เมื่อวันใหม่มาถึงเทพแห่งการปรุงยามองดูชุดที่ตัวเองสวมอยู่เล็กน้อยน้อยครั้งนักที่เขาจะได้เลือกชุดเพื่อออกไปข้างนอกเช่นนี้หลังจากตรวจดูว่าแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเขาก็หยิบกำไลหยกที่อยู่บนหัวเตียงขึ้นมาเทพแห่งการปรุงยานึกถึงแดนพำนักขององค์มหาเทพอยู่ในใจก่อนที่อากาศจะบิดตัวแล้วเปิดเป็ทางเข้าให้แก่เขา
เทพแห่งการปรุงยาเดินเข้าไปภายในทางเข้านั้นอากาศค่อยๆคล้ายตัวจนทางเข้านั้นหายไป ร่างโปร่งเก็บกำไลหยกไว้ในอกเสื้อเช่นเดิมเดินไปยังเรือนพำนักขององค์มหาเทพเขาเพิ่งจะได้สังเกตตัวเรือนให้ดีๆว่ามันเป็เรือนพำนักที่ธรรมดามากไม่ได้ตกแต่งหรูหราหรือเป็ตำหนักหลังใหญ่อย่างที่ควรจะเป็ มันทั้งดูเรียบง่ายธรรมดา แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างจากเรือนพำนักของเขาเลยแม้แต่น้อย
รอบๆเรือนพำนักเป็ทุ่งโล่งไม่มีสิ่งใดประดับเรือนขององค์มหาเทพตั้งอยู่บนพื้นที่โล่งเพียงสิ่งเดียวชวนให้รู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งนัก
ร่างโปร่งเดินมายังลานหน้าบ้านก่อนจะมีเสียงคุ้นหูเอ่ยทักทายราวกับกำลังรอคอยการมาของเขาอยู่
“มาแล้วรึ” องค์มหาเทพเดินออกมาจากในเรือนก่อนจะส่งยิ้มให้เทพแห่งการปรุงยาจึงพยักหน้ารับ การแต่งตัวขององค์มหาเทพยังคงเดิมแต่วันนี้รวบเกศาขึ้นสูงประดับกวาน องค์มหาเทพยิ้มน้อยๆพลางกวักมือเรียกผู้ที่เพิ่งมาถึง
“เรามีอะไรจะให้เ้าดู”เทพแห่งการปรุงยาเดินตามมหาเทพเข้ามาข้างในเดินผ่านห้องที่มีเตียงห้องแรกไป เดินเข้ามาในห้องที่เขาฟื้นขึ้นมาเมื่อวานผนังห้องที่อยู่ตรงข้ามกับเตียงบรรทมมีชั้นวางคัมภีร์วางเรียงเอาไว้หลายชั้นบนชั้นนั้นเต็มไปด้วยคัมภีร์มากมายเรียงเอาไว้อย่างเป็ระเบียบ
พวกเขาทั้งคู่ยืนอยู่ด้านหน้าชั้นวางคัมภีร์เ่าั้มหาเทพวางมือลงบนชั้นที่อยู่้าสุดชั้นวางหนังสือค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากที่เดิมก่อนจะเผยให้เห็นบันไดที่ทอดตัวลงไปในความมืดเทพแห่งการปรุงยาขมวดคิ้ว
บนชั้นวางหนังสือไม่มีมนตร์คาถาป้องกันใดๆมีเพียงกลไกนี้เท่านั้นที่ปกป้องอยู่องค์มหาเทพมองสีหน้าที่สงสัยด้วยแววตาที่อ่อนโยน
“ที่เราไม่ใช้คาถาป้องกันเพราะเราไม่อยากให้ใครคิดว่าเราซ่อนของสำคัญเอาไว้”เทพแห่งการปรุงยาเงยหน้ามององค์มหาเทพที่มองเขาอยู่เขาไม่จำเป็ต้องรู้สิ่งที่องค์มหาเทพกำลังทำเสียหน่อยอีกทั้งพาเขามาที่นี่เช่นนี้จะไม่เป็ไรแน่รึ
