“พารุ้งไปแจ้งความมั้ยพ่อ”ลมที่จูงมือรุ้งกลับมาถาม
“เสียเวลาแจ้งไปก็ปรับแค่500ไอ้กุ๊ยพวกนี้มันไม่รู้สึกอะไรหรอก”นายศิวกรตอบส่วนนางสายหมอกดึงรุ้งเข้ามาปลอบ
“ไม่เป็นไรลูกไม่ต้องกลัวแล้วก็ช่างมันนะรุ้ง”
“แม่..หนูไม่ได้กลัวแต่โกรธต่างหาก”รุ้งมองกลับไปทางที่ทั้ง3คนนั้นเดินหนีไปด้วยความหงุดหงิด
“เอาน่ารุ้ง เอางี้อยากซื้ออะไรบอกมาเลยเดี๋ยวพี่ซื้อปลอบใจเอง”ออสพูดกับรุ้งที่ยืนอยู่กับนางสายหมอก
“โอ้..จริงนะงั้นต้องบอกให้พวกนั้นมาจับบ่อยๆแล้วมั้งเนี่ย”พอได้ยินออสบอกจะซื้อของให้รุ้งก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันทีแน่นอนว่าที่บอกจะให้พวกนั้นมาจับบ่อยๆเธอแค่พูดเล่นเท่าไหร่
“ให้มันน้อยๆหน่อยยัยรุ้ง แกก็เหมือนกันทำลูกฉันนิสัยเสียหมดแล้ว”นายศิวกรปรามลูกสาวตนก่อนจะหันมาตำหนิออส
“ตกลงว่าคุณจะอยู่กับไอ้เด็กนี่สินะ งั้นฉันขอตัว”นางสายหมอกมองออสอย่างไม่สบอารมณ์แล้วก็ลุกขึ้นเตรียมจะเดินไป
“คุณจะไปไหน”นายศิวกรถามภรรยา
“ไปที่ตั้งซุ้มของอาจารย์สมศักดิ์”นางสายหมอกตอบแล้วก็เดินไปทันทีไม่รอให้ใครค้าน
“โธ่ แม่”ฟ้ามองตามแม่ของตัวเองเศร้าๆส่วนพ่อของเธอก็ถอนหายใจออกมาเบาๆเช่นกัน
“อีฟเรียบร้อยนะ”ระหว่างนั้นออสก็เดินเข้าไปถามอีฟเบาๆ
“ค่ะ”เธอตอบกลับ
เรื่องของเรื่องก็คือเมื่อเช้าจูนสั่งร่างทรงเก๊นั่นว่าจะเอาคนของอีฟ2คนไปอยู่ที่ซุ้มของสำนักเพราะคนที่มาหาร่างทรงถ้าไม่ใช่เพราะต้องการเลขเด็ดก็จะเป็นคนที่เดือดร้อนมา
เธอต้องการเก็บข้อมูลเพื่อที่จะใช้ในการดึงคนเข้าองค์กร
แต่ว่าร่างทรงนั่นดั้นกลัวเพราะเหตุการณ์เมื่อคืนจนไม่กล้าที่จะกลับไปที่บ้านเพื่อเอาอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการเข้าทรงเสียอย่างนั้น จูนก็เลยต้องขอให้อีฟส่งคนไปลากมันกลับบ้านแถมยังต้องมาช่วยมันตั้งซุ้มอีกต่างหาก
เรื่องนี้ก็ทำให้เขากุมขมับเช่นกัน เปิดสำนักร่างทรงไล่ผีให้คนอื่นแต่ดันกลัวผีเองซะงั้น
หลังจากนั้นออสกับฟ้าก็เดินไปสั่งข้าวมานั่งกินเช่นเดียวกับรุ้งที่เดินไปซื้อก๋วยเตี๋ยวอีกครั้งเพียงแต่ครั้งนี้มีลมเดินประกบไปด้วย
…
