คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 44 น้ำแกงเห็ดลูกชิ้น

             มีเกวียนวัวรอเข้าเมืองอยู่ทางเข้าหมู่บ้านพวกหวังซื่อสามคนเร่งมาถึงตอนเตรียมออกเดินทางพอดี

             “โอ๊ะหูเสิ่น [1] พวกท่านเข้าเมือง?” เสียงผู้หญิงแหลมๆดังขึ้น ฟู่เหรินคนหนึ่งอายุสามสิบกว่าๆ บนเกวียนมองมายังพวกนางนัยน์ตาแวววาว

             “โอ้...กุ้ยจือหรือ เจ้าก็เข้าเมือง?” หวังซื่อขึ้นเกวียนวัวไปแล้วดึงเจินจูขึ้นตาม หูฉางหลินก็นั่งชิดขอบเกวียนเอาตะกร้าที่แบกอยู่ด้านหลังวางไว้เบื้องหน้าประคองอย่างระมัดระวัง

             “ใช่แล้วนี่ไม่ใกล้จะฉลองปีใหม่แล้วหรือ เสื้อผ้าใหม่ของไฉ่สยากับไฉ่เฟิงยังมิได้รีบซื้อเลยเช่นนี้ จึงกำลังคิดจะเข้าเมืองตัดผ้าลายดอกเสียสองสามชิ้น” ฟู่เหรินท่าทางอิ่มเอมใจยิ่งลูกตาหมุนวนไปยังสมาชิกสกุลหูสามคน ยามมองไปยังเจินจูดวงตาสองข้างก็จับจ้องเสียงสูงขึ้นในทันที “โอ๊ะ เจินจูสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ทั้งชุดแล้ว ผ้าไม่เลวเลยนี่หูเสิ่น ปีนี้บ้านท่านหาเงินได้มากหรือ?”

             เสียงแหลมแสบหูดังทะลุเยื่อแก้วหู

             เจินจูขมวดคิ้วชำเลืองตามองไปกลับปะทะเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งของฟู่เหรินที่สำรวจหาความจริง ฟู่เหรินคิ้วบางใบหน้าขาวริมฝีปากสีแดงสดในหมู่บ้านที่ประเพณีพื้นบ้านเรียบง่ายเช่นนี้ ช่างสะดุดตาเป็นพิเศษนักพอมองให้ละเอียด กลับเขียนคิ้วตบแป้งหอมและทาสีแดงชาดด้วยเจินจูเหลือบมองอยู่ไม่กี่ทีก็หมดความสนใจ  ตนเองจึงเอนร่างพิงกับหวังซื่อปิดเปลือกตาและงีบหลับไป

             “ไม่ว่าจะหาเงินได้หรือไม่เสื้อหนาวของเด็กสาวในบ้านล้วนต้องทำขึ้น” หวังซื่อมองฟู่เหรินแวบหนึ่ง เห็นฟู่เหรินปากสีแดงจัดก็ชิงกล่าวตัดหน้า “กุ้ยจือ ไฉ่สยาบ้านเจ้าคุยเรื่องครอบครัวที่เหมาะสมแล้วหรือ?”

             อา...นี่เป็นเถียนกุ้ยจือโผเหนียงสกุลจ้าวที่พูดมากผู้นั้นนี่เองลูกสาวสองคนของนางก็เป็นจ้าวไฉ่สยากับจ้าวไฉ่เฟิง ชิ...เหตุใดต้องพบคนบ้านนี้อีกแล้ว เจินจูแอบมองบน

             “โอ๊ะหูเสิ่น ท่านอาจไม่ทราบ เถียนกุ้ยจือผู้นี้อยากให้ไฉ่สยาบ้านนางแต่งเข้าไปเสวยสุขในเมืองเพราะดูถูกชาวนาที่ยากจนของหมู่บ้านเรา” ฟู่เหรินใบหน้าคล้ำที่นั่งตรงข้ามกล่าวถากถางในเวลาเดียวกัน

