บรรยากาศภายในศาลาเล็กอึมครึมลงทันที ทำให้คนที่นั่งอยู่รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อเห็นต้วนเจิ้งโกรธ!
ไป๋หย่วนฮ่าวเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าดีว่าสาเหตุมาจากต้วนอวี้หรานหาใช่ธุระของเขาไม่ ขยับลุกขึ้นยืนพลางหันไปมองยังต้วนชิงหมิงปราดหนึ่งก่อนขอตัวลาออกไป
ส่วนหลิวยวนก็ตามต้วนอวี้ออกไปสักพักแล้ว ในศาลาจึงเหลือเพียงต้วนเจิ้ง ต้วนชิงหมิง ต้วนอวี้หราน และหลิวหรง
บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่นอกศาลาได้แต่ยืนนิ่งเงียบปราศจากสุ้มเสียง ไม่กล้าแม้แต่หายใจเสียงดัง ทว่าเมื่อมองเข้าไปในศาลาเห็นต้วนอวี้หรานก้มหน้าคุกเข่าลงอยู่เป็นนาน ครั้นจะขยับกายก็ถูกต้วนเจิ้งจ้องเขม็งจนไม่กล้าขยับเขยื้อน กระทั่งหายใจก็หายใจไม่ออก
สีหน้าและแววตาของต้วนเจิ้งที่กำลังเดือดดาลระคนรู้สึกผิดหวัง เห็นเขาสูดอากาศเข้าออกลึกจนหน้าอกขยับขึ้นลงตามแรงหายใจ ละม้ายกำลังข่มความโกรธเอาไว้
แววตาเหี้ยมเกรียมผุดวาบขึ้นในดวงตาของหลิวหรงขณะจ้องมองไปยังต้วนชิงหมิงด้วยความชิงชัง เห็นเพียงนางที่นั่งนิ่งมองกลับมา ทว่าสายตาที่มองตอบมานั้นละม้ายเย้ยหยันและท้าทายในคราวเดียวกัน
แต่ไรมาต้วนชิงหมิงมีนิสัยขี้กลัว เหตุใดช่วงนี้ถึงมีท่าทีที่แปลกไป นางสงบนิ่งขึ้น หลิวหรงคิดไม่ตก ไหนจะเรื่องของต้วนอวี้อีกเล่า นางไม่เพียงแต่สอนเขาได้ดี ยังทำให้ทุกคนต่างมองนางเปลี่ยนไป!
หลิวหรงอดคิดไม่ได้ว่า ต้วนชิงหมิงที่ฉลาดเฉลียวและเยือกเย็นคนนี้ จะยังขลาดกลัวยามเมื่อมองหน้าของนางอยู่หรือไม่?
ครั้นมองไปยังบุตรสาวที่คุกเข่าอยู่ที่พื้น สีหน้าแห่งความสิ้นหวังพลันฉายวาบขึ้นมา
ปกติต้วนอวี้หรานมีนางคอยดูแลและอบรมสั่งสอน แม้บุตรสาวเพียงคนเดียวของนางจะมีนิสัยเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยสร้างเรื่องเดือดร้อนใหญ่โต ทั้งในจวนต้วนยังเป็นคนของนางทั้งสิ้น จะเป็นไปได้เช่นไร!
คาดไม่ถึงว่าเล่ห์เหลี่ยมที่ต้วนชิงหมิงใช้ในวันนี้จะทำให้นางพลาดพลั้ง แสดงความโกรธเกลียดออกมา เพียงแค่เอ่ยถึงจางอี๋เหนียงเท่านั้น อีกทั้งนางยังสามารถกล่าววาจาขอใช้อำนาจจากต้วนเจิ้งลงโทษแม่นมหวาง จนได้รับคำชมเชยจากเขาได้อย่างสบาย
ถ้าต้วนชิงหมิงหยุดแค่นี้หลิวหรงอาจจะพลิกสถานการณ์ได้ น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้นางได้พักหายใจหายคอ ยังจัดการให้บุตรสาวคนเดียวของนาง ขายหน้าต่อคนอื่นอีกครั้ง!
ทว่าไม่มีคำกล่าววาจาต่อว่าสักประโยคหลุดออกจากปากของต้วนชิงหมิง ยิ่งไปกว่านั้นนางยังช่วยแก้ปัญหาอย่างกระตือรือร้น และนั่งดูด้วยท่าทางนิ่งสงบไม่มีท่าทีกระวนกระวายใดๆ!
ครั้งนี้หลิวหรงยอมรับว่าต้วนชิงหมิงวางแผนได้เป็นอย่างดี...
