หลังจากที่มู่เสี่ยวหลันทำแกงจืดฟักใส่เห็ดหอมและผัดเครื่องในไก่ใส่ขิงเสร็จเรียบร้อย เธอทำความสะอาดห้องครัวตามความเคยชินที่ต้องรักษาความสะอาดห้องครัวอยู่เสมอเหมือนสมัยที่เธอเคยทำงานในร้านอาหารที่ยุโรป จากนั้นจึงเดินไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ เพราะรู้สึกว่าหน้าของเธอเหนียวเหนอะหนะไปหมดเพราะเหงื่อที่ไหลออก
เมื่อเดินกลับไปสมทบกับทุกคนที่ด้านนอก ก็เห็นน้องชายสามีหน้าแดงก่ำปากก็เจ่อแล้วยังทำเสียงซี๊ดซ้าดไม่หยุด มองดูน่าตลกจนเธอเผลvหัวเราะออกมาเพราะความเอ็นดูในความพยายามของเจ้าตัว ที่เผ็ดแทบตายก็ยังดันทุรังตักกินพริกกับกระเทียมที่เหลือในจานจนแทบจะเลียจานอยู่รอมร่อ
“ อาหยางกินพริกเข้าไปเยอะแบบนั้นระวังจะแสบท้องเอานะ ” มู่เสี่ยวหลันเตือนด้วยความเป็นห่วง
“ ก็มันอร่อยจนหยุดไม่ได้นี่ครับพี่สะใภ้ อาหารจานนี้มันเรียกว่าอะไรเหรอครับ ผมไม่เคยกินมาก่อนเลย ”
“ อันนี้เรียกว่าไก่คั่วพริกเกลือ ถ้าชอบเอาไว้พี่จะทำให้เธอกินอีกวันหลัง ”
“ ผมชอบมาก โดยเฉพาะพี่ใหญ่ที่ชอบมากเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นพี่สะใภ้ต้องทำไก่คั่วเกลือนี่บ่อยๆ นะ ”
มู่เสี่ยวหลัน “…”
เว่ยอี้หาน “…”
ใช่ว่ามีเพียงเว่ยอี้หยางคนเดียวที่เผ็ดจนปากบวม เพียงแต่ว่าเขาอาการหนักที่สุดในที่นี้เพราะกินพริกเข้าไปเยอะนั่นเอง มู่เสี่ยวหลันเห็นแต่ละคนปาดเหงื่อสูดน้ำมูกก็นึกกังวลว่าวันนี้อาจจะมีคนปวดท้องเอาได้เพราะดูท่าแล้วจะไม่ชินกับการกินอาหารรสเผ็ดกันเสียเลย
“ อาหารฝีมือพี่สะใภ้อร่อยสุด ๆ ไปเลยค่ะ ทั้งโจ๊กและผัดผักเมื่อเช้านี้ ตุ๋นกระต่าย หมั่นโถวฟักทอง แต่ที่สุดยอดสุดๆ ก็ไก่คั่วเกลือนี่แหละค่ะ พี่ช่วยสอนฉันทำอาหารให้อร่อยเหมือนพี่ได้ไหมคะ นะคะ นะคะพี่สะใภ้ ” เว่ยชิงชิงอ้อนพี่สะใภ้ให้สอนเธอทำอาหารด้วยความเกรงใจเพราะเธอไม่รู้ว่าพี่สะใภ้จะหวงสูตรอาหารหรือไม่ แต่อานุภาพของรสชาติที่เธอเพิ่งได้ลิ้มลองก็ทำให้เธออยากทำอาหารให้เก่ง ๆ เหมือนพี่สะใภ้บ้าง
“ ได้สิจ๊ะ เอาเป็นว่าถ้าชิงชิงอยากเรียน ทุกครั้งที่พี่ทำอาหารชิงชิงก็มาช่วยพี่ทำและพี่จะสอนเคล็ดลับการทำอาหารให้อร่อยให้กับเธอเอง เผื่อในอนาคตแต่งงานไป จะได้ทำให้สามีและลูกของเธอทานไง ”
