ตลอดระยะทางที่เทียนฉินมุ่งหน้าล้วนสาดกระเซ็นเต็มไปด้วยเลือด กลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
เทียนฉินจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาได้ฆ่าฝูงหมาป่านี้มากี่ตัวกันแน่ จิตใจเขาตอนนี้ต่างมุ่งมั่นขัดเกลาพลังของตนเองรวมถึงเคล็ดวิชาดาบเงาสวรรค์ให้ช่ำชองเพียงเท่านั้น
บริเวณใจกลางหุบเขาลูกหนึ่ง เทียนฉินยืนมองไปที่ปากถ้ำอันกว้างใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าอย่างไม่เกรงกลัว ชุดที่เขาสวมใส่อยู่ตอนนี้ไม่รู้ตรงไหนเป็นสีแดงดั้งเดิมของทางนิกายกันแน่ เพราะทั้งตัวล้วนปะปนไปด้วยเลือดของหมาป่าพวกนั้น
เทียนฉินก้าวเดินเข้าไปในถ้ำอย่างไม่หวั่นเกรงสิ่งใด หลงยู่หมิงได้บอกกล่าวกับเขาแล้วว่าการขัดเกลาวิชานั้นไม่ควรทำอย่างเร่งรีบ ต้องค่อยๆเคี่ยวกรำให้ถึงขีดจำกัดที่สุดให้ได้ก่อน ถึงจะบรรลุระดับความสำเร็จของวิถีดาบไปอีกขั้นหนึ่งได้
แต่ในขณะที่เทียนฉินได้เดินเข้าไปภายในถ้ำนั้นเอง เสียงสั่นสะเทือนพลันดังลั่นออกมาจากในถ้ำ
"โฮ้กก!"
กีบเท้าที่ใหญ่โตมโหฬารพุ่งออกมาโดยมีเป้าหมายอยู่ที่เทียนฉิน กีบเท้ายังมิทันถึงกลิ่นอายที่กดดันก็แผ่กระจายออกมาอย่างรุนแรง
"ทะลวงดารา!"
ตู้ม!
กระบวนท่าอันทรงพลังที่ผสานอยู่ในตัวดาบถูกเทียนฉินปลดปล่อยออกมาปะทะกับกีบเท้านั้นอย่างแรง พลังปราณที่กระจายออกมาสะกัดจนความเร็วของกีบเท้าที่พุ่งเข้ามามาชะลอลง จากนั้นจึงเคลื่อนร่างพริ้วไหวหลบหลีกออกจากปากถ้ำอย่างว่องไว ก่อนที่ฝ่าเท้าขนาดยักษ์จะกระแทกลงบนพื้นดินดังสนั่นหวั่นไหว
"โฮ้กก!"
หมาป่ายักษ์วารีแผดเสียงคำรามออกมาอย่างโมโห ร่างใหญ่โตพุ่งทะยานเข้าใส่เทียนฉินราวขุนเขาถล่มทับ เหยียบย่ำต้นไม้ใหญ่ให้หักโค่นอย่างไม่สนใจ
"หมาป่ายักษ์วารีนับว่าร้ายกาจสมชื่อ เพียงแค่พละกำลังระดับนี้ก็เทียบไม่ได้กับสัตว์อสูรทั่วไปจะทัดเทียมได้ มิแคล้วมันคงบรรลุถึงระดับผันแปรขั้นกลางแล้วแน่นอน"เทียนฉินครุ่นคิดอยู่ในใจ
หมาป่ายักษ์วารีเร่งความเร็วทะลวงพุ่งเข้าชนต้นไม้ที่ขวางกั้นเข้าหาเทียนฉินอย่างว่องไว เทียนฉินเห็นดังนั้นก็พริ้วตัวด้วยท่าร่างมังกรเคลื่อนจันทราก่อนกระชับดาบในมือ วาดดาบเข้ากลางลำตัวที่เปิดกว้างไร้การป้องกันของหมาป่ายักษ์วารี
ดาบในมือของเทียนฉินเปล่งพลังออกมาออกมาอย่างรุนแรงด้วยกระแสพลังปราณที่อัดแน่น หลังของหมาป่ายักษ์วารีถูกทะลุทะลวงด้วยความคมกล้าของดาบเพลิงสุริยาผสานกับพลังปราณของกระบวนท่าทะลวงดารา โลหิตสีแดงพุ่งทะลักตามรอยเฉือนของดาบราวกับสายน้ำไหลหลาก
ในขณะที่ร่างของเทียนฉินเหินลงสู่พื้นดิน ร่างของหมาป่ายักษ์วารีก็พลันทรุดลงจนหยุดแน่นิ่ง เสียงร้องคำรามอันโหยหวนและโกรธแค้นดังสะท้อนสะเทือนไปทั่วป่า กล้ามเนื้อบนแผ่นหลังสั่นสะท้านก่อนบีบรัดเข้าหากัน ด้วยบาดแผลที่สาหัสสากรรจ์ร่างขนาดยักษ์ของหมาป่ายักษ์ดูสิ้นไร้พลังเช่นที่เคยเป็นมาอีกต่อไป
"ถึงเวลาที่เจ้าได้ไปเกิดใหม่แล้ว!"