          ทันใดนั้นเถียนกุ้ยจือระเบิดเสียงสูงและดังแหลมเล็กออกมา “หลิวยู่เฟิ่งข้ามิได้กล่าวเช่นนั้น เจ้าอย่าสาดน้ำสกปรกใส่หัวข้า ไฉ่สยาบ้านข้าเพิ่งจะสิบสี่ยังเล็กนัก ไม่รีบหมั้นหมาย”

             “สิบสี่?อีกเดือนกว่าก็จะข้ามปีแล้ว ผ่านปีไปก็มิใช่ว่าสิบห้าหรือหมู่บ้านวั้งหลินเด็กสาวที่ผ่านสิบห้าสิบหกปีไปยังไม่แต่งงานมีไม่กี่สกุลแล้ว”หลิวยู่เฟิ่งฟู่เหรินใบหน้าคล้ำปิดปากหัวเราะเบาๆ วาจาช่างแสดงความในใจเสียจริง

             ใบหน้าขาวเทาของเถียนกุ้ยจือจมลงทันทีแม่นางเหล่านั้นที่อายุเกินสิบหกไปแล้วและยังไม่ได้หมั้นหมายล้วนเป็นร่างกายพิการหรือมีชื่อเสียงไม่ดี จึงประสบกับคนเมินเฉยไม่มีคนมาสู่ขอดวงตาหนึ่งคู่ถลึงตาไปที่คนตรงข้ามอย่างโหดเหี้ยม “เจ้าหมายความเช่นไร? เจ้าเป็นเพียงโผเหนียงปากเหม็นเอาไฉ่สยาบ้านข้าไปเทียบกับคนเหล่านั้น ระวังข้าจะฉีกปากเหม็นของเจ้าให้ยุ่ย”

             “ข้าจะหมายความเช่นไรได้ความคิดตัวเจ้าเองมิใช่ว่า อยากหาลู่ทางไต่เต้าฐานะให้สูงขึ้นแล้วยังห้ามผู้อื่นกล่าวเรื่องจริงหรือนี่”หลิวยู่เฟิ่งเอาแต่ยิ้มโดยไม่เอามาใส่ใจทั้งสิ้น“เจ้าวิ่งเข้าเมืองหลายครั้งหลายครามิใช่เพื่อเรื่องนี้หรือเจ้าคิดว่าผู้อื่นมิรู้หรืออย่างไร”

             เถียนกุ้ยจือตื่นตกใจเพื่อให้ไฉ่สยาสามารถแต่งเข้าในเมืองได้ ตนเองต้องจ่ายเงินฝากฝังให้หญิงชราหวังในเมืองจับตาดูบุคลที่คัดเลือกไว้แต่คิดแต่งเข้าในเมืองจะง่ายเพียงนั้นได้เช่นไรผู้ใดจะยินดีแต่งกับสาวครอบครัวเกษตรกรที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อครอบครัวตนเองแถมด้วยทรัพย์สมบัติเพียงเล็กน้อยเล่าหญิงชราหวังสืบข่าวอยู่หลายเดือน จึงมีเพียงพ่อหม้ายที่ภรรยาตายแล้ว กับพ่อค้าขาเป๋ที่ค่อนข้างน่าสนใจแต่เถียนกุ้ยจือยังไม่วางใจ เมื่อครั้งที่นางยังสาวก็ไม่สามารถแต่งเข้าเมืองได้ มาตอนนี้จึงอยากให้ลูกสาวของนางลองอีกสักครั้งดังนั้นมีช่วงหนึ่งที่นางไปมาระหว่างเมืองอยู่บ่อยๆ แต่ทุกครั้งนางล้วนระมัดระวังหลิวยู่เฟิ่งผู้นี้เหตุใดจึงทราบได้?

