ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่282 การตัดสินใจขององค์จักรพรรดิ เมิ่งฉิน

  โดยรอบเกิดการ ถกเถียงกันครั้งใหญ่ ประหนึ่ง ดินแดนแห่งนี้ กำลังจะแตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ อี้เฉินเขาที่อยู่ภายในทะเลความรู้ มองเห็นการกระทำทุกอย่างของเมี่ยนจือ มันก็ทำให้ตัวเขารู้สึก สงสารตัวนางไม่น้อย ถึงกับฆ่าสังหารคนดินแดนตัวเอง เพื่อทำความปรารถนาของเขา ให้เป็นจริง


อี้เฉินเองก็วาดฝันว่าอยากให้โลกแห่งนี้ไร้ซึ่งสงคราม ไม่คิดเมี่ยนจือนางจะทำมันอย่างไม่ลังเล



   เมี่ยนจือนางส่ายหัวน้อยๆ รอยยิ้มเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ในยามนี้เวลาของนางมีไม่มาก หากจะให้กวาดล้างทั้งดินแดนนางก็จะทำ เพื่อให้ดินแดนเบื้องล่าง กลับมาเดินได้อีกครั้ง ผู้อ่อนแอที่ก้มหัวให้เทพสวรรค์ ตัวนางในยามนี้ไม่ต้องการกลุ่มคนพวกนั้นอีกต่อไป
"ข้าไม่ถือสาที่จะลงมือฆ่าสังหารหมู่พวกเจ้าขุนนางฝั่งบู๊ มีใครอีกไหมที่มี อำนาจในการสั่งการแทน องค์จักรพรรดิ องค์ปัจจุบัน หากมีก็ก้าวเท้าออกมา"

 


กลุ่มขุนนางฝั่งบู๊ หลายๆ คนได้ยิน พวกเขาต่างตัวสั่นเทิ้ม ด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าบูดเบี้ยว ไม่น่ามองในทันที เหมือนว่าที่นางเอ่ยวาจาออกมา ครั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงจัง จิตสังหารแผ่ซ่าน โหมกระหน่ำ ทะลุทะลวงไปทั่วทิศ ประหนึ่งมารหญิง พร้อมจะกำราบผู้คนให้สยบใต้แทบเท้า

 


ถึงจะนึกเสียใจในยามนี้ก็เหมือนจะสายเกินไปแล้ว ไม่คิด องค์จักรพรรดิ เมี่ยนจือ จะบ้าคลั่งถึงเพียงนี้ ในยามนี้ไม่มีใครกล้ามอง ใบหน้าของนางตรงๆ อีกต่อไป กายาที่เปียกชุ่ม ไปด้วยพิรุณที่ตกโปรยปราย หนาวสั่นขึ้นมาในทันที

 


เมี่ยนจือนางเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งมาที่ องค์จักรพรรดิ องค์ปัจจุบัน ในทันที "เจ้าแต่งตั้ง คนที่จงรักภักดี ต่อดินแดนจันทราทมิฬ ขึ้นมาเสีย ....แล้วออกคำสั่งกวาดล้าง พวกคิดคดทรยศ ให้สิ้นซากไม่ว่าจะเป็นคนของตระกูลใหญ่ ก็ไม่มีข้อยกเว้น"

 


     องค์จักรพรรดิ องค์ปัจจุบัน เขามีท่าทีลังเลเป็นอย่างมาก ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ เหล่าขุนนางต่างพากันจับจ้องมาที่องค์จักรพรรดิ เมิ่งฉิน เป็นตาเดียว การตัดสินใจครั้งนี้ จะเปลี่ยนแปลงดินแดนแห่งนี้ไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับการก้าวข้ามยุคสมัยที่คร่ำครึ พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ ไปสู่ยุคสมัยที่ไม่มีใครคาดเดาได้

 


      เมี่ยนจือ นางเพียงเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมาเท่านั้น หวังว่า องค์จักรพรรดิ องค์ปัจจุบัน จะคิดได้ "พวกเราแค่ต่อลมหายใจ ออกไปเท่านั้น ไม่ได้พ้นวิกฤติเลวร้ายแต่อย่างใด หากพวกเจ้าคนดินแดนเบื้องล่างไม่เติบโต ปกป้องด้วยตัวเอง เกรงว่าคง  ไร้ซึ่ง ปาฏิหาริย์เฉกเช่นในยามนี้ ........เจ้ารู้หรือไม่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ต้องสละทุกสิ่ง เพื่อต่อลมหายใจพวกเจ้าทุกผู้คนไว้"

 


