ั้แ่แรกผมเริ่มต้นมาโดยที่ยังอยู่ในร่างของตัวเองในวัยสิบเจ็ดปีและมีสถานะเป็เด็กกำพร้าจากสลัมแห่งหนึ่งแน่นอนว่าที่นั่นผมไม่รู้จักใครเลยการใช้ชีวิตก็ย่ำแย่พอๆกันแต่กว่าผมจะใช้ชีวิตจนมาถึงวัยสิบเจ็ดปีมันก็มีจุดเปลี่ยนแรกของผมในวัยสิบขวบปีที่เป็จุดเริ่มต้นจริงๆมาก่อน ตอนแรกจุดเปลี่ยนที่สำคัญคือผมเจออาจารย์ของผมในระหว่างที่ผมแสดงความกล้าที่จะช่วยคนชนชั้นสูงของตระกูลไหนสักตระกูลที่ถูกลักพาตัวมาที่สลัมจนผมได้รับาเ็หนัก
อาจารย์ของผมเป็ผู้หญิงคนหนึ่งที่เรียกว่าโดดเด่นมากๆเธอสวยมากกว่าคนรุ่นเดียวกันไปไกลทีเดียวแม้อายุของเธอจะแทบเป็บรรพบุรุษได้แล้วก็ตาม เธอมองศักยภาพและความกล้าของผมออกทำให้เธอรับผมเป็ศิษย์เอกเพียงคนเดียวของเธอ
ในระหว่างนั้นเธอก็ได้สอนสิ่งต่างๆให้กับผมั้แ่การปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ สอนเื่ราวที่เกี่ยวกับชีวิต นั่นรวมไปถึงเวทมนตร์ ทำให้ผมรู้ว่าโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่าความแข็งแกร่ง จนกระทั่งได้มารู้เื่ของเลเวลของคนเราที่ถ้ายิ่งมากขึ้นก็ยิ่งแข็งแกร่ง ทั้งยังแนะนำเกี่ยวกับการเรียนรู้ทักษะต่างๆซึ่งนำมาเพื่อความแข็งแกร่งของตนเอง และบทเรียนสุดท้ายที่ผมได้รับจากเธอก่อนที่เธอจะตกตายลงด้วยฝีมือของศัตรูคู่อาฆาตของผมคือ “นี่คือความแข็งแกร่งที่แท้จริงหากว่ามีมันก็ไม่จำเป็ต้องสนใจอะไรทั้งนั้นแม้แต่กฎเกณฑ์ที่ว่ามั่นคงเที่ยงแท้ก็ยังสามารถทำลายลงได้ หากอ่อนแอก็ไม่ต่างจากอาจารย์ของเธอที่ถูกคนอื่นพรากชีวิตไป”
นั่นถึงได้ทำให้ผมมีศัตรูคู่อาฆาตคนแรกในชีวิตและเหตุการณ์นั้นทำให้ผมได้รู้ว่าความเกลียดชังคืออะไร จากนั้นเองผมก็ได้โลดแล่นไปในโลกแห่งการผจญภัยจนได้รับความแข็งแกร่งมากพอให้ท้าทายเ้านั่นในชีวิตแรกของผม ผมได้ไปสู่จุดที่เรียกว่าเหลือเพียงแค่ศัตรูคู่อาฆาตของผมเท่านั้นหากสังหารเ้านั่นลงได้ผมก็จะกลายเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดและสามารถพิชิตโลกทั้งใบได้ ต่อจากนั้นก็ยังไม่มีใครสามารถระรานผมรวมถึงคนรอบตัวผมได้อีก
เพียงแต่ว่าในระหว่างที่ดาบของผมและของศัตรูของผมแทงเข้าใส่ร่างของกันและกันเ้านั่นกลับหัวเราะออกมา