เมื่อพี่สะใภ้พูดถึงเรื่องแต่งงานของเธอ สาวน้อยใสซื่ออย่างเว่ยชิงชิงที่หน้าแดงปากแดงเพราะความเผ็ดอยู่แล้วก็แดงขึ้นไปกว่าเดิมอีกหลายระดับเพราะความอาย
“ ฉันไม่รีบค่ะ รอได้อีกหลายปี เพราะฉันจะอยู่ช่วยพี่สะใภ้กับพี่ใหญ่เลี้ยงลูกคนที่สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า อ๊ะ พอแค่นี้ก่อนเลขกำลังสวย ฮิฮิฮิ ”
“ ฮ่าฮ่าฮ่า ใช่ ใช่ใช่ ชิงชิง พูดถูกเดี๋ยวพวกแม่จะช่วยพวกเธอสองคนเลี้ยงลูกเอง เธอสองคนแค่มีลูกอีกเยอะ ๆ ก็พอแล้ว บ้านเราจะได้ครึกครื้น ”
“ ฉันก็จะช่วยด้วยค่ะ แต่ขอค่าจ้างเป็นอาหารอร่อย ๆ เท่านั้นเอง ฮิฮิฮิ”
“ ผมด้วย ผมก็ช่วยเลี้ยงด้วย แค่ให้อาหารผมทุกวันก็พอ ”
“ ไอ้หยา อาหยางอยากเป็นหมาน้อยนี่เอง เจ้าหมาน้อยหยางหยางพี่สะใภ้คนนี้จะคอยให้อาหารนายเองนะจ๊ะ รับรองว่าพี่จะไม่ปล่อยให้หมาน้อยน่ารัก ๆ ต้องอดแน่นอนจะ ถ้าหมาน้อยเป็นเด็กดี ฮึฮึฮึ " เสี่ยวหลันแกล้งเอาคืนเจ้าเด็กตัวเหม็นที่ริอ่านสนับสนุนให้เธอกลายเป็นหมูแม่พันธุ์!
เว่ยอี้หยาง “….." ! “ โอ๊ะ ไม่ไม่ พี่สะใภ้ครับผมแค่พูดผิดไป ขอโทษครับ ผมไม่ใช่หมาน้อยนะ ”
“ ว้า เสียดายจังเลย พี่ละชอบลูกหมามากเลยนะ แล้วชอบทำขนมและอาหารอร่อย ๆ ให้มันกินอีกด้วย” มู่เสี่ยวหลันแกล้งทำหน้าเศร้าจนทุกคนหัวเราะขำในความขี้เล่นของเธอ
พ่อเว่ยนั่งยิ้มตาแทบปิด เพราะคุณปู่คนนี้ก็อยากอุ้มหลานหลาย ๆ คนเหมือนกัน ตอนนี้ลูกชายคนโตมีหลานชายสองคนให้พวกเขาปู่ย่าอุ้มแล้ว แต่ไปก็ขอแค่หลานสาวตัวอวบ ๆ อีกสักสองคนก็พอแล้ว หลานชายสองคนหลานสาวอีกสองคนเท่ากันพอดี
มู่เสี่ยวหลันผู้น่าสงสารหันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากสามีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หวังให้เขาช่วยเธอปฏิเสธ มีลูกเก้าคน? จะเอาไปตั้งทีมบาสหรือไงกัน! แต่แล้วก็แทบจะหน้าหงายเพราะคุณสามีกำลังยิ้มร่าพร้อมกับพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับแม่และน้องสาวของตัวเอง เธอล่ะอยากจะเป็นลมมันซะตอนนี้เลย เอาจริงเรอะ! ? พ่อคุณทูนหัวของเมียยยยย…..