“อันที่จริงสถานที่ที่เราจะพาเ้าไปก็ไม่ได้เป็ความลับเพียงแต่เราไม่อนุญาตให้เข้ามาก็เท่านั้น” ราวกับอ่านใจเทพแห่งการปรุงยาออกองค์มหาเทพเดินนำร่างโปร่งลงไปยังชั้นล่างแสงสว่างค่อยๆปรากฏให้เห็นเมื่อยามที่ทั้งสองก้าวผ่านไปตามทางเดินบนผนังแกะสลักลวดลายสวยงามต่างจากเรือน้า เมื่อััจะพบว่ามันคือหินอ่อนชั้นดีที่หาได้ยากยิ่งในแดนเทพ
หลังจากที่เดินมาได้สักพักพวกเขาก็หยุดอยู่ตรงประตูที่ถูกลงผนึกเอาไว้องค์มหาเทพวางมือลงไปบนประตูนั้นก่อนที่มันจะเลือนหายไปดวงตาสีมรกตของเทพแห่งการปรุงยาเบิกกว้างกับสิ่งที่ได้เห็นเขายกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อไม่ให้ร้องะโออกมา
ใช่แล้วที่นี่คือหอตำราส่วนพระองค์ขององค์มหาเทพที่มีเพียงองค์มหาเทพเท่านั้นที่เข้ามาได้
ว่ากันว่าหอตำราแห่งนี้บรรจุทุกความรู้ของมหาเทพนับั้แ่ที่พระองค์ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับโลกทั้งสามแดนเทพ แดนมนุษย์ และแดนใต้พิภพ หอตำราสูงเสียดฟ้าที่นับไม่ได้ว่ามีกี่ชั้นกันแน่เทพแห่งการปรุงยาไม่กล้าที่จะเดินข้ามธรนีประตูเข้าสู่สะพานทางเดินไปยังหอตำรามหาเทพมองเห็นถึงความประหม่าและความหวาดกลัวลึกๆจึงได้เอื้อมมือมาหาเขา
“หากเ้าไม่นำความรู้จากที่นี่ออกไปจะเป็เ้าเสียเองที่ไม่อาจช่วยเหลืุ์เ่าั้เ้าจำเป็ต้องมีความรู้เหล่านี้ อย่าได้ห่วงเราให้เ้าดูเท่าที่เ้าสมควรดูเท่านั้น” องค์มหาเทพเอ่ยไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดสายตาขององค์มหาเทพไปได้พระองค์รู้ว่าเขาประสบปัญหาเกี่ยวกับการปรุงยาตัวเทพแห่งการปรุงยานั้นแม้จะสามารถปรุงยาได้แต่ความรู้ที่มียังน้อยนักเขาไม่อาจช่วยชีวิตของมนุษย์ที่ต้องตายไปเพราะเขาไม่มีความสามารถมากพอที่จะช่วยคนเ่าั้นั่นจึงเป็สาเหตุที่เขาต้องอยู่ที่แดนมนุษย์นานถึงยี่สิบปีเพื่อหาทางออกที่จะช่วยมนุษย์ที่กำลังประสบเคราะห์กรรมแต่สุดท้ายก็ไม่อาจฝืนตัวเองได้จึงต้องกลับมายังแดนเทพทั้งๆที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้
“หนึ่งเดือน” มหาเทพเอ่ยขึ้น ลูบผมสีดำขลับของเทพแห่งการปรุงยาเบาๆ
“หนึ่งเดือนที่มนุษย์เ่าั้จะสามารถอดทนได้เราจะสอนเ้าถึงสิ่งที่เ้าต้องรู้เพื่อกลับไปช่วยพวกเขาเ้าจะได้ทั้งยาและองค์ความรู้ไปช่วยเหลือพวกเขา”
“ข้า.....”