“แล้วหนูมะลิเนี่ยหลังเรียนจบจะทำอะไรหรอวางแผนไว้หรือยัง”นายศิวกรถามระหว่างนั่งทานอาหารกันอยู่
เขามองว่าครั้งนี้ลูกชายน่าจะจริงๆจังอยู่พอสมควรเพราะปกติเจ้าตัวจะไม่ค่อยยุ่งกับคนใกล้ตัวเท่าไหร่และก็ไม่เคยพาผู้หญิงมาให้ครอบครัวรู้จักจริงๆจังๆด้วย แต่กับมะลิไม่ใช่เพราะเป็นคนใกล้ตัวฟ้าแถมยังพามาเดินกับพวกเขาอีกด้วย
“ก็ถ้าเอาตามสัญญาฉันทำงานให้คุณออส5ปีคิดว่าเรียนจบก็น่าจะยังทำอยู่เพราะงั้นก็อาจจะเรียนต่อโทไปเลยค่ะ”มะลิตอบ
“งั้นหรอก็ฟังดูดีนะ”
“จะว่าไปงานสาวใช้เนี่ยไม่อยากทำก็ลาออกได้นี่ไม่เห็นต้องสนใจเลยว่าตกลงกันไว้5ปีหรือ10ปีถ้าอยากได้งานมาทำที่นี่ก็ได้นะ”ลมยุเนื่องจากแค่สาวใช้คนเดียวครอบครัวเขาก็จ้างไหว
“ไม่เอาค่ะ”มะลิปฏิเสธทันควัน
“โธ่”ลมแสดงสีหน้าเซ็งๆออกมา
ตรืนน ตรืนน
เสียงมือถือดังขึ้นทุกคนมองไปที่ของตัวเองสุดท้ายคนที่มือถือดังคือรุ้ง
“ฮัลโหล ว่าไงง”รุ้งรับสาย
“จริงหรอ ได้เลยๆเดี๋ยวฉันไปทันทีเลย”รุ้งตอบกลับอย่างร่าเริงแล้วก็วางสายไป
“พ่อคะเพื่อนๆโทรมาบอกว่านัดเจอกันแถวๆนี้ หนูขอไปอยู่กับเพื่อนๆนะ”รุ้งบอกกับพ่อของตน
“ลมแกไปส่งน้องหน่อย”พ่อของเธอหันไปพูดกับพี่ชายเพื่อบอกกลายๆว่าเขาอนุญาติอย่างไม่คิดอะไรมาก
ปกติแล้วเขาปล่อยให้รุ้งเดินไปเองคนเดียวยังได้เลยด้วยซ้ำแต่หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อครู่มาเลยตัดสินใจให้พี่ชายเดินไปส่งเธอดีกว่าพอเจอเพื่อนๆแล้วก็ค่อยให้ลมกลับมา
“ครับ”
“งั้นฉันไปเป็นเพื่อนค่ะ”
เมื่อเห็นลมลุกไปมะลิก็อาสาไปด้วยทันที
เมื่อลมกับมะลิไปแล้วนายศิวกรก็หันมาหาคนอื่นที่ยังอยู่แทน
“แล้วพวกเธอหละมหาวิทยาลัยมันหยุดเรียนได้อย่างมากก็วิชาจะ2-3ครั้งต่อเทอมไม่ใช่หรือไง กลับไปเรียนได้แล้วมั้งนี่ก็หยุดมาจะ2อาทิตย์แล้ว”พ่อของฟ้าหันมาพูดกับออสแทนแล้ว
“พ่อคะ ไหนบอกว่าจะให้เวลาออส3เดือนแล้วทำให้ถึงได้ไล่กันแบบนี้หละ”
“ที่บอกให้กลับไปเรียนก็รวมแกด้วยนั่นแหละ อุส่าสอบได้ครอสหยุดเรียนนานๆเสียดายตายเลย”
ออสที่กำลังยืนกรานว่าจะอยู่ให้ครบ3เดือนชะงัก ฟ้าเองก็มองพ่อด้วยความประหลาดใจ
“แต่ฟ้ากลับไปเรียนก็อยู่ที่บ้านออสนะ”ฟ้าลองพูดดูแบบกล้าๆกลัวๆ
“เออ”
ออส"…."
