บทที่ 25
ครืน
ผืนดินสั่นไหวเล็กน้อย น้อยมากจนแทบไม่รู้สึกเว้นแต่ว่าคนๆนั้นจะได้รับการึกฝนให้มีประสาทสัมผัสเฉียบคมการเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเลยน้อยเสมือนผิวน้ำกระเพิ่มทำให้เอเลนที่กำลังง่วนอยู่กับการตีเหล็กต้องหยุดชะงัก
“เป็นอะไรไอ้หนู”
“...กับดักของลูน่าทำงานแล้ว”
เอเลนกล่าวก่อนจะวางค้อนลงแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเรกิลที่ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรเสียงระฆังแจ้งเตือนก็ดังขึ้น
แก้งๆๆๆ
เสียงระฆังสี่ครั้งหมายความว่าเป็นภัยคุกคามที่ไม่รู้จักผลเมืองธรรมดาเช่นเรกิลจะต้องไปรวมตัวกับคนอื่นที่สมาคมนักผจญภัยในทันที เอเลนและเรกิลออกมาจากร้านพร้อมกันแต่ไปกันคนละทางเด็กหนุ่มผนึกพลังใช้ออกด้วยท่าเท้าทะยานเมฆเหินร่างไปยังทิศตะวันออกของหมู่บ้านส่วนเรกิลนั้นไปยังทิศตรงข้ามพร้อมกล่องที่บรรจุเกลรันดร้า
ไม่นานนักเขาก็ตามมาสมทบกันเซลีน ลูน่าและนักผจญภัยสังกัดสมาคมอีกสิบคนเลเวลแต่ละคนเฉลี่ยประมาณสี่สิบห้าและเป็นมือดีแม้จะมีเลเวลใกล้เคียงกันแต่ทุกคนก็ยกให้เซลีนเป็นหัวหน้าปาร์ตี้ไปโดยปริยาย ใบหน้าของเด็กสาวค่อนข้างหมองคล้ำจากความเครียดสะสมแต่แววตายังคงแหลมคมเหมือนดาบไม่เปลี่ยนแปลง
ลูน่าผู้เป็นเจ้าขงทักษะกับดักรีบอธิบายในทันที
“เป็นมอนสเตอร์เลเวล 95 ค่ะ อยู่ห่างจากหมู่บ้านไปประมาณเจ็ดร้อยเมตร”
เมื่อได้ยินดังนั้นพวกนักผจญภัยก็อดที่จะแตกตื่นไม่ได้
“ระยะแค่นี้ ทำไมกับดักที่อยู่ไกลกว่าถึงไม่ทำงานก่อนล่ะ”
นักผจญภับคนหนึ่งถามขึ้น
“เป็นมอนสเตอร์ที่บินได้ค่ะ ที่กับดักทำงานก็เพราะมันร่อนลงที่ตำแหน่งนั้น”
ลูน่าอธิบายเป็นโชคดีของชาวเบรูอินอย่างที่รู้กันว่าภายในป่าเบรูอินนั้นเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ระดับสูงยิ่งเป็นมอนสเตอร์จากเทือกเขาเทียบสวรรค์ส่วนมากมีเลเวลไม่ต่ำกว่า 80 ยิ่งเป็นมอนสเตอร์ที่มีความสามารถในการบินหรือลอยตัวที่อยู่สูงขึ้นไปก็ยิ่งแข็งแกร่งหากไม่มีกับดักพวกเขาทั้งหมู่บ้านก็มีสิทธิตายแบบไร้ทางขัดขืน
“พวกโจรยังไม่โผ่ออกมาก็มีเรื่องน่าปวดหัวมาให้เจอแล้วเหรอเนี่ย”
เซลีนถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนเลเวลของเธอกับลูน่าในตอนนี้อยู่ที่ 68 หลังจากผ่านมาหลายเดือนลำพังแค่รับมือกับมอนสเตอร์เลเวลเยอะหน่อยไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่
ไวท์ไวร์เวิร์น
เลเวล 95
พลังชีวิต 547000 / 547000
มานา 21400 / 21400
พละกำลัง 1841
ความว่องไว 2400
สติปัญญา 780
ความอดทน 3000
ไวร์เวิร์นคือมอนสเตอร์มีปีกที่ไม่สามารถพัฒนาร่างกลายเป็นเผ่าพันธุ์มังกรได้เนื่องจากพลังเวทมนต์ที่ต่ำเกินไป แม้จะเป็นญาติกันแต่ไวร์เวิร์นก็มีพลังไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของมังกรที่แท้จริงเป็นแค่สัตว์ชั้นต่ำที่ไร้สติปัญญาออกล่าเหยื่อเป็นฝูงโดยใช้สัญชาติญาณเพียงอย่างเดียว
