม


    ความเป็นจริงแล้ว ก่อนหน้านี้เฉินเซี่ยงโกรธเกรี้ยวอย่างมาก จนกระทั่งเขาเผลอปล่อยปราณสังหารจำนวนมากออกไป ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสิ้นสุดงานประลอง เขารู้ว่ามันถูกควบคุมโดยผู้อื่น แม้แต่ผู้ชนะก็ยังยากที่จะได้รับเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง


    แต่ทันใดนั้น เฉินฟู่หลงปรากฏตัวขึ้น มันคือหนึ่งในผู้อาวุโสตระกูลเฉิน เนื่องด้วยมันต้องการประจบประแจงตระกูลเหยา มันจึงต้องการกีดกันตระกูลของมัน มิหนำซ้ำยังทำร้ายผู้นำตระกูลของมันเอง!


    ก่อนหน้านี้ เมื่อตอนที่มันทำร้ายเฉินเทียนหู่ ทั่วทั้งตระกูลเฉินไม่ว่าจะมีตำแหน่งน้อยหรือใหญ่ต่างไม่มีใครยอมรับมันเป็นหนึ่งในพวกพ้อง


    ผู้ที่ติดตามเฉินฟู่หลงคือบุรุษผู้มีผิวพรรณงดงามละเอียดอ่อน ท่วงท่าของมันยังดูสง่างามและมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก แต่นั่นยังไม่รวมถึงปราณแท้จริงที่บริสุทธิ์ของมัน อาจกล่าวได้ว่า ปราณแท้จริงของนักสู้ผู้นี้ทั้งดูมีชีวิตชีวาจนน่าอัศจรรย์ใจทั้งบริสุทธิ์อย่างมาก


    “เฉินเซี่ยง ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเปิดกิจการตึกราชาเม็ดยาจนสำเร็จ แล้วอีกอย่าง เจ้ายังทำร้ายศิษย์ใหม่ของข้าอีกด้วย...”


    อาจารย์ของเหยาฉง แท้จริงแล้วคือเฉินฟู่หลง!


    “หุบปาก ไอ้คนทรยศ! เจ้าไม่ใช่ส่วนหนึ่งของตระกูลเฉินเรา และสิ่งที่ข้าอยากจะทำล้วนเป็นธุระของข้า มิใช่เจ้า! เหตุใดตึกราชาเม็ดยาของข้าต้องได้รับคำยินยอมจากหมาแก่ๆ เช่นเจ้า! เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร!? เจ้ามันเป็นได้เพียงหมาตัวหนึ่งที่เชี่ยวชาญการเลียรองเท้าของคนอื่นๆ” เฉินเซี่ยงตะโกนลั่น เสียงของเขาสั่นสะเทือนไปทั่วทุกพื้นที่ เมื่อสมาชิกตระกูลเฉินที่ซ่อนตัวอยู่ได้ยินเข้า พวกมันล้วนผ่อนคลายจิตใจ


    “เจ้า…..สารเลว! เจ้ารนหาที่ตาย!” เฉินฟู่หลงใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ มันไม่ต้องการอื่นใดนอกซะจากการออกไปต่อสู้กับเฉินเซี่ยงด้วยตัวของมันเอง แต่มันถูกหยุดไว้ด้วยบุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหลังมัน


    “ให้ข้า....ผู้เยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวรรดินักสู้ตอนใต้ได้แลกเปลี่ยนกับมัน ข้าอยากเห็นนักว่ามันจะมีความสามารถพอที่จะได้รับเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงหรือไม่” บุรุษผู้นั้นกล่าวอย่างเย็นชา มันทำให้ผู้อื่นรู้สึกราวกับว่า มันคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนแห่งนี้


    เฉินเซี่ยงกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พวกเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของนิกาย พวกเจ้ายังเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนแห่งนี้ พวกเจ้ามีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น ยังไม่พอ พวกเจ้ายังแหกกฎและข้อบังคับของนิกายของพวกเจ้า... โดยเฉพาะไอ้แก่ผายลมนั่น”


    “หากเจ้าชนะ เม็ดยาพื้นฐานแท้จริงนี้จะตกเป็นของเจ้า แต่หากเจ้าแพ้..เจ้าต้องตาย” บุรุษผู้นั้นกล่าวอย่างเย็นชา


    “เหตุใดข้าต้องตายหากข้าแพ้?” เฉินเซี่ยงเย้ยหยัน


    “เพราะไม่มีใครรอดชีวิตหลังจากที่ประมือกับข้า ซางหลง” ซางหลงกล่าวด้วยท่าทางภาคภูมิใจ


    เฉินเซี่ยงระเบิดเสียงหัวเราะ ราวกับเขาเพิ่งได้ฟังเรื่องขำขันที่สุดในโลก “ไม่ใช่ว่าเจ้าแค่อยู่ในระดับ 8 ขอบเขตนักสู้รึ? ในสายตาศิษย์ภายในของนิกาย ตัวเจ้ามันไม่ต่างอะไรกับอึหมา อย่าคิดว่าเมื่อเจ้าออกมาจากโลกภายในนิกายแล้วเจ้าจะเป็นราชาของข้า อย่าพยายามอวดโอ่ความแข็งแกร่งของเจ้าที่นี่ เพราะเจ้ายังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้!”