………
มื้ออาหารเที่ยงที่สนุกครึกครื้นผ่านไป เด็กน้อยสองคนตอนนี้ก็นอนหลับปุ๋ยไปอีกครั้ง
“ เด็กทารกแรกเกิดนี่แสนจะขี้เกียจซะจริงเชียว ทั้งวันเอาแต่กินนม ฉี่ อึ แล้วก็นอน วนเวียนอยู่แบบนี้ทั้งวัน ”
“ ฮ่าฮ่าฮ่า เสี่ยวหลันคุณอย่าว่าลูกแบบนี้สิเดี๋ยวเจ้าตัวเล็กสองคนนี้จะน้อยใจแม่เอานะ ”
“ แหมคุณก็รู้ ฉันก็แค่พูดหยอกลูกเล่นเท่านั้นเอง แล้วนี่คุณกำลังจะเอาเนื้อไปส่งที่บ้านญาติใช่ไหมคะ ”
เว่ยอี้หานลุกขึ้นยืนเดินไปหยิบกระต่ายหนึ่งตัวและไก่สองตัว เหลือไก่ป่าไว้ทำกับข้าวพรุ่งนี้เพียงหนึ่งตัวเท่านั้น เพราะเขาตั้งใจจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์อีกครั้งนั่นเอง
“ ครับ เอ่อ…เสี่ยวหลันคือว่าครอบครัวป้าของผมน่าสงสารมาก น้องสาวอีกสองคนก็อยู่แบบอด ๆ อยาก ๆ แม้ผมอยากจะช่วยมากกว่านี้ แต่ก็จนใจเพราะบ้านเราก็มีแค่พอกินไปวัน ๆ เหมือนกัน
แต่พรุ่งนี้ผมจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์อีกครั้ง คุณจะว่าอะไรไหมถ้าผมจะเอากระต่ายกับไก่ไปให้ที่บ้านป้าอย่างละตัว ส่วนบ้านยายให้ไก่หนึ่งตัวเพราะบ้านนั้นยังมีผู้ชายเป็นแรงงานหลักหลายคนจึงมีอาหารกินเพียงพอ ไม่อดอยากเหมือนกับบ้านป้าใหญ่กับน้องสาวอีกสองคน ”
“ สามีคะ ที่คุณพูดมาน่ะ เพราะกลัวว่าฉันจะไม่พอใจที่คุณแบ่งไก่กับกระต่ายไปให้ญาติ ๆ ของคุณเหรอคะ หรือคุณลืมไปแล้วว่าฉันไม่ใช่เสี่ยวหลันคนเดิมที่สำคัญคือฉันมีนิ้วทองคำอยู่กับตัว เนื้อก็มีแบบโคตรเหลือเฟือจนสามารถเอาไปปาหัวหมาเล่นได้น่ะ ” มู่เสี่ยวหลันโวยเสียงหนักด้วยความไม่พอใจเพราะเว่ยอี้หานพูดเหมือนตนเป็นคนใจแคบ ทั้ง ๆ ที่เธอพยายามทำให้ครอบครัวของเขาได้กินดีอยู่ดีขึ้นตลอดเวลา
เว่ยอี้หานหน้าซีดที่คำพูดของเขาทำให้ภรรยาเข้าใจผิด และเขาเผลอทำร้ายจิตใจของเธอไปโดยที่ไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด เขารีบเอื้อมมือไปจับมือภรรยาพร้อมกับรีบอธิบายให้เธอเข้าใจถึงสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อถึง….
" เสี่ยวหลัน คุณอย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นผมแค่อยากจะถามความคิดเห็นของคุณและแค่ตั้งใจอยากบอกให้คุณรู้ว่าผมจะเอาไปให้ใครและให้เท่าไหร่แล้วก็เหตุผลเพราะอะไร เพราะผมไม่อยากปิดบังคุณเรื่องสถานการณ์ในครอบครัวของญาติ ๆ ทางบ้านแม่ ผมรู้ว่าคุณเป็นคนใจกว้างมากและไม่มีทางคิดเล็กคิดน้อยกับสิ่งของแค่นี้ แล้วก็ขอโทษครับที่ผมอาจจะใช้คำพูดผิดไปจนทำให้คุณเสียความรู้สึก " เว่ยอี้หานรีบอธิบายเพราะกลัวว่ามู่เสี่ยวหลันจะโกรธเขาไปมากกว่านี้และเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้เธอเข้าใจผิดแบบนี้เลยสักนิด
