Stardust Realm -Online-

    บทที่ 50: รินคำ

    บทที่ 50: รินคำ

             

            ฮิบิคิ...

            คิดถึง...คิดถึงเจ้าของชื่อนี้เหลือเกิน

            “เธอกับฮิบิคิสนิทกันน่าดู ถ้าเจออาจจะนึกเรื่องที่บาเรียออกก็ได้...”อรุโณทัยเอนหลังพิงเบาะ ลัคนาที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มพยักหน้า

            รถตู้วิ่งเข้าตัวเมืองและเจอกับความแออัดของเมืองหลวงเต็มๆ ทิวทัศน์รอบตัวอัดแน่นด้วยป้ายโฆษณาและตึกแถวสูงตระหง่านสายไฟสีดำพันระโยงระยางเหมือนเถาวัลย์ ข้างรถก็มีแต่จักรยานยนต์หลากสีพยายามแทรกผ่านจนเซนเซอร์ของรถดังปิ๊บๆไม่ขาดสาย บรรยากาศคนละแบบกับตลาดของนครจักรกลมาคิน่าที่ลัคนาคิดว่าจอแจที่สุดลิบลับ

            ซาโตรุขอให้ลัคนานอนกับเบาะหลังและเอาผ้าห่มคลุมร่างไว้ให้ดี เขากลัวว่าหนึ่งในจักรยานยนต์ที่ขับผ่านไปจะแอบมองลอดผ้าม่านมาเห็นเธอเข้า

            “มีใครตามมาไหม?” นาธานหันไปถามผู้ช่วย

            ซาโตรุกลับมานั่งที่และส่ายหน้า แต่เขากลับชักปืนขึ้นมาแอบไว้ใต้ผ้าเช็ดหน้าทำเอาทุกคนในรถขนลุก

            “หัวหน้า...เล่าเรื่องที่บาเรียได้ไหมคะ? เผื่อจะนึกอะไรออก” ลัคนาผงกหัวและกล่าวเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ หัวหน้าสาวพยักหน้ากลืนความทรงจำขมขื่นที่ประดังเข้ามากลับลงคอไปก่อน

            “MT คนแรกและหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนคนแรกคือรินคำแต่รินคำตายไปก่อนเธอจะมาถึง หลังรินคำจากไป ฉันกับหยางเป็นหัวหน้าหน่วยต่อ อยู่มาวันหนึ่งฮิบิคิก็พบเธอเข้าและได้รู้ว่าเธอเป็นกุญแจเขาหวงเธอมาก แต่ไม่ใช่แค่เพราะเป็นกุญแจหรอก พวกเราไม่เคยเห็นเขาเปิดใจกับใครเหมือนที่เปิดใจกับเธอ”

            ลัคนาฟังก็เขินชอบกล

            “ตอนนั้นพวกเรากำลังสิ้นหวัง บาเรียบางลงทุกวันและอีกไม่นานคงจะสลาย จะไม่มีอะไรปกป้องเราจากผู้เล่นหรือมอนสเตอร์อีกพอเธอมา... พวกเราเลยมีความหวังอีกครั้ง เพราะสิ่งแรกที่เธอให้พวกเราคือบัตรเชิญสู่สตาร์ดัสต์เรล์ม แดนปลอดภัย ความหวังหนึ่งเดียวของพวกเรา” อรุโณทัยเล่า “เธอมักจะพูดด้วยเสียงก้องแปลกๆเหมือนโดนใครไม่รู้ควบคุม เราเลยคิดว่าเธอมีตัวตนที่สอง... ตัวตนที่เป็นกุญแจซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งและฉันก็พยายามดึงตัวตนส่วนที่เป็นกุญแจของเธอให้ช่วยชี้นำพวกเรา”

            “เวลาที่กุญแจพูด นั่นคือตอนที่ดอกเตอร์แทรกแซงการควบคุมอวาตาร์ของลัคนาค่ะ”เคทอธิบาย “ฉันเป็นคนใส่ระบบนั้นให้กับลัคนาเป็นพิเศษ คนอื่นจะมีแค่เสียงที่ถูกโปรแกรมไว้ให้ได้ยินคนเดียวคือเสียงตอนตื่นที่กระซิบว่าต้องออกไปจากที่นี่และตามหาสตาร์ดัสต์ เรล์มมันเลยเหมือนเสียงที่ได้ยินในหัว”