     องค์จักรพรรดิ เมิ่งฉิน ที่ได้ยินเขาก็จดจำภาพของเด็กหนุ่มผมขาวที่เคยต่อสู้ก่อนหน้านั้นได้ในทันที เหมือนว่าองค์จักรพรรดิ เมี่ยนจือ ต้องการบอกกล่าวคือ พวกเขาติดหนี้เด็กหนุ่มผมขาว อย่างนั้น งั้นหรือ เขาไม่มีท่าทีลังเลอีกต่อไป ต่อให้คำสั่งของเขาจะต้อง ทำให้ปฐพีอาบย้อมไปด้วยเลือดก็ตาม "ผู้อาวุโส ทั้ง6ตระกูลย่อย โปรดรับคำสั่ง กวาดล้าง เหล่าผู้คนที่คิดคดทรยศทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่2ตระกูลใหญ่ หากผู้ใดขัดขืน ฆ่าสังหารไม่เว้น"

 


ขุนนางชราทั้ง6 พุ่งขึ้นไปอยู่ด้านหน้า องค์จักรพรรดิ เมิ่งฉิน ในทันที ก่อนจะน้อมรับคำสั่ง จากองค์จักรพรรดิ ด้วยแววตาที่ทอประกาย "ผู้อาวุโสชรา ทั้ง6ตระกูลย่อย น้อมรับคำสั่ง"

 


ในทันใดที่ 6ตระกูลย่อย ที่ได้รับคำสั่งจาก องค์จักรพรรดิ เมิ่งฉิน พวกเขาไม่รอช้า พวกเขาถือเป็นตระกูลผู้จงรักภักดีต่อ องค์จักรพรรดิ แต่ในยามก่อนไร้สิทธิ์ไร้เสียง เมื่ออยู่ต่อหน้าตระกูลใหญ่ทั้งสอง แต่ในยามนี้ พวกเขาได้รับคำสั่งตรงจาก องค์จักรพรรดิ เมิ่งฉิน จึงไม่มีใครกล้าค้าน อีกต่อไป

 


ข่าวสารต่างๆ ถูกส่งออกไปให้กลุ่มขุนนางต่างๆ รับรู้ทั่วดินแดน นกพิราบสื่อสารบินว่อนท้องฟ้า แม้แต่ยามที่ฝนพรำเช่นนี้ ก็ไม่มีข้อยกเว้น อีกไม่ช้า เลือดจะต้องหลั่งไหลเป็นสายธาร พิรุณจะต้องอาบย้อมเป็นสีเลือด การฆ่าสังหารครั้งนี้จะกลายเป็นที่โจษจัน ประหนึ่งมารหญิง ผู้ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย กำราบผู้คนด้วยความบ้าคลั่ง ผู้คิดคดทรยศจะไร้ที่ยืนในแผ่นดิน


******

 


....ทันทีที่องค์จักรพรรดิ เมิ่งฉิน เอ่ยสั่งการออกไป การดำเนินการทุกอย่าง เป็นไปได้ด้วยดี แต่เมื่อกาลเวลาคลื่นผ่านไปนานมากเท่าใด รอบบริเวณ พระราชวังจักรพรรดิที่พังทลาย ก็เต็มไปด้วยแรงกดดันบางอย่างที่บอกไม่ถูก
แรงกดดันนั้นไม่ได้กดดัน มาที่กายาของพวกเขา ราวกับบรรยากาศรอบๆ ตัวพวกเขาแปรเปลี่ยนไปด้วยความตึงเครียด ประหนึ่งอยู่ท่ามกลางสมรภูมิรบ

 


    ผู้คนต่างเงียบนิ่งได้ยินแต่เพียงพิรุณที่ตกโปรยปราย ดวงตาจับจ้องไปที่ องค์จักรพรรดิ เมี่อนจือ อย่างไม่วางตา อยากจะรู้คนผู้นี้ต้องการสิ่งใด ยิ่งเวลาผ่านไปยาวนานมากเท่าใด บรรยากาศยิ่งกระอักกระอ่วน ไม่มีใครกล้าเอ่ยวาจาจาบจ้วง ไต่ถามแม้แต่น้อย ครั้นเสียงลมหายใจยังไม่มีเล็ดลอดตามไรฟันออกมา

 


     แต่ในทันที เสียง เสียงหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมา น้ำเสียงนั้นมาจากกลุ่มของเชื้อพระวงศ์ ที่ยืนรายล้อมรอบๆ องค์จักรพรรดิ นางที่เอ่ยวาจานั้นขึ้นมาก็คือองค์หญิงเมิ่งอี้ ในยามนี้นางไม่อาจทนต่อความสงสัยใคร่รู้ได้อีกต่อไป อยากจะรู้อี้เฉินยังอยู่ดีหรือไม่ ไต่ถามไปที่เมี่ยนจือด้วยน้ำเสียงที่สุภาพอ่อนน้อม เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เปล่งประกาย
"ท่านโปรดตอบข้าตามความจริง เด็กหนุ่มผมขาวในยามก่อน เขาอยู่ที่ไหนกันแน่ แล้วเขายังปลอดภัยอยู่หรือไม่"