เซลีนมั่นใจเจ็ดส่วนว่าหากตนกับลูน่าผนึกกำลังกันโดยมีนักผจญภัยของสมาคมคอยสนับสนุนบวกกับแผนการที่รัดกุมจะสามารถฆ่าเจ้าไวร์เวิร์นหลงฝูงตัวหนึ่งได้ไม่ยากเย็น ที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือความไม่ปกติในเหตุการณ์นี้เพราะปกติแล้วไวร์เวิร์นมักจะมีสัญชาติญาณในการหาทางกลับไปหาฝูงของมันจนได้
ไม่ว่านี่จะเป็นความบังเอิญหรือไม่เซลีนก็ไม่อยากจะเสี่ยงจึงหันหัวไปทางเด็กหนุ่มผมสีดำสนิทที่ยังคงทำเป็นทองไม่รู้ร้อนผิดกับคนอื่นๆ
“นายจัดการคนเดียวได้มั้ย”
“แน่นอน”
เอเนรับคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นในขณะที่นักผจญภัยของสมาคมยังคงรู้สึกกังขาในตัวของช่างฝีมือหนุ่มเอเลนก็ดีดตัวลอยหายไปเรียบร้อยแล้ว
“จะดีเหรอครับ ปล่อยเขาไปคนเดียวแบบนั้น”
นักจญภัยคนหนึ่งถามขึ้นสำหรับเขาคำสั่งที่ให้ไปฆ่าไวร์เวิร์นเลเวล 95 นั้นไม่ต่างอะไรกับการส่งคนหนุ่มไปตาย อีกอย่างเด็กคนนี้มีเลเวลแค่ 40 หนำซ้ำยังเป็นเจ้าของคลาสที่ไม่ใช่สายต่อสู้ด้วยซ้ำ เซลีนที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะก่อนจะตอบไปว่า
“ไว้ใจได้เลยค่ะ เห็นเลเวลน้อยๆแบบนี้ตานั่นน่ะเก่งกว่าพวกเราสองคนซะอีก”
“แต่ว่าเขาเป็นช่างฝีมือ”
“เขาก็เหมือนหมาป่าที่ห่มแกะ เลเวลไม่ใช่สิ่งที่สามารถใช้ประเนเขาได้หรอกนะคะ”
ลูน่ากล่าวเสริมเธอยังคงำได้ดีพวกเขาตั้งปาร์ตี้ตั้งแต่ออกจากลูมินัสจึงได้เห็นค่าสถานะเหนือมนุษย์ของเอเลนเข้า ไม่รู้ว่าช่วงเลยที่เด็กหนุ่มหายไปในพิธีปลุกพลังนั้นเอเลนได้พบกับเรื่องราวมหัศจรรย์อะไรมา เลเวลเพียง 40 แต่กลับมาศักยภาพพอจะต่อสู้กับเลเวล 100 ได้สบายๆ
แต่ก็ใช่ว่าเลเวลนั้นไม่มีความสำคัญเลยค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ส่งผลต่อขีดจำกัดพลังชีวิตและพลังเวทมนต์ ดังนั้นค่าพลังดังกล่าวของเด็กหนุ่มจึงจัดอยู่ในช่วงเลเวล 80 เท่านั้น
เด็กหนุ่มเหยียบอากาศอย่างคล่องแคล่วด้วยท่าเท้าทะยานเมฆสร้างเป็นพื้นที่เล็กๆมากพอจะทำใหสามารถเหินร่างไปมาบนอากาศได้อย่างไรก็ดีทักษะนี้แท้จริงมักจะใช้ในการต่อสู้มากกว่าเอามาใช้เดินทางแม้จะเร็วแต่ก็สู้ทักษะสายตรงไม่ได้ที่เขาใช้ได้ดีก็เพราะค่าความองไวส่วนตัวที่สูงลิบ
ไม่กี่นาทีต่อมาเป้าหมายก็ปรากฏในกรอบสายตาสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายกิ้งก่าแต่มีคอยาวแขนคู่หน้านอกจากจะเอาไว้ใช้เดินแล้วยังมีพังผืดลากจากบริเวปลายแขนจรดเอวคล้ายปีกของพวกค้างคาว ขาหลังสองข้างใหญ่กว่าขาหน้าที่ทำหน้าที่เป็นปีกไปด้วยและบ้องตันยาวสิบเมตรเท่ากับความยาวตั้งแต่หัวจรดโคนหางร่างกายของมันปกคลุมด้วยเกล็ดและพุ่มขนบริเวณลำคอสีขาวบริสุทธิ์