ร่างของเทียนฉินพุ่งเข้าหาหมาป่ายักษ์วารีอีกครั้งก่อนวาดดาบเข้าใส่อย่างไม่ปราณี หมาป่ายักษ์วารีร้องคำรามเสียงโหยหวน ก่อนเตรียมตัวคล้ายจะสู้อย่างสุดชีวิต ทว่าในจังหวะที่ดาบเพลิงสุริยากำลังฟาดฟันเข้าใส่ร่างของมันนั้นเอง หมาป่ายักษ์วารีที่เคยดุร้ายกลับวกหันหลังหนีไปด้วยความรักตัวกลัวตายอย่างสุดชีวิต
เทียนฉินยืนงงไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะพุ่งตามไปด้วยความรวดเร็วในท่าร่างมังกรเคลื่อนจันทราในทันที
เทียนฉินเร่งความเร็วของท่าร่างอย่างสุดขีด ก่อนจะใช้ดาบเพลิงสุริยาผสานกับท่าทะลวงดาราแทงเข้าลำคอของหมาป่ายักษ์วารีจนขาดสะบั้นจากลำตัวกระเด็นลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าเลือดสาดกระจาย
ร่างอันใหญ่โตของหมาป่ายักษ์วารีล้มลงในที่สุด ดวงตาที่ไร้ชีวิตของมันยังคงไว้ซึ่งแววแห่งความหวาดกลัว เพราะมันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะต้องมากับพบจุดจบอย่างรวดเร็วและง่ายดายด้วยน้ำมือของเด็กหนุ่มเช่นนี้
"กระบวนท่าของเคล็ดวิชาดาบเงาสวรรค์ช่างรุนแรงเหนือความคาดหมายจริงๆ"
เทียนฉินนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา พลันรู้สึกได้ถึงอนุภาพของเคล็ดวิชาดาบเงาสวรรค์ขึ้นมา ถ้าเขาใช้กระบวนท่าคมเขี้ยวมังกรผสานกับแก่นแท้ธาตุไฟก็อาจชนะได้เหมือนกัน
แต่ตอนนี้เขาอยากขัดเกลาฝีมือดาบของเขาให้ได้ถึงขั้นเชี่ยวชาญ จึงอาศัยความกดดันของหมาป่ายักษ์วารีเพื่อเคี่ยวกรำฝึกปรือพลังฝีมือให้ถึงขีดสุดที่แท้จริง จนสามารถเข้าถึงแก่นแท้ของเพลงดาบได้ในที่สุด
"นี่เป็นเพียงก้าวแรกของข้าเท่านั้นเอง ยังคงต้องอาศัยสัตว์อสูรพวกนี้ขัดเกลาฝีมือให้ก้าวหน้าก่อนจะถึงวันประลองฝีมือที่จะถึงนี้ให้ได้!"
เทียนฉินเอ่ยออกมาก่อนจะแทงดาบลงบนร่างของหมาป่ายักษ์วารี แล้วคว้านเอาแก่นอสูรขนาดเท่าฝ่ามือที่ยังคงส่งกลิ่นหอมอ่อนจางออกจากซากของมัน
"เจ้านี่ช่างมีโชควาสนาเสียจริง!"หลงยู่
หมิงกล่าวออกมาอย่างประชดประชัน
"ข้าก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดเหมือนกันนะ ทำไมท่านถึงคิดอย่างนั้นกันเล่า?"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างไม่เข้าใจ
"แก่นอสูรของหมาป่ายักษ์วารีนี้ล้วนแฝงไปด้วยพลังของแก่นแท้ธาตุน้ำ แล้วอย่างนี้จะว่าเจ้าไม่มีโชควาสนาได้อย่างไรกัน?"หลงยู่หมิงกล่าวถามกลับมา
"ข้ายังไม่เข้าใจในเรื่องพลังของแก่นแท้ธาตุอื่นว่ามันจะมีประโยชน์อย่างไร นอกจากแก่นแท้ธาตุไฟที่ข้าใช้อยู่!"