แต่เล่ห์เหลี่ยมเพียงเท่านี้ มีหรือจะโค่นนางได้? ดูถูกนางเกินไปแล้ว
ต้วนชิงหมิง! เจ้าจงจำเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้หมดทุกสิ่ง อย่าให้ตกหล่นแม้สักเรื่องเดียว เจ้าต้องชำระคืนเป็นสองเท่า ก่อนที่ข้าจะส่งเจ้าลงสู่ปรโลกชั่วกัปชั่วกัลป์!... หลิวหรงสาบานในใจ
เวลาเดียวกัน ขณะที่หลิวหรงกัดฟันกรอดด้วยความโมโห ต้วนชิงหมิงกลับมีท่าทีสบายๆ สงสารเพียงต้วนอวี้หรานคุกเข่าอยู่ที่พื้น แต่นางกลับทำอะไรไม่ได้
ผ่านไปชั่วครู่ มีบ่าวรับใช้มารายงานว่าการลงโทษเสร็จสิ้นแล้ว!
เมื่อมองออกไปด้านนอกศาลา เห็นแม่นมหวางเลือดเต็มตัวกำลังถูกประคองขึ้นมา “โอ๊ยๆๆๆ” เพียงขยับก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ร่างกายแม่นมหวางโชกด้วยเลือด ในใจหลิวหรงเต็มไปด้วยความโกรธแค้นจนแทบทะลักออกมา
นางหยุดเว้นจังหวะแล้วเดินไปข้างหน้าหมายจะช่วยประคอง แต่แม่นมหวางส่งสายตาให้หยุดพลางพยุงร่างกายที่แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงมาคุกเขาที่หน้าศาลา
“บ่าวขอบคุณนายท่าน ขอบคุณคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ”
ทว่าคำ ‘ขอบคุณ’ กลับเต็มไปด้วยเลือดและความเคียดแค้นชิงชัง
ต้วนชิงหมิงมองสบตาแม่นมหวาง มุมปากของนางโค้งขึ้นน้อยๆ เอ่ยอย่างเชื่องช้า “เหตุการณ์ในวันนี้หวังว่าแม่นมหวางจะถือเป็นบทเรียน ต่อไปจะได้ไม่ทำเรื่องที่ข้ามหน้าข้ามตาท่านพ่ออีก”
วาจาเมื่อครู่ของต้วนชิงหมิงทำให้แม่นมหวางเคียดแค้นเป็นที่สุด ทำได้เพียงกัดฟันกล่าวตอบ
“บ่าวขอบคุณคุณหนูใหญ่... ที่สั่งสอน...” พูดยังไม่ทันจบก็ร้อง “โอ๊ยๆๆๆ” ออกมาด้วยความเจ็บปวด
ต้วนชิงหมิงมองด้วยสายตาเย็นชาพลางยกยิ้มเย้ยหยัน... ยังร้องออกมาได้ แสดงว่าไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างนั้นหรือ?
สิ่งที่นางทำในวันนี้เพื่อต้องการให้หลิวหรงรู้ว่า ไม่ว่าใครที่มาขวางทาง นางพร้อมจะส่งคนเหล่านั้นไปยังปรโลก!
แม่นมหวางที่ถูกโบยไปสามสิบทีเจ็บปวดปานจะขาดใจ สติสัมปชัญญะค่อยๆ ดับวูบลง ครู่เดียวก็สะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นอีกคราเมื่อโดนน้ำเย็นสาด บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบเข้ามาประคองแม่นมหวางให้มากล่าวขอบคุณ ทั้งร่างโชกเลือดที่แม้เพียงขยับก็เห็นเลือดไหลหยดลงมาบนพื้นไม่หยุด!
ต้วนอวี้หรานที่คุกเข่าอยู่ร้องขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพแม่นม
“แม่นมหวาง เจ้าเป็นอะไรไป... ใครทำอะไรเจ้า”
ตั้งแต่นางรู้ความมา แม่นมหวางถือเป็นคนสนิทของหลิวหรง คอยดูแลปฏิบัติรับใช้นางเป็นอย่างดี อีกทั้งมีหลิวหรงคอยให้ท้ายนางจึงทำอะไรได้ตามอำเภอใจ จะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร?
ร่างกายที่เต็มไปด้วยเลือดและเปียกปอนด้วยน้ำ ทำให้แม่นมหวางหมดความหยิ่งยโสเช่นเคย ดูท่าแล้วนางคงต้องเจอเรื่องใหญ่มา
จวนต้วนแห่งนี้นอกจากหลิวหรงก็เป็นต้วนเจิ้งที่มีอำนาจมากที่สุด ถ้าไม่ใช่ต้วนเจิ้งสั่ง เป็นใครกันที่กล้าจัดการแม่นมหวาง?
ต้วนอวี้หรานย่นหัวคิ้วเข้าหากันภายในใจเต็มไปด้วยความโกรธ ทำท่าจะลุกขึ้นเพื่อช่วยระบายความแค้นให้อีกฝ่าย
เมื่อเห็นว่านางทำท่าจะลุกขึ้น “คุณหนู บ่าว... โอ๊ย... บ่าวไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” แม่นมหวางก้มหน้าพูดกับต้วนอวี้หรานเสียงเบา ด้วยกลัวว่านางจะสร้างปัญหาขึ้นอีก พลันเหลือบมองไปที่ใบหน้าดุดันของตวนเจิ้ง ก็พอจะเดาได้ว่าคุณหนูของนางต้องทำให้ต้วนเจิ้งโกรธเป็นแน่
แต่ไหนแต่ไรมา แม่นมหวางนางชอบลงโทษผู้อื่นเป็นนิจ ไฉนจะรับรู้รสชาติการถูกลงโทษ?