            “ดอกเตอร์นี่เหมือนว่างเนอะ...มานั่งดูเอ็มทีคุยกันเนี่ย”

            “สุดท้ายทุกอย่างที่เรารู้จักก็แค่เรื่องโกหก มีแค่มิตรภาพและความผูกพันที่เป็นของจริง...ทว่านั่นก็หายไปง่ายดายเหลือเกิน” อรุโณทัยพูด ลัคนารู้ว่าหัวหน้าสาวเอ่ยถึงการที่ตนเสียความทรงจำก็รู้สึกปวดใจ“เอ้อ แล้วลัคนาที่เป็นกุญแจก็รู้รายละเอียดของพวกมอนสเตอร์ดี ทำไมกันล่ะ?”

            “นั่นก็...เป็นระบบอัตโนมัติที่ทำให้กุญแจพูดรายละเอียดมอนสเตอร์ออกมาพอกลายเป็นผู้เล่นก็ยังมีสกิลพิเศษ <ดวงตาของผู้สร้าง> สามารถรู้ข้อมูลต่างๆ ของอุปกรณ์สวมใส่และไอเทมในเกม” เคทพูด “จุดประสงค์ของระบบต่างๆที่ใส่ไว้ในตัวกุญแจ พวกเราเดาว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ให้ MT ไปพบเจอค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะขลุกกันอยู่แต่ในบาเรียและไม่ได้ข้อมูลสิ่งที่ดอกเตอร์ต้องการมากที่สุด...คงเป็นข้อมูลเรื่องอารมณ์ความรู้สึกและการตอบสนองของมนุษย์ต่อสิ่งเร้าต่างๆ”

            “ตามนั้น” นาธานพูด “แน่นอนว่าแต่ละคนก็ตอบสนองไม่เหมือนกัน ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อการเขียนลูกสาวของดอกเตอร์ขึ้นมาใหม่มากขนาดไหน”

            “คือ ฉันได้รู้ว่า MT ถ้าตายจะกลายเป็นผู้เล่นแต่ว่า...ฉันได้ยินจากเทียร์ลิงค์ว่า...รินคำที่เป็นผู้เล่นเป็นปัญญาประดิษฐ์ใช่ไหมคะ?”

            “ใช่” เคทตอบทันที “ฉันไม่เข้าใจเลย... รินคำที่เป็น MT คนแรกคือใคร? ทั้งที่ MT คนอื่น พอตาย ถ้าไม่เข้ากายภาพบำบัดหรือเข้าโปรแกรมการรักษาวิจัยอื่นๆก็มาเป็นผู้เล่นในเกม แต่รินคำที่กลายเป็นผู้เล่นกลับไม่ใช่คนแต่เป็นปัญญาประดิษฐ์...ถ้ารินคำโปรโตไทป์สำเร็จไปตั้งแต่ตอนที่รินคำเป็น MT ยังจะต้องทำวิจัยหาอะไรอีก?”

            “รินคำที่เป็นผู้เล่นนี่สมบูรณ์แค่ไหนเหรอครับ?” ไคล์ถาม

            “เธอเป็น AI ทดสอบระบบ มีบุคลิกนิสัยใจคอการตอบสนองไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือน NPC ที่มีคนจริงๆ มาเข้ากะแสดงอย่างฮิเก็นสกายดรอป หรือเทียร์ลิงค์ และอาจจะไม่ได้ยึดกับบุคลิกหลักได้เหนียวแน่นเท่าพวกที่มีคนเขียนบทคอยตรวจอยู่เบื้องหลังอย่างพวกปีศาจเลเมเกทัน”

            “อ้าว แต่ถ้ารินคำตายไปแล้ว ใครจะมาเป็นแบบ...?”

            “ก็เท่ากับว่าพวกเขาต้องการข้อมูลไปอุดช่องโหว่... แต่ข้อมูลจากคนอื่นที่ไม่ใช่รินคำถึงจะนิสัยคล้ายกัน... ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีประโยชน์แค่ไหน”

            “สรุปแล้วทำไมต้องให้รินคำอยู่ในเกมด้วยล่ะคะ?”