    ซางหลงโกรธจัด ปราณเยือกเย็นเริ่มพุ่งสูงขึ้น กระจายออกมาจากทั่วทั้งร่างของมัน ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย “วันนี้เจ้าต้องตาย”


    เฉินเซี่ยงไม่รู้ว่าเฉินฟู่หลงพบบุรุษผู้หลงตัวเองเช่นนี้ได้อย่างไร ดูเหมือนกับว่าในสายตาของมัน ใครก็ตามที่อยู่ภายนอกนิกายเป็นได้เพียงแค่มดปลวกเท่านั้น


    เวลานี้ฝูงชนทั้งหมดต่างถอยห่าง การต่อสู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญระดับ 8 ขอบเขตนักสู้รุนแรงเป็นอย่างมาก แต่ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นไปกับการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ด้วย เนื่องเพราะ หากสิ่งที่พวกเขาได้ยินเป็นเรื่องจริง การที่จะได้รับรางวัลนั้น เฉินเซี่ยงต้องเอาชนะศิษย์ของนิกายผู้ฝึกตนให้ได้ เพียงแค่ได้ชมการต่อสู้ของพวกเขาย่อมนับเป็นโชคดีอย่างยิ่ง เพราะนี่คือศิษย์ของนิกายผู้ฝึกตน! ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหล่านักสู้ที่ได้ชมการต่อสู้นี้จะได้รับผลประโยชน์มากมายสักเพียงไหน


    บนพื้นดินเต็มไปด้วยเศษไม้ของเวทีประลองที่เฉินเซี่ยงได้ทำลายไปก่อนหน้านี้ เฉินฟู่หลงถอยออกห่าง มันมั่นใจใจตัวซางหลงมาก ตัวมันคิดว่าตอนนี้เฉินเซี่ยงมิอาจหลีกหนีความตายได้พ้น และหลังจากนั้นตระกูลเฉินทั้งหมดก็จะตกอยู่ภายใต้ตระกูลเหยา สิ่งนี้ย่อมทำให้ความสัมพันธ์ของมันกับตระกูลเหยาดียิ่งขึ้น


    “ดูเหมือนว่าเจ้าจะอายุเยอะกว่าข้านะ เจ้าคิดว่าการเอาชนะข้าตอนนี้จะทำให้เจ้ามีชื่อเสียงมากงั้นสินะ? ข้าอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น!” เฉินเซี่ยงกล่าวด้วยรอยยิ้ม เพียงแต่ท่าทางของเขาดูกึ่งยิ้มไม่กึ่งยิ้ม ก่อให้เกิดความขัดแย้งเป็นอย่างมาก


    หากเขาไม่ได้เอ่ยขึ้น ทุกคนที่นี่คงลืมเลือนอายุที่แท้จริงเขาไปแล้ว ด้วยอายุเพียง 16 ปี เขาก็ประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้แล้ว แน่นอนเขานับเป็นหนึ่งในผู้เยาว์ที่ทรงเกียรติและทรงพลัง


    “ก็ได้… ข้าต่อให้เจ้าก่อน 1 กระบวนท่า ข้าจะยืนอยู่ตรงนี้ไม่เคลื่อนไหว แต่หลังผ่านไป 1 กระบวนท่า ข้าจะไร้ความปรานีต่อเจ้า” ซางหลงเพิ่งจะมาถึงเวทีประลอง อีกทั้งเฉินฟู่หลงบอกกล่าวแก่มันว่าเฉินเซี่ยงเพียงอยู่ในระดับ 7 ขอบเขตนักสู้ เนื่องเพราะตัวมันอยู่ในระดับ 8 ขอบเขตนักสู้ มันจึงดูถูกเหล่าผู้คนที่เดินทางสายนักปรุงยา และส่วนใหญ่แล้วนักปรุงยาไม่ได้มุ่งเน้นสายต่อสู้ เพราะฉะนั้นจึงทำให้พวกเขาค่อนข้างอ่อนแอ


    ในโลกธรรมดาสามัญใบนี้ ใครก็ตามที่อยู่ในระดับ 8 ขอบเขตนักสู้ต่างได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักสู้ระดับแนวหน้า แต่ศิษย์จากนิกายผู้ฝึกตนสามารถดูดซับปราณวิญญาณอันอุดมสมบูรณ์ และตราบที่พวกเขากินอาหารขั้นวิญญาณและเม็ดยา ปราณแท้จริงของพวกเขาย่อมเพิ่มพูนดียิ่ง ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างรวมกัน คนในโลกธรรมดานี้ย่อมไม่สามารถเทียบชั้นกับนิกายผู้ฝึกตนได้


    “เจ้าต่อให้ข้า 1 กระบวนท่า?”


