บทที่ 2
สมบัติตกทอดจากยุคโบราณ
ผู้บ่มเพาะภายในโลกใบนี้คือผู้บ่มเพาะพลังฟ้าดินกำหนดเป็พลังของตนเอง ต้นตอของพลังนั้นกำเนิดจากภายในร่างกายและอากาศ
แต่ว่าก็ไม่ใช่เพียงแค่ใช้พลังเพียงแค่นั้นมันจะทำให้ผู้บ่มเพาะนั้นบรรลุและแข็งแกร่งขึ้นได้
ผู้บ่มเพาะจำเป็จะต้องหลอมรวมจิตของสัตว์อสูรหรือจิตของของวิเศษต่างๆเข้ามาภายในกระดูกของตนเองผนึกขึ้นกลายเป็พลังทักษะ
เพราะแบบนั้นสัตว์อสูรถือว่าเป็สิ่งมีชีวิตสำคัญที่จะทำให้เหล่าผู้ผมเพราะสามารถพัฒนาขีดทักษะของตนเองได้
สัตว์อสูรนั้นมีความแข็งแกร่งแตกต่างกันออกไปความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรขึ้นอยู่ในระดับบำเพ็ญของพวกมัน แต่ไม่ใช่เพียงแค่ระดับกลุ่มเพราะเท่านั้นเมื่อมองจากระดับบ่มเพราะแล้วจำเป็จะต้องมองถึงสายเืของพวกมันเป็สัตว์อสูรที่มีสายเืแข็งแกร่งขนาดไหน
ทว่า… ในโลกเบื้องล่างแห่งนี้ขีดจำกัดของสัตว์อสูรเองก็มีอยู่จำกัด
แต่ถ้าเกิดว่าผมเจอสิ่งมีชีวิตหรือว่าสิ่งวิเศษที่อยู่เหนือจากระดับที่เกินกว่าภายในโลกเบื้องล่างแห่งนี้จะมีผู้คนจะเรียกพวกมันว่าสมบัติตกทอดจากยุคโบราณ
กล่าวถึงในยุคสมัยก่อนโลกนั้นมีเพียงแค่สถานที่แห่งเดียวคือโลกเบื้องล่างแต่หลังจากที่มีผู้ฝึกฝนเริ่มบ่นเพราะพลังแล้วก็สามารถบรรลุได้มากขึ้น
ในยุคสมัยนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงของดินแดนผู้คนและอำนาจมากมายเริ่มขยับเขยื้อนการต่อสู้ทำให้ดินแดนแห่งนี้เสียหาย
พลังภายในโลกเบื้องล่างแห่งนี้เริ่มถอยหลังไปไม่สามารถรองรับกับเหล่าผู้ฝึกฝนวรยุทธที่แข็งแกร่งพวกนั้นได้
จนสุดท้ายแล้วผู้ฝึกฝนวรยุทธในยุคสมัยนั้นพวกเขาเองก็ได้ลงมือทำการผนวกพลังใช้พลังของชีวิตมากมายและสิ่งวิเศษอีกหลายอย่างในการสร้างดินแดนโลกเบื้องบนขึ้นมา
มันจึงทำให้ก่อกำเนิดกลายเป็ดินแดนทั้งสองที่แบ่งแยกออกไป โลกเบื้องล่างมันเป็สถานที่ที่มีการฝึกฝนที่ถอยหลังประชากรมนุษย์อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้มากที่สุด
แต่หลังจากที่สร้างโลกเบื้องบนสำเร็จโลกเบื้องล่างก็มีอะไรให้ทำมากมาย แต่ความรุ่งเรืองภายในอดีตมันจึงทำให้มีพวกของวิเศษมากมายหลับไหลอยู่ภายในดินแดนแห่งนี้แม้ว่าจะน้อยนิด
ร่างของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏอยู่ด้านหน้าในตอนนี้ หุ่นศิลาหินที่มีพลังอันแข็งแกร่งปลดปล่อยออกมาจากตัวของมัน มันคือสมบัติตกทอดจากยุคโบราณ
เสียงของเหล่ากุ้ยะโดังขึ้นส่งสัญญาณให้จางอี้วิ่งออกไปจากสถานที่แห่งนี้
ถึงแม้ว่าจะพูดแบบนั้นแต่ว่าจางอี้ก็ไม่สามารถทำอันใดได้ ขอทานน้อยผู้นี้ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้แม้แต่ลมหายใจเองยังหายใจยังไม่เป็จังหวะ
ไม่ต้องพูดถึงการออกแรงลุกขึ้นแล้วก็วิ่งออกจากสถานที่แห่งนี้เลย
ในขณะที่ร่างกายไม่สามารถขยับได้ร่างของนักรบหินที่กำลังเดินเข้ามามันพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วเพียงแค่การเครื่องไหวชั่วครู่ร่างของมันก็มาบรรลุอยู่เบื้องหน้าของจางอี้
กระบี่สีดำสนิทภายในมือของมันถูกยกขึ้นสูงเหนือศรีษะเตรียมที่จะโจมตีลงมาด้านล่าง
ใน่วินาทีความเป็ความตายที่การโจมตีนั้นกำลังจะถูกปล่อยลงมา เหล่ากุ้ยที่อ่อนแอมาโดยตลอดพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ภายใต้แรงกดดันมากมายเช่นนี้ขอทานเฒ่าผู้นี้กลับสามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้ พุ่งตรงเข้ามาบรรลุอยู่เื้ัของนักรบหินก่อนที่จะใช้ฝ่ามืออัดแน่นผลึกลมปราณเข้าไปจากนั้นกระแทกเขาที่แผ่นหลังของมันยังเต็มเต็ม