            “อันนี้ฉันไม่แน่ใจ เดาว่าเป็นการทดสอบภาคสนาม นอกจากเป็นการเอาสกิลใหม่ไปลองก่อนใส่ให้กับผู้เล่นยังเป็นการเก็บข้อมูลการตอบสนองของปัญญาประดิษฐ์ต่อสิ่งแวดล้อมและขัดเกลาการตอบสนองนั้นถ้าเป้าหมายสุดท้ายของดอกเตอร์คือการสร้างมนุษย์ดิจิทัล การที่รินคำอยู่ในเกมมานานสองนานก็ไม่น่าแปลกใจ”นาธานร่ายยาว “มีอะไรถามอีกไหม?”

            ไคล์ส่ายหน้า ไม่รู้ไม่มีคำถามหรือฟังไม่ทันแต่กลบเกลื่อน อรุโณทัยมองนอกหน้าต่างไม่กล่าวอะไรพวกเขาเงียบไปพักหนึ่งก่อนลัคนาจะพูด

            “คือว่า...ดันทาเลียน”

            “ว่าไง นายท่าน?”

            “ความทรงจำที่ได้มาตอนทำพันธะกับเธอ...”

            “เป็นความทรงจำที่เราดึงจากฐานข้อมูลของแล็บ อันที่จริง มันคือความทรงจำบางส่วนที่ถูกแบ็กอัปไว้เผื่อเกิดอะไรกับนาโนแมชชีนที่วิ่งเล่นอยู่ในสมองท่านบางทีพวกเขาก็เอามันมาวิเคราะห์ฆ่าเวลาแล้วเอาไปใส่รินคำ”

            “รู้เยอะจริง” ไคล์บอก “เกือบนึกว่าเป็นมนุษย์จริงๆ เสียอีก”

            “ตัวเราก็ถูกสร้างโดยคนเขียนปัญญาประดิษฐ์ที่เก่งมากคนหนึ่ง อีกทั้งยังมีคนคอยตรวจทานอย่างที่ท่านเคทบอกจะใกล้เคียงความเป็นมนุษย์ก็ไม่แปลก แต่สุดท้ายก็เป็นแค่ตุ๊กตาเลียนแบบ” ดันทาเลียนเอ่ยผ่านลำโพง“นายท่าน พอหลุดจากกรงใบเล็กมาสู่กรงใบใหญ่นี้แล้ว คงคิดจะตามหาคนที่เห็นในความทรงจำนั่นสินะ?”

            “อือ... ศพเด็กผู้หญิงผมดำ เด็กหนุ่มขาพิการ เด็กสาวผมทอง...”

            “ถ้าเด็กหนุ่มคนนั้นคงได้เจอเร็วๆ นี้” ไคล์แทรก

            “ฉัน...กำลังจะได้รู้ทุกอย่างสินะ” ลัคนารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ

            “ถ้าหลุดจากรถติดนี่ได้” นาธานพูดติดตลก “ไฟแดงหนึ่งอสงไขยไฟเขียวหนึ่งวินาที”

            “...ทำไมพวกนายถึงช่วยพวกเรา? รู้สึกว่าไอ้ดอกเตอร์จะขู่เข็ญไว้เยอะแล้วยังจะยูริที่โดนจับไปอีก... เขายังปลอดภัยดีใช่ไหม? เกิดอะไรขึ้นกับเขา?” อรุโณทัยถามหลังเงียบมาพักใหญ่

            “จริงสิ... ยูริเคยช่วยฉันตอนสงครามเวิลด์บอส” ลัคนาพูด “แต่ฉันจำเขาไม่ได้”

            “ยูริเป็น MT เหมือนพวกเรานี่แหละตอนยูริถูกจับเป็นตัวประกันและพวกเราตามไปช่วยจนต้องปะทะกับผู้เล่น เขาระเบิดตัวเองเพื่อช่วยพวกเราหนีเธอจิตตกน่าดูเลยตอนนั้น” หัวหน้าสาวเล่าย้อนความหลัง “หรือว่านั่นคือสาเหตุที่เธอ...ตอนสุดท้ายนั่น...”