    น้ำเสียงของเฉินเซี่ยงไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ แต่กลับลอบยินดีอยู่ภายในใจ ระดับ 8 ขอบเขตนักสู้ ผู้ถูกหมัดของเขาชกใส่โดยไร้ซึ่งการป้องกันใดๆ ไม่ต้องกล่าวถึงซางหลง ขนาดระดับ 9 ขอบนักสู้ยังรู้สึกรอดยากเลย


    ซางหลงกล่าวเยาะเย้ย “เจ้าต้องรีดเค้นพลังทั้งหมดของเจ้าในการโจมตีครั้งนี้ เพราะนั่นจะเป็นการโจมตีครั้งสุดท้ายในชีวิตของเจ้า และหลังจากนั้น...เจ้าตาย...”


    “ข้าจะโจมตีแล้ว!” เฉินเซี่ยงถอยหลังไปเล็กน้อย ในใจของเขาลอบยินดีเป็นอย่างมาก เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าในโลกใบนี้จะมีคนงี่เง่าเช่นนี้อยู่ด้วย


    ซางหลงยิ้มเยาะเต็มที่ ทั่วร่างของมันแผ่อำนาจสีขาวบริสุทธิ์ออกมาเล็กน้อย กลายเป็นรัศมีปราณที่แข็งแกร่งห่อหุ้มร่างกายไว้ ผู้ชมทั้งหมดต่างรู้สึกได้ถึงเกราะรัศมีปราณและเห็นความแข็งแกร่งของมันอย่างชัดเจน นั่นเป็นเพราะเมื่อเกราะปราณก่อตัวขึ้น เศษไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยถูกทำลายกลายเป็นฝุ่นผงในทันที


    “เจ้ามั่นใจนะว่านั่นเพียงพอแล้ว ด้วยระดับเพียงแค่นั้น เจ้าไม่อาจหยุดยั้งข้าได้!” เฉิยเซี่ยงคิดในใจพลางโคจรทักษะปราณศักดิ์สิทธิ์สะสมธาตุทั้ง 5 ไว้ในร่างกาย


    ครั้งล่าสุด เมื่อตอนที่เฉินเซี่ยงอยู่ในระดับ 5 ขอบเขตนักสู้ เขาเอาชนะเฉินยี่หานได้ด้วยธาตุทั้ง 5 แห่งปราณแท้จริง ผสานและแปรเปลี่ยนไปเป็น ‘อำนาจจักรวาล’ มันคืออำนาจเก่าแก่แรกเริ่มตั้งแต่เริ่มต้นกาลเวลา มันคืออำนาจที่ก่อตัวขึ้นจากพิภพและสวรรค์ อำนาจแท้จริงของมันนั้นยากแท้หยั่งถึง และอำนาจจักรวาลของเฉินเซี่ยงยังอยู่ในขั้นแรกเริ่มเท่านั้น


    ถึงอย่างนั้นมันยังคงน่ากลัวเป็นอย่างมาก ครั้งสุดท้ายที่เขาใช้มัน ทั่วร่างของเขาเกลื่อนไปด้วยบาดแผล แต่ตอนนี้นับเป็นเรื่องที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ตัวเขาในตอนนี้อยู่ในระดับ 8 ขอบเขตนักสู้ ร่างกายเองยังผ่านการชำระในสระปีศาจอมตะและค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นกายปีศาจอมตะ ดังนั้นตอนนี้ ร่างกายของเขาจึงสามารถทนทานต่ออำนาจจักรวาลอันเก่าแก่นี้ได้


    เมื่อเขามองอีกฝ่ายที่อยู่เบื้องหน้าเขาเป็นคนงี่เง่าที่ใฝ่หาความตาย แน่นอนเขาย่อมมิอาจปฏิเสธได้ แน่นอนว่าเขาย่อมทำตามความปรารถนาของมัน! เขาจะทำให้พวกมันได้สัมผัสและรู้สึกว่า เหนือนักสู้ยังมีนักสู้ เหนือฟ้ายังมีฟ้า นั้นเป็นเช่นไร เมื่อมันตกตายไป


    ไม่นานธาตุทั้ง 5 แห่งปราณแท้จริงก็ผสานเข้าด้วยกันภายในร่างกายของเฉินเซี่ยงและแปรเปลี่ยนไปเป็นอำนาจจักรวาล เอ่อล้นออกจากมือของเขาทั้งข้างโดยไม่เผยถึงเศษเสี้ยวการดำรงอยู่ของมัน ทันใดนั้น เฉินเซี่ยงกระโดดพุ่งเข้าใส่ซางหลง!


    ..................................................

    คล้ายกับเรื่องท้าทายดินแดนพระเจ้า ที่คุณอ่าน