ตอนที่ 6 ตักดิ้นได้
ภีมพลกดจมูกโด่งลงที่แก้มนวลเบา ๆสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเรือนผม นิ้วเรียวไล้ที่แก้มแดง อืมม์...
เขาเผลอทำอะไรลงไปนี่...อยู่กันมาั้แ่เด็กก็ไม่เคยมีอาการอย่างนี้สักครั้ง ใจมันเต้นไม่เป็จังหวะเอาเสียเลย แม้ว่าเขากับผิงผิงจะใกล้ชิด สนิทสนมกันมาั้แ่เด็ก แต่...เขาปฏิบัติกับเ้าหล่อนเหมือนน้องสาว เหมือนน้องพาย อย่างมากก็แค่โอบเอวเหมือนกับน้องสาวตัวน้อย ๆ หรือว่าผิงผิง...โต...โตเป็สาวแล้ว เขาไม่ได้นั่งพินิจใบหน้าสวยหวานนานๆ แบบนี้สักครั้ง...สวย...สวยเหมือนตุ๊กตา แก้มใส...น่า...
ผิงผิงงัวเงียลืมตาขึ้นมา รู้สึกเหมือนมีใบหน้าอันหล่อเหลามาอยู่ตรงหน้า ฝันไปหรือเปล่า... หล่อนกระพริบตาสองสามครั้ง มือเล็กลูบที่แก้มของตัวเอง อืมม์...เหมือน...เหมือนมีคนมาแอบหอมแก้ม... ท่าจะบ้า ! มีแต่พี่ภีมอยู่ในห้องนี้ คงฝันไป อย่างพี่ภีมคงไม่ทำแบบนั้นแน่นอน
ภีมพลรีบขยับตัวออกมานั่งลงข้าง ๆ
“ผิ...ผิง...ตื่นแล้วเหรอ....” มือใหญ่เกาที่ผมตัวเองแก้เขินออกมา
ตากลมใสมองหน้าพี่ภีม จ้องตาแป๋ว “พี่ภีมมานานหรือยังคะ ผิงผิงนึกว่าฝันไป....”รอยยิ้มผุดขึ้นที่ใบหน้าสวย
“ไม่นานหรอก...ฝันว่าอะไรคะ”เขาใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ผิงผิงคงไม่รู้ว่า...ว่าเขาแอบหอมแก้มเ้าหล่อนไปนะ...ขืนรู้มีหวังเขาอายแทบมุดดินหนีแน่ๆ เลย..คงไม่รู้...
“ฝัน...ฝันว่าพี่ภีมจูบผิงผิง”พูดจบหน้าสวยก็แดงเห่อขึ้นจนไปถึงใบหู
“ห๊า !!! เด็กบ้า ! มาฝันอะไรแบบนี้ล่ะ”เสียงของชายหนุ่มตวาดดังลั่นอย่างลืมตัว
“ทำไมต้องเสียงดังใส่เขาด้วย...เอ่อ...ใช่เน๊อะ...มันไม่ใช่ความฝัน แสดงว่าเป็เื่จริง...จูบเขาจริงปะ”ผิงผิงเอียงคอถามอย่างสงสัยหน้าสวยยิ้มกรุ้มกริ่ม
ภีมพลหน้าร้อนวูบวาบทำหน้าขรึมกลัวเด็กจับได้“บ้าดิ ! ใครจะไปจูบเจิบ ดูหน้าของตัวเองสิ...สวยก็ไม่สวย ใส่ชุดนอนลายการ์ตูนยังกับเด็ก ๆ ผู้ชายที่ไหนเขาจะไปจูบลง”ภีมพลหันมาทำหน้าเบ้ใส่หญิงสาว
เ้าหล่อนพอได้ยินคำว่า เด็กมันก็จี๊ดดด...ขึ้นมาในหัวใจทันที
“เด็กอีกแล้ว...”
ผิงผิงพึมพำออกมาเบา ๆจนแทบไม่ได้ยินเสียง เ้าหล่อนถอนหายใจออกมายาว ๆ
“เป็ไร...หือ...”เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัยกับท่าทางถอนหายใจออกมาของเ้าหล่อน
“….เปล่า...”