“ ถ้าคุณหมายความอย่างที่เพิ่งพูดก็ไม่เป็นไรค่ะ ที่ฉันถามคุณก็เพราะฉันจะแอบเพิ่มอาหารอย่างอื่นไปให้ป้าของคุณต่างหากล่ะคะ แต่คุณต้องเน้นย้ำกับป้าคุณว่าห้ามบอกใครว่าบ้านเราเอาไปให้ เพราะฉันกลัวว่าหากบ้านหลิงรู้เข้าจะไม่พอใจพวกเราเอาได้
แต่ตอนนี้ถ้าเราจะให้ของเท่ากันทั้งสองบ้าน มันก็ดูน่าสงสัยเกินไปที่เราจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยซื้อของให้ญาติ ๆ มากขนาดนั้นในตอนนี้ ฉันไม่อยากเผชิญกับคำถามที่ลำบากใจที่จะตอบในตอนนี้ ที่สำคัญคือคุณบอกว่าบ้านหลิงยังพอมีพอกินอยู่ในตอนนี้ เราค่อยมาหาทางออกที่จะช่วยพวกเขาแบบไหนกันอีกทีในภายหลังก็ยังทัน คุณเข้าใจฉันใช่ไหมคะ ”
“ เข้าใจสิครับ ผมขอบคุณคุณแทนป้าของผมด้วยนะครับ ” เว่ยอี้หายยิ้มขณะมองสบตากับภรรยาด้วยความซึ้งใจเพราะนอกจากเธอจะดีกับครอบครัวของเขาแล้วก็ยังดีกับญาติของเขาด้วยเช่นกัน
“ คุณรอฉันอยู่นี่ก่อนนะ อาหารที่ทำไว้ยังเหลืออยู่เยอะพอสมควร ฉันจะตักตุ๋นกระต่ายกับหมั่นโถวแบ่งไปให้ป้ากับยายคุณสักหน่อย ส่วนผิงกั่วก็แบ่งกันไปบ้านละสิบผลบอกกับพวกเขาว่าเราเก็บมาจากต้นหลังบ้านก็ได้ ”
หลังจากนั้นมู่เสี่ยวหลันก็เดินเข้าไปภายในครัวที่ตอนนี้ไม่มีคนอื่นนอกจากเธอ เธอดึงข้าวสารออกมาจากในมิติหกจิน แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวสาลี ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วลิสง พุทราแห้ง อย่างละสองจินใส่ในถุงพลาสติกธรรมดาแล้วมัดปากถุงด้วยหนังยางพลาสติก น้ำมันพืชหนึ่งลิตรโดยที่แกะพลาสติกที่ติดอยู่ออกแล้วให้ไปทั้งขวด เกลือและน้ำตาลอีกอย่างละจิน ผิงกั่วลูกโต ๆ อีกยี่สิบผล หมั่นโถวบ้านละหกลูก ตักตุ๋นกระต่ายใส่ชามใบใหญ่กันกระฉอกสองใบ
“ พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน เฮ้อ… คิดถึงกล่องพลาสติกใส่อาหารในมิติจัง ”
มู่เสี่ยวหลันจับของทุกอย่างที่เธอเตรียมไว้บนโต๊ะใส่ลงไปในกระบุงไม้สานจากนั้นก็แบกขึ้นหลัง สองมือก็ถือชามใบใหญ่ข้างละหนึ่งใบ แล้วเดินออกจากห้องครัวไปหาสามีที่นั่งรออยู่กับลูก ๆ
“ เสี่ยวหลัน หนักขนาดนี้ทำไมคุณไม่เดินมาเรียกผมไปเอาเองละครับ ทีหลังอย่ายกอะไรหนัก ๆ แบบนี้เองอีกนะ ถ้าคุณเกิดอุบัติเหตุแล้วหกล้มไปจะทำยังไงละครับ ”
“ ก็…เจ็บสิคะ ถามมาได้ ”
“ นี่แน่ะ แป๊ะ! ” เว่ยอี้หานดีดหน้าผากภรรยาเบา ๆ เพราะความมันเขี้ยว
“ กล้าทำร้ายฉันเหรอ เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะทิ้งคุณให้นอนด้านนอกคนเดียวซะเลย ”
เว่ยอี้หาน “….”