“ฮ่า ฮ่า สุดท้ายคนแบบฉันก็ถูกแกเล่นงานจนได้สินะโคลด์ไม่น่าเชื่อจริงๆว่าเด็กโง่ๆเมื่อวานซืนจะแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ แต่ว่าอย่าคิดว่าเื่นี้จบลงแล้วเพราะว่าแกจะต้องถูกสาปส่งให้ไม่อาจไปที่ที่เหนือกว่านี้ได้”
หลังจากเ้านั่นพูดจบลงมันก็ตายลงไปส่วนผมก็ไม่คิดอะไรกับคำพูดของมันเลยกระทั่งผมถือดาบลากร่างที่าเ็หนักออกมาจากสถานที่ต่อสู้สุดท้ายเดินมายังปากเหวที่หนึ่งในระหว่างที่กำลังจะชูดาบที่เป็ดั่งคู่หูขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของผมให้วนเวียนตายเกิดไม่รู้จบขึ้นก็คือร่างเงาดำขนาดใหญ่ที่เหมือนั์มันปรากฏขึ้นตรงหน้าของผมก่อนที่มันจะแผ่อำนาจพลังเข้ากดดัน อย่าว่าแต่ต่อต้านเลยผมไม่มีแรงเหลือแล้วนับประสาอะไรกับต่อสู้อีกรอบ
“แข็งแกร่งจริงๆ เป็แค่มนุษย์ต่ำต้อยกลับสามารถฆ่าได้แม้แต่เทพ น่าชื่นชมจริงๆ”
“แกเป็ใครกันแน่”
“เป็ใคร? คนที่ไม่อาจก้าวข้ามได้แบบแกน่ะรู้ไปก็เปล่าประโยชน์ แกน่ะรู้แค่ว่าตอนนี้แกจะได้วนเวียนตายเกิดไม่รู้จบ จงบังเทิงกับชีวิตซ้ำๆของแกไปเถอะ”
เ้าเงาดำนั่นพูดจบไปมันก็หัวเราะแบบสะใจอะไรบางอย่าง
ร่างของผมที่อยู่กับพื้นดีๆก็ถูกโซ่สีดำหลายร้อยเส้นผูกมัดลงไปกับเงาของตัวเองจากนั้นดาบผุๆเล่มหนึ่งก็ลอยมาปักลงที่หัวของผมพร้อมๆกับแผ่นอาคมเวทที่ติดไว้ที่ปลายด้ามของดาบความเ็ปที่เหนือจินตนาการก็ปะทุออกมาทั่วร่างกายและจิติญญาของผมในทันทีทันใดมันทำให้ผมแทบบ้าไปในทันทีจากนั้นร่างกายของผมก็เหมือนไม่ใช่ของตัวเองอีกในเวลาต่อมาไม่นานนักผมก็ถูกดึงลงสู่เงาของตัวเองจมหายไป
และแล้วผมก็วนเวียนเกิดแบบนั้นมาจนกระทั่ง 999 ครั้ง ผมถึงได้จำไม่มีลืมยังดีที่ผมหลุดพ้นในรอบที่ 1,000 ถึงจะไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไรั้แ่แรกจนจบจนได้หลุดพ้นถึงแม้จะหลุดพ้นผมก็ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของเื่ที่ผมถูกสาปเลย นั่นรวมถึงเื่ที่ทำไมผมถึงหลุดพ้นจากมันได้ด้วย