“เ้าไม่เชื่อเรารึ?”เทพแห่งการปรุงยารีบส่ายหน้า เขาเชื่อองค์มหาเทพแต่ว่าไม่เชื่อว่าตัวเขานั้นจะทำได้
“มีเราอยู่ข้างๆเ้าย่อมทำได้แน่” มหาเทพยิ้มราวกับสร้างความเชื่อมั่นให้กับเทพองค์น้อยนึกไม่ถึงว่าภายใต้ความเ็านั้นจะมีมุมที่ขลาดกลัวเช่นนี้ด้วย
แต่ไม่เป็ไรในเมื่อมีมหาเทพเป็ผู้สอน มีหรือเทพแห่งการปรุงยาจะหยุดอยู่กับที่ได้
“ข้าจะพยายาม” เสียงใสดุจกระดิ่งแก้วเอ่ยขึ้น องค์มหาเทพจึงจูงมือเขาเดินข้ามประตูธรณีเข้ามายังทางเดินที่มุ่งตรงไปยังหอตำราสองข้างทางมีสระบัวที่เป็สีเงินและทองผีเสื้อเรืองแสงสีขาวบินไปมาระหว่างดอกบัวเ่าั้ พื้นน้ำใสปรากฏให้เห็นซึ่งสิ่งที่แหวกว่ายอยู่ในนั้นเทพแห่งการปรุงยาชะงัก มหาเทพจึงพาเขาไปยังขอบสะพานเพื่อดูสิ่งนั้นให้ชัดๆ
สิ่งนั้นแหวกว่ายอยู่ภายใต้กอบัวขนาดของมันช่างน่ากลัวนักดวงตาสีทองของสิ่งนั้นจับจ้องมายังเทพแห่งการปรุงยาราวกับกำลังสงสัยว่าเขาเป็ใครสิ่งนั้นพาตัวเองขึ้นจากน้ำ ลำตัวที่สูงขึ้นไปเกือบสิบจั้งเต็มไปด้วยเกล็ดสีทองสิ่งนั้นค่อยๆโน้มตัวลงมามองทั้งสองอย่างช้าๆ แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับตัวอะไร อีกฝั่งของสะพานก็ปรากฏสิ่งที่คล้ายๆกันหากแต่เพียงเป็สีเงินเทพแห่งการปรุงยาคุมตัวเองให้สงบนิ่งแม้ว่าในใจจะหวาดกลัวทั้งสองสิ่งนี้อยู่ลึกๆก็ตาม
“พวกเขาเป็ัเทพพิทักษ์หอตำราของเราดูเหมือนพวกเขาจะชอบเ้านะ” ข้ามองไม่เห็นเลยว่าพวกเขามีความรู้สึกชอบข้าอย่างไร.....