การโจมตีนี้ส่งเสียงดังสนั่นราวกับเสียงะเิ ร่างของนักรบหินกระเด็นไปไกลหลายเมตร
จากอีอาร์ปากค้างมองเห็นเหล่ากุ้ยโจมตีเ้านักรบหินนั้น “ เหล่ากุ้ย… ”
เหล่ากุ้ย รีบพยุงจางอี้ลุกขึ้นมาพร้อมกับรีบก้าวออกมาอย่างรวดเร็ว “ ต้องรีบหนีแล้วเ้านี่มันอยู่ในระดับกลุ่มเพราะขอบเขตราชันย์แถมมันยังมีสายเืามันเป็ของที่หลงเหลือจากยุคโบราณไม่รู้ว่าทำไมมันถึงตื่นขึ้นในตอนนี้ ”
“ ว่ายังไงนะราชันย์ไม่ใช่ว่าเป็ขอบเขตสูงสุดภายในพิภพเบื้องล่างดิงั้นหรอในโลกเบื้องล่างนี้ระดับราชันย์คือระดับของสัตว์อสูรและของวิเศษที่อยู่ในระดับสูงสุด แต่ว่าสายเืามันไม่น่าจะ.. ” จางอี้แม้ว่าจะเป็ขอทานแต่ว่าตัวของเขาเองก็เคยศึกษาเกี่ยวกับเื่พวกนี้
การเดินทางไปหลายต่อหลายเมืองทำให้รู้จักผู้คนมากมายมีคนมากมายพูดคุยเกี่ยวกับเื่ผู้บ่มเพาะ
เพราะแบบนั้นตนเองนั้นจึงรู้ดีว่าสำหรับสัตว์อสูรและของวิเศษภายในโลกเบื้องล่างแห่งนี้สูงสุดที่มันจะมีได้มันก็คือระดับราชันย์
ส่วนสายเืนั้นสายเืสูงสุดภายในดินแดนโลกเบื้องล่างแห่งนี้ มันเองก็อยู่ในระดับราชันย์เช่นเดียวกันอาจจะมีสายเืหลงเหลือของสายเืจักรพรรดิแต่ก็ไม่มากนัก
แต่ว่าระดับสายเืาถือว่าอยู่ในระดับสูงกว่าสายเืทั้งสองถ้าจะให้มีก็คงจะมีแต่โลกเบื้องบนเท่านั้น
ไม่แปลกเลยที่ออล่าของมันที่ปลดปล่อยออกมามันจะแข็งแกร่งมากขนาดนั้น เพียงแค่ยืนอยู่ต่อหน้าของมันก็รู้สึกกดดันจนไม่สามารถขยับได้แล้ว
แต่ว่าเหล่ากุ้ยสามารถโจมตีมันจนกระเด็นไปแบบนั้นได้ย่อมแสดงว่าไม่ธรรมดา
นักรบหินที่โดนโจมตีก็เดินไปมันตั้งหลักขึ้นมาอีกครั้งร่างกายขยับ บิดไปมาทำท่าทางราวกับว่าตัวของมันนั้นเป็มนุษย์
จากที่มันโดนโจมตีไปหนึ่งครั้งมันเองก็ผนึกพลังผนวกเข้าใส่ร่างกายเพียงแค่พริบตาเดียวออร่าพลังที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างของมันก็แตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
แถมยังมีจิตสังหารที่พุ่งตรงเข้ามาอีก ััได้ถึงจิตสังหารพวกนั้นจนทั่วทั้งร่างกายนั้นขนลุกเป็เกลียว
เหล่ากุ้ยกัดฟันแน่น “ หนีไม่ได้แล้ว ”
หลังจากประเมินสถานการณ์ชายชราก็รู้ได้ในทันที ตอนนี้ถ้าตนเองนั้นหันหลังแล้วหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ สิ่งที่ได้รับมันก็คงจะไม่พ้นความตายอย่างแน่นอน
เพราะแบบนั้นต้องตั้งท่าแล้วก็เตรียมตั้งรับการโจมตีที่มันกำลังจะพุ่งเข้ามา
ร่างของนักรบหินทะยานตรงมาด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจก็มาบรรลุอยู่เบื้องหน้าแต่ว่าร่างที่มาบรรลุอยู่เบื้องหน้าของมันเป็เพียงแค่เงาร่างหนึ่งเท่านั้น
เมื่อััได้อีกทีมันกลับไปปรากฏกายอยู่ด้านหลังบ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวที่เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาหลายเท่า ต่อให้เป็ผู้ฝึกฝนบ่มเพาะในโลกเบื้องล่างแห่งนี้จะมีสิ่งมีชีวิตใดที่สามารถขึ้นไหวได้แบบนี้บ้าง
การเคลื่อนไหวไม่สามารถทำได้แม้กระทั่งตามการเคลื่อนไหวของมันให้ทัน
กระบี่ของมันพุ่งตรงมาพร้อมที่จะปิดชีพจางอี้ แต่ในขณะที่การโจมตีนั้นพุ่งตรงมาเหล่ากุ้ยกับพุ่งงทะยานเข้ามารับการโจมตีนั้นแทนทำให้กระบี่นั่งเสียบทะลุท้อง
ฉึก!!! กระบี่หินกลับสามารถเสียบทะลุท้องได้อย่างง่ายดายดุจดั่งกระบี่เหล็ก
จางอี้ตกตะลึง สายธาราเืพุ่งกระจายออกมาจากร่างกายของเหล่ากุ้ยกระเด็นมาเปื้อนใบหน้าของเขา
“ เหล่ากุ้ย!!!! ”
จบบท
อย่าลืมกดติดตามกันด้วยน๊า