นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    ตอนที่ 49 การต่อสู้กับเผ่ามาร

    ตอนที่ 49 

    การต่อสู้กับเผ่ามาร

    ตัวตนที่อยู่ตรงหน้าของลู่หานมีทั้งความแข็งแกร่งในด้านร่างกายและพลังบ่มเพาะ กระนั้นถ้าเมื่อวัดในฝีมือการต่อสู้โดยใช้ทักษะการต่อสู้เพียงอย่างเดียวลู่หานคิดว่าตัวของเขาที่ได้รับการฝึกฝนมาจากผู้เป็นอาจารย์ที่เป็นถึงมหาจอมปราชญ์แห่งยุค ทักษะการต่อสู้มือเปล่าของเขาคงจะไม่ด้อยไปกว่าคนผู้นี้ 

    ทว่า..มันมีปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งด้านพลังบ่มเพาะและด้านร่างกายที่แข็งแกร่งของเผ่ามาร 

    ลู่หานถึงเป็นฝ่ายที่กำลังเสียเปรียบในตอนนี้ หลังจากที่เพิ่งรับการโจมตีของอีกฝ่ายไป บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีดำตรงหน้าก็พุ่งทะยานเข้ามาหวังจะโจมตีซ้ำอีกครั้งหนึ่ง 

    หมัดที่แฝงเร้นไปด้วยพลังบ่มเพาะถูกยกขึ้นมาซัดตรงเข้าหาลู่หานอีกครั้ง การโจมตีครั้งนี้ก็พุ่งตรงมาด้วยความรวดเร็วแถมระดับของความรวดเร็วและความรุนแรงยังเพิ่มมากขึ้นกว่าครั้งก่อนเสียอีก

    หมัดนั้นพุ่งตรงเข้ามาบริเวณหน้าแต่ด้วยความสามารถในการรับรู้ของลู่หานเขายังสามารถตามการโจมตีนี้ทันปราณกระบี่ในมือถูกยกขึ้นมาป้องกันการโจมตีอีกครั้ง

    ตึง!!! หมัดนั้นปะทะเข้าที่ปราณกระบี่อย่างเต็มๆ ด้วยความรุนแรงของหมัดที่เพิ่มขึ้นมันทำให้ร่างของลู่หานกระเด็นออกไปไกลกว่าเดิม ครั้งนี้ร่างของเขากระเด็นไปยืนอยู่บนหลังคาบ้านเรือนที่ตัดออกไปอีก 2 หลัง 

    และเมื่อรับการโจมตีที่รุนแรงเมื่อสักครู่ไปลู่หานเองก็สังเกตได้ถึงอันใดบางอย่างเขายกปราณกระบี่ในมือของตนเองขึ้นมาดู มันมีรอยแตกร้าวปราณกระบี่ที่แข็งแกร่งที่ถูกถักทอขึ้นมาด้วยพลังบ่มเพาะของเขาอย่างละเอียดละออมันโดนการโจมตีที่รุนแรงเข้าไปจนเกิดรอยร้าว

    ด้วยระดับพลังโจมตีขนาดนี้ลู่หานคิดว่าอีกฝ่ายคงสามารถโจมตีเพียงแค่ 3-4 ครั้งด้วยพลังหมัดเต็มแรงของมันปราณกระบี่ของเขาก็คงจะหักหรือสลายไปแล้ว 

    แต่ครั้งนี้ถือว่าเขายังมีโชคที่มองเห็นรอยร้าวก่อนเพราะมันสามารถซ่อมแซมได้โดยการถักทอพลังบ่มเพาะเข้าไปใหม่ แต่ถ้าไม่สังเกตรอยร้าวของปราณแล้วมันเผลอหักตอนที่กำลังต่อสู้อยู่จะส่งผลร้ายมหาศาล

    ลู่หานเรียกเร้นพลังบ่มเพาะของตนเองถักทอซ่อมแซมปราณกระบี่ส่วนที่เสียหายไปให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

    หลังจากที่ซ่อมแซมปราณกระบี่ในมือของตนเองเรียบร้อยแล้วดวงตาทั้งสองข้างก็กลับไปมองที่ยอดฝีมือของเผ่ามารผู้นั้นอีกครั้ง มันมีบางอย่างแปลกไปพลังบ่มเพาะที่แผ่ซ่านภายในร่างกายของมันเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น