             “เจ้ามันคนน่ารังเกียจกล่าวสุ่มสี่สุ่มห้าอันใดกัน ทำลายชื่อเสียงของไฉ่สยาบ้านข้ากับเจ้าไม่จบเรื่องกันแน่”เถียนกุ้ยจือปกปิดความไม่สบายใจไว้ข้างใน จ้องไปที่หลิวยู่เฟิ่งแล้วกล่าวด้วยความโกรธแค้น

             “โอ๊ะหากไม่อยากให้คนรู้ว่าตนเองทำเรื่องอันใด ก็ยกเว้นแต่ตนเองจะไม่ไปทำ ฮิ ฮิ”หลิวยู่เฟิ่งเลิกคิ้วแล้วยิ้มบางๆพี่สาวคนรองของนางเห็นว่าเถียนกุ้ยจือผู้นี้จูงหญิงชราหวังที่เป็นแม่สื่อในเมืองมากกว่าหนึ่งครั้งแต่นางไม่ได้กล่าวต่อออกไป คนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันเงยหน้าไม่เจอก้มหน้าก็เจอ อยู่ตรงไหนก็หลบกันไม่พ้น หากตัดสินใจผิดใจกันแล้วก็จะกลายเป็นอริกันไม่คุ้มค่านัก

             เถียนกุ้ยจือมองหลิวยู่เฟิ่งไม่กี่ทีด้วยความแปลกใจระคนไม่เชื่อถือบีบมือทั้งสองข้างบังคับให้ตนเองสงบ ฝืนใจตอบไปหนึ่งประโยค“มิรู้ว่าเจ้ากล่าวสิ่งใดอยู่”

    สองฝ่ายดับไฟพักรบสายตาผู้อื่นที่มองดูความคึกคักพากันมองไปทางอื่นเจินจูที่เอนร่างพิงกับหวังซื่ออย่างสุขุมแอบขบขันในใจ ท่านย่าของนางผู้นี้ร้ายกาจนักเถียนกุ้ยจือนี่ช่างพูดมากคำพูดเยอะแยะหัวข้อสนทนาพัวพันเกี่ยวกับเสื้อผ้าตัวใหม่ของเจินจูตลอดไม่รู้จักจบจักสิ้น เมื่อหัวข้อสนทนาหวังซื่อเปลี่ยนไปกลับเอาไฟก่อไปบนตัวของเถียนกุ้ยจือเอง

             หิมะปกคลุมทั้งหนาและลึกอยู่สองข้างทางตรงกลางถนนมีร่องรอยเกวียนกระจัดกระจายไปทั่ว ยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ

             เกวียนวัวโยกแกว่งมาตลอดจนถึงประตูเมืองทุกคนถูกลมหนาวยามรุ่งอรุณพัดเสียจนตัวสั่น เมื่อลงจากเกวียนวัวจ่ายเงินแล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันไป

             ถนนสองฝั่งทุกหนทุกแห่งหิมะปกคลุมกลายเป็นกองถนนใหญ่ที่ปูด้วยอิฐสีฟ้ามีน้ำซึมทะลุแต่กลับสะอาด แตกต่างจากถนนที่เป็นโคลนนอกเมืองอย่างชัดเจน

             “เจินจูเจ้าว่าพวกเรา…ไปที่ใด?” หวังซื่อประหม่าเล็กน้อยอดเข้าใกล้เจินจูแล้วถามเสียงเบาไม่ได้

             “ไปสือหลี่เซียงก่อนเถิดพวกเราคุ้นเคยกับพวกเขาอยู่บ้าง ดูความคิดเห็นของพวกเขาก่อน”เจินจูก็เป็นครั้งแรกที่ทำเรื่องเช่นนี้ ในใจไม่สงบกังวลอยู่บ้าง“พวกเราไปขายเห็ดก่อน แล้วค่อยขายอย่างอื่นอีก”

             หวังซื่อพยักหน้า“ครั้งก่อนเจ้าของร้านจางผู้นั้นดูแล้วสบายๆ นัก พวกเราสามารถไปสำรวจน้ำเสียงก่อนได้”

             หลังจากหิมะตกหนักท้องฟ้าจึงปลอดโปร่งแต่อากาศที่ยังคงหนาวมาก คนเดินบนถนนจึงไม่นับว่าเยอะนักพวกเจินจูสามคนเลี้ยวไปตามถนน มุ่งไปยังปากทางเข้าตรอก

             ประตูหลังของสือหลี่เซียงปิดอยู่หูฉางหลินลังเลใจไม่กล้าก้าวไปข้างหน้าเจินจูเห็นสภาพการณ์จึงก้าวไปข้างหน้าเคาะประตูเบาๆ

             “ใครหรือ?”