แม้รูปร่างจะคล้ายคลึงแต่เจ้าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้าของเขาไม่ใช่มังกรแน่นอนเพราะพลังเวทย์ของมันเบาบางกว่ามังกรที่แท้จริงหลายเท่า ถามว่าเอเลนเคยเห็นมังกรตัวตริงหรือเปล่าคำตอบคือไม่แต่เด็กหนุ่มได้เคยเห็นยุทธภัณฑ์ที่ผลิตมาจากชิ้นส่วนของมังกรแม้จะใช้เพียงเกล็ดและเขี้ยวแก้วก็แผ่พลังเวทมนต์มากกว่าเจ้าไวร์เวิร์นตัวเป็นๆนี่เสียอีก
กี๊ซ
ไวร์เวิร์นสีขาวกำลังวุ่นอยู่กับการดิ้นออกจากกับดักก่อนสังเกตว่ามีมนุษย์ตัวจ้อยกำลังย่างกรายเข้ามาในระยะการรับรู้ดวงตาของสัตว์ร้ายจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มราวกับเจอเหยื่อชั้นดี ถึงสติปัญญาของมันจะเทียบกับพวหมังกรขนานแท้ไม่ได้แต่สัญชาติญาณในการล่าเหยื่อของมันก็ยอดเยี่ยมพอจะทำให้มาสามารถแยกระหว่างเหยื่อกับนักล่า
มันผู้ซึ่งเป็นนักล่าบนท้องฟ้าแสนยิ่งใหญ่ไม่ได้ตระหนักเลยว่ามนุษย์ที่มันคิดว่าเป็นเหยื่อแท้จริงจะซ่อนพลังเอาไว้ตามความเคยชิน จากการฝึกฝนกับเซลเลสเทียร์กว่าเอเลนจะสามารถทำการโจมตีครั้งแรกสำเร็จได้ก็เพราะการกดึงพลังรั้งเก็บเข้ามาในร่างกาย วิธี้นี้เป็นการฝึกคบวุมพลังอย่างหนึ่งแม้จะพูดเหมือนง่ายแต่ก็เหมือนกับการเปลี่ยนจากการเขียนด้วยมือขวาเป็นมือซ้าย
ต่อให้มีสายตาที่สามารถอ่านคลื่นพลังเวทย์ได้อย่างเผ่าพันธุ์เอลฟ์ก็ยังยากที่จะมองออก ลูน่ามาเรียถึงกับตกใจที่พลังเวทย์รอบตัวของเด็กหนุ่มหากไปกระทันหันใช้หลอกพวกที่พึงพาประสาทสัมผัสเป็นหลักโดยเฉพาะ
สายตาที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดีจ้องมองวท์ไวร์เวิร์นตั้งแต่หัวจรดเท้าสมองจินตนาการโครงสร้างร่างกายพลางวิเคราะห์หาจุดอ่อนด้วยเคล็ดวิชาเทพสงคราม ค็ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเปรียบดังโจทย์คณิตศาสตร์ที่เอเลนต้องหาวิธีไขปริศนาลำพังแค่พังอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอ
เวลาแสดงผลของกับดักก็จบลงไวร์เวิร์นที่เพิ่งได้รับอิสระกลับคืนมาก็ตวัดแขนท่อนหนึ่งด้วยความเร็วสูงผิดกับขนาดตัวฟาดลงในตำแหน่งที่เอเลนเคยอยู่ ใช่แล้วเคยอยู่เพราะเอเลนฉกฉวยช่วงเวลาในจังหวะเดียวกันพุ่งร่างอ้อมมาอีกด้านหนึ่งดาบพร้อมดาบหนักแรงค์ C หนึ่งเล่ม
พลังประสิทธิ์ศาสตราเปลี่ยนมันเป็นอาวุธแรงค์ B ในพริบตาเอเลนเลือกที่จะฟันเข้าที่บริเวณข้อพับของขาหลังดวงตาสีทับทิมวาวโรจน์ก่อนที่บ้องตันมหึมาจะฟาดสวนมาเพื่อป้องกัน เด็กหนุ่มเดาะลิ้นอย่างขัดใจแต่ก็ยอมพลิกตัวหลังท่อนหางที่เนอาวุธร้ายที่สุดของไวร์เวิร์นเพราะหากรับเข้าไปต่อให้เป็นเขาที่มีค่าความอดทนสูงก็มีสิทธิที่จะบาดเจ็บได้
ยังไงซะเป้าหมายของเขาก็คือการโค่นศัตรูโดยที่ตนเองบาดเจ็บให้น้อยที่สุดเขาจึงไม่คิดเสียงสร้างความเสียหายเล็กน้อยแลกกับอาการบาดเจ็บ เอเลนถอยฉากออกมาหลายก้าวการโจมตีลองเชิงครั้งนี้จึงจบลง
กรร...