    พลังบ่มเพาะนั้นแผ่ซ่านปกคลุมที่หมัดทั้งสองข้างของอีกฝ่าย ภายในดวงตาของลู่หานเริ่มเห็นพลังบ่มเพาะที่เป็นสีดำสนิทเข้าปกคลุมหมัดทั้งสองข้างของอีกฝ่าย 

    “ มาแล้ว!!! ” ลู่หานรู้ได้ทันทีอีกฝ่ายเริ่มจะเอาจริงมันกำลังจะใช้ทักษะบ่มเพาะอีกอย่างหนึ่งจะเล่นงานเขา 

    ฟิ้ว!!! ยอดฝีมือของเผ่ามารผู้นั้นพุ่งกระโจนสูงขึ้นด้านบนก่อนจะค่อยๆพุ่งกายลงมาหาลู่หานแล้วมันได้ง้างหมัดที่ปกคลุมไปด้วยพลังบ่มเพาะสีดำของมันออกก่อนจะซัดตรงลงมาที่จุดที่คู่ต่อสู้ของมันยืนอยู่

    บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มเมื่อเห็นเช่นนั้นสัญชาตญาณทั้งหมดในร่างกายของมนุษย์ที่บ่งบอกให้เขานั้นเอาตัวรอดก็ทำงานอย่างรวดเร็ว ลู่หานพากายของตนเองกระโดดลงไปจากหลังคาไปที่ถนนด้านล่างอย่างสุดชีวิตเพื่อหวังหลบการโจมตีที่รุนแรงของอีกฝ่าย 

    ตูม!!! เสียงที่ดังสนั่นขึ้นมามันราวกับเสียงระเบิด ร่างของลู่หานที่ตกลงมาอยู่ด้านล่างเมื่อตั้งสติได้ก็มองกลับไปที่ด้านหลังของตนเองภาพที่เขาเห็นมันทำให้ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก

    หมัดที่แฝงไปด้วยทักษะบ่มเพาะบางอย่างของยอดฝีมือเผ่ามารผู้นั้นได้ทำลายบ้านหลังที่เขาเคยยืนอยู่ให้พังพินาศจนเหลือแต่เศษซากด้วยเพียงการโจมตีแค่ครั้งเดียว

    บ้านหลังใหญ่เหลือเพียงเศษซากหลังจากที่โดนการโจมตีรุนแรงเมื่อครู่ไป ลู่หานที่เห็นเช่นนั้นเขาก็ยังรู้สึกว่าตนเองตัดสินใจถูกที่เลือกจะหลบแทนที่จะรับการโจมตีนั้น 

    ถ้าได้รับการโจมตีนั้นจริงอยู่ที่ว่าเขาคงจะเสียแต้มแค่ 1 แต้มแต่ว่าร่างกายคงจะบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน ในขณะที่ร่างของอีกฝ่ายยังคงอยู่ด้านในเศษซากที่พังทลายของบ้านหลังนั้น ลู่หานเองก็ยกหลังมือข้างขวาของตนเองขึ้นมาดู 

    เขากำลังตรวจดูเวลาของการแข่งขันว่ามันเหลืออยู่อีกเท่าใด เวลาที่ปรากฏอยู่บนหลังมือตามที่ลูกห่านคาดการณ์มันน่าจะเหลืออีกไม่มากเพราะว่าเขาใช้เวลาวิ่งมาพบเจอกับผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายเมื่อสักครู่ก็หลายสิบนาทีแล้วตอนนี้น่าจะเหลืออยู่เพียงประมาณไม่ถึงสิบนาที 

    ลู่หานที่ล่วงรู้เช่นนั้นก็มองเข้าไปภายในเศษซากที่กำลังพังทลายอยู่ด้านหน้าอีกครั้งแล้วพร้อมเตรียมรับการโจมตีที่กำลังจะมาถึง ตอนนี้ภายในหัวของเขาคิดแผนการจะรับมืออีกฝ่ายและช่วงชิงชัยชนะมาได้แล้ว

    ตึก!!! ตึก!!! เสียงฝีเท้าอันหนักแน่นพาร่างกายที่กำยำองอาจของยอดฝีมือเผ่ามารผู้นั้นก้าวเดินออกมาจากเศษซากที่กำลังพังทลายอยู่