“เอ...ใครบอกพี่ภีมว่าจะอ่านเอกสารรอ ทำไมกลายเป็หลับอุตุไปซะก่อน”เสียงพูดหยอกล้อของเขาทำให้ผิงผิงหันมายิ้มน้อย ๆ
“ผิงผิงไปชงกาแฟมาให้ดีกว่านะ”หญิงสาวรีบเดินออกไปที่ครัว
“คร้าบ...”
ภีมพลถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ผิงผิงไม่รู้ว่าเขาแอบขโมยหอมแก้มเฮ้อ ! เขาคงบ้าไปแล้วจริงๆ
ไม่นานกาแฟหอมกรุ่น 2 แก้วกับขนมขบเคี้ยวเต็มจานใหญ่ วางลงที่โต๊ะเล็กตรงหน้า มือเล็กคว้าขนมมาเคี้ยวไม่หยุด หยิบขนมส่งเข้าปากของตัวเองสลับกับอีกคนที่กำลังดูเอกสารอยู่
“อื้อ...พอแล้ว...”เขาจับมือเล็กออก
“กินก่อน...จะได้มีแรงทำงานต่อ”เธอยื่นมือที่มีขนมไปจ่อที่ปากของพี่ภีมทั้งมือทั้งขนมไปอยู่ในปากของเขาเรียบร้อย
เขาเงยหน้าขึ้นมาจับมือเล็กออกช้า ๆ อืม...“พี่ไม่ใช่เรานะ ที่จะมานั่งกินขนมแบบเด็ก ๆ กินเหอะ...พี่ขอกาแฟก็พอแล้ว” เขาก้มหน้าอ่านเอกสารต่อ ไม่สนใจคนหน้ามุ่ย ที่เคี้ยวขนมกร๊อบ ๆ อยู่ข้าง ๆ มือเล็ก ๆ ที่เข้ามาในปากของเขาบ่อย ๆมันทำให้เขาปั่นป่วนขึ้นมา จนต้องบอกให้หยุดท่าทางจะงอนพี่ภีม...ขืนงับนิ้วของเ้าหล่อนบ่อย ๆเขาคงจะได้งับอย่างอื่นแทนขนมชัวร์
“เอกสารมีแค่นี้ใช่ไหม”เขาชวนคุยขึ้นมาเมื่อเห็นเสียงเงียบหายไปนานขนมก็ไม่ส่งมาอีก
“....”
“ที่พี่วิส่งเมล์มาปริ้นมาให้พี่ดูหน่อย”
“.....”
“รายงานเื่การเสนอราคาเครื่องมือแพทย์อยู่ที่ไหน”
“....”
“ผิงผิง...เอาเอกสารมาให้พี่ดูหน่อย...”เขาหันไปหาผู้ช่วยของเขา ก็ยิ้มขำออกมา มือใหญ่วางเอกสารลง ส่ายศีรษะช้า ๆ
“เด็กน้อย...หลับทั้ง ๆที่ขนมยังคาปากอยู่เลย ถึงว่า..เงียบไปนานพอไม่เล่นด้วยก็หลับ เฮ้อ !”เขาดึงขนมออกมาจากมือ ร่างเล็กรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
“อือ...พี่ภีม..ซู๊ดด...”เสียงสูดน้ำลายของหญิงสาวดังออกมา ก่อนขยับตัวนั่งตรง ๆ
ภีมพลยิ้มขำเอื้อมมือไปเช็ดน้ำลายที่มุมปาก“น้ำลายยืดแล้ว...ไปนอนในห้องดี ๆ นะ จะได้ไม่เมื่อยตัว พี่นั่งทำงานที่นี่เอง”เขาลูบศีรษะเล็กอย่างเอ็นดู
“ขอนั่งอยู่ตรงนี้เป็เพื่อนพี่ภีมนะ”มือเล็กกอดแขนอ้อนพี่ภีม
“เดี๋ยวก็หลับอีก...เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปนอนพักนะคร้าบ”เห็นหน้าทีไรก็อดสงสารไม่ได้
