หลังประตูเปิดออกก็มีหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งมาแล้วร้องเรียกชื่อที่ไม่คุ้นหูมะลิ สิ้นเสียงผู้หญิงคนนั้นก็วิ่งเข้ามากอดมะลิเอาไว้แน่นพร้อมกับร้องไห้โฮออกมา
"ท่านหายไปไหนหลายวัน ข้าตามหาท่านแทบพลิกแผ่นดินแล้วคุณหนู ฮือๆ "
"เออ...คือ"
"ท่านรู้ไหมข้าคิดว่าท่านเป็อะไรไปเสียแล้ว ถ้าเป็แบบนั้นข้าคงไม่กล้ามีชีวิตต่อขนาดคุณหนูแค่คนเดียวยังดูแลไม่ได้ ฮือๆ "
ผู้หญิงที่กอดมะลิแน่นร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเสียใจรู้สึกผิด จนมะลิไม่กล้าพูดอะไรกลัวเธอจะร้องไห้ไปมากกว่านี้
"กลับมาแล้วเหรอเ้าคะฟางเหนียง ท่านหายไปที่ใดมาทำให้คนอื่นวุ่นวายกันทั้งจวน หายไปหายวันขนาดนี้คงไม่ได้ไปอยู่กับบุรุษอื่นหรอกนะเ้าคะ"
มะลิมองไปตามเสียงก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งใบหน้าน่ารักสวยหวานแต่คำพูดคำจาดูจะไม่ชอบเธอไม่ต้องดูจากคำพูดแต่ดูจากหน้าตาที่เห็นก็รู้ว่าไม่ชอบขี้หน้าเธอมากแน่ๆ
"ผิง! เ้าทำอะไรอยู่ไม่เห็นรึไงฮูหยินของเ้าร่างกายสกปรกเช่นนั้น จะรอให้ผู้คนมาเห็นแล้วเอาไปนินทาก่อนงั้นรึ" หญิงสาวคนนั้นแว้ดเสียงใส่ผู้หญิงที่คิดว่าชื่อผิงด้วยท่าทางไม่พอใจ
"ไปเถอะเ้าค่ะคุณหนูข้าจะอาบน้ำให้นะเ้าคะ"
มะลิจำใจเดินตามไปอย่างมึนงง มองสายตาเคียดแค้นไม่พอใจของผู้หญิงคนนั้นแล้วสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้ไม่พอใจั้แ่ตอนไหนถึงได้ดูท่าไม่พอใจและพ้นคำพูดร้ายกาจขนาดนั้นออกมา
"ผู้หญิงเมื่อกี้ใครกัน"
"เ้าคะ? คุณหนูจำไม่ได้หรือเ้าคะ" หญิงสาวถามด้วยความสงสัย
"ที่ฉันไม่ได้กลับมาเพราะมาเกิดอุบัติเหตุล้มหัวฟาดพื้นความจำเลอะเลือน ที่กลับมาที่นี่ถูกเพราะมีคนพามาส่ง" มะลิแต่งเื่ขึ้นตามที่ชายคนนั้นบอก
"โถ่คุณหนู ไม่เป็ไรนะเ้าคะต่อไปข้าจะอธิบายทุกอย่างที่ท่านไม่รู้เอง คนนั้นคือคุณหนูจางลี่นางเป็น้องบุญธรรมของท่านอ๋องจางิ่เ้าค่ะ นางไม่ชอบท่านั้แ่เข้ามาที่จวนใหม่ๆแล้ว นางคิดว่าหากไม่มีคุณหนูท่านอ๋องจากิ่ก็ต้องแต่งกับนางเ้าค่ะ "เป็แบบนี้นี่เองมิน่าสายตาถึงจิกกัดเธอขนาดนี้
"แล้วท่านอ๋องจางิ่อะไรนั่นรู้เื่ไหม "
"พอรู้อยู่เ้าค่ะว่าน้องบุญธรรมมีใจให้ถึงได้แต่งกับคุณหนูทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลย พอแต่งได้ไม่ถึงสองวันยังไม่ทันเข้าหอท่านอ๋องก็ต้องนำทัพออกไปตรึงกำลังที่หัวเมืองทางเหนือจนตอนนี้จะครบขวบปีแล้วยังไม่มีวี่แววจะกลับมาเลยเ้าค่ะ แถมยังมีข่าวลือว่า...เออ.."