เทียนฉินเอ่ยบอกในสิ่งที่เขาสงสัยมานานแล้ว เพราะว่าตอนนี้เขาได้ทำความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไฟกับน้ำได้ทั้งสองธาตุแล้ว แต่กลับไม่ค่อยได้ใช้พลังของแก่นแท้ธาตุน้ำสักเท่าไหร่
"การที่เจ้าสามารถเข้าใจแก่นแท้ธาตุได้สองธาตุก็นับว่ามีพรสวรรค์มากแล้ว"
หลงยู่หมิงกล่าวออกมา
"แล้วยังไงต่อหรือ?"เทียนฉินถามออกไปด้วยความสงสัย
"หากเจ้าสามารถใช้แก่นธาตุทั้งสองผสานกันในการโจมตีได้ อนุภาพของพลังนั้นจะรุนแรงจนเจ้ามิอาจคาดคิดได้เลย"หลงยู่หมิงกล่าวตอบกลับมาเสียงเรียบ
"อ้อ!" เทียนฉินเอ่ยออกไปเพียงสั้นๆ ที่จริงเขาสามารถใช้ทั้งสองธาตุพร้อมกันได้อยู่แล้ว ตั้งแต่ตอนที่ต่อสู้กับจรเข้โลหิตเพลิง
"หรือว่าเจ้าผสานการโจมตีทั้งสองธาตุได้แล้ว?"หลงยู่หมิงเห็นท่าทีของเทียนฉินที่ไม่ได้แยแสสักเท่าไหร่ ก็ถามกลับไปด้วยความสงสัย
"ใช่แล้ว!"เทียนฉินเอ่ยรับมาเพียงสั้นๆ
"ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ! เจ้าทำได้อย่างไรกัน"หลงยู่หมิงกล่าวออกมาอย่างตกตะลึง
เทียนฉินไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เขาเดินเข้าไปสำรวจภายในถ้ำที่หมาป่ายักษ์วารีตัวนี้อาศัยอยู่ทันที ภายในถ้ำมีกระดูกของสัตว์นานาชนิดวางระเกะระกะเต็มไปหมด กลิ่นเหม็นฉุนส่งกลิ่นตลบอบอวลพาให้อยากอาเจียน
"หืม! นี่มันผลึกอะไรกัน?"เมื่อเดินมาถึงด้านในสุดเทียนฉินก็อดแปลกใจในสิ่งที่เห็นไม่ได้
"ไหนเจ้าลองเดินเข้าไปดูใกล้ๆทีซิ!" หลงยู่หมิงกล่าวออกมาอย่างสงสัยเหมือนกัน
"ผลึกหยกวารี!"หลงยู่หมิงอุทานออกมาเสียงดังลั่น หลังจากที่เทียนฉินหยิบผลึกนั้นขึ้นมาดู
"มันคืออะไรหรืออาวุโสหลง?"เทียนฉินเอ่ยถามอย่างสงสัย
"ผลึกหยกวารีก็คือกลุ่มมวลน้ำที่ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานจนตกผลึกกลายเป็นก้อนอย่างที่เจ้าเห็นนี่ละ"
"ซึ่งผลึกหยกวารีนั้นก็มีคุณสมบัติไม่ต่างไปจากแก่นแท้ธาตุน้ำเลย แต่ที่สำคัญคือขนาดของมันต่างหาก!"หลงยู่หมิง
อธิบายให้เทียนฉินฟังอย่างละเอียด
"อ่อ! เป็นอย่างนี้นี่เอง"เทียนฉินโยนผลึกหยกวารีในมือเล่นอย่างสบายใจ ก่อนจะเก็บลงไปในแหวนมิติ
"นี่เจ้าไม่คิดจะซึมซับมันตอนนี้หรือ?"หลงยู่หมิงถามเทียนฉินทันทีที่เห็นเขาเก็บหยกวารีเข้าไปในแหวนมิติ
"ข้าไม่อยากจะเสียเวลาในการทำความเข้าใจแก่นแท้ธาตุน้ำตอนนี้หรอก!"เทียนฉินเอ่ยไปพร้อมกับเดินออกจากถ้ำ
"ถ้าอย่างนั้นก็ตามแต่เจ้าแล้วกัน!" หลงยู่หมิงกล่าวออกมาอย่างไม่สนใจนัก
"ว่าแต่ท่านจะให้ข้าไปทางไหนต่อดี!"เทียนฉินเอ่ยถามอีกครั้งหลังจากเดินออกมาจนพ้นปากถ้ำแล้ว
"ไปทางป่าด้านนั้นก็แล้วกัน!"หลงยู่หมิง
บอกทางให้แก่เทียนฉิน
เทียนฉินพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนเหาะเหินขึ้นไปตามทางที่หลงยู่หมิงบอกอย่างรวดเร็ว
ตลอดเส้นทางเทียนฉินพบเจอกับสัตว์อสูรมากมายที่โผล่ออกมาจู่โจมเขา แต่สัตว์อสูรพวกนี้ไหนเลยจะสร้างความกดดันให้กับเทียนฉินได้ พวกมันล้วนแล้วแต่เป็นหินลับมีดให้เทียนฉินได้ขัดเกลาฝีมือเพียงเท่านั้นเอง
จบตอนที่ 57