 

 


    พวกราชวงศ์ ที่ได้ยินน้ำเสียงขององค์หญิงเมิ่งอี้ที่ไต่ถามออกไป พวกเขาถึงกับ มีใบหน้าที่เขียวคล้ำในทันที ไม่คิดองค์หญิงนางจะพูดจา จาบจ้วงเบื้องสูงออกไปเช่นนี้ โดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน หวาดกลัวต่อความตาย ครั้นถึงกับต้องให้ องค์จักรพรรดิ เมิ่งฉินห้ามปราม ตัวนางไว้ ว่าอย่าพูดจาเพ้อเจ้อ ต่อหน้าองค์จักรพรรดิองค์แรก

 


แต่เมิ่งอี้ นางในยามนี้ ตัวนางไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอย ยกรอยยิ้มทอประกาย ราวดวงอาทิตย์อัสดง ใบหน้าไม่มีทีท่าหวั่นเกรง แต่รอยยิ้มนั้น แฝงไว้ด้วยความเคลือบแคลงใจ ในตัวหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า



เมี่ยนจือ นางถึงกับหนังตากระตุกน้อยๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มของเด็กสาวในตอนท้าย มันก็ทำให้นางอด มิได้ที่จะเดือดดาลขึ้นมา เกลียดชังรอยยิ้มของเด็กสาวขึ้นมาในทันใด

 


*****


อี้เฉินที่เห็น เมี่ยนจือนางมีท่าทีเดือดดาล ตัวเขารีบเอ่ยเตือนนางในทันที กลัวเมี่ยนจือนางจะทำอะไร ที่ผิดต่อ เมิ่งอี้ ออกไป "เมี่ยนจือ ข้ารู้เจ้าได้ยินน้ำเสียงของข้า เจ้าอย่าคิดทำอะไรนาง เด็ดขาด"


*****


 

    เมิ่งอี้ นางที่สัมผัสได้ ถึงรอยยิ้มที่เย็นเยือกได้ นางถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้นในทันที กายา สั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว มองมือข้างหนึ่ง เตรียมพุ่งเข้ามาจับนางไปช้าๆ

 


ทันใดที่เมี่ยนจือ นางได้ยินน้ำเสียงของอี้เฉินที่ส่งออกมาด้วยความเดือดดาล นางหยุดฝ่ามือที่จะยื่นไปจับตัวเมิ่งอี้ ในทันที ก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่งออกมา โดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน

"หากข้าจะบอกว่าเขาได้ ตายไปแล้ว เจ้าจะเชื่อหรือไม่" ทันใดนั้นนางก็ยกยิ้มไปให้เมิ่งอี้ ด้วยรอยยิ้มทอประกาย แต่แฝงด้วยเจตนาไม่ดีที่ไม่อาจปิดบังได้



แต่ในฉับพลัน มือ ขาวราวหงส์ขององค์จักรพรรดิเมี่ยนจือ ก็หยุดมือลง เดินกลับออกไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มัน ก็ทำให้กลุ่มราชวงศ์ อกสั่นขวัญผวาไม่น้อย น้อมตัวลงต่ำ กล่าว "ขอบคุณ องค์จักรพรรดิ เมี่ยนจือ ที่ไม่ถือสาหาความองค์ หญิงเมิ่งอี้ ที่ทำอะไรที่เสียมารยาท"



เมิ่งอี้ อยู่ๆ หางตาของนางก็มีน้ำตา น้อยๆ ไหลรินออกมา ไม่อยากจะเชื่อคำพูดของหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า ว่าอี้เฉินนั้นได้ตายจากไปแล้ว



เมี่ยนจือนาง ที่ชอบปั่นหัวผู้คน ยกยิ้มขึ้นมาเป็นปีติ อย่างน้อยๆ หญิงสาวผู้นี้ก็ยัง แยกแยะสิ่งต่างๆได้   ไม่บ้าคลั่งมุทะลุ เหมือนคนเขลา "เจ้าไม่เลวเลย เหมาะที่จะขึ้นไปเติบโต ยังดินแดนเบื้องบน ....ข้าจะบอกอะไรเจ้าให้เจ้าได้รับรู้ คนผู้หนึ่ง สั่งข้าไม่ให้ลงมือ ไม่ให้ข้าทำร้ายตัวเจ้า"

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน

นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
215K 948
ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
2.35M 999
เทพมารลิขิตฟ้า

เทพมารลิขิตฟ้า

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
72K 42
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

นิยาย แฟนตาซี
146K 253
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
207K 185
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
218K 196