เสียงคำรามดังลอดไรฟันถึงจะเป็นเดรัจฉานแต่ไวร์เวิร์นก็ยังคงความสง่างามแบบเดียวกับมังกรเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลงเขี้ยวแก้วของมันส่องแสงแวววาวกรงเล็บคมกริบที่ฉีกบ้านอิฐให้กลายป็นเศษดิน เอเลนพิจารณาเกล็ด เขี้ยว และกรงเล็บของมันด้วยความสนใจ
“ถึงพลังเวทย์จน้อยกว่ามังกรแต่ก็ถือเป็นวัสดุที่น่าสนใจมาก ชั้นจะเอาแกมาทำเป็นยุทธภัณฑ์ชุดใหม่ของชั้น”
เอเลนเอ่ยขึ้นจากเป้าหมายในตอนแรกที่จะจบการต่อสู้โยเร็วและปลอดภัยเริ่มเปลี่ยนไปเขาประทับใจในเกลลันดร้าอย่างลึกซึ้งถึงความสวยงามทรงพลังและเปี่ยมด้วยคุณประโยชน์นานับประการ เลือดของช่างฝีมือของเอเลนเดือดพล่านปารถนาเป็นอย่างยิ่งว่าจะรังสรรค์ผลงานได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
กี๊ซซซ
คายมุกแสงขาว
ไวร์เวิร์นขาวร้องเสียงแหลมก่อนจะคายก้อนพลังสีขาวออกจากปาก ก้อนพลังสีขาวพลันระเบิดแสงสว่างออกมาอย่างเจิดจ้าเอเลนหรี่ตาเล็กน้อยพร้อมกับภาพรอบตัวกลายเป็นสีขาวแม้จะป้องกันอย่างสุดความสามารถก่อนที่เสียงของโลกจะดังขึ้น
[ท่านได้รับสถานะ ตาบอด 10 วินาที]
[คำอวยพรแห่งการก่อกำเนิดแสดงผล สถานะผิดปกติทุกอย่างถูกยกเลิก]
โลกสีขาวรอบตัวหายไปภาพการมองเห็นแบบปกติกลับคืนมาอีกครั้งก้อนพลังเวทมนต์ธาตุแสงที่ส่องสว่างราวกับดวงตะวันกลับกายเป็นแค่ก้อนแสงที่สว่างเท่ากองไฟเท่านั้นท่าคายมุกแสงขาวนอกจากจะทำให้เหยื่อติดสถานตาบอดทันทียังแฝงพลังเผาไหม้ติดมาด้วย เหนือสิ่งอื่นใดในชั่วเวลาพริบตาไวท์ไวร์เวิร์นใช้อากาศนี้ฟาดหางใส่เขาอีกครั้ง
“ลูกเล่นน่าสนใจ”
เอเลนบ่นบึมพำพลังเผาไหม้ทำให้พลังชีวิตของเขาลดลง 10 หน่วยทุกๆวินาทีตราบใดที่คายมุกแสงขาวยังคงอยู่ เอเลนละความสนใจจากมันก่อนจะยกดาบขึ้นตั้งเฉียงๆรับเข้ากับบ้องตันมหึมาของไวร์เวิร์นใช้ร่างกายตนเองเป็นสะพานถ่ายแรงกระแทกลงสู่ดินก่อนจะพลอกดาบเพื่อผลักข้ามหัวไปพร้อมฝากรอยแผลเอาไว้
โครม
หางของมันกระแทกกับพื้นดินอีกฝั่งโดยที่เอเลนไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่หน่วยเดียวกลับกลายเป็นมันที่ได้รับความเสียหายแทนแม้จะไม่มากพอทพให้หลอดพลังชีวิตของมันกระดิกแต่เกียรติของนักล่าแห่งท้องฟ้าของมันถูกสั่นคลอน ดวงตาของมันพลันทวีความบ้าคลั่งก่อนจะลงมือตะปปใส่เอเลนอีกหลายครั้ง
“ให้ตายสิโมโหเป็นเด็กๆไปได้”
เด็กหนุ่มส่ายหน้าอย่างระอาอดไม่ได้ที่จะคาดหวังให้ไวร์เวิร์นป่ามีลูกเล่นมากกว่านี้อย่างไรสัตว์ก็ยังคงเป็นสัวต์อยู่วันยังค่ำยิ่งคลุ้มคลั่งด้วยแล้วยิ่งทำให้เอเลนรับมือง่ายเข้าไปใหญ่
การโจมตีแต่ละครั้งมากพอจะทำให้พลังชีวิตของเอเลนหายไปได้คราวละสองในสิบส่วนแต่ถึงจะโจมตีแรงแต่ถ้าโจมตีไม่ได้ก็ไร้ความหมาย เอเลนไต่ขึ้นไปตามปีกของมันก่อนจะฟาดฝ่ามือใส่ศีรษะของมันจนหน้าทิ่ม
โครม
ไวร์เวิร์นที่คลุ้มคลั่งคล้ายถูกสาดด้วยน้ำเย็นหัวขนาดมหึมาพุ่งลงหัวสมองพลันอื้ออึงก่อนจะได้สติเจ้ามนุษย์ที่ทำให้มันตกอยู่ในสภาพนี้กำลังจะลงดาบเพื่อสังหารมันบ้องหางตันพลันมันมาด้านหน้ากระแทกเด็กหนุ่มทีหนึ่ง