ดวงตาสีทองอันใหญ่โตโน้มลงมาจนเกือบจะชิดติดกับร่างโปร่งเขาเผลอถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนจะชนเข้ากับัสีเงินที่อยู่ด้านหลังแทน
นี่พวกเขาคงไม่ได้เห็นข้าเป็เหยื่อใช่หรือไม่
เมื่อเห็นว่าเทพแห่งการปรุงยากลัวองค์มหาเทพก็นึกขำภายใต้ความเ็านั้นซ่อนอะไรเอาไว้บ้าง พระองค์อยากจะเห็นทั้งหมดนั้น
“นับจากนี้เขาจะอยู่ที่นี่สักระยะเราวานพวกเ้าช่วยดูแลเขาด้วย” มหาเทพเอ่ยกับัทั้งสองก่อนที่ัทั้งสองจะกลายร่างเป็บุรุษสองคนที่สวมเสื้อคลุมยาวเป็สีเงินและทองทั้งสองคุกเข่าอยู่ตรงหน้าองค์มหาเทพ
“พ่ะย่ะค่ะ” เทพแห่งการปรุงยากะพริบตาปริบๆ พวกเขาอยู่ในร่างนี้ได้ด้วยรึ
“คงจะน่ากลัวน้อยกว่าร่างับ้างแล้วพวกเขามักจะขู่คนที่เข้ามาด้วยร่างจริง แต่ปกติก็อยู่ในร่างนี้” องค์มหาเทพกล่าว นอกจากองค์มหาเทพก็มีคนอื่นมาที่นี่ด้วยรึ
“นอกจากท่านแล้วยังมีเทพแห่งการรักษามาที่นี่สองสามหนขอรับ”เมื่อเห็นว่าเทพแห่งการปรุงยาสงสัย เทพัเงินจึงเอ่ยขึ้นจะว่าไปแล้วเขาเองก็ไม่ควรมาที่นี่ เดิมทีไม่ควรได้พบเจอกับองค์มหาเทพเสียด้วยซ้ำ
“เทพัทองมีนามว่าต้าหลงส่วนเทพัเงินมีนามว่าต้าเหลียน ส่วนเทพผู้น้อยนี้คือเทพแห่งการปรุงยาพวกเ้าเรียกเขาว่าเสี่ยวเซียนก็แล้วกัน” มหาเทพเอ่ยแนะนำทั้งสองฝ่ายเสร็จสรรพเทพแห่งการรักษา เป็เทพผู้ปกครองดินแดนทิศบูรพา (ทิศตะวันออก) ของแดนเทพ ท่านมีนามว่าอวิ่นหลิว เสียงเล่าลือว่าเทพแห่งการรักษาเป็บุรุษรูปงามเทพมากมายต่างพึ่งพาเขาให้ช่วยเหลือยามเมื่อเจ็บไข้เป็เทพเพียงไม่กี่องค์ที่เทพแห่งการปรุงยานั้นเคารพและเลื่อมใส
“เราไปกันเถอะ” เมื่อเห็นว่าทุกคนรู้จักกันแล้วมหาเทพก็เดินนำทั้งสามเข้าไปยังหอตำราที่สูงเสียดฟ้านั้นเทพแห่งการปรุงยาเดินตามห่างออกไปสี่ห้าก้าวเห็นจะได้ต้องมาอยู่ท่ามกลางผู้มีพลังมากมายเช่นนี้ เขารู้สึกหายใจไม่ออกและอึดอัดแม้ว่าองค์มหาเทพกับเทพัจะมีท่าทีเป็มิตรกับเขามากก็ตาม
แต่อย่างไรมันก็ไม่เหมาะไม่ควรตรงนี้ไม่ใช่ที่ของเขา
“วันนี้เราจะให้เ้าอ่านตำราพื้นฐานที่เราเขียนเอาไว้เสียก่อนอีกสักเจ็ดแปดวันให้หลังเราจะให้อ่านตำราที่ยากขึ้น” เพราะมัวแต่คิดอะไรในใจเทพแห่งการปรุงยาก็พบว่าพวกเขาเข้ามาอยู่ในชั้นแรกของหอตำราเสียแล้ว
เพื่อพวกเขา เพืุ่์เ่าั้ไม่ว่าจะอึดอัดใจอย่างไรเขาจะต้องทนให้ได้
“เราจะสอนภาษาที่เราเขียนตำราเหล่านี้ให้เ้าก่อน”เทพแห่งการปรุงยามองไปรอบๆหอตำราที่ตรงกลางเป็ลานโล่งมองทะลุขึ้นไปยังชั้นที่สูงกว่าได้แต่ก็ยังมองไม่เห็นเพดานของหอตำราอยู่ดีรอบๆข้างมีชั้นที่จัดเรียงอย่างเป็ระเบียบและมีตำราอยู่ไม่น้อยกว่าพันเล่มไหนจะม้วนคัมภีร์ที่จัดเรียงเอาไว้อีกนับไม่ถ้วนนั้นอีก