             “สวัสดีพวกข้าหมู่บ้านวั้งหลินน่ะ มาหาเจ้าของร้านจาง” เสียงตอบเด็กสาวไพเราะและอ่อนโยนดังขึ้นอยู่ในลานที่เงียบสงบ

             เสียงภายในลานหยุดไปพักหนึ่งจึงมีเสียง “แอ๊ด” เปิดบานประตูออกครึ่งบาน

          “โอ้... เป็นพวกเจ้าหรือ วันนี้มีกระต่ายมาขายหรือ?”หนุ่มน้อยที่เปิดประตูคุ้นหูคุ้นตานักเป็นลูกจ้างครั้งก่อนที่หยิบเงินออกมาจากในร้าน

             “ฮิ ฮิไม่ใช่หรอก กระต่ายยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก เห็ดตากแห้งของฤดูใบไม้ร่วงนี้ไม่ทราบว่าเจ้าของร้านจางพวกเจ้าจะรับหรือไม่?” บนใบหน้าหูฉางหลินยกยิ้มขึ้นกล่าวถามเสียงเบาๆ

             “รับสิรับสิ ผักผลไม้หน้าหนาวขาดแคลน เจ้าของร้านจางพวกข้าอยากหาก็หาไม่ได้รีบเข้ามาก่อนเถิด” ลูกจ้างทักทายด้วยความกระตือรือร้น “พวกเจ้ารอสักครู่อีกเดี๋ยวเจ้าของร้านจางก็มา”

             กล่าวจบวิ่งเข้าไป “ตึก ตึก”

             “ดี ดีขอบคุณพ่อหนุ่ม” หูฉางหลินตอบกลับทันที

             เจ้าของร้านจางยังมาไม่ถึงแต่เสียงหัวเราะเบิกบานกลับดังสะท้อนออกมาแต่ไกล “หลายชายผู้มีเกียรติแห่งสกุลหูไม่ได้เจอกันไม่กี่วัน เอาสิ่งของพื้นเมืองมาอีกแล้ว หมู่บ้านพวกเจ้าเป็นพื้นที่อัจฉริยะบุคคล[2] สินค้าอุดมสมบูรณ์นัก” ระหว่างกล่าวไม่กี่ประโยคคนก็มาถึงตรงหน้า

             “เอ่อ...ฮ่า ฮ่า เจ้าของร้านจางกล่าวตลกแล้ว พวกเราล้วนอาศัยเบื้องบนเป็นชาวนาอับจนที่ทานข้าวตลอดทั้งปีก็หาเงินอย่างยากลำบากเท่านั้นเอง” หูฉางหลินหัวเราะแห้งๆ

             “หลานชายผู้มีเกียรติแห่งสกุลหูถ่อมตัวแล้วบ้านเจ้ามิใช่เลี้ยงกระต่ายฝูงใหญ่หรือ? ขอเพียงเลี้ยงกระต่ายได้ดีก็มิต้องกลุ้มใจว่าจะขายได้ราคาไม่ดี”เนื้อกระต่ายยังได้รับความสนใจจากแขกนัก อากาศที่หนาวเหน็บสั่งเนื้อกระต่ายเผ็ดหอมสักถาด ทั้งอาหารอร่อยทั้งบำรุงร่างกาย

             “ท่านปู่เจ้าของร้านกระต่ายบ้านเรายังโตไม่พอ วันนี้พวกเราเตรียมสิ่งของอื่นให้ท่านดู”เจินจูหยีนัยน์ตาแล้วกล่าวออกเสียง