    ดวงตาที่สุขุมแฝงความเยือกเย็นยังคงเป็นเหมือนเดิมมันจับจ้องมาที่ร่างของลู่หานก่อนที่จะออกแรงพุ่งทะยานเข้าหาลู่หานอย่างรวดเร็วอีกครั้ง 

    ครั้งนี้บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มก็ทำเช่นเดิมเขากระโดดออกไปทางด้านขวาอย่างสุดกำลังทำให้ร่างของคนผู้นั้นที่กำลังพุ่งเข้ามาพร้อมกับออกหมัดพุ่งผ่านร่างของเขาไป โดยหมัดของอีกฝ่ายก็ไปซัดเข้าที่บ้านที่ตั้งอยู่ด้านหลังของลู่หาน 

    ตูม!!!! หมัดที่ถูกปกคลุมไปด้วยพลังบ่มเพาะสีดำปริศนาโจมตีเข้าไปที่ตัวบ้านอย่างรุนแรงทำให้บ้านหลังนั้นพังพินาศเหลือแต่เพียงเศษซากอีกครั้ง 

    ลู่หานที่กระโดดออกมาได้ก็เร่งถอยห่างออกไปเพื่อรักษาระยะอีกครั้ง เขารู้ดีด้วยความเร็วของอีกฝ่ายมันรวดเร็วและถ้าไม่รักษาระยะห่างเอาไว้ถ้าอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วทั้งหมดเขาก็จะไม่สามารถหลบการโจมตีนั้นได้

    ตอนนี้ลู่หานกำลังรออย่างเดียวนั่นคือเวลาเวลาที่แผนการทั้งหมดของเขามันจะสามารถใช้ได้ดีที่สุด 

    แล้วร่างของยอดฝีมือเผ่ามารผู้นั้นก็พุ่งทะยานตามร่างของลู่หานกลับมาอย่างรวดเร็ว หมัดของมันง้างออกแล้วซัดตรงเข้าที่ลู่หานอีกครั้งหลังจากที่พลาดเป้าไปถึงสองครั้ง 

    ลู่หานเองก็กระทำเช่นเดิมเขาโยกกายหลบไปอีกฝั่งนึงอย่างสุดตัวเพื่อหลบการโจมตีของอีกฝ่าย ทว่า...ร่างของบุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีดำผู้นั้นที่พุ่งผ่านไปเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นมันรู้ทันการเคลื่อนไหวของลู่หาน 

    เท้าของมันเปลี่ยนทิศทางพุ่งกลับมาหาลู่หานอย่างรวดเร็ว ครั้งนี้หมัดของมันซัดออกไปหวังจะโจมตีโดนลู่หาน 

    มันสามารถเปลี่ยนทิศทางเคลื่อนไหวกลับมาหาลู่หานและประชิดร่างกายของเขาได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ทำให้หมัดของมันเปลี่ยนกลับมาพร้อมจะโดนร่างลู่หานอย่างเต็มๆ

    ลู่หานที่เคยแสดงใบหน้าที่สุขุมเขาได้กัดฟันแน่นกับการที่มันเปลี่ยนทิศทางกลับมาโจมตีได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ 

    “ ยัง...ยังไม่ถึงเวลา ” ลู่หานกล่าวออกมาพลันกัดฟันแน่นตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาที่เขานั้นจะใช้ไพ่ตายของตนเอง

    ภายในสมองของลู่หานมันสั่งการอย่างรวดเร็วมีคนเคยบอกไว้ว่าเมื่อยามที่ร่างกายกำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขันสมองมันจะสั่งการให้สามารถคิดเรื่องที่สามารถเอาตัวรอดออกไปได้ออกมาในชั่วเวลาเพียงพริบตา และแล้วเขาเพิ่งจะเชื่อในคำพูดนั้นก็ในเหตุการณ์ครั้งนี้

    ปราณกระบี่ที่อยู่ในมือขวาของลู่หานลุกขึ้นมาให้อยู่ตำแหน่งตรงกับหัวใจของอีกฝ่าย ปลายกระบี่ของปราณกระบี่อันแหลมคมชี้ตรงไปที่หัวใจของยอดฝีมือผู้นั้นที่กำลังคิดจะซัดหมัดใส่ร่างของลู่หาน 

