ลมพัดโฉบผืนพงไพรยามวิกาล เกาทัณฑ์ทหารแห่งรัตติกาลพวยพุ่งรุ่งอรุณไล่ตามวิถีลูกธนู กลับพบเสียบปักอยู่คาหิน
“ซู่!” และในตอนนี้เอง อณูปราณอันน่ากลัวของผู้ฝึกตนระดับต้นได้ระเบิดออกมาจากกระบอกปืนของฉู่เจาหนาน!
ภายในเวลาสองวินาที ริ้วสายของอณูลมปราณนับพันนับหมื่นสายลอยไปจับตัวรวมกันด้านหน้ากระบอกปืนอย่างรวดเร็วและควบแน่นกลายเป็นลูกธนูขนาดใหญ่หนึ่งลูก!
ยังไม่ทันมีใครตอบสนอง ลูกธนูดอกนั้นก็พุ่งเสียดอากาศแผดเสียงแหลมโจมตีเข้าใส่สวีหยางอี้!
เพียงชั่วพริบตาศิลาหินอีกยี่สิบแท่นจากที่เหลืออยู่เก้าสิบแท่นก็พังทลายลงทันที!
พังทลายภายในชั่ววินาที! และไร้ซึ่งรอยแตกร้าวปรากฏขึ้นก่อนแม้แต่น้อย!บ่งบอกถึงแรงระเบิดพลังปราณของฉู่เจาหนานที่เหนือกว่าผู้ชนะยี่สิบคนจากรุ่นก่อนๆ!
“ย้าก!” เสียงคำรามตะเบ็งออกมาจากกลางทรวงของสวีหยางอี้เศษหินรอบตัวระเบิดกระจายออกมาเป็นวงกว้างราวกับคลื่นพลังไร้รูปทรง!
“วรยุทธ์กระบวนท่าที่เก้าสิบ... สังเวยชีพ!”
“เขา... จะเข้าปะทะกับพลังนี้งั้นเหรอ?” ดวงตาของผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่ระดับต้นคนหนึ่งเปล่งประกาย“เขาคิดว่าจะรับไหวเหรอ?”
“ก็ไม่แน่” เพื่อนที่อยู่ข้างๆ มองไปยังสังเวียนตาเขม็ง “กระบวนท่าสังเวยชีพจะปลุกพลังที่ซ้อนเร้นอยู่ในตัวเองออกมาและจะลืมความเจ็บ ปวดไปชั่วขณะ แต่ก็เผาผลาญพลังไปมากเช่นกันเพียงหนึ่งห้วงลมหายใจก็สามารถสูบทะเลลมปราณของผู้ฝึกทั่วไปได้จนแห้งเหือดแต่กระบวนท่านี้ยังมีประโยชน์อีกอย่างที่แอบซ่อนอยู่”
“กระบวนท่าสังเวยชีพสามารถเพิ่มพลังให้กับกระบวนท่าอื่นๆในวิชาวรยุทธ์ร้อยกระบวนท่านี่เป็นหนึ่งในสิบกระบวนท่าสุดท้ายที่สามารถใช้ได้เป็นเวลานาน...”หั่วหยุนที่มองดูสถานการณ์อยู่ ภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนสังเวียนฉายอยู่บนกำแพงพลังปราณรอบด้านอย่างชัดเจนเขาพูดขึ้นเหมือนกำลังคิดบางอย่างอยู่ “นายน่าจะไม่ใช่พวกมุทะลุทำให้ฉันเห็นหน่อย... นายจะทำอะไรกันแน่...”
เงามัวของลูกธนูยาวสามเมตรพวยพุ่งเสียดอากาศแหวกลมเคล้าเสียงแผดแหลมลงสู่พื้นด้านล่าง!
“พรึบๆๆ!” ชายเสื้อลายพรางของสวีหยางอี้โบกสะบัด สีหน้าไร้ความหวาดหวั่น มีเพียงความหนักแน่นนิ่งสงบอื่นสิ่งอื่นใดเปรียบ!
“กระบวนท่าที่เก้าสิบเจ็ด... กระดองแห่งบาป!”