จูน"…"
“เดี๋ยวแบบนี้คือจะยอมให้ผมคบกับฟ้าแล้วใช่มั้ยครับ”ออสกลั้นหายใจด้วยความลุ้นระทึกหลังจากที่ถามออกไป
“เออ”
ออสเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงเมื่ออยู่ดีๆนายศิวกรก็อนุญาติออกมากระทันหันโดยไม่มีใครตั้งตัว
“พ่อคะ ขอบคุณนะ ฟ้ารักพ่อที่สุดเลย”ฟ้าวางช้อนส้อมที่ถืออยู่แล้วกระโดดกอดพ่อตัวเองทันที
ออสเองก็ยิ้มกว้างออกมาเช่นกัน
“แบบนี้คงต้องฉลองกันหน่อยแล้วม้าง”จูนพูด
“ไม่ต้องเลย ฉันยอมก็เพราะแกโตแล้ว แกเลือกเอง ถ้าวันนึงไอ้เด็กนี่มันเบื่อแกแล้วทิ้งก็ต้องรับผิดชอบตัวเองถ้ามาร้องห่มร้องไห้ฉันนี่แหละจะด่าซ้ำคอยดูสิ”ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่นายศิวกรก้รู้ดีว่าถึงตอนนั้นเขาทำไม่ได้หรอก
“ไม่ต้องห่วงผมจะดูแลฟ้าให้ดีที่สุดเลยหละ”ออสรับปาก
“ไม่ต้องมาพูด จะทำก็ทำให้เห็น”พ่อของฟ้าหันมาพูดกับออสเสียงเข้ม
“แต่แม่แกเนี่ย ฉันไม่รู้ด้วยนะ เพราะถ้าฉันจัดการได้คงไม่ปล่อยให้วิ่งไปหาไอ้ร่างทรงนั่นมาเป็นสิบๆปีหรอก”
เรื่องนี้พ่อของฟ้าก็ปวดหัวอยู่เหมือนกัน
“ไม่ต้องห่วงพ่อเรื่องนั้นหนะ”ฟ้ากำลังจะบอกความจริงแล้วก็จะได้ถือโอกาสปรึกษาพ่อไปเลยว่าจะบอกแม่ยังไงว่าแม่โดนหลอก
แต่ว่าก่อนที่ฟ้าจะพูดก็มีเสียงดังลั่นแทรกมาก่อน
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง
เสียงดังรัวขึ้น8นัดซ้อน
ไม่นานก็มีเสียงกรีดร้องดังมาไกลๆ
“ก้มต่ำๆไว้”อีฟพุ่งเข้ามาประกบออสก่อนใคร
ปืนที่อยู่ตรงเอวเธอตอนนี้อยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว
แล้วอีกไม่กี่วิทีมรักษาความปลอดภัยก็พุ่งเข้ามาล้อมกลุ่มของออสไว้
ทั้งฟ้า จูน รวมถึงพ่อจูนโดนประกบทันที
“เอารถเข้ามาให้ใกล้ที่สุด”อีฟสั่งผ่านเครื่องมือสื่อสารเนื่องจากบริเวณกลางเมื่องนั้นปิดถนนรถเลยเข้าไม่ถึงเธอจึงต้องพาออสเดินออกไปจากตรงนี้ก่อน
“อีฟเกิดอะไรขึ้น”ออสถามอย่างตกใจ
“เมื่อครู่เสียงปืนแน่นอน ตามฉันมาแล้วก้มต่ำๆไว้ค่ะ”อีฟสั่งซ้ำ
ตอนนี้มีคนมาประกบสองข้างของออสแล้วโดยที่อีฟเตรียมเดินนำไป