    ช่วงกระบี่ของลู่หานมันยาวกว่าหมัดของอีกฝ่ายที่กำลังพุ่งตรงมาทำให้ปลายของปราณกระบี่หาที่แล้วคงจะปักเข้าหัวใจของคนผู้นั้นก่อนที่หมัดจะมาโดนหน้าของลู่หานอย่างแน่นอน 

    ยอดฝีมือเผ่ามารที่มุ่งโจมตีเข้ามาหาลู่หานตัวของมันเองก็สัมผัสได้ถึงปลายกระบี่ที่กำลังจะพุ่งมาโดนหัวใจของมัน คนผู้นั้นไม่ได้โง่พอที่จะแลกชีวิตการโจมตีครั้งนี้มันหยุดเท้าทั้งสองข้างแล้วกระโดดถอยออกไปเพื่อตั้งหลักก่อนที่จะเริ่มการโจมตีครั้งใหม่

    ร่างกายของลู่หานเซเล็กน้อยก่อนที่เขาจะตั้งหลักได้ ลมหายใจถี่ระรัวใบหน้าของเขาซีดเผือกเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ แม้แต่ตัวของเขาเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถรอดจากสถานการณ์เมื่อสักครู่มาได้ 

    ลู่หานส่ายหน้าไปมาเพื่อเรียกสติของตนเองกลับมาก่อนที่จะจดจ่อกับบุรุษตรงหน้าอีกครั้ง ยอดฝีมือของเผ่ามารพูดนั้นเริ่มตั้งหลักก่อนที่จะพุ่งทะยานเข้ามาอีกครั้ง 

    แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนก่อนหน้าอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาตรงๆแต่ช่วงพริบตาที่กำลังจะถึงร่างของลู่หาน มันได้เปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วแล้วเลือกจะโจมตีลู่หานจากข้างๆแทน

    หมัดที่ปกคลุมไปด้วยพลังบ่มเพาะสีดำมุ่งตรงเข้ามาจากทางด้านขวา

    แต่ครั้งนี้ลู่หานไม่มีท่าทางขยับเขยื้อนหรือคิดจะโต้ตอบอันใด 

    “ ถึงเวลาแล้ว... ” ใบหน้าที่หล่อเหลาของลู่หานเริ่มฉายความจริงจัง

    “ เสี่ยวเฟิง!!!!  ” ลู่หานเปล่งเสียงร้องเรียกดังลั่น เสียงของเขามันดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณส่งขึ้นไปยังถึงท้องฟ้า

    และแล้วสิ่งที่เขากำลังเรียกหามันก็พุ่งทะยานลงมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับร่างกายที่ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้า เจ้าก้อนเปลวเพลิงสีฟ้าพุ่งลงมารับหมัดที่กำลังพุ่งเข้ามาหาลู่หานจากทางด้านขวา 

    ตึง!!!! หมัดนั้นโดนเข้ากับเปลวเพลิงสีฟ้าที่กำลังปกคลุมร่างของเสี่ยวเฟิงอยู่แต่พลังหมัดจากทักษะบ่มเพาะของมันกลับถูกดูดกลืนให้หายไปในพริบตาจากความสามารถของอินทรีเพลิงฟ้า มันทำให้ใบหน้าที่เคยสุขุมแฝงความเยือกเย็นของคนผู้นั้นแสดงความตื่นตระหนกมากเมื่อเห็นว่าหมัดของมันโดนหยุดเอาไว้ได้

    ในชั่วพริบตาที่มันกำลังตื่นตระหนกปราณกระบี่ในมือของลู่หานตวัดวาดเหวี่ยงใส่ร่างของชายผู้นั้นไปนับ 10 แผลด้วยท่วงท่าอันสง่างามอย่างรวดเร็ว ฉึบ!!! ฉึบ!!!! ฉึบ!!!! ฉึบ!!! 

    แต้มคะแนน 60 : 40 

    หมดเวลาการแข่งขัน 

    จบตอน 

    ขอบคุณนักอ่านทุกท่านครับ

    คล้ายกับเรื่องนี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ ที่คุณอ่าน