“หางนี่น่ารำคาญจริง”
เอเลนสลับอาวุธเปลี่ยนดาบหนักเล่มโตกลายเป็นโล่สูงเท่าตัวคนเด็กหนุ่มปักโล่ลงกับดินผนึกพลังขึ้นอึดหนึ่งหลอมรวมร่างเข้ากับโล่และผืนดินพลังป้องกันพุ่งสูงขึ้นก่อนที่หางไวร์เวิร์นจะเหวี่ยงมาโดนพอดี
เคร้ง
หางปะทะกับโล่เสียงดังสนั่นแรงกรแทกรุนแรงจนเอเลนเสียพลังชีวิตไปบางส่วน ต้องถอยไปสี่ก้าวเพื่อสลายแรงปะทะโล่ในมือแตกร้าวแม้จะถูกเสริมด้วยพลังประสิทธิศาสตราแสดงให้เห็นว่าการโจมตีของไวร์เวิร์นนั้นอันตรายแค่ไหน เอเลนไม่เสียดายโล่แม้แต่น้อยเพราะโล่ได้ทำหน้าที่ของมันจนเสร็จแล้ว
โล่ที่เอเลนเลือกใช้นั้นมีคุณสมบัติพิเศษก็คือสามารถทำให้เป้าหมายที่โจมตีเข้ามาตกอยู่ในสภาวะสลบได้สามวินาที แต่วิธีการที่จะทำให้คุณสมบัตินี้แสดงผลนั้นค่อนข้างซับซ้อนเอเลนจะต้องตั้งการ์ดให้ทันภายในหนึ่งวินาทีก่อนที่การโจมตีจะมาถึงด้วยการปักโล่ลงกับพื้นและเมื่อคุณสมบัติแสดงผลโจะตกอยู่ในสถานะเสียหายและถูกถอดออกจากแหวนคลังศาสตราในทันที
สามวินาทีเป็นเวลาที่สั้นจนไม่อาจทำอะไรได้แต่ไม่ใช่กับเอเลนที่มีค่าความว่องไวมหาศาลสามวินาทีนั้นมากพอที่จะสร้างการโจมตีที่ทรงพลังเอาไว้
“โนม สลามันเดอร์”
เอเลนเปล่งเสียงเงาภูติทั้งสองปรากฏขึ้นทันทีพร้อมกับเรียกหอกออกมาจากคลังศาสตรา ใชเพียงความคิดภูติทั้งสองก็เคลือบหอกด้วยไฟและก้อนหินพลังธาตุสองสายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้พลังประสิทธิ์ศาสตรา หอกทั้งงดงามและเปี่ยมไปด้วยอันตรายเอเลนจรดหอกก่อนจะทิ่มแทงออกไป
โลกาวิปโยค
บรัช!
217,000
รังสีหอกสาดแสงพุ่งทะลวงไปด้านหน้าประดุจม้าป่าแทงผ่านบริเวณหางของไวท์ไวร์เวิร์นจนขาดกระจุย
กี๊ซซซซซซซซซซ
ไวร์เวิร์นกรีดร้องเสียงแหลมดวงตาสัตว์ป่าจ้องมองหางที่หล่นอยู่ไม่ไกลก่อนจะสะบัดศีรษะกลับมาทางเอเลนด้วยแววตาขุ่นเคือง
เด็กหนุ่มยิ้มอย่างพึงพอใจในทักษะโจมหอกชนิดใหม่ที่สำแดงออกได้ด้วยท่วงท่าสามัญแต่การใช้พลังนั้นละเอียดอ่อนกว่าที่ตาเห็น รังสีหอกแฝงด้วยพลังเวทย์แทรกตัวทะลุผ่านเกล็ดแข็งๆฝังตัวลงในมวลกล้ามเนื้อก่อนที่จะปะทุออกเป็นค่าความเสียหายมหาศาลโดยไม่สนใจพลังป้องกันจริงๆแล้วท่านี้ไม่สมควรที่จะทำให้หางไวร์เวิร์นขาดแต่เอเลนได้แฝงพลังของภูติจำนวนสองชนิดเข้าไปด้วย
แต่โอกาสแบบนั้นคงไม่มีอีกแล้ว
กี๊ซซซซซซ
ไวร์เวิร์นเป็นสัตว์นักล่าที่สามารถเรียนรู้ได้หรืออย่าน้อยมันก็เจ็บแล้วจำเมื่อพลาดแล้วมันจะไม่ยอมพลาดอีก มันระมัดระวังตัวมากขึ้นปีกทั้งสองกางออกกระพือทีเดียวหอบร่างของมันลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า หางที่ขาดทำให้น้ำหนักตัวของมันลดลงครึ่งหนึ่งแต่แลกมาด้วยร่างกายที่เสียสมดุลทำให้ควบคุมการบินได้ยากกว่าเดิม
“มันต้องอย่างนั้น”
เด็กหนุ่มกล่าวด้วยความตื่นเต้นก่อนจะใช้ออกด้วยท่าเท้าทะยานเมฆสร้างเป็นบนไดขั้นเล็กๆไต่ไปมาบนอากาศ ไวร์เวิร์นย่อมไม่ปลื้มที่เอเลนพยายามเข้ามาใกล้พลังเวทมนต์พลันเคลื่อนที่จากท้องผ่านลำคอก่อนที่จะมารวมกันในปาก ไวร์เวิร์นอ้าปากมาทางเด็กหนุ่มโดยมีลำแสงสีขาวพุ่งออก