ถ้าให้บ่าวรับใช้ในจวนเป็นผู้ลงโทษโบยสามสิบที เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าออกแรงเต็มกำลัง กลับเป็นคนของเถี่ยเฟิงทำให้แต่ละครั้งที่โบยนั้นเต็มแรงไม่ยั้งมือ แม่นมหวางที่อายุมากแล้วจะทนได้อย่างไร ดังนั้นสามสิบทีที่โดนราวกับจะเอาชีวิตของนางไปด้วยเสียอย่างนั้น!
สภาพอเนจอนาถของแม่นมหวาง ทำให้ใบหน้าของหลิวหรงที่ยืนอยู่ด้านหลังของต้วนเจิ้งซีดขาวราวกับกระดาษ ทว่าในศาลาแห่งนี้กลับมีเพียงต้วนชิงหมิงคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงนิ่งเฉยเหมือนทองไม่รู้ร้อน
ต้วนอวี้หรานบังเกิดความรู้สึกอย่างหนึ่ง ต่อให้โง่เขลาเบาปัญญาปานใดก็รู้ได้ว่าท่านแม่ของนางกับต้วนชิงหมิงไม่ลงรอยกัน สายตาที่เย็นชาแฝงไปด้วยความโหดเหี้ยมของต้วนชิงหมิงยามมองไปเบื้องหน้า จึงรู้ได้ทันทีว่าเป็นแผนการของนาง เป็นต้วนชิงหมิงที่เป็นคนสร้างเรื่อง
ต้วนอวี้หรานใช้สองมือค่อยๆ ดันตัวเองลุกขึ้นจากพื้นเดินรี่ไปทางต้วนชิงหมิง หยุดยืนตรงหน้าพลางยกมือขึ้นตบไปที่หน้าอีกฝ่ายเต็มแรงดังเพียะ!
“ต้วนชิงหมิง... นางคนชั่ว กล้าดียังไงมาเล่นงานท่านแม่ของข้า!”
นางออกแรงตบสุดกำลังด้วยความเจ็บใจ... ทว่าต้วนชิงหมิงจงใจไม่หลบฝ่ามือนั้น ครั้นต้วนอวี้หรานดึงมือกลับพลันเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายเป็นรอยมือแดงห้านิ้วขึ้นมาอย่างชัดเจน
ดูคล้ายต้วนชิงหมิงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ร้องเจ็บและไม่มีน้ำตา ได้แต่มองไปยังต้วนอวี้หราน พูดอึกอักเสียงเครือ
“พี่สาวดูแลเจ้าอย่างดี... ทำไมเจ้า... ตบพี่?”
สายลมกระแสหนึ่งพัดผ่านพาให้ผมที่เกล้าไว้คลายลงเห็นถึงใบหน้าแดงก่ำดูท้อแท้และสิ้นหวังของต้วนชิงหมิงส่งผ่านไปถึงต้วนเจิ้ง
“บังอาจ!!!” ต้วนเจิ้งยิ่งโกรธมากขึ้น ยกมือตบลงไปที่โต๊ะหินแข็งเต็มแรงราวกับอยากให้แตกออกจากกันเสียให้ได้
ครั้งนี้หลิวหรงตระหนกตกใจไม่น้อย ลนลานรีบวิ่งไปคุกเข่าลงต่อหน้าผู้เป็นสามี
“นายท่านใจเย็นๆ เจ้าค่ะ อวี้หรานอายุยังน้อย...”
หลิวหรงร้องไห้และใช้สายตาที่น่าสงสารมองไปยังต้วนเจิ้ง ทว่าตอนนี้เขาบันดาลโทสะอยู่ไฉนจะมีอารมณ์มาสนใจ มองหลิวหรงปราดหนึ่งด้วยสายตาเย็นชา
“เจ้าเป็นคนสั่งสอนนาง... คงไม่ต้องพูดถึงชิงหมิง ถ้าเอามาเปรียบกับต้วนอวี้นั้น อวี้หรานยังอายุมากกว่า!”
คำพูดนี้ของต้วนเจิ้งทำให้หลิวหรงหน้าชาในทันที
แม้ว่าหลิวหรงอยากจะมองค้อนไปที่ต้วนชิงหมิง แต่นางรู้ว่าต้วนเจิ้งยังอยู่! เมื่อครู่ยามที่ต้วนอวี้หรานสร้างเรื่อง นางไม่ได้เข้าไปช่วยเพราะคิดว่าเรื่องในวันนี้วุ่นวายไปหมดแล้ว ถ้านางยังกล้าขอร้องอาจถูกต้วนชิงหมิงใช้โอกาสนั้นยุยง ไม่แน่ว่าต้วนเจิ้งจะลงโทษหนักกว่านี้