อย่างเขาจะสามารถอ่านได้ถึงสิบเล่มหรือไม่นะว่ากันตามตรงแล้วเทพแห่งการปรุงยาก็อ่านได้แค่ภาษาของมนุษย์เท่านั้นภาษาของเทพชั้นสูงเขาไม่ได้เจออยู่แล้วอีกทั้งไม่ได้ฝึกวิชาอย่างที่เทพชั้นสูงทำกัน ไม่รู้ว่าจะสามารถอ่านได้แค่ไหน
“ไม่ต้องห่วง” มือที่อบอุ่นวางลงบนเรือนผมสีดำขลับ มหาเทพส่งยิ้มบางๆมาให้
“เราจะช่วยเ้าเองผ่อนคลายเสีย” มหาเทพสังเกตมาั้แ่เมื่อครู่ว่าเทพแห่งการปรุงยานั้นดูอึดอัดและมีความไม่สบายใจอยู่เต็มไปหมดแต่ก็ใช้ความเ็าที่มีปกปิดมันเอาไว้
“อืม” เทพแห่งการปรุงยาเอ่ยสั้นๆ มือหนาขยี้ผมนั้นเบาๆก่อนจะสะบัดมือเรียกตำราเล่มเล็กออกมา
“เราจะค่อยๆสอนไม่นานเ้าจะอ่านได้ทั้งหมดเอง” ร่างโปร่งพยักหน้าตั้งใจฟังที่มหาเทพสอนโดยมีเทพัทั้งสองยืนอยู่ห่างๆคอยดูแลความปลอดภัยให้แก่องค์มหาเทพ
หลังจากใช้เวลาเกือบสี่วันในที่สุดเทพแห่งการปรุงยาก็สามารถเข้าใจภาษาที่องค์มหาเทพสอนได้ในระดับหนึ่งอ่านตำราที่เทพัทั้งสองช่วยขนมาที่โต๊ะได้เจ็ดถึงแปดเล่มแล้วมือเรียวถือเล่มที่เก้าเอาไว้ในมือตำราที่เขาอ่านยังคงเป็สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการปรุงยา ชื่อสมุนไพรที่เขาไม่รู้จักอีกหลายร้อยชนิดรวมถึงการปรุงยาใหม่ๆที่เขาไม่รู้จักอีกหลากหลายวิธี
องค์มหาเทพนอนเขนกอยู่บนแท่นบรรทมภายในหอตำราจิบสุราระหว่างที่มองเทพแห่งการปรุงยาอ่านตำราไปด้วย เป็ภาพที่ทำให้ชวนมองยิ่งจนอดไม่ได้ที่จะทอดกายมองให้เป็เื่เป็ราวไปเสีย ใบหน้างามบางครั้งก็ขมวดคิ้วบางครั้งก็ทำปากพึมพำๆราวกับจะทวนความรู้ที่อ่านไปก่อนหน้านี้เปิดตำราหลายเล่มดูพร้อมกันเพื่อเปรียบเทียบทำแบบนั้นวนอยู่หลายครั้งจนกระทั่งได้ยินเสียงไอจากร่างที่นั่งอ่านตำราอยู่
เทพแห่งการปรุงยาไอโคลกออกมาเสียงดังวันนี้เขารู้สึกไม่ค่อยสบาย ปวดหัวมาั้แ่เช้าเมื่อวานเขาเข้านอนเร็วเพื่อพักผ่อนแต่อาการก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย กระนั้นเขาก็ยังอยากที่จะเรียนรู้จากองค์มหาเทพจึงไม่ได้บอกเื่ที่เขาไม่สบาย
“เ้าไม่สบายรึ”องค์มหาเทพลุกจากแท่นบรรทมเดินมาหาเทพแห่งการปรุงยาปิดตำราที่ถืออยู่ลงก่อนจะย้ายมันไปที่กองตำราข้างๆที่เขาอ่านเสร็จแล้ว
“เปล่า” เขาตอบสั้นๆก่อนจะหยิบตำราเล่มใหม่มาอ่านแต่องค์มหาเทพก็คว้าตำราออกจากมือเรียวแล้วทาบมือลงบนหน้าผากคนป่วย