ลมหายใจมังกร
แซ่ดดดด
ลำแสงเรียวเล็กพุ่งมาเร็วมากเอเลนที่สามารถหลบมันได้อย่างคล่องแคล้วปล่อยให้ลำแสงพุ่งตัดฝ่าต้อไม้ราวกับเต้าหู้ตัดเนย ทักษะของเผ่ามังกรไม่กี่ทักษะที่ไวร์เวิร์นที่แข็งแกร่งสามารถใช้งานร่วมกันได้แม้จะไม่รุนแรงเทาของมังกรตัวจริงหากเป็นธรรมดาโดนเข้าไปคงไม่แคล้วต้องเสียแขนหรือขากันบ้าง
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเด็กหนุ่มจึงตัดสินใจหลบแทนที่จะป้องกัน พลังเวทมนต์ที่แฝงมากับลำแสงนั้นค่อนข้างเป็นปัญหาไม่จะยิงไม่โดยแต่การโจมตีของไวร์เวิร์นก็ยังไม่จบลง มันใช้ศีรษะที่มีลำคอยาวคล้ายงูสะบัดหัวบังคับลำแสงให้ตรงไปทางทิศทางที่เอเลนอยู่
ลมหายใจมังกรเป็นทักษะที่แปรเปลี่ยนไปตามชนิดของมังกรสามารถใช้ได้ในกรณีของไวร์เวิร์นที่มีพลังกล้าแข็ง ไวท์ไวร์เวิร์นจดเป็นมอนสเตอร์ธาตุแสงการทำงานของลำหายใจมังกรธาตุแสงจึงเป็นการบีบอัดพลังเวทมนต์แล้วยิงออกมาจากปากเป็นเส้นตรงที่มีคุณสมบัติในการเร่งอุณหภูมิในวัตถุให้สูงขึ้นภายในเวลาเสี้ยววินาที
นั่นเป็นสาเหตุที่เอเลนเลือกที่จะหลบมากกว่าป้องกันต่อให้ยุทธภัณฑ์ความทนทานสูง็ต้องสูญเสียค่าวามทนทานโดยใช่เหตุ เด็กหนุ่มปลีกตัวหลบอย่างคล่องแคล่วปรากฏตัวอีกครั้งเหนือหัวของไวร์เวิร์นในสภาพเงื้อดาบหนัก เอเลนสับดาบจากบนลงล่างพลังเวทมนต์เข้มข้นถูกผนึกลงในดาบพร้อมจิตสังหารเข้มข้น
เปรี้ยงงง
ถึงจะไม่เท่ากับมังกรแต่เกล็ดของไวร์เวิร์นก็แข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ การโจมตีสุดแรงของเอเลนสามารถฝากแผลฉกรรนจ์เอาไว้แต่ไม่รุนแรงถึงชีวิต ภาพการมองเห็นของไวร์เวิร์นเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทใบหน้าของมันทิ่มดินบาดแผลตรงคอนับว่าสาหัสมากแต่ใช่ว่ามันจะยอมตกเป็นรองฝ่ายเดียว
ทันใดนั้นเองพื้นที่ว่างเปล่าบริเวณเบื้องหลังของเอเลนพลันปรากฏดวงแสงสีขาวซึ่งก็คือทักษะคายมุกแสงขาวเอเลนพลันรู้สึกเย็นวาบรีบผนึกพลังป้องกัน เขาที่มีความสามารถในการอ่านลักษณะพลังเวทย์ยังเพิ่งรู้สึกตัวถึงพลังเวทมนต์มหาศาลที่กำลังควบแน่นเข้าสู่จุดศูนย์กลางก่อนจะปะทุออกมาในครั้งเดียว
แสงแห่งเอกภาพ
บึ้ม
“คึ่ก”
โลหิตไหลซึมจากมุมปากแรงระเบิดกระแทกใส่แผ่นหลังของเด็กหนุ่มส่งร่างของเขาลอยละลิ่วกระแทกพื้นราวกับอุกกาบาตพร้อมพลังชีวิตหายไปทีเดียวสอในสิบส่วนพร้อมบาดแผลไหม้เกรียมเต็มแผ่นหลัง แผลไม่สาหัสมากแต่ทำให้เขาตระหนักได้ถึงความน่ากลัวของผู้ใช้พลังธาตุแสง
นอกจากพลังในการเปลี่ยนอุณหภูมิเฉียบพลันแล้วธาตุแสงยังมีคุณสมบัติอื่นยกตัวอย่างเช่นพลังรักษาของนักเวทย์ขาวและนักบวชที่มีความคล้ายคลึงกับพลังศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังมีอีกคุณสมบัติหนึ่งของธาตุแสงที่ไม่ค่อยมีคนสามารถใช้ได้มากนักนั่นก็คือพลังในการลวงตา บิดเดบือนการรับรู้และอำพรางพลังเวทมนต์