            “ยูริเป็นคนเปิดโปงดอกเตอร์ก็จริง” เคทขัดก่อนลัคนาจะได้ถามว่าตอนสุดท้ายที่อรุโณทัยพูดถึงคืออะไร“แต่เพราะเบื้องบนถูกใจงานวิจัยของดอกเตอร์ ยูริเลยโดนจับขัง เขาเป็นพยานปากสำคัญที่จะเผยแพร่ความลับของสตาร์ดัสต์เรล์มสู่โลก ฉะนั้นเราต้องช่วยเขาออกมาให้ได้ นอกจากเขา เราก็อยากได้ตัวกุญแจที่มีความสัมพันธ์บางอย่างกับรินคำและมีความสำคัญต่อสตาร์ดัสต์เรล์มอย่างยิ่ง”

            “...? เดี๋ยวนะคะ ฉันกับรินคำ...?” ลัคนาขมวดคิ้ว

            “อริส... เพื่อนเธอตอนอยู่ในบาเรียน่ะ” อรุโณทัยเกริ่น “อริสเคยเล่าให้ฉันฟังว่าเธอพูดประโยคเดียวกับรินคำแบบคำต่อคำไม่ได้พูดผ่านเสียงของกุญแจด้วย”

            “ฉัน...เคยทำแบบนั้น...” ลัคนาคิด

            “อีกกลุ่มกำลังพยายามช่วยยูริ ถ้าสำเร็จเมื่อไหร่เขาจะมารวมตัวกับเรา ทุกคนจะได้ฟังเรื่องราวแบบละเอียดจากปากเขา”

            ลัคนารู้สึกมึนงงจนเกือบวูบ ไคล์สังเกตท่าทีนั้นเลยหยิบยาจากกระเป๋า

            “เอ้า ฉีดเข้าเส้น”

            “เอ๊ะ...?”

            “ยาต้านไวรัส ชะลออาการของเธอได้พักหนึ่ง” ซาโตรุบอก “ฉันแอบดูประวัติเธอมาเธอต้องได้รับยาทุกแปดถึงเก้าชั่วโมง... แต่เธอไม่น่าจะต้องการยาตอนนี้นี่...?”

            ลัคนารู้สึกวิงเวียนคลื่นไส้หนักขึ้นจนอรุโณทัยรีบจับแขนเด็กสาว พลิกท้องแขนขึ้น

            “ไม่เจ็บหรอก ฉันโดนมาสองสามรอบ” อรุโณทัยพูด “หมอฝรั่งที่ชื่อคริสคนนั้นบอกว่าความเครียดสมัยเป็นMT ทำให้อาการพวกเราบางคนกำเริบ ก็นะ เสี่ยงตายกันแทบทุกวัน ยิ่งเธอไปสู้สงครามบ้าบออะไรด้วยคงยิ่งแล้วใหญ่”

            “ขอบคุณ...” ลัคนามึนเสียจนอรุโณทัยอาสาฉีดให้ ซาโตรุสะกิดบอกนาธานว่าอย่าเหยียบคันเร่งแรงนัก“ขอบคุณค่ะ...”

            รถแล่นพ้นสี่แยกไฟแดงและทะลุเข้าซอยเล็ก แล่นออกจากตัวเมืองเพื่อขึ้นทางยกระดับ

            พอได้ยา ลัคนาก็ผล็อยหลับไป

            “...เธอเครียดสะสมหนักกว่าฉันอีก นิสัยแต่เดิมก็เป็นพวกชอบคิดเล็กคิดน้อยอยู่แล้ว”หญิงสาวพูดพลางมองร่างที่ขดตัวนอนบนเบาะหลังของอดีตกุญแจ “ยานั่น...ถ้าแบ่งส่วนของฉันกับลัคนาจะอยู่ได้นานแค่ไหน?”

            “สักอาทิตย์หนึ่ง ทั้งนี้ก็แล้วแต่ว่าลัคนาจะอาการกำเริบแบบเมื่อครู่บ่อยแค่ไหน”ซาโตรุตอบ ไคล์ส่งกระเป๋าใส่ยาให้เขาไปถือแทน

            “เรอะ แล้วหลังจากนั้นล่ะ? ถ้ามีอะไรผิดพลาดแล้วพวกเธอไม่สามารถทำให้ไอ้ดอกเตอร์นั่นรับกรรมได้จะทำยังไง? พวกเราต้องระเห็จกลับไปขอยาจากมันเหรอ?”