“ตัวร้อนหน้าซีดเช่นนี้ยังจะบอกเราว่าไม่เป็อะไรอีกรึ”องค์มหาเทพเอ็ดไปเล็กน้อย เทพแห่งการปรุงยาหลบสายตาที่ติดจะดุๆนั้นไม่แปลกที่เทพชั้นสามัญอย่างเขาจะเจ็บป่วยได้ อีกทั้งภายในหอตำราอากาศเย็นมากแม้จะสวมเสื้อผ้าหนาแค่ไหนก็ไม่อาจป้องกันความเย็นจากภายนอกได้ จะจับไข้ก็ไม่แปลก
“ไปขอยากับเทพแห่งการรักษาให้เราที”มหาเทพหันไปเอ่ยกับเทพัเงินที่รับบัญชาแล้วจากไปเทพแห่งการปรุงยากะพริบตาปริบๆ ไม่ถึงกับต้องขอยาจากเทพแห่งการรักษาเลยตัวเขาเองก็มียาพกติดตัวอยู่เสมอ
“ข้า.....”
“ไปนอนพักผ่อนเสียหน่อยเถอะ”จบคำมหาเทพก็ย่อตัวลงอุ้มร่างโปร่งเดินไปยังแท่นบรรทมเขาตะลึงลานทำอะไรไม่ถูก พอวางตัวคนป่วยลงบนแท่นบรรทมแล้วก็เอาผ้าคลุมของพระองค์คลุมร่างคลายหนาวให้กับเทพแห่งการปรุงยา
ข้าสมควรตาย
เทพแห่งการปรุงยาร่ำไห้อยู่ในใจร้องไห้ไม่ออกหัวเราะไม่ได้ เทพัทองที่ยืนอยู่ไม่ไกลทำหน้าถมึงทึงน่ากลัวส่งมาให้เขาฝ่ามือหนาตบลงเบาๆเป็จังหวะราวกับจะกล่อมให้คนป่วยหลับ
แบบนี้ข้าจะหลับลงได้อย่างไร!
“หลับได้แล้ว” น้ำเสียงอบอุ่นแกมออกคำสั่งเล็กน้อยทำให้เทพแห่งการปรุงยาต้องหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้หลังจากที่รู้สึกอึดอัดมาสักพักเขาก็ค่อยๆผ่อนคลายตัวเองจนเผลอหลับไปในที่สุด
มหาเทพเมื่อเห็นว่าคนป่วยหลับไปแล้วพระองค์ก็ทรงยิ้มอย่างเอ็นดู เทพัทองที่ยืนอยู่นานแล้วเดินเข้ามาหาเขาดูมีความกังวลซึ่งองค์มหาเทพรู้ว่าเขาอยากจะพูดอะไร
“เ้าคิดว่าสิ่งที่เราทำไม่เหมาะสมรึ”มือหนาลูบเรือนผมสีดำขลับเบาๆ ใบหน้าของคนป่วยนั้นยังซีดอยู่พระองค์ทรงแตะลงบนหน้าผากคนหลับเพื่อรักษาให้ อากาศภายในหอตำราเย็นมากเทพแห่งการปรุงยาคงทนไอเย็นขนาดนี้ไม่ไหว หนหน้าคงต้องสร้างเขตแดนที่อบอุ่นไว้รอบๆเทพแห่งการปรุงยาจะได้ไม่จับไข้อีก
“กระหม่อมมิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ”เทพัทองนั้นคิดว่าสิ่งที่องค์มหาเทพทำนั้นย่อมมีเหตุผลแต่เขากลับรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติสิ่งที่องค์มหาเทพทำดูแล้วราวกับกำลังปกป้องดวงใจของพระองค์ซึ่งเป็เช่นนี้ไม่ดีแน่
เทพแห่งการปรุงยาเป็เทพชั้นสามัญไฉนเลยจะคู่ควรกับผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของแดนเทพ
“เรารู้สึกสงบยามที่ได้อยู่กับเขานานมากแล้วที่เราไม่ได้โหยหาใครสักคนถึงเพียงนี้”เทพัทองเข้าใจในสิ่งที่องค์มหาเทพตรัส มหาเทพเคยมีพระชายาแต่พระนางกลับทรยศพระองค์ ความรักที่พระองค์มอบให้นางไม่เคยได้รับกลับมานางรักคนผู้หนึ่งมากกว่าและมอบใจให้กับคนผู้นั้นสุดท้ายก็ทรยศพระองค์โดยการให้กำเนิดทายาทที่ไม่ได้กำเนิดจากพระองค์.....