“ไม่เอา ! ขอนอนหนุนตักพี่ภีมนะ”พูดจบก็เอนตัวลงนอนที่ตักของพี่ภีมอย่างเร็ว ไม่รอเ้าตัวอนุญาตเงยหน้ามองพี่ภีมตาแป๋ว
ชายหนุ่มเมื่อโดนจู่โจมอย่างนี้ก็ทำอะไรไม่ถูก จะผลักร่างเล็กออกจากตักของเขาก็กลัวจะน้อยใจอีก จะให้นอนต่อเขาเองก็รู้สึกแปลก ๆ
“เอ่อ...ผิงผิงนอนตักพี่แบบนี้ พี่จะทำงานได้ยังไง หือ...”เขารู้สึกใจหวิว ๆ วูบๆวาบๆ
“ใช้ตากับมือไม่ได้ใช้ตักสักหน่อย... ตอนเด็ก ผิงผิงก็นอนหนุนตักพี่ภีมออกบ่อย”ไม่พูดเปล่ามือเล็กก็ซุกซนจับคาง จับแก้มเขาอย่างสนุกมือ
“อื้อ...อย่าจับแก้มพี่ ! ผิงผิง !” เขาไล่จับมือเล็กๆของเด็กดื้อที่กำลังแกล้งเขา
“…นั่นมันตอนผิงผิงเป็เด็ก ๆ แต่...ตอนนี้...”เขายังไม่ทันได้พูดต่อเด็กน้อยตัวแสบก็พูดขึ้นมาก่อน
“ตอนนี้ก็ยังเด็ก พี่ภีมชอบว่าผิงผิงเป็เด็กไม่รู้จักโต! ผิงผิงก็จะเป็เด็ก ! เล่นแบบเด็ก ๆด้วย”เธอยิ้มระรื่นให้พี่ภีม
...คราวนี้พี่ภีมเจอดีแน่ ๆอยากมาว่าเขาเป็เด็กดีหนักจะแกล้งพี่ภีมให้เลิกว่าเธอเป็เด็กให้ได้ ! คอยดู !เชอะ !
เขาก้มมองรอยยิ้มเ้าเล่ห์ที่อยู่บนใบหน้าคนดื้อ นอนอยู่บนตักของเขาอย่างสบายใจ อยากจะจับตัวเล็ก ๆ โยนออกจากตักเขาเสียจริง แล้วจะนอนนิ่ง ๆได้ไหมคร้าบแม่คู้น...รู้บ้างไหม เวลาเ้าหล่อนขยับไปมา ทำให้เขาทรมานมากแค่ไหน โอ๊ย !!!ไอ้ภีม...มึงจะรอดไหมวะ เล่นนอนทับตรงกลาง...กลางลำของเขาเลย..บ้าซิบ! กางเกงนอนของกูก็บางจ๋อย ! ถ้า...ถ้ามันตื่นขึ้นมา ! กู !จะทำยังไงดี...อืม...พุทโธ...ธรรมโม... สังโฆ...ท่องไว้ ๆ ไอ้ภีมมึงอย่าตะบะแตกนะโว้ย ! ภีมพลพ่นลมหายใจออกมาไม่หยุด
“พี่ภีม...เป็อะไรคะ..ทำไมทำหน้าแหย ๆแบบนั้น แล้วพ่นลมหายใจออกมาตลอดเลย เจ็บตรงไหนเหรอ”เด็กดื้อตะแคงหน้าเข้ามาหาตัวชายหนุ่มที่ยังนั่งตัวเกร็ง ไม่กล้าขยับไปไหน ดวงตากลมโตมองมาที่พี่ภีมอย่างเป็ห่วง มือน้อยๆ ลูบที่แผงอกเขาอย่างเบามือ ศีรษะเล็กก็ขยับยุกยิก ๆ อยู่บนตัก
อึ่ม...มันเสียดสีเข้ากับกลางลำของเขาพอดิบพอดีอย่างกับ์กลั่นแกล้ง อืมม์..ยัยผิงผิง ! รู้ตัวบ้างไหม ฮึ่ม !นอนทับน้องชายของพี่แบบนี้...มันทำให้พี่ภีมจะบ้าตาย...ช่างไม่รู้เื่รู้ราวอะไรเล้ยยย...อืม...ทำไมวันนี้เขาถึงรู้สึกเป็เอามาก...