อย่างไรก็ตามในการเกิดรอบที่ 1,000 ของผม ผมก็รู้สึกเชื่อว่าครั้งนี้จะไม่เหมือนก่อนหน้าที่ผมถูกสาปส่งแบบไม่รู้ตัวอีก เอาจริงๆกว่าผมจะรู้ตัวถ้าผู้หญิงคนที่เจอในอนาคตไม่บอกกับผมบางทีผมก็คงไม่เอะใจต่อไป ถึงจะไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรถึงได้เชื่อขนาดนั้น ผมรู้สึกว่าควรที่จะพอได้แล้วกับการที่ต้องมาเกิดใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับชีวิตแบบนี้ และแน่นอนรอบนี้ผมจะบั่นคอเ้านั่นอีกรอบแน่นอนผมยังคิดไปว่าเ้านั่นน่ะก็มีส่วนให้ผมทำแบบนี้
“นี่ นายฟังอยู่ไหม”
“อ่ะ อา อะไรนะครับ”
“มัวแต่เหม่ออยู่ได้ฉันบอกว่าลงจากรถขนส่งได้แล้วเขามาส่งพวกเราได้แค่นี้ต่อจากนี้พวกเราต้องเดินกันไปเอง”
“เข้าใจแล้วครับ”
ผมก็ลงจากรถขนส่งไปก่อนจะมองไปยังสภาพแวดล้อมที่เป็ทางไปยังดันเจี้ยนที่ห่างออกไปโดยรอบที่แห่งนั้นดูแล้วเลวร้ายมากมันเหมือนกับพื้นที่พิษที่ผมเจอก่อนจะกลับมาเกิดใหม่รอบที่ 1,000 เลย
“อ่ะ เอานี่ไป”ไวโอเล็ทยื่นหน้ากากมาให้ผม มันคือหน้ากากที่เอาไว้สำรวจในพื้นที่พิษ
ผมก็รับมาแล้วสวมเข้าที่ใบหน้า
“แล้วนี่พิษตรงหน้ามันคงไม่ร้ายแรงมากใช่ไหมครับ”
“ก็ไม่มากหรอกแค่ว่าสูดเข้าไปแค่นิดเดียวได้นอนชักกระตุกกลายเป็ผักไปสามเดือนเท่านั้นเอง จากนั้นพอพ้นสามเดือนไปร่างกายจะเน่าเปื่อยลงเรื่อยจนตายทั้งๆที่ยังหายใจอยู่”
“มันอันตรายขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ดูท่านายจะไม่ถูกกับพิษจริงๆนะ”
“เฮ้อ พอดีว่ามีความทรงจำที่แย่เกิดขึ้นนิดหน่อยน่ะสิครับ”
“มาเถอะฉันจะนำนายไปเองตามมาให้ทันนะ”
“เดี๋ยวก่อนสิครับ”
ผมเรียกไม่ทันร่างของไวโอเล็ทก็วิ่งไปไกลแล้วผมถึงได้ไม่มีทางเลือก
“เอาสิ เป็ไงเป็กัน”
ระหว่างทางที่มาก็มีเถาวัลย์มากมายเข้ามาขวางทางเอาไว้แต่ด้วยไวโอเล็ทที่แข็งแกร่งมากเธอแค่ใช้ดาบฟันมันก็แหลกสลายหายไปแล้ว เท่าที่ผมสำรวจดูคราวๆแล้ว ที่แห่งนี้การที่จะสำรวจมันได้ถ้าไม่กายต้านพิษสักเลเวล 11 12 ก็ยากที่จะมาแล้วยังต้องมีเลเวลของตัวเองที่ต้องสัก 50 60 ได้
พวกเราสองคนใช้เวลาเดินทางไปค่อนข้างนานกว่าจะถึงหน้าดันเจี้ยนยังดีที่หน้าดันเจี้ยนนั้นไม่มีพิษอยู่ทำให้ผมทิ้งตัวลงนอนอย่างเหน็ดเหนื่อยไปพร้อมๆกับไวโอเล็ทที่หอบหายใจไม่ต่างกัน
“งานนี้มันแปลกๆแล้วนะ ไหนบอกว่าเลเวล ไม่เกิน 50 ก็ทำได้แล้ว”