องค์มหาเทพหลับตาลงข่มความโกรธแค้นที่มีให้หายไปจิตใจค่อยๆสงบลงอีกครั้งเมื่อได้ัักับชีวิตเล็กๆของเทพแห่งการปรุงยา
ความเ็ปเมื่อครั้งนั้นเราจะไม่มีวันลืมและให้อภัยนางอย่างเด็ดขาด
นับั้แ่ที่พระชายาทรยศพระองค์มหาเทพก็มักจะอยู่ที่แดนพำนัก หากมิใช่เพราะการชุมนุมเทพ พระองค์จะไม่เสด็จมาพบปะเหล่าเทพหรือแม้แต่ปรากฏกายให้เห็นไม่แม้แต่จะมาที่หอตำราเสียด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าพระองค์ไปอยู่ที่ใดกัน
“กระหม่อมก็นึกว่าองค์มหาเทพทรงประชวรเสียอีก”เสียงผู้มาใหม่เอ่ยขึ้น มหาเทพเลื่อนสายตาไปมองผู้ที่มาพร้อมเทพัเงินดวงหน้าขาวผ่องเนียนละเอียด ร่างสูงเพรียวชวนมอง เรือนผมสีทองพลิ้วไหวยามก้าวเดินมหาเทพหัวเราะ
“เราแค่ขอยาไยเ้ามาถึงที่นี่ได้”
“กระหม่อมแทบจะไม่เคยเห็นเทพัออกไปจากหอตำราโดยที่ไม่มีพระองค์นึกกังวลจึงมาดูให้แน่ชัด ที่แท้ก็เพราะเทพชั้นผู้น้อยผู้นี้หรอกรึ”
“เทพผู้น้อย” องค์มหาเทพแก้ พระองค์ไม่โปรดการเรียกเทพแห่งการปรุงยาว่าเทพชั้นผู้น้อย
“พ่ะย่ะค่ะ เทพผู้น้อย”เทพแห่งการรักษาก็แก้คำให้ถูกโดยไม่โต้แย้งมองผู้ที่นอนอยู่บนเตียงบรรทมด้วยสายตาที่แปลกใจดูแล้วเทพผู้น้อยนี้คงจะเป็เทพสามัญ เหตุใดจึงมาอยู่กับองค์มหาเทพได้
“อยากได้เราก็ไม่ยกให้เ้าหรอก”
“กระหม่อมเพียงแค่สงสัยดูแล้วคงจะถูกลมพิษเย็นจึงทำให้จับไข้ อีกสองสามวันก็หายพ่ะย่ะค่ะ” เทพแห่งการรักษาประคองชุดยาส่งให้องค์มหาเทพด้วยสองมือยังดีที่ไม่เป็อะไรมาก หลังจากนี้คงต้องใส่ใจให้มากแล้ว
“เจอเทพแห่งามารึ”ใบหน้าสวยจู่ๆก็ถมึงทึงขึ้นมาเสียเดี๋ยวนั้น องค์มหาเทพหัวเราะ
ก็ไม่แปลกที่เทพแห่งาจะไม่ถูกกับเทพแห่งการรักษาทั้งคู่เป็เช่นนี้มาตลอดนับั้แ่ที่ถือกำเนิดขึ้นไม่มีวันไหนเลยที่จะญาติดีกันได้เทพแห่งานั้นต่อให้าเ็แค่ไหนก็ไม่เคยที่จะขอความช่วยเหลือจากเทพแห่งการรักษาหากไม่มีราชโองการให้มีหรือเทพแห่งาจะยอมไปรักษาดีๆ
