ตอนที่ 15 การพบกันโดยบังเอิญขณะวิ่งจ๊อกกิ้งตอนกลางคืน (2)
ขณะอ่านข้อความ มู่ชิงพลันรู้สึกอบอุ่นใจเป็ครั้งแรกหลังเกิดใหม่...เงินยังคงเป็เื่รอง หลังถ่ายละครเสร็จเขาย่อมต้องคืนให้จางอี้ แต่อีกฝ่ายรู้ว่าเ้าของร่างเดิมนั้นไม่ถนัดคบค้าสมาคม จึงตั้งใจเตือนในข้อความอย่างอ่อนโยนเป็พิเศษว่าเขาควรระวังรายละเอียดยิบย่อยในการอยู่ร่วมกับคนในกองถ่ายอย่างไร ในสังคมตอนนี้ สามารถคิดถึงสิ่งเหล่านี้ได้ แค่พูดถึงเื่น้ำใจก็หาได้ยากแล้ว
ใครจะคาดคิดว่าเงินอยู่ในมือมู่ชิงไม่ทันไร คืนนั้นก็ถูกใช้จ่ายไปเกือบหมดแล้ว
พูดตามตรง เื่นี้มีเหตุจากหนี้ที่ติดค้างเมื่อ 'ชาติที่แล้ว' จริงๆ
ตอนที่มู่ชิงยังเป็เสิ่นมู่ชิง เนื่องจากตอนกลางคืนมักนอนไม่หลับ ดังนั้นจึงปลูกฝังนิสัยชอบวิ่งจ๊อกกิ้งก่อนนอน
่สองสามวันที่เพิ่งเกิดใหม่ เขาไม่ออกไปข้างนอกเนื่องจากร่างกายอ่อนแอ ตอนนี้เซ็นสัญญากับกองถ่ายแล้ว เพื่อเพิ่มความแข็งแรง เขาจึงเอาความเคยชินนี้กลับมาใช้อีกครั้ง
ด้วยสถานภาพทางการเงินในปัจจุบันของเขา ในบ้านย่อมไม่มีลู่วิ่งออกกำลังกาย ดังนั้นหลังจากอ่านสคริปต์เสร็จ เขาก็ลงไปชั้นล่าง ทบทวนเนื้อเื่ที่อ่านก่อนหน้านี้ แล้วเริ่มวิ่งเหยาะๆ ในย่านชุมชนไปด้วย
เนื่องจากสภาพการเงิน สถานที่ที่มู่ชิงเช่าอยู่ในตอนนี้เป็เมืองเก่า ย่านชุมชนแห่งนี้มีอายุหลายปีแล้ว ผังเมืองยังทำไม่เสร็จสักที สภาพแวดล้อมรอบๆ ก็เละเทะมาก ละแวกใกล้เคียงมีร้านอาหารเล็กๆ และร้านปิ้งย่างเปิดให้บริการจนถึงดึกอยู่หลายร้าน มีผู้คนหลากหลายประเภทเดินปะปนกันในที่แห่งนี้จนถึงดึกดื่น คนเหล่านี้ปกติมักมีนิสัยใจร้อน ดังนั้นจึงเกิดการทะเลาะวิวาทบ้างเป็บางครั้ง
คืนนี้เขาเพิ่งจะเลี้ยวเข้าไปในตรอกแห่งหนึ่ง ก็ได้เป็สักขีพยานให้เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทเข้า
เหตุการณ์นั้นเรียบง่ายมาก คู่รักสองคู่กำลังกินปิ้งย่างพลางพูดคุยกันอยู่ ไม่รู้ว่าประโยคไหนไปสะกิดต่อมโมโหของชายหนุ่มโต๊ะข้างๆ ที่โกรกผมหลากสีเข้า ชายหนุ่มคนนั้นคาดว่าคงจะดื่มเหล้ามาไม่น้อย เขาหยิบขวดเบียร์ขึ้นมาฟาดฝ่ายชายจนหัวแตกเืออกด้วยอารมณ์หุนหันพลันแล่น
ผู้ชายอีกคนที่มาด้วยเห็นแบบนี้แล้วมีหรือจะทนได้ เห็นฝ่ายหญิงดูแลเพื่อนที่ได้รับาเ็ ตนเองก็เลิกแขนเสื้อแล้วเข้าไปล้างแค้นให้เพื่อน
แม้ว่าชายหนุ่มจะลงมือโเี้ แต่ถึงอย่างไรก็ทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ เขามีรูปร่างผอมแห้ง ย่อมสู้ชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่ไม่ได้ ไม่นานก็ถูกชายคนนั้นซัดจนลุกไม่ขึ้น
หลังจากชายคนนั้นปลดปล่อยอารมณ์เสร็จก็ก่นด่าแล้วหันมาสำรวจอาการของเพื่อน เมื่อเห็นว่าไม่ได้เป็อะไรมากยกเว้นแผลที่หน้าผาก ก็ไม่ได้ลงมือต่อ แต่ย้ายม้านั่งมานั่งตรงหน้าชายหนุ่มที่อยู่บนพื้น ให้อีกฝ่ายที่เป็คนผิดเลือกเองว่าจะแจ้งตำรวจ หรือจะชดใช้ค่าเสียหาย
ที่จริงแล้วเื่นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินของมู่ชิงเลยสักนิดเดียว เขาสามารถหมุนกายจากไปได้เลย แต่เื่น่าลำบากใจก็อยู่ที่ระหว่างสองคนกำลังพัวพันกันนั้น เขาเห็นใบหน้าของชายหนุ่มโกรกผมชัดเจน แม้ว่าจะดูเปลี่ยนไปจากในความทรงจำมาก แต่มองทีเดียวก็จำได้ว่าอีกฝ่ายคือเสิ่นอี้ิน้องชายต่างพ่อจากเมื่อชาติที่แล้วของเขา
ตอนนี้ไม่อยากยุ่งก็ไม่ได้แล้ว
แม้ว่าชายคนนั้นจะค่อนข้างตะลึงกับการปรากฏตัวของมู่ชิง แต่พอได้ยินว่าเขายินดีจ่ายค่าเสียหายที่คนนั้นเป็ฝ่ายลงมือก่อน ก็แสดงท่าทางดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เื่นี้ให้พูดตรงๆ ก็คือ เสิ่นอี้ิถือว่าผิดที่เป็ฝ่ายยั่วยุก่อน ไม่ว่าเหตุผลก่อนหน้าจะเป็อย่างไร การลงมือทำร้ายคนก่อนคือสิ่งที่ผิด แต่มู่ชิงใกล้จะเข้ากองถ่ายแล้ว ไม่อยากจะดึงดูดความสนใจของผู้คนมากเกินไป ดังนั้นผลสุดท้ายของการเจรจาคือให้ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจกันเอง
มือถือของฝ่ายชายถูกกระแทกจนพังระหว่างต่อสู้ ประกอบกับาแบนหน้าผาก มู่ชิงจึงชดใช้เป็จำนวนทั้งหมดเจ็ดพันหยวน แล้วจ่ายเงินชดเชยสองร้อยหยวนให้เถ้าแก่ร้านปิ้งย่างสำหรับโต๊ะและเก้าอี้ที่เสียหาย ก่อนจะลากตัวน้องชายที่มาทวงหนี้ออกไปจากที่เกิดเหตุ