"ชื่อผิงใช่ไหม เธอพูดมาเถอะฉันไม่เป็อะไรหรอก" มะลิบอกด้วยความอยากรู้เห็นท่าทีอ้ำอึ้งของหญิงสาวแล้วยิ่งเพิ่มความอยากรู้เข้าไปอีก
"มีข่าวลือว่าท่านอ๋องทรงมีสนมเพิ่มอยู่ที่หัวเมืองทางเหนือด้วยเ้าค่ะ "
นิสัยผู้ชายเ้าชู้เอาไม่เลือกไปไหนก็มีเมียที่นั่นเธอล่ะเกลียดจริงๆ คนแบบนี้ดีแล้วอย่าให้พบเจอกันอีกเลยมะลิคิดถึงชายคนนั้นด้วยความไม่พอใจ
"เดี๋ยวข้าขัดหลังให้นะเ้าคะ "
"เออ...จ้ะ"
ในเมื่อเธอมาอยู่ที่นี่แล้วก็ต้องทำตามแบบขนบธรรมเนียมของบ้านเมืองเขา ฟางเหนียง ต่อไปเธอเองก็คงต้องทำตัวให้ชินกับชื่อนี้ด้วยเพราะมันเป็ชื่อของผู้หญิงที่เธอมาสวมอ้างเป็นาง
แม้จะรู้สึกเขินอายอยู่บ้างเพราะไม่เคยต้องมีใครมาอาบน้ำหรือเห็นร่างกายเปลือยเปล่าของเธอแบบนี้มาก่อนแต่ก็ต้องกัดฟันสู้เพื่อที่จะได้ทำตัวให้ชินไม่ผิดแปลกไปจากเดิมจนคนสงสัย
"เดี๋ยวข้าไปยกสำรับมาให้นะเ้าคะ คุณหนูรอสักครู่ "
หลังจากคนดูแลเธอที่ขื่อผิงเดินออกไป มะลิก็ถอนหายใจโล่งอกเธอเกร็งตัวไปหมดถึงแม้ผิงจะดูแลดีแต่มันยังไม่ชินพอพูดถึงกินเธอก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองหิวมากๆจนมือสั่น
พอกินข้าวเสร็จสมองของเธอก็ทำงานเธอเลยชวนผิงออกมาเดินเล่นดูที่ต่างๆ ภายในจวนที่ใหญ่โตแห่งนี้เพื่อทำความคุ้นเคย
"ที่นี่สวยจังเลยผิง ฉันไม่เคยเห็นที่ไหนสวยแถมอากาศยังสดชื่นขนาดนี้มาก่อนเลย"
หญิงสาวผู้รักดอกไม้รักธรรมชาติั้แ่เกิดกางแขนออกสูดกลิ่นหอมของดอกไม้และธรรมชาติที่สวยงามตรงหน้า เธอรักดอกไม้ รักมากถึงขั้นหลงใหลมากไม่รู้ทำไม
"แต่ก่อนคุณหนูก็ชอบเ้าค่ะ ก่อนที่ท่านจะเสียความจำไป ท่านก็ให้ข้าพามาที่นี่และที่เห็นสวยงามเช่นนี้ก็เป็ท่านที่มาดูแลทั้งนั้นเ้าค่ะ"
"งั้นดีเลย ต่อไปเราก็มาที่นี่บ่อยๆนะผิง ฉันชอบว่าแต่ถ้าฉันพูดกับเธอแบบนี้มันจะดูแปลกไหม" มะลิพูดคำสมัยใหม่และคำสมัยก่อนผสมกันกลัวว่าคนอื่นจะงงไปหมด
"กับข้าท่านไม่ต้องกังวลเ้าค่ะ ข้ายังพอฟังออกเป็บางคำ แต่ถ้าหากต่อหน้าคุณหนูจางลี่ข้าไม่อยากให้ท่านพูดแบบที่พวกเราพูดกันข้ากลัวว่านางจะเอาไปพูดว่าร้ายท่านได้"
ที่ผิงพูดมามะลิก็คิดว่ามันมีเหตุผลเธอคงต้องพยายามทำตัวให้ชินกับคำพูดและธรรมเนียมประเพณีบ้านเมืองนี้ด้วยเพื่อความอยู่รอดของชีวิตเธอ
"ได้งั้นต่อไปข้าจะพยายามพูดให้เ้าและคนอื่นเข้าใจง่ายๆ นะจะได้ชินด้วย"
"เ้าค่ะฮูหยิน"
ทั้งสองหัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข ผิงมองใบหน้าของคุณหนูของตนที่กลับมาสดชื่นก็ชื่นใจ อย่างน้อยคุณหนูก็ไม่ได้มีท่าทีทุกข์ใจเหมือนที่เคยเป็มาก่อนหายตัวไป
"ว่าแต่อ๋องจางิ่ไม่มีท่าทีจะกลับมาเลยเหรอผิง"
"ไม่เลยเ้าค่ะ เห็นว่าอยู่กับเออ...อยู่กับสนมคนใหม่และโปรดปรานนางมาก" ผิงมีท่าทีกระอักกระอ่วนใจไม่อยากให้คุณหนูของตนคิดมากอีก
"อ๋อก็คงเป็งั้นของใหม่ก็ต้องดีกว่าของเก่าข้าเข้าใจ"
"คุณหนูท่านลองเขียนจดหมายหาท่านอ๋องดูไหมเ้าคะ "
ผิงเสนอนางเคยเสนอไปแล้วแต่คนหนูคนเก่าไม่ยอมทำไม่แน่รอบนี้นางอาจยอมก็ได้
"เอาสิดีเหมือนกัน ข้ามีสิ่งที่อยากพูดมากมายเลย"
ดีที่มะลิดูหนังหรือซีรีส์จีนบ่อยๆเลยทำให้เธอปรับตัวกับคำพูดได้ไม่ง่าย เธอคิดว่าจะเขียนสิ่งที่้ามากที่สุดและคิดว่าท่านอ๋องคนนั้นก็คงชอบใจด้วย