            ไม่มีใครตอบ

            “เฮ้อ ช่างเถอะ ยังไงฉันก็เป็นคนตัดสินใจจะออกจากที่นั่นเอง มาถึงตอนนี้ฉันพร้อมรับทุกอย่างที่ตามมาแล้วล่ะ” หญิงสาวกอดอก

            “ช่าย ผมเองก็เสนอตัวเข้าร่วมแผนการระห่ำของพี่เคทเอง ถือว่าลงเรือลำเดียวกันหมดด้วยความสมัครใจ”ไคล์ยิ้มแป้น

            “ขอบใจนะ...” เคทถอดแว่นนวดหัวตา “พวกเราต้องช่วยยูริ...แล้วเปิดโปงโปรเจกต์สตาร์ดัสต์เรล์มต่อโลกให้จงได้...”

            “อื้อ เพื่อการนั้นเราเลยติดต่อพวกเพื่อนๆ ของลัคนาไว้แล้ว ไปถึงที่หมายเมื่อไหร่ก็เตรียมเลี้ยงโต๊ะจีนรวมญาติได้เลย”

            “ไคล์นี่อยู่เมืองไทยนานจนจะกลายเป็นคนไทยอยู่แล้วนะ” นาธานหลุดหัวเราะ บรรยากาศในรถสดใสขึ้นเล็กน้อย และในที่สุด พวกเขาก็มาถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ

            ที่นั่น... มีใครคนหนึ่งรออยู่ก่อนแล้ว

             

    ...

             

            ลัคนาโดนอรุโณทัยเขย่าตัว เสื้อผ้าชุดหนึ่งและรองเท้าแตะคีบถูกยื่นให้เด็กสาวจัดการสวมเสื้อยืดและกางเกงขาสั้น รู้สึกแปลกๆ ที่ไม่ได้ใส่ชุดชั้นใน ไคล์ช่วยพยุงเธอลงจากรถทว่าตั้งแต่เขาเห็นเธอล่อนจ้อนทั้งร่าง ลัคนาก็รู้สึกมองหน้าเขาไม่ติดหน่อยๆ

            พอก้าวลงจากรถ ภาพตรงหน้าก็ทำให้ลัคนาแทบล้มทั้งยืน

            เธอ...คุ้นเคยกับที่นี่

            มันเป็นโรงยิม พื้นส่วนหนึ่งปูด้วยแผ่นยาง ผนังด้านหนึ่งติดกระจก ด้านหลังเป็นบ้านหลังเล็กดูอบอุ่น กำแพงทาสีเขียวอ่อน ทางเข้าเต็มไปด้วยกระถางต้นไม้หน้าต่างติดเหล็กดัดลายนกแก้ว บนหลังคามีแมวสีขาวเดินอาดๆ ผ่านไป หมู่บ้านโดยรอบเป็นสวนไม่ก็บ้านหลังใหญ่โตรั้วสูง มีลุงยืนรดน้ำพุ่มดอกเข็มหน้าบ้านหนึ่งคน

            รถตู้สีเงินจอดตรงลานจอด นาธานส่งกุญแจให้ลุงที่ยืนรดน้ำเมื่อครู่ เขาขับรถออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำราวกับนัดแนะไว้ก่อน

            รอบๆ โรงยิมและตัวบ้านไม่มีใครอยู่ แต่มีคนเปิดประตูจากห้องที่ดูเหมือนห้องรปภ.บวกออฟฟิศที่ตั้งอยู่มุมหนึ่ง...

            หัวใจลัคนาเต้นแรงจนแทบทะลุจากอก น้ำตารื้น เธอก้าวขาออกไปข้างหนึ่ง ขณะที่คนคนนั้นเดินเข้ามาหาเธอช้าๆเท่าที่ไม้ค้ำของเขาจะอำนวย

            “ไง”

            ใบหน้าเบื่อโลกตามปกติของเขา ตอนนี้หยักยิ้มอ่อนโยน อัดแน่นด้วยความรู้สึกร้อยแปดพันเก้าที่คำพูดสื่อได้ไม่หมด

            “ฮิ...บิคิ...”