             “โอ้...กุยหนี่ว์ [3] สกุลหูก็มาด้วย เอาอะไรมาเล่า? เห็ดใช่หรือไม่?” น้ำเสียงเจ้าของร้านจางหยอกล้อหลานสาวตัวน้อยใบหน้าดุร้ายน่ากลัวนอกจากนี้ยังมีสามชั้นใต้คาง ท่าทางน่าขบขันอยู่ชั่วแวบหนึ่ง

             เห็นว่าเจ้าของร้านจางหัวเราะเสียจนใต้คางสั่นระริกนัยน์ตายิ้มหยีสว่างไสวจนเป็นรอยตะเข็บ “เห็ดก็มี และยังมีของทานอร่อยๆอย่างอื่นอีก ท่านปู่เจ้าของร้าน ตอนนี้ท่านมีเวลาหรือไม่? อยากชิมลูกชิ้นที่ท่านย่าข้าทำขึ้นใหม่หรือเปล่า?”

             “ลูกชิ้น?”เจ้าของร้านจางดวงตายิ้มหยีทอประกายความสว่าง เงยหน้าขึ้นมองไปยังฟู่เหรินที่ยืนอยู่ด้านข้างอย่างระมัดระวังตัว

             “ใช่แล้วท่านปู่เจ้าของร้าน ลูกชิ้นที่ทำใหม่บ้านข้าอร่อยนัก ท่านจะชิมดูหรือไม่”เจินจูยกยิ้มแล้วค่อยกล่าว

             “ได้สิอยู่ที่ใดกัน?” เจ้าของโรงเตี๊ยมย่อมต้องมีความสนใจต่ออาหารการกินเป็นธรรมดา

             “ท่านปู่เจ้าของร้านสามารถยืมครัวพวกท่านให้ท่านย่าใช้สักหน่อยได้หรือไม่? ลูกชิ้นนี้ยังต้องต้มเสียหน่อย?”ลูกชิ้นปลาจะอร่อยที่สุดแน่นอนว่าต้องต้มหม้อไฟทาน แต่...ที่นี่ไม่มีการทำอาหารหม้อไฟ ใช้ผักสดต้มน้ำแกงรสชาติก็ไม่แย่ ตอนอยู่บ้านเจินจูกับหวังซื่อปรึกษาหารือกันแล้ว ว่าสามารถใช้เห็ดต้มน้ำแกงได้ รสชาติจะยิ่งอร่อย

             เจ้าของร้านจางเบิกตากว้างประหลาดใจเล็กน้อย แต่ไม่นานก็กวักมือเรียกลูกจ้าง “นำทางพี่สะใภ้ท่านนี้ไปครัวให้แท่นเตานางหนึ่งแท่น แล้วดูว่านางยังต้องการอะไรอีกก็หยิบให้นาง พี่สะใภ้ท่านเดินตามลูกจ้างไปก็พอแล้ว”

             หวังซื่อมองเจินจูหนึ่งทีอย่างไม่รู้ตัวเจินจูหันมาพยักหน้าและยิ้มให้นางน้อยๆหวังซื่อจึงตามลูกจ้างไปด้วยความสบายใจนิดหนึ่ง

             “มาหลายชายผู้มีเกียรติแห่งสกุลหู กุยหนี่ว์ตัวน้อยแห่งสกุลหู พวกเราเข้าไปรอด้านใน”ขณะกล่าว ก็พาสองคนเข้าไปในห้องพักแขกห้องหนึ่ง “นั่งลงกันก่อน ดื่มชาสักถ้วยเถิด”

             เจินจูนั่งลงไปด้วยความไม่คิดอะไรมากแต่หูฉางหลินกลับระมัดระวังตัวมากเกินไปหน่อย นั่งม้านั่งครึ่งหนึ่งเอวตั้งตรงดิ่ง

             ลูกจ้างยกชากับของว่างเข้ามา“มา ดื่มชาร้อนๆ ขับไล่ความหนาวก่อน” เจ้าของร้านจางร้องทักอย่างกระตือรือร้น