“แขวก!” ชุดลายพรางตามเรือนร่างของเขาขาดกระจุย เศษผ้ากระจายว่อนเผยให้เห็นหมัดกล้ามเนื้อกำยำล่ำสัน เส้นเลือดขดเคี้ยวรวมกันเป็นรูปกิเลนตรงแผงอก
“ตู้ม!” วินาทีต่อมา ลูกธนูขนาดใหญ่ก็พุ่งโจมตีลงพื้นด้านล่างคลื่นพลังที่เกิดจากแรงกระทบพุ่งพวยจากพื้นสังเวียนจนมองเห็น!
ฝุ่นควันสีเหลืองดินลอยโขมง ผู้ฝึกเซียนระดับต้นมากมายต่างพากันหน้าถอดสี!
นี่คือพลังทำลายของพลังยุทธเวท!
นี่คือพลังทำลายของผู้ฝึกตนที่แท้จริง!
รอยแตกแยกเป็นร่องลึกหลายเมตรแผ่ขยายคล้ายใยแมงมุมไปทั่วภาคพื้นไม่นึกว่าพลังโจมตีเพียงครั้งเดียวจะสร้างความเสียหายได้รุนแรงเช่นนี้!
“โครม...” ตอนนี้ ศิลาหินเหล่านั้นได้พังทลายหายไปในที่สุด
ฝุ่นควันลอยฟุ้งตลบ อนุภาคแสงจากพลังปราณสีขาวนับไม่ถ้วนที่ลอยอยู่ในอากาศค่อยๆสลายหายไป ภาพที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ผู้ฝึกเซียนมากมายที่เพิ่งเริ่มต้นฝึกตนจดจำได้ขึ้นใจ
“เป็นอย่างไรบ้าง?” หลัวซานเฟิงมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตึงเครียดเขานึกไม่ถึงว่าการโจมตีของฉู่เจาหนานจะน่ากลัวปานนี้ หากเป็นเขาคงรับไม่ไหวเป็นแน่
แล้วเจ้าคนที่โค่นตัวเขาได้ล่ะ?
จะรับได้ไหม?
สายตานับไม่ถ้วนล้วนจับจ้องไปตรงกลางสังเวียน หลังจากฝุ่นควันเลือนหายทันใดนั้นพวกเขาก็มองเห็นสวีหยางอี้ยังคงยืนยกแขนสองข้างตั้งการ์ดป้องกันการโจมตีนี้อยู่ตรงนั้นเหมือนเดิม!
สภาพตั้งแต่หัวจรดเท้าของเขายับเยินร่างกายท่อนบนที่ปล่อยเปลือยมีรอยบาดแผลลึกเห็นกระดูกเต็มไปหมด!
เลือดสดทั่วทั้งร่างไหลลงตามร่างหาย เนินอกเต้นกระเพื่อมอย่างรุนแรงแต่ถึง กระนั้น...
เขาก็ยังคงยืนอยู่!
ไม่ล้ม!
“แค่นี้เองเหรอ?” สวีหยางอี้ปรับลมหายใจพลางลดแขนทั้งสองข้างลงเขาสำลักเลือดออกมา ก่อนจะใช้มือปาดมันออก ดวงตาจ้องมองไปยังฉู่เจาหนาน“แค่นี้เองเหรอ?”
“ให้ตายเถอะ!” เกาเย่อุทานขึ้นเมื่อเขาลดแขนทั้งสองข้างลงก็เห็นเหตุการณ์อย่างชัดเจน ไม่สิทุกคนต่างเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนบาดแผลตามร่างกายของสวีหยางอี้ดูสาหัสจนน่าตกใจแต่ทั้งหมดก็ไม่ได้อยู่ตรงจุดอันตราย!
จุดอันตรายไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่จุดเดียว!
เขาต้านทานการโจมตีนี้ไว้!
มือทั้งสองข้างของเกาเย่กำหมัดแน่น ดวงตาถลึงกว้างเขาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าการกระบวนท่าสังเวยชีพที่ประสานกับเต่าแห่งบาปเหมือนกับตัวเองเขาผู้นั้นจะต้านทานไว้ได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ตัวเขาเองกลับสามารถต้านทานการโจมตีธรรมดาที่ไม่ได้ใช้พลังยุทธเวทของฉู่เจาหนานไม่ได้!