            เธอจำชื่อของเขาได้ จำใบหน้านั้นได้จำเสียงเขาได้

            “อะไรเล่า ยัยบ๊อง ทำหน้าแบบนั้น...”

            ลัคนาไม่ปล่อยให้เขาพูดจบประโยค เธอโผเข้าไปกอดจนเด็กหนุ่มเกือบล้มหงายเขาเกาะเธอแทนไม้ค้ำ ลูบหลังเธอเบาๆ

            “โธ่เอ๊ย อยากเขกหัวเธอแรงๆ สักที คราวหน้าอย่าทำอะไรห่ามๆ อย่างเอาดาบแทงคอตัวเองต่อหน้าทุกคนจะได้ไหม?” เขาเอ็ดเสียงเบา ลัคนากะพริบตาปริบๆ เขาเลยรู้ว่าเธอจำตอนนั้นไม่ได้ “...ไม่เป็นไรหรอก...แค่เธอยังมีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว...ดีจริงๆ...”

            อรุโณทัยอมยิ้ม ฮิบิคิเล่าเสียงเบา

            “เธอแลกชีวิตตัวเองกับซิลเวสเตอร์ หลังเธอไป...ฉัน...ฉันก็ฆ่าโฮเซ่...กับซุยเร็น...”เด็กหนุ่มกล่าวลอดไรฟัน แขนกอดรัดเธอไม่ยอมปล่อย “พวกนั้นก็ฆ่าหัวหน้าประกายมาศ...ฆ่าอึนริว...ทุกคนเข่นฆ่ากัน...แล้วหลังจากนั้นก็เหลือแต่ความว่างเปล่า ฉันไม่เหลืออะไรเลย...”

            “ฉัน...จำไม่ได้ แต่...ขอโทษนะ ที่ทำให้เจ็บปวด...”

            เกิดอะไรขึ้นมากมายเหลือเกิน

            ในที่สุดฮิบิคิก็ปรับสีหน้าเป็นปกติและผละออก

            “อย่าบอกนะว่าเธอสูงขึ้น?” ฮิบิคิพูดเหมือนไม่สบอารมณ์ทำให้ลัคนาหลุดหัวเราะ

            “ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่? เกิดอะไรขึ้น...? ที่นี่คือ...?” เธอมีคำถามมากมายจนเรียบเรียงไม่ถูก

            ฮิบิคิก้มทักทายอรุโณทัยแวบหนึ่งก่อนหันกลับมาหาเธอ เขาเองก็พูดไม่ออกเลยใช้แขนโอบร่างเด็กสาวเข้ากอดอีกครั้ง สัมผัสความอบอุ่น จมูกได้กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อแต่เขาไม่สน...

            มันเป็นการพบกันอีกครั้งที่รอคอยมาแสนนาน...

            ลัคนาอาจจะลืมเขา แต่เขาเฝ้ารอพบกับเธอมาตลอดตั้งแต่รู้ว่าทุกคนในบาเรียยังมีชีวิตอยู่อีกโลก

            “เข้าไปคุยกันข้างในดีกว่า” ไคล์บุ้ยไปทางประตูบ้านเล็กด้านหลัง ตรงนั้นมีชายวัยกลางคนมีสง่าราศีคนหนึ่งยืนอยู่ชายคนนั้น พอเห็นว่าลัคนาไม่มีทีท่าจะรู้จักตนก็น้ำตารื้น แต่ปากยังยิ้ม

            “มากันแล้ว” เขาหักใจหันไปเรียกคนในบ้าน “แม่ รินคำมาแล้ว!”

             

            “อะ อะไรนะ...?”

             

            ทุกคนช็อกค้าง คนเดียวที่ไม่ตกใจคือฮิบิคิ เขาเบือนหน้าไม่ยอมสบดวงตาเต็มไปด้วยคำถามของลัคนาและคนที่เหลือ

            “หมายความว่ายังไง?”

            “...ก็ ไม่ได้หูฝาดหรอก” ฮิบิคิกล่าวเสียงเบา “เข้าไปในบ้านเถอะ เดี๋ยวจะได้ฟังทุกอย่าง...”


     

    คล้ายกับเรื่องStardust Realm -Online- ที่คุณอ่าน

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810