ผิงผิงขยับตัวมานอนหงายมองหน้าพี่ภีม คิ้วสวยย่นเข้าหากัน"พี่ภีมขอถามอะไรหน่อยสิ..."หญิงสาวทำท่าคิดหนัก"ทำไมวันนี้ตักพี่ภีมถึงแข้ง...แข็ง...ไม่นุ่มเหมือนแต่ก่อนเหมือนนอนทับกระดูกเลยแฮะ...มันรู้สึกแปลก ๆ"ดวงตากลมโตช่างสงสัย
"มะ..ไม่มีอะไรหรอก..เราน่ะคิด...คิดมากไปเอง"เขาพูดเสียงตะกุกตะกักตาโตขึ้นมา เด็กบ้า !มาสงสัยอะไรตอนนี้ โธ่...กู.. ทะ...ทำไมมันดันพองขึ้นวะก็ท่องยุบหนอ ๆๆ ไม่ได้ท่องพองหนอๆๆสักหน่อย
"แต่...ตอนนี้เหมือน...เหมือนตักพี่ภีมมันดิ้นดุ๊กดิ๊กๆ ผิงผิงลองขยับหัว ตักพี่ภีมก็ขยับตามตักดิ้นได้..."ไม่พูดเปล่าผิงผิงก็ส่ายหัวเล็ก ๆของเธอเข้ากับกลางลำของเขาอย่างสนุกสนาน หัวเราะ คิกคักๆภีมพลแหงนหน้าขึ้นมองเพดาน พ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง
~ฟู่ว์ ฟู่ว์~
"หยุด ๆๆๆ อย่าส่ายหัวไปพี่...พี่เจ็บ..."ใบหน้าของเขาแดงก่ำ
"เจ็บตรงไหนคะผิงผิงเป่าให้นะ.."เ้าหล่อนยิ้มร่า
"อืม...พะ..พี่หายเจ็บแล้วแค่หนูนอนนิ่ง ๆ ไม่ขยับ พี่ก็หายแล้วจ๊ะอูวส์"เขารีบจับคนดื้อให้หันหน้าเข้าหาตัวเขา ให้อยู่นิ่ง ๆ แล้วผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ สักพักทุกอย่างก็เข้าสู่ภาวะปกติ...เฮ้อ ! กู...เกือบจบเห่เพราะยัยเด็กแสบคนนี้
เขาก้มมองหน้าคนที่นอนหนุนตักใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอาง ผิวขาวใส แก้มแดงมีเืฝาดหน้าเด็กจนไม่มีใครทายอายุจริงถูก ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มที่มักจะยิ้มแย้มอยู่เสมอ ตอนนี้ปากเล็กเม้มเข้าหากันจะดุก็ไม่กล้า...ผิงผิงคงไม่ได้ตั้งใจพูดหรือจะทำเขาเองต่างหากที่คิดอะไรที่มันไม่ดี ควรจะจัดการกับอารมณ์ตัวเองให้มันหมดไปให้เร็ว
ภีมพลลูบผมผิงผิงอย่างอ่อนโยน"คิดอะไรอยู่หือ...บอกพี่ภีมได้ไหม"เขาเอ่ยถามขึ้นมาเบา ๆเมื่อเห็นเสียงเงียบไปไม่กระดุกกระดิกตัวอีกเลย คงจะคิดว่าพี่ภีมเจ็บจริง ๆ เด็กน้อย..