“ ขอโทษครับผมผิดเองครับภรรยา ไม่กล้าอีกต่อไปแล้วครับ ” เว่ยอี้หานรีบง้อภรรยาทันทีแม้ว่าเขาจะรู้ว่าเธอเพียงแค่แกล้งทำเท่านั้น
“ ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันล้อคุณเล่นหรอกค่ะคุณรีบไปเถอะ แวะเอาของไปให้ที่บ้านป้าคุณก่อนนะ ของทั้งหมดให้ป้าคุณ ส่วนที่เหลือที่ให้ยายคุณนั้นมีไก่หนึ่งตัว ตุ๋นกระต่ายหนึ่งชาม หมั่นโถวหกลูก ผิงกั๋วสิบลูก คุณจำได้นะคะ ”
“ ครับ ขอบคุณนะภรรยา ผมจะรีบไปรีบกลับ ” เขาลูบหัวภรรยาด้วยความเอ็นดูและขอบคุณที่เธอดีกับครอบครัวของเขาแล้วยังเผื่อแผ่ไปถึงญาติ ๆ อีกด้วย
“ค่ะ ฉันจะรอนะคะ” มู่เสี่ยวหลันยืนยิ้มส่งสามีที่แบกของขึ้นหลังสองมือถือชามใบใหญ่ข้างละใบเดินออกจากบ้านไป
……….
เว่ยอี้หานแบกกระบุงเดินตรงไปที่บ้านป้าใหญ่หลิงเหมยที่อยู่ท้ายหมู่บ้านทันที โชคดีที่มีบ้านใกล้เรือนเคียงอยู่พอสมควร การที่ทั้งบ้านที่มีเพียงแม่ม่ายและลูกสาวอีกสองคนอยู่ด้วยกันเพียงลำพังสามคนจึงไม่น่าเป็นห่วงมากนัก
“ ก๊อก ก๊อก ป้าใหญ่ครับป้าใหญ่ ป้าอยู่บ้านหรือเปล่าครับ ” เว่ยอี้หานเคาะประตูรั้วหน้าบ้านและตะโกนเรียกป้าที่หน้าประตูรั้ว
“ ใครมาละนั่น รอเดี๋ยวนะกำลังไปเปิดประตูให้เดี๋ยวนี้แล้ว ”
“ ผมเองครับป้าใหญ่ อี้หาน ”
“ อาหานเองเหรอลูก หอบอะไรมามากมาย มา…ยื่นชามมาให้ป้าช่วยถือแล้วเข้ามานั่งในบ้านก่อน เดี๋ยวป้าไปเอาน้ำดื่มมาให้ "
“ นี่จ้ะน้ำ ”
“ขอบคุณครับป้าใหญ่ ” เว่ยอี้หานรับน้ำมาดื่มจนหมดแก้ว
“ แล้วนี่เมียกับลูก ๆ เราล่ะเป็นยังไงบ้าง ป้าดีใจด้วยที่พวกเธอได้ลูกแฝดชาย ”
“ ตอนนี้สามคนแม่ลูกแข็งแรงดีมากครับ ถึงแม้ตอนที่สองแฝดคลอดออกมาจะตัวเล็กไปหน่อยเพราะคลอดก่อนกำหนด แต่แม่เจ้าตัวเล็กดูแลบำรุงเด็กสองคนนั้นดีมากจนตอนนี้เริ่มจ้ำม่ำดูมีเนื้อมีหนังขึ้นมาบ้างแล้วครับ ”
" หลานสะใภ้วาสนาดีจริง ๆ จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่โชคดีคลอดลูกทีเดียวได้ลูกชายสองคนเหมือนเมียของเธอ ดูอย่างป้าสิสองท้องยังได้แต่ลูกผู้หญิงแต่โชคดีที่พวกเธอเป็นเด็กกตัญญูไม่อย่างนั้นป้าก็คงจะแย่กว่านี้ ป้ากับลุงเขยที่เสียไปไม่ว่าจะเป็นลูกผู้หญิงหรือผู้ชายยังไงเราก็รัก แต่ครอบครัวทางนั้นสิ เฮ้อ…. ดูสิป้าจะมัวมาพูดถึงเรื่องเก่า ๆ ให้รู้สึกแย่อยู่อีกทำไมก็ไม่รู้ พรุ่งนี้ป้าว่าจะไปเยี่ยมพวกเธอที่บ้านอยู่เหมือนกัน แต่วันนี้ขอพักให้หายเหนื่อยอยู่ที่บ้านสักวันก่อน มันรู้สึกไม่ไหวจริง ๆ สังขารคนแก่ก็แบบนี้แหละนะ ”