“เดี๋ยว ลมกับรุ้ง หนูมะลิด้วยแล้วยังเมียฉันอีก”พ่อของฟ้าร้องอย่างร้อนรน
“สำนักร่างทรงอยู่คนละทางกับเสียงปืนค่ะ”อีฟบอกก่อนจะรีบสั่งการ
“สองคนแยกไปดู”
“ไปค่ะเราออกจากพื้นที่ก่อนเดี๋ยวฉันจะส่งคนไปดูเพิ่มหลังจากทุกคนตรงนี้ปล่อยภัยแล้ว”
“ตกลง”พ่อของฟ้าตอบเขารู้ดีกว่ายิ่งงี่เง่าตอนนี้จะยิ่งเสียเวลาแถมเขาไม่มีอาวุธต่อให้ไปก็ไม่รู้จะทำอะไรได้บ้างปล่อยให้พวกนี้ที่ดูเป็นมืออาชีพจัดการน่าจะดีกว่า
“พ่อ..พี่กับรุ้งจะเป็นไรมั้ย”ฟ้าถามอย่างกังวลขณะกำลังเคลื่อนตัวตามคำสั่งของอีฟ
“อีฟกับทีมเป็นกลุ่มที่ถูกคัดมาอย่างดีเพื่อดูแลออสเลยนะ เดี๋ยวพวกนั้นก็หาทางทำอะไรสักอย่างเองแหละ”จูนปลอบ
“เรารีบเดิน ยิ่งเราปลอยภัยเร็วพวกนี้ก็รีบกลับไปช่วยคนที่เหลือได้เร็ว”ออสบอก
เขารู้ว่าถ้าตัวเขายังไม่ปลอดภัยอีฟไม่มีทางแบ่งคนออกไปมากกว่านี้แน่นอนแค่แบ่งออกไปสองคนก็ถือว่าใจดีแล้ว
ไม่นานด้วยการเปิดทางของอีฟที่ถือปืนอยู่ทำให้ไม่มีใครกล้าขวางพวกเขาก็มาถึงรถ ซึ่งรถที่เตรียมไว้ให้ออสใช้ถ้าออสไม่ได้เลือกเองทางอีฟก็จะสั่งให้เตรียมรถหุ้มเกราะกันกระสุนไว้อยู่แล้ว
ถึงแม้ออสจะไม่ได้ขับรถขึ้นมาแต่เมืองนี้ก็เป็นเมืองใหญ่หารถแบบนี้ไม่ได้ยากอะไร
พอมาถึง ออส ฟ้า จูน แล้วก็คุณพ่อก็โดนสั่งให้ขึ้นไปนั่งบนรถโดยมีคนขับพร้อมเมื่อออสอยู่บนรถแล้วอีฟจึงสั่งการต่อ
“อยู่ตรงนี้2คน อีก2คนไปดูคุณสายหมอก ที่เหลือไปตามหาคุณลมกับคุณรุ้งแล้วก็มะลิแล้วพาออกมา”อีฟสั่งอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งหันไปหาคนขับ
“ถ้ามีเสียงปืนอีกออกรถเลย”
“ครับ”
ไม่นานอีฟก็ได้รับการติดต่อกลับมา
เธอเดินไปที่รถแล้วเปิดประตู
“สถานการณ์สงบแล้วค่ะ เป็นฝีมือเด็กวัยรุ่นตอนนี้หนีไปแล้ว”
คนบนรถถอนหายใจอย่างโล่งอก ก็นะอยู่ดีๆมีเสียงปืนดังรัวขนาดนั้นใครก็ต้องกลัวหละ
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”นายศิวกรถามเนื่องจากอีฟมีสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก
“คือทีมของฉันกำลังช่วยอยู่”อีฟพูดด้วยความลังเล
“ช่วยอะไร”พ่อของฟ้าถามย้ำ
“คุณลมโดนยิงค่ะ”
!!!!