“นี่มัน เป็นไปไม่ได้!” ฉู่เจาหนานสีหน้าถอดสีขึ้นเป็นครั้งแรกเขามองสวีหยางอี้อย่างตกใจ อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บแล้ว ถึงไม่หนักแต่ก็ไม่เบาเหมือนกัน!
ทว่า... การโจมตีนี้ฉู่เจาหนานได้ระเบิดพลังที่สามารถฆ่าชีวิตอีกฝ่ายได้ออกมา!
“แบบนี้ นายโค่นฉันไม่ได้หรอก” สวีหยางอี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งเฮือกแม้กระดูกทุกท่อนจะเจ็บปวดอย่างรุนแรง แต่เลือดทุกหยดและเซลล์ทุกอณูกลับเต้นผล่าน!
นั่นเป็นพลังที่ตัวเขาตั้งหน้าตั้งตารอมานานแสนนาน
นั่นเป็นคู่ต่อสู้ระดับพระกาฬที่ปลุกเร้าหัวใจลูกผู้ชาย!
หัวใจกำลังเต้นโครมอยู่ในทรวงอก เลือดทุกหยดกำลังพุ่งพล่านอยู่ในหลอดเลือดเซลล์ทุกอณูกำลังกระหายการต่อสู้ในระดับเดียวกัน!
“ฟู่...” สวีหยางอี้พ่นลมหายใจลงพื้น จากนั้นก็กำหมัดชูกลางอากาศใบหน้าที่อาบโชนไปด้วยเลือดผุดรอยยิ้มขึ้นมา “เข้าคนแซ่ฉู่ ถึงตาฉันแล้ว”
รูม่านตาฉู่เจาหนานหดลงฉับพลัน นาทีนี้เขารู้สึกเหมือนสวีหยางอี้เมื่อครู่ไม่มีผิดรู้สึกถึงพลังคุกคามราวกับเข็มจำนวนมหาศาลกำลังทิ่มแทงเข้ากระดูก!
เขาตีลังกากลับหลังอย่างแทบไม่ต้องคิด พร้อมกับเปล่งเสียงตะโกน “เมฆาทะยาน!”
เขาชกฝ่ามือร่ายมนตร์ปืนที่มีเพียงหนึ่งกระบอกก่อนหน้าแบ่งตัวกลายเป็นสองกระบอกทันทีจากนั้นก็เล็งยิงลงไปข้างล่างอย่างเต็มแรง
“ตู้ม!” เศษหินกระจุยกระจาย ดูเหมือนแรงถีบ[1]ของปืนที่เกิดขึ้นทำให้เขากระเด็นไปด้านหลังทันที!
แต่ยังไม่ทันรอให้เขาล้มลงไปมวลพลังปราณอันบ้าคลั่งรุนแรงดั่งราชันย์มังกรคลั่งก็พุ่งเข้ามาด้านหน้าเขาแล้ว!
เร็วมาก!
เขายังคิดไม่ทันตก สะบักไหล่ก็รู้สึกเหมือนถูกค้อนยักษ์ทุบใส่อย่างจัง เลือดสดกระอักออกมาจากปากอย่างกลั้นไม่อยู่!
ไม่ทันให้เขาตอบสนอง หมัดก็พุ่งตรงเข้ามาที่ท้องกำลังของหมัดนี้ทำเขากระเด็นลอยไปหลายเมตรทิ้งไว้เพียงเลือดกระเซ็นลอยอยู่กลางอากาศ!
วินาทีถัดมา ไหล่ขวา แขนซ้าย ขาขวาของเขา... ก็ถูกเจ้าค้อนยักษ์ในคราบมนุษย์โจมตีใส่ร่างกายเขาอย่างระรัวชนิดที่ไม่เว้นช่วงให้เขาได้หยุดคิด!
“นี่มัน...” นาทีนี้ ติงเซียง ฝูหรง ทูจิ้วลุกพรวดขึ้นพร้อมกันไม่ใช่แต่เฉพาะพวกเขาเพราะคนที่คุ้นเคยกับวรยุทย์ร้อยกระบวนท่าทั้งหลายต่างมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตะลึงงัน
เงาร่างวิบไหวอันยากจะมองทันแฉลบผ่านร่างฉู่เจาหนานไปมาโดยที่ฉู่เจาหนานแทบขยับไม่ได้เหมือนถูกตรึงไว้ให้อยู่กับที่!