“ไม่ใช่ว่าคุณดูรายละเอียดผิดไปเหรอครับ”
“ไม่ผิดหรอกมันระบุไว้จริงๆไม่น่าเชื่อว่าแค่ทางมาจะเล่นเอาลำบากขนาดนี้ถ้าไม่มีนายฉันคงเสียท่าแน่นอนดีนะฉันเอานายมาด้วย”
“เอาเถอะผมว่าข้างนอกอาจไม่เหมือนข้างในก็ได้ลองเข้าไปดูในดันเจี้ยนกันก่อนดีไหมครับบางทีอาจเป็อย่างที่ในภารกิจระบุไว้ก็ได้ พวกเราเป็นักตะุยดันเจี้ยนไม่ใช่นักผจญภัยเสียหน่อย”
“นั่นสินะนายพูดถูก”
พวกเราสองคนพักต่อไปอีกครึ่งชั่วโมงก่อนที่จะเดินเข้าไปในดันเจี้ยนที่ภายนอกดูปกติเหมือนดันเจี้ยนทั่วๆไป
“สมควรเป็ทางนี้ที่มีหินพลังพิเศษจำนวนมากอยู่ อ๊ะ นั่นไงตรงนั้นน่ะ”ไวโอเล็ทพาผมเดินสำรวจตามเนื้อหาในภารกิจก่อนที่เธอจะพบหินพลังจำนวนมหาศาลที่กองเท่าูเาเลากาอยู่
“ผมว่ามันแปลกๆนะ หินพลังอะไรจะมีมากขนาดนี้ดูเหมือนมันมีคนตั้งใจนำมันมากองไว้ที่นี่เลย”
“จริงด้วยฉันลืมคิดจุดนี้ไปเลย”
ทันทีที่ไวโอเล็ทพูดจบไปพื้นดินที่นิ่งสงบก็สั่นไหวขึ้นเป็จังหวะ
“คงไม่ใช่เสียงใครเดินมาหรอกนะ”
“น่าจะใช่ดูเหมือนมันจะเป็มอนเตอร์ที่ขนาดใหญ่มากด้วย แล้วทำไมมันมาอยู่ที่นี่ได้ถ้ามอนเตอร์ที่ใหญ่ขนาดนั้นสมควรเลเวลไม่ใช่น้อยๆ”
ผมมองไปรอบๆไปพร้อมๆกับไวโอเล็ทแม้สถานที่ในดันเจี้ยนจะคล้ายเข้ามาในถ้ำหินที่ธรรมดามากๆแต่ว่าผมก็เหลือบไปสังเกตเห็นมอนเตอร์ขนาดใหญ่ตัวหนึ่งที่กำลังเดินมาทีู่เาหินพลัง
“นั่นัดินนี่”
“นายว่าไงนะไหนัดิน”
“ตรงนั้นครับ”ผมชี้นิ้วไปที่ัดินที่กำลังเดินเข้ามาหยิบหินพลังเข้าปากไปที่ละหลายชิ้น
“เ้านั่นให้ภารกิจมาทำไมไม่ระบุว่ามีัดินกันนะ นี่สมควรเป็ภารกิจระดับแรงค์ S และคนที่จะมาทำ มันสมควรเป็ปาร์ตี้ใหญ่ด้วยซ้ำไปแต่เ้านั่นระบุว่าเป็แรงค์ A ก็ทำได้ พวกเราคงต้องยกเลิกภารกิจแล้ว”
“แบบนั้นพวกเราจะไม่เสียเงินจนเป็หนี้หรอกเหรอครับ”
“ทำยังไงได้ล่ะถ้าพวกเราไปสู้กับัดินที่เลเวลมากกว่า 60 แบบนั้นยังไงก็ไม่รอดถึงจะเป็หนี้ก็ชดใช้ไม่นานนักหรอก”
“ได้ครับผมจะช่วยค่าจ่ายหนี้ด้วย ถอนตัวเลยเถอะ”
“อืม”
ในขณะที่ผมกับไวโอเล็ทกำลังจะเดินออกดันเจี้ยนไปนั้นเสียงที่น่าเกรงขามก็ดังขึ้นตามหลังมา
“อ้าวนี่จะไปไหนเข้ามาเป็แขกของฉันทั้งทีไม่มาร่วมงานเลี้ยงกันหน่อยเหรอ”
……..