“คนผู้นี้สมควรที่จะลงไปจุติที่แดนมนุษย์ได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”เทพแห่งการรักษาเอ่ยด้วยสีหน้าที่เหนื่อยหน่ายตนแค่จะเดินทางมายังหอตำราขององค์มหาเทพ ไฉนเลยต้องเจออีกฝ่ายระหว่างทางพูดแล้วชวนให้ปวดหัวยิ่งนัก
“เหวินเทียนเพิ่งจะหวนคืนสู่แดนเทพได้หกพันปีเขาไปจุติที่แดนมนุษย์แต่ละครั้งช่างมีแต่ความวุ่นวายนัก”เทพแห่งาไปจุติยังแดนมนุษย์ มีหรือาจะไม่ทวีความรุนแรงวีรบุรุษหรือแม่ทัพที่เคยได้รับสมญานามจนเป็ตำนานว่าเป็เทพแห่งาล้วนแล้วแต่เป็ร่างที่เทพแห่งาไปจุติทั้งสิ้น
จะมี่เวลาหนึ่งที่ทั้งสองได้จุติเป็มนุษย์และได้พบเจอกันองค์มหาเทพคิดว่า่เวลานี้คงจะช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองให้ดีขึ้นอย่างไรเสียก็ไม่มีความทรงจำ่ชีวิตของการเป็เทพ แต่เื่กลับไม่เป็เช่นนั้นเมื่อเทพแห่งานอกจากจะไม่สนใจเทพแห่งการรักษาแล้วยังสังหารเทพแห่งการรักษาเพราะความเข้าใจผิดอีกด้วย
นี่ขนาดไหว้วานให้เทพแห่งการผูกชะตาช่วยผูกดวงชะตาของทั้งสองให้เส้นชะตายังขาดสะบั้นต่อกันไม่ติดพระองค์คงจะต้องปลงเื่ที่ทั้งสองจะญาติดีกันเสียแล้ว
แล้วเมื่อหวนคืนสู่แดนเทพความทรงจำที่เคยจุติเป็มนุษย์ก็จะติดตามมาด้วยยิ่งทำให้เทพแห่งการรักษาไม่ชอบเทพแห่งาเข้าไปใหญ่ถึงขนาดลั่นวาจาว่าจะไม่ขอพบเจออีกฝ่ายไปชั่วชีวิตเทพเสียอีกเทพแห่งาก็ไม่ยินดียินร้ายกับอีกฝ่ายเสียด้วย
หากจะมีเื่ใดที่องค์มหาเทพไม่อาจทำอะไรได้คงจะเป็เื่ของเทพแห่งาและเทพแห่งการรักษากระมัง
น่าสงสารก็แต่เทพแห่งการผูกชะตาที่ทำงานหนักอยู่ตลอดเพื่อผูกชะตาของทั้งสองดูท่าจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆเสียด้วย
เราคาดหวังการผูกชะตาของเ้าอยู่นะ
“หากพระองค์ไม่มีพระประสงค์อื่นใดกระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ” เทพแห่งการรักษาไม่อยากเอ่ยถึงเทพาอีกจึงได้ทูลลากลับไปมหาเทพถอนหายใจน้อยๆ เมื่อไหร่หนอที่สองคนนี้จะอยู่กันอย่างฉันมิตรได้เสียที