“นี่ นี่มันเป็น ไปได้อย่างไรกัน!” เกาเย่ หลัวซานเฟิงและอันดับหนึ่งคนอื่นๆ ต่างส่งเสียงตกใจสุดขีดออกมา สาเหตุไม่ใช่อื่นใดเพียงเพราะพวกเขาคุ้นเคยกับกระบวนท่านี้เป็นอย่างดีซ้ำยังเห็นครูฝึกสาธิตให้ดูมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ตัวพวกเขากลับใช้มันไม่ได้!
เงาพริบตา กระบวนท่าที่แปดสิบเก้า!
“ใช่แล้ว... ใช่แล้ว...” หลังจากนั้นไม่กี่วินาที หลัวซานเฟิงก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“พวกเราสามารถเรียนรู้ได้ทุกกระบวนท่าลำพังคนที่ใช้กระบวนท่าที่เก้าสิบอย่างสังเวยชีพได้ก็หายากแล้วแล้วคนอย่างเขาคนนั้น จะไม่สามารถใช้กระบวนท่าที่แปดสิบได้อย่างไร?”
“ฟุบ...” ในที่สุด ร่างของสวีหยางอี้ก็เผยออกมาในเวลาเดียวกับที่ฉู่เจาหนานสำลักเลือดในช่วงที่เขาหยุดเคลื่อนไหวลง ร่างที่ซวนเซของฉู่เจาหนานก็กลับมายืนอย่างมั่นคง
ทั่วทั้งสนามเงียบกริบ
เนินอกของฉู่เจาหนานกระเพื่อมขึ้นลงยวบๆ ราวกับกระบอกสูบลมเขาในตอนนี้มีสภาพสาหัสกว่าสวีหยางอี้ยิ่งนัก ดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยเลือดมองเห็นทุกอย่างอย่างชัดเจนความกระหายต่อสู้อันบ้าคลั่งระเบิดขึ้นในใจอย่างกลั้นไม่อยู่!
ด้านหลังฉู่เจาหนาน.มีหลุมอยู่หลุมหนึ่ง
หลุมลึกครึ่งเมตรเหมือนกับถูกมังกรคลั่งในคราบมนุษย์พุ่งเข้าใส่ด้วยพลังที่เกินต้านทาน ทำเอาเขานึกหวาดหวั่นถึงแรงโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวของสวีหยางอี้ที่พุ่งเข้ามาในตอนนั้น
“แข็งแกร่งมาก... ฉันประเมินเขาต่ำไป...” เขากัดฟันกรอดหยาดเลือดไหลตามมือลงสู่กระบอกปืน แสงสีฟ้าบนปืนสดใสขึ้นทว่าสีหน้าของเขากับซีดเผือดกว่าเดิม
“แครก... แครก...” ณ ช่วงเวลานี้เสียงแตกร้าวดังชัดลอยเข้ามากระทบโสตทุกคน สีหน้าทุกคนพลันตกใจขึ้นทันที
ใช่ว่าทุกคนไม่เคยได้ยินเสียงแตกร้าว ทว่าครั้งนี้...กลับดังชัดเจนเป็นพิเศษ!
“นั่นมันของหลี่เฟิง!”สายตาอันปราดเปรียวของอิ่งซามองไปยังศิลาหินแท่นหนึ่งอย่างไม่อยากเชื่อ เสียง“แกรบ” ดังขึ้น ที่รองแขนบนบัลลังก์อันหรูหราแตกละเอียดในพริบตา
“หลี่เฟิง?!” หั่วหยุนที่ได้ยินเช่นนั้นแทบจะลุกพรวดทันทีทว่าเขาบังคับตัวเองไว้ได้ และได้แต่มองดูอย่างไม่อยากเชื่อเช่นกัน
ศิลาหินของ “หลี่เฟิง” แท่นนั้นมีรอยแตกร้าวปกคลุมไปทั่วและในเวลาเดียวกับที่ทั้งสองตกตะลึง อณูแสงสีขาวเรืองละออก็สลายหายไปในอากาศ
ไม่ใช่แค่ศิลาหินแท่นนี้... คราวนี้ศิลาหินทั้งสามสิบสองต่างสั่นคลอนขึ้นพร้อมกัน! ประหนึ่งเทือกเขาสูงทั้งสามสิบสองแห่งเคลื่อนตัวสั่นไหว!เสียงแตกร้าวดังขึ้นชัดเจนทั่วทั้งสนาม!