ที่ไม่ค่อยมีคนใช้พลังธาตุแสงในรูปแบบดังกล่าวเพราะมันควบคุมได้ยากแถมยังไม่ดีเท่ากับพลังธาตุความมืด ไวท์ไวร์เวิร์นปกติไม่มีทางควบคุมพลังธาตุแสงได้แบบนี้แน่นอนเว้นเสียแต่จะมีผู้ที่ถ่ายทอดให้ พลังที่แยบยลขนาดลบการคงอยู่ของพลังเวทย์จากผู้ที่มีประสาทสัมผัสเฉียบคมได้หากปล่อยไว้นานเข้าจะยิ่งน่ากลัว
เอเลนโคจรพลังขับไล่ความเจ็บปวดก่อนจะงัดตัวออกมาจากซากต้นไม้แล้วแผ่พลังเวทมนต์ของตัวเองออกไปโดยรอบกินรัศมีกว่ายี่สิบเมตรเป็นวิธีรับมือกับพลังลวงตาขั้นพื้นฐานโดยใช้พลังเวทมนต์ของตัวเองรวมเข้ากับละอองเวทย์ในอากาศเพื่อแผ่ขยายขอบเขตการตรวจจับเพราะถึงแม้อีกฝ่ายจะมีพลังในการบิดเบือนแต่การโจมตีนั่นย่อมสร้างแรงกระเพิ่มในอากาศที่สามารถจับต้องได้แม้จะเป็นวิธีที่สิ้นเปลืองมานาแต่ก็ดีกว่าหลับหูหลับตารับมือ
ไวท์ไวร์เวิร์นตั้งตัวได้เร็วกว่าเล็กน้อยกระโจนเข้ามาในขอบเขตการรับรู้แม้ภาพที่เห็ยไวร์เวิร์นจะยังคงนอนหมดสภาพอยู่แต่นั่นคือกลลวงเอเลนที่ใช้พลังเวทย์แทนดวงตาสามารถมองเห็นไวร์ร์นที่กำลังพรางตัวเอโจมตีอย่างชัดเจน ร่างสูงเปลี่ยนดาบหนักเป็นดาบยาวสองคมถีบตัวขึ้นไปบนอากาศเหนือไวร์เวิร์นแทงดาบยาวเข้าไปในดวงตาพร้อมกรีดดาบยาวลากผ่านหัวจรดหาง
กี๊ซซซ
ไวร์เวิร์นกรีดร้องเสียงแหลมคมดาบผนึกพลังเวทย์ที่แทงผ่านดวงตาที่เป็นส่วนที่อ่อนไหวความเจ็บปวดทำให้พลังลวงตาสลายไปพร้อมกับความสามารถในการป้องกันเปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มสามารถสร้างความเสียหายมหาศาลให้แก่มันได้
แผลที่ลากผ่านลำตัวยังพอจะใช้พลังป้องกันตามธรรมชาติของมันในการรักษาแต่ดวงตานั้นถือว่าจนปัญญาแล้วจริงๆ เมื่อดาบลากสุดปลายหางเด็กหนุ่มตีลังกากลับมากลางลำตัวก่อนจะทิ้งน้ไหนกและพลังลงที่ปลายเท้ากดร่างไวร์เวิร์นกระแทกพื้นหมดสภาพต่อสู้แต่เพื่อความปลอดภัยเอเลนจึงขอให้โนมตรึงร่างอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยพลังธาตุดินก่อนที่เอเลนจะสลับอาวุธเป็นหอกแทงตัดขั้วหัวใจอีกฝ่ายที่ไร้การป้องกันจนแสงในดวงตาข้างที่เหลือดับไป
ฉึก
[ท่านสังหาร ไวท์ไวร์เวิร์น]
[เนื่องจากท่านสังหารสิ่งมีชีวิตที่มีเลเวลสูงกว่าท่านทำให้ได้รับค่าประสบการณ์พิเศษ]
[เลเวลของท่านเพิ่มขึ้นเป็น 57]
[คำอวยพรแห่งการสูญสิ้นแสดงผล ท่านได้รับสิ่งตอบแทนเพิ่มเติม]
[ท่านได้รับ เกล็ดไวร์เวิร์น(แสง) 50 ชิ้น]
[ท่านได้รับ เกล็ดย้อนไวร์เวิร์น(แสง) 10 ชิ้น]
[ท่านได้รับ เขี้ยวแก้วไวร์เวิร์น(แสง) 4 ชิ้น]
[ท่านได้รับ เขี้ยวไวร์เวิร์น(แสง) 4 ชิ้น]
[ท่านได้รับ กรงเล็บไวร์เวิร์น(แสง) 10 ชิ้น]
[ท่านได้รับ เนื้อไวร์เวิร์น 15 ชิ้น]
[ท่านได้รับ กระดูกไวร์เวิร์น(ใหญ่) 30 ชิ้น]
[ท่านได้รับ เส้นเอ็นไวร์เวิร์น 1 เส้น]
[ท่านได้รับ แก่นผลึกมังกร(ไม่สมบูรณ์) 1 ชิ้น]
[ท่านได้รับ ผนึกศักดิ์สิทธิ์ 1 ชิ้น]