             “ขอบคุณท่านปู่เจ้าของร้านใช่สิ ข้านามว่าเจินจู ปีนี้อายุสิบปีแล้ว ท่านปู่ ท่านเรียกข้าว่าเจินจูก็ได้เขาคือท่านลุงข้า นามว่าหูฉางหลิน” เจินจูกะพริบตาพยายามเผยความไร้เดียงสาของนาง

             “อื้ม ดีเจินจู เป็นแม่นางตัวน้อยกิริยาสง่าและเฉลียวฉลาดเสียจริง หน้าตาก็ดูงามเติบโตขึ้นคงจะน่าตะลึง ฮ่า ฮ่า” เจ้าของร้านจางถือถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นมา ส่งให้เจินจูแล้วยิ้มพลางกล่าว“นี่เป็นชาพุทราจีน อุ่นๆ เลย”

             “ขอบคุณท่านปู่เจ้าของร้าน”เจินจูยิ้มหวานหนึ่งที ยื่นมือออกมารับ แล้วจิบอึกหนึ่งเบาๆ

             “หลานชายผู้มีเกียรติสกุลหูดื่มชาสักถ้วยอบอุ่นร่างกายเถิด”

          “ขอบคุณเจ้าของร้านจาง”หูฉางหลินมองเจินจูแวบหนึ่ง เห็นนางนั่งตัวตรงเรียบร้อย กำลังจิบชาอย่างพิถีพิถัน จึงยกถ้วยชาขึ้นมาดื่ม

             เจ้าของร้านจางพยักหน้าแล้วยิ้มน้อยๆ“หมู่บ้านวั้งหลินไม่กี่ปีก่อนข้าก็เคยไป ภูเขาโอบล้อมสามด้านสลับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ประเภทสินค้าพื้นเมืองหลากหลายยิ่ง เป็นสถานที่ที่ดีเลย”เขาถือถ้วยชาขึ้นดื่มหนึ่งอึกแล้วหัวเราะ ฮ่า ฮ่า

             “ฮ่า ฮ่าพื้นที่ชนบทเล็กๆ มิคู่ควรให้เอ่ยถึง” หูฉางหลินค่อยๆ ผ่อนคลายความตื่นเต้นแล้วคุยเล่นเรื่องทั่วๆ ไปในชีวิตประจำวันกับเจ้าของร้านจาง

             สิบห้านาทีผ่านไปลูกจ้างยกน้ำแกงลูกชิ้นเห็ดที่ต้มเสร็จแล้วเดินเข้ามาหวังซื่อตามอยู่ด้านหลังด้วยความตื่นเต้นน้อยๆ

             ลูกชิ้นเกลี้ยงกลมสีขาวนวลลอยอยู่บนผิวน้ำแกงเห็ดสดอร่อยซอยต้นหอมสีเขียวเข้มโรยประดับในชาม ลักษณะภายนอกไม่เลวเจ้าของร้านจางพยักหน้าเล็กน้อย รับตะเกียบที่ลูกจ้างส่งมาคีบลูกชิ้นหนึ่งเม็ดขึ้นด้วยความระมัดระวัง สองตามองซ้ายขวาแล้วจึงใส่เข้าในปากพร้อมกับเคี้ยวไม่หยุด นัยน์ตาสงบของเขาค่อยๆ มันวาว ทานลูกชิ้นต่ออีกสามสี่ลูกการเคลื่อนไหวของเขาจึงผ่อนคลายลง

     

             เชิงอรรถ

            [1] เสิ่น คือคำเรียกผู้หญิงที่แต่งงานแล้วอายุน้อยกว่าแม่ แต่มีศักดิ์เท่ากัน

            [2] พื้นที่อัจฉริยะบุคคล หมายถึงสถานที่ที่คนเกิดหรือเคยไป แล้วสามารถกลายมาเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงได้

            [3] กุยหนี่ว์ เป็นคำเรียกหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน

    คล้ายกับเรื่องคู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592