“อึก... อัก...” ลูกกระเดือกกระเพื่อมขึ้นลง อิ่งซาลุกขึ้นยืนเป็นครั้งแรกเขาเอื้อมมือข้างหนึ่งออกไปคว้าอณูแสงพลังปราณที่ลอยผ่านตัวเองไป สีหน้าหลากอารมณ์ของเขาได้แต่มองลอดผ่านอณูแสงพลังปราณลอยสะพรั่งกลางอากาศไปยังสวีหยางอี้ที่เลือดอาบโชนไปทั่วตัว
“หลี่เฟิง ผู้ชนะในการประลองสี่มณฑลทางตอนใต้ของนายปีที่แล้ว...”หั่วหยุนอดนึกหวาดหวั่นขึ้นมาไม่ได้ “ลูกศิษย์ของกู่ซ่งเจินเหริน...ผู้อำนวยการเทียนเต้า สาขาเจียงจู... นี่มัน...”
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของอิ่งซากระตุกขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงแหบสลด“จางหลานชุน... ผู้ชนะจากสามมณฑลทางตอนเหนือ... ขั้นจู้จีระดับปลาย...รองผู้บัญชาการ ‘นักล่าปีศาจ’ ของ CSIB...”
รายชื่อคุ้นหูของแต่ละคนที่เขารู้จักสลายกลายเป็นอณูแสงพลังปราณผ่านหน้าเขาไป
พวกเขาต่างนึกไม่ถึงว่าประลองของมณฑลหนานทง ณที่แห่งนี้จะมีคนทำลายศิลาหินมากมายรวดเดียวได้ขนาดนี้!
“...” ตอนนี้ เสียงแตกร้าวก็หยุดลงไปเรียบร้อยแล้ว ทว่าอยู่ๆเสียงเบาแผ่วแต่ดังไปทั่วสนามเสียงหนึ่งก็ลอยมาอีกระลอก
นาทีที่เสียงนี้ดังลอยมาผู้เฒ่าคนหนึ่งได้เงยหน้าขึ้นไปมาศิลาหินแท่นที่สูงที่สุดก้อนนั้น “นี่ นี่ นี่มันหรือว่า...”
“เป็นไปไม่ได้!” ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังโบกพัดกระดาษอยู่ในมือหยุดชะงักพร้อมกับมองตามไปด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ
“หื้ม...” หั่วหยุนกับอิ่งซาต่างรู้สึกเหมือนบรรยากาศรอบๆหนาวเย็นหนาวลงฉับพลัน และวินาทีต่อมา ก็ร้อนระอุขึ้น พวกเขามองไปยังต้นเสียง
สายตาของเซียงติง ฝูหรง ทูจิ้ว ฉู่เทียนอีและทุกคนต่างมองไป ณที่เดียวกัน!
ศิลาหินไร้นาม!
ศิลาหินไร้นามแท่นที่สูงที่สุดศิลาหินที่สร้างขึ้นเพื่อเมี่ยรื่อโดยเฉพาะ... กำลังสั่นคลอน!
แม้ไม่มีรอยแตกร้าวใดๆ และยังคงเลื่อมใสมันวาวดุจกระจก แต่ว่า...
มันสั่นคลอนถึงสามครั้ง
สั่นคลอนจนเห็นได้ชัดถึงสามครั้ง!
--------------------------------------------------------------------------------
[1] แรงถีบ หรือแรงรีคอยล์ คือแรงปฏิกิริยาส่วนกลับที่เกิดขึ้นเมื่อหัวกระสุนเคลื่อนไปข้างหน้าแรงปฏิกิริยานี้จะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของกระสุนและน้ำหนักของปืน