“ ไม่เป็นไรครับป้าใหญ่พวกเราเข้าใจ ทุกคนกำลังยุ่งเพราะอยู่ในช่วงเร่งเก็บเกี่ยวพอดี ที่บ้านก็มีแค่แม่ผมที่อยู่ดูแลลูก ๆ กับเมียให้ ยังไม่มีใครว่างไปเยี่ยมเหมือนกันครับ ถ้าป้าใหญ่จะไปเยี่ยมที่บ้านพรุ่งนี้เดี๋ยวผมจะบอกแม่ไว้ล่วงหน้า วันนี้ผมแค่แวะเอาของมาให้ป้าใหญ่ก่อนแล้วเดี๋ยวผมต้องไปที่บ้านยายต่อครับ ”
“ เอาอะไรมาให้อีกแล้วป้าอีกแล้วล่ะลูก? ลูก ๆ ของพวกเธอเพิ่งจะคลอด เก็บเอาไว้ให้หลานสะใภ้กินบำรุงดีกว่านะ จะได้มีน้ำนมเลี้ยงลูกเยอะๆ พวกป้ายังมีอาหารเหลือให้พอกินอยู่บ้าง อีกไม่นานทางหมู่บ้านก็จะมีการจัดสรรอาหารรอบใหม่ให้ทุกคนแล้ว เธอไม่ต้องเอาอะไรมาให้ป้าก็ได้ วันนี้น้องสาวของเธอก็พากันออกไปเก็บผักป่ามากินยังไม่กลับมากันเลย ”
“ ที่บ้านผมก็ยังมีเหลืออยู่บ้างเหมือนกันป้าใหญ่ไม่ต้องเกรงใจครับ วันนี้ผมดวงดีขึ้นเขาไปล่าสัตว์ได้กระต่ายกับไก่ป่ามาสิบตัว แม่อยากแบ่งมาให้ป้ากับน้อง ๆ ได้กินเนื้อบำรุงร่างกายบ้าง ป้ารับไว้เถอะครับ อย่าคิดมากเลย พรุ่งนี้ผมกับพ่อก็จะขึ้นเขาไปล่าอีกครั้ง ถ้าได้มาเยอะแล้วผมจะแบ่งมาให้อีกนะครับ” ที่เว่ยอี้หานพูดแบบนี้ก็เพื่อให้ป้าใหญ่จะได้ไม่ต้องคิดมาก เมื่อถึงยามที่เขาเอาเนื้อสัตว์ที่ล่าได้แบ่งมาให้นางอีกในอนาคตนั่นหมายถึงว่าพวกเขาก็เหลือไว้กินเพียงพอแล้วจึงแบ่งมาให้ญาติ ๆ ได้ทานด้วยเท่านั้นเอง
“ เฮ้อ ขอบใจครอบครัวพวกเธอที่คอยช่วยเหลือพวกเราสามแม่ลูกมาตลอดนะจ๊ะ ทั้งอาหารแล้วก็บ้านหลังนี้ด้วย ไม่รู้เมื่อไหร่ป้าถึงจะมีเงินไปคืนพวกเธอได้ ” ป้าใหญ่หลิงเหมยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจของครอบครัวเว่ย เพราะหากไม่มีครอบครัวของน้องสามหลิงฟางพวกเธอสามแม่ลูกอาจจะอดตายและคงจะไม่มีที่ซุกหัวนอนมาจนถึงทุกวันนี้
“ ป้าใหญ่อย่าคิดมากเลยนะครับ แล้วก็เงินเพียงแค่ยี่สิบหยวนป้าใหญ่ไม่ต้องหามาคืนผม แล้วเราก็จะไม่พูดถึงเรื่องเงินก้อนนี้อีก ถือว่าผมกับครอบครัวยกให้น้องสาวทั้งสองคนนะครับ ให้บ้านหลังนี้เป็นมรดกของพวกเธอในอนาคต ป้าใหญ่เป็นป้าแท้ ๆ และเป็นญาติของพวกเรา หากช่วยกันได้และไม่ใช่เรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงพวกเราก็ต้องช่วยกันสิครับ แล้วก็ยังมีนี่…ที่บ้านฝากของทั้งหมดนี้มาให้ป้ากับน้อง ๆ ไว้กินบำรุงด้วย”