ผิงผิงมาอยู่ที่กรุงเทพก็ห่างจากพ่อเมธ แม่ก็ไม่มีให้กอด ตากับยายก็ไม่ค่อยได้อยู่ด้วย ความเหงาความรู้สึกโดดเดี่ยว อ้างว้างเกิดขึ้นกับผิงผิง เขารู้ดี หลายครั้งที่นอนละเมอร้องไห้หาแม่กุ้ง หาพ่อเมธ พ่อภูของเธอ เขาจึงปล่อยเธอไปไม่ได้สักครั้ง เวลาอยู่กับเขา ผิงผิงจะเป็อีกคนที่ไม่มีใครได้เห็นมากนัก เหมือนเด็กน้อยขี้อ้อน ขี้กลัว เวลาทำงานกลับกลายเป็ผู้หญิงแกร่ง เก่ง
“พี่ภีมขา...”ผิงผิงซุกเข้ากับตัวของเขาแน่น
“หืมม์....”สติสตังค์ของเขากลับมาแล้วจึงผ่อนคลายไปมาก
“หนูคิดถึงแม่กุ้ง...ถ้าแม่ยังอยู่...หนู...หนูคงได้นอนกอดแม่..ฮึก..”
“ไม่งอแงนะคะ...หนูกอดใครอยู่เอ่ย...เอ...พี่ภีมจะแทนอ้อมกอดของแม่กุ้งได้ไหมน๊า...”เสียงทุ้มเอ่ยออกมา
“ได้ค่ะ...อยู่กับพี่ภีมหนูรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย”
“หนู...แทนตัวเองว่าหนูแบบนี้แสดงว่ากำลัง..ขี้แยใช่ไหม...หือ..หันหน้ามาให้พี่ดูก่อน”เขาดึงร่างบางหันหน้าออกมา
“อืมม์....”ั์ตาตาแดงเรื่อๆ
“ลุกมานั่งข้าง ๆพี่...”เขาพยุงตัวผิงผิงลุกมานั่ง
“พี่พาเข้าไปนอน...พรุ่งนี้เราค่อยทำงานต่อนะ”
“พี่ภีมง่วงแล้วเหรอ”คนถามอ้าปากหาวติดๆ กัน
“คร้าบ...พี่ง่วงแล้ว เมื่อคืนอยู่เวรยังไม่ได้นอนเลย”เขารีบบอกออกไป ไม่อย่างนั้นคนตัวเล็กจะไม่ยอมไปนอน
“พี่ภีมไม่บอกหนูล่ะ...จะได้ไม่ต้องมานั่งอ่านเอกสาร”
เขาเดินเข้าไปส่งหญิงสาวเข้านอนที่ห้องนอนใหญ่ปิดไฟ เหลือโคมไฟที่หัวเตียงดวงเดียว
“พี่ภีม...อยู่เป็เพื่อนหนู...นะนะ...หนูไม่อยากนอนคนเดียว..พี่ภีมขา...อยู่เป็เพื่อนหนูได้ไหม หนูกลัว...”สายตาอ้อนวอนของผิงผิงทำให้เขาเอนตัวลงนอนตะแคงข้างๆ มือลูบหลังเบา ๆ นานมากแล้วที่เขาไม่เห็นผิงผิงเป็อย่างนี้ คงเป็เพราะเื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้จิตใจอ่อนแอ
เมื่อครั้งที่เขามาอยู่ที่กรุงเทพใหม่ๆ เมื่อยังเด็ก ทุกวันเขาต้องมาส่งเด็กน้อยเข้านอน ผิงผิงหลับแล้วเขาถึงเดินกลับไปที่ห้องจนกลายเป็เื่ปกติ เพิ่งมาห่างกันก็ตอนที่เขาไปเรียนต่อที่เมืองนอก และกลับมาทำงาน ไม่ค่อยได้มานอนที่ห้องบ่อยนัก
“หลับนะคะคนเก่งของพี่ภีม...”มือเล็กจับมือของเขาแน่น ไม่นานก็หลับสนิท
เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้อย่างเบามือ เดินออกมาข้างนอก นั่งดูเอกสารทั้งหมดต่อจนเสร็จ เขาจึงกลับเข้าไปนอนที่ห้องของตัวเอง