สิ้นเสียงของโลกนอกจากศพของไวท์ไวร์เวิร์นแล้วยังมีข้าวของมากมายหล่นกระจากเต็มพื้นเอเลนตรวจสอบวัสดุที่ได้รับมาดังที่หวังเอาไว้แบบผ่านๆด้วยแววตาเฉยเมยก่อนจะสะดุดใจกับของชิ้นสุดท้าย
ผนึกศักดิ์สิทธิ์
แรงค์ A
ประเภท อุปกรณ์จับสัตว์
จำนวนการใช้งาน 0/1
วัตถุที่บรรจุพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดาแห่งความเมตตาและความหวังอาริอันนามีผลทำให้มอนสเตอร์ทุกชนิดลดความดุร้ายลงทำให้สามารถฝึกฝนได้ง่ายขึ้น
- เมื่อใช้กับมอนสเตอร์ธาตุแสงที่มีเลเวลต่ำกว่าผู้ใช้งาน ผนึกจะจมลงในศีรษะของเป้าหมายพร้อมบังคับตีตราให้มอนสเตอร์ตัวนั้นกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์โดยไม่มีเงื่อนไข
- ไม่สามารถใช้กับมอนสเตอร์ที่มีสติปัญญาสูง
- ค่าสถานะสัตว์เลี้ยงจะเพิ่มขึ้น 0.5 เท่า
ผนึกศักดิ์สิทธิ์มีลักษณะเป็นลูกแก้วทรงกลมสีใสที่มีลังศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียนอยู่ ภายหลังเอเลนจะทราบว่าภายในศีรษะของไวร์เวิร์นก็มีผลึกแบบนี้อยู่อีกหนึ่งเม็ดด้วยคำอวยพรแห่งการสูญสิ้นทำให้เอเลนได้รับสำเนาของผนึกดังกล่าวเพิ่มเติมจากที่ควรจะได้นั่นทำให้เอเลนสามารถสรุปสาเหตุที่ว่าทำไมจู่ๆไวร์เวิร์นที่ควรจะอาศัยอยู่บนเทือกเขาเทียบสวรรค์ถึงได้ลงมาเดินเล่นบริเวณป่าเบรูอิน
มันคงถูกส่งมาเพื่อลองเชิง
ไม่รู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใครแต่คงเป็นคนที่แข็งแกร่งหรืออย่างน้อยก็มีเลเวลไม่ต่ำกว่า 95 ผนึกศักดิ์สิทธิ์จะกลายเป็นเบาะแสชิ้นสำคัญที่จะทำให้สาวไปถึงคนที่บงการ ไม่มีทางที่กลุ่มโจรธรรมดาๆที่ทางจักรวรรดิไม่ได้จดว่ามีความอันตรายสูงจะครอบครองวัตถุที่ทรงพลังขนาดนี้ได้
“แต่ก่อนอื่นคงต้องจัดการปัญหาตรงหน้าก่อน”
เมื่อจนปัญญาจะเชื่อมโยงเรื่องราวเอเลนเก็บซากไวร์เวิร์นทั้งหมดลงแหวนมิติพร้อมตรวจสอบสภาพอาวุธทุกชิ้น แต่ทันใดนั้นเองอุปกรณ์สื่อสารในรูปของผลึกที่เขาแขวนไว้ที่กางเกงก็แตกออกพร้อมกับข้อความสั้นจากลูน่าที่เมื่อได้ยินแล้วเอเลนก็มีสีหน้ามืดครึ้มลง
“หมู่บ้านกำลังถูกโจมตี”
***************************************************************************
คุยกันท้ายตอน
นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ผมได้กับคนอ่าน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการบ่นเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของผมนี่แหละ
ที่อยากจะบอกในวันนี้คือ ตามปกติแล้วผมจะพยายามอัพให้ได้วันศุกร์กับวันอาทิตย์แต่ช่วงนี้เขียนยากมากเพราะอากาศเมืองไทยที่ร้อนชิบหาย อ้อลืมบอกไปปกติแล้วผมเป็นพนักงานออฟฟิสกินเงินเดือนนี่แหละออฟิสผมช่วงนี้แอร์เสียแถมกว่าจะได้ซ่อมก็ล่อไปวันเสาร์นี้ ทำให้ความคิดผมเวลากลับไปถึงจะค่อนข้างรวนเขียนๆลบๆอยู่หลายครั้งนิยายก็เลยจะอัพโหลดไม่เป็นเวลาเหมือนอย่างเคยแต่จะทำให้ได้อย่างน้อยก็สัปดาห์ละ 1 ตอน
ขอให้เพื่อนนักอ่านทุกท่านรักษาสุขภาพ ล้างมือล้างไม้บ่อยๆและอย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยกันด้วยนะครับ
Zero Times