เฉินโจวเห็นจินหงเหว่ยที่เข้าไปปลอบใจบรรดานักแสดงอิสระแล้ว ก็เดินกลับมาที่พวกเขา จินหงเหว่ยรายงานเรื่องที่เพิ่มเงินให้นักแสดง เฉินโจวที่ได้ฟังก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะยังไงวันนี้เขาก็ใช้งานคนพวกนี้หนักมาก การให้เงินเพิ่มจากที่ตกลงกันไว้ก็คงถูกต้องแล้ว เขารับได้ในกรณีที่ต้องเสียเงินเพิ่มในเคสนี้
เฉินโจวขอบคุณกังหม่าที่มาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพวกเขาในวันนี้ กังหม่าก็ได้แต่ยิ้มแห้งและคิดในใจว่า “ลูกพี่เฉินคราวนี้โคตรเรื่องมาก”
จากนั้นเฉินโจวก็บอกให้จินหงเหว่ยเอาไฟล์วีดีโอที่ถ่ายไปในวันนี้ไปให้นักตัดต่อคลิปวีดีโอประจำช่องทำให้ โดยเขาย้ำว่าให้ทำออกมาให้ดีที่สุด แม้จะทำช้าก็ไม่เป็นไร และเรื่องค่าตัดต่อคลิปวีดีโอไม่ต้องเป็นห่วง
เฉินโจวรู้สึกมีลางสังหรณ์บางอย่างว่า ถ้าเขาทำวีดีโอนี้ออกมาดี ไม่เพียงแค่เขาจะผ่านภารกิจของระบบ แต่เขาจะได้รับอะไรที่ดีมาก ๆ ตอบแทนจนทำให้เขาตะลึงเลยทีเดียว ส่วนจะจริงอย่างที่เขาสังหรณ์ไหม คงต้องรอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
หลังจากพูดคุยกันสักพัก ทุกคนก็แยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวของแต่ละคน เฉินโจวที่ไม่รู้จะทำอะไร ก็เดินอย่างระมัดระวังกลับห้องพักไป
พอถึงห้อง เขาก็รีบพุ่งไปนอนที่เตียงทันที วันนี้เขาเหนื่อยทั้งกายทั้งใจจริง ๆ วันนี้อาจจะเป็นวันที่เขามาถึงห้องแล้วไม่ได้มานั่งคิดอะไรวนไปวนมาเลยก็ได้ คิดไปนิดเดียวเขาก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
เขาตื่นมาด้วยเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ ร่างกายของเขาปวดไปทั้งตัว เมื่อเขารู้สึกตัว เขาก็เอื้อมมือไปปิดเสียง แล้วเห็นว่ามีข้อความจากจื่อซวานหมิงส่งเข้ามา เขารีบเปิดโทรศัพท์ดู เพราะเธอเรียนช่วงบ่ายวันนี้ไม่น่าจะเป็นข้อความให้ไปรับเธอที่จุดจอดรถแน่ ๆ จึงรีบเปิดอ่าน
เป็นข้อความที่ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเขาสบายดีไหม และเลิกงานเมื่อไหร่ เฉินโจวที่เห็นข้อความนี้ก็ตอบกลับไปทันทีว่าไม่ต้องห่วงเขา กลับดึกไปหน่อยแต่งานเสร็จเรียบร้อยดี ส่งไปสักพัก เขาก็เห็นจื่อซวานหมิงพิมพ์ตอบกลับมาว่า “เธอดีใจที่เขาไม่ได้เป็นอะไร และให้เขารักษาสุขภาพ อย่าหักโหมจนเสียสุขภาพ”
เฉินโจวที่เห็นข้อความนี้ก็รู้สึกดีใจอย่างที่สุด เธอส่งข้อความเป็นห่วงเขา คงห่วงเขาเหมือนที่เขาห่วงเธอแน่ ๆ แบบนี้ถือว่าระดับความสัมพันธ์เพิ่มขึ้นอีกขั้นแล้วใช่ไหม?
เฉินโจวยิ้มอย่างโง่งมมองข้อความจากจื่อซวานหมิง เลื่อนดูไปมาสักพัก เขาตื่นเต้นจนความเหนื่อยล้าของเมื่อวานหายไปจนหมด ร่างกายกลับมามีกำลังอีกครั้ง
เมื่อกำลังคึกอยู่ เฉินโจวคิดว่าจะไปมหาวิทยาลัยเลยดีกว่า แม้วันนี้เขาจะไม่มีเรียนช่วงเช้า แต่ก็ขี้เกียจที่จะนั่งรออยู่ในห้องแล้ว ไปนั่งเล่นในมหาวิทยาลัยดีกว่า
แม้เฉินโจวจะมีความสุขจนคึกออกมา แต่ตอนเดินทางมามหาวิทยาลัย เขาก็ไม่ได้ลดการระวังตัวของตัวเองเลย วันนี้เขามาถึงมหาวิทยาลัยอย่างปลอดภัย เมื่อคิดว่าจะนั่งรออยู่ที่ไหนของมหาวิทยาลัยดี เขาก็คิดไปคิดมาว่าไปนั่งรอในห้องทำงานดีกว่า เพราะอย่างนั้นเขาจะได้ตากแอร์ในห้อง
เมื่อถึงห้องทำงาน เขาก็เห็นจินหงเหว่ยนั่งอยู่คนเดียว เมื่อเจอกันก็ทักทายกัน จินหงเหว่ยบอกว่าเรื่องคลิปคราวนี้ คนตัดคลิปบอกว่าจะให้มันออกมาดีที่สุดต้องใช้เวลาอีกหนึ่งอาทิตย์ เฉินโจวก็โอเค เพราะแค่หนึ่งอาทิตย์เอง เวลาในภารกิจของเขายังเหลืออีกพอสมควร ทันเวลาแบบสบาย ๆ
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรกันต่อ เขากับจินหงเหว่ยนอกจากคุยเรื่องงานแล้ว ก็ไม่ค่อยได้คุยเรื่องส่วนตัวกันมากนัก สิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับจินหงเหว่ยก็มีแค่เรื่องของพี่สาวที่หนีออกจากบ้าน ซึ่งจินหงเหว่ยเคยบอกเขาตอนนั้น
นั่งไปพักใหญ่ หลิวจื้อหมิงก็เข้ามานั่งร่วมด้วย เมื่อเห็นหน้าของเฉินโจว หลิวจื้อหมิงก็ยังบ่นอิดออดให้ฟังอีกหลายชุด เฉินโจวได้แต่ยิ้มแห้ง ไม่มีอะไรจะเถียงตอบโต้กลับ แต่เมื่อมีหลิวจื้อหมิงเข้ามาในห้องก็ทำให้บรรยากาศครื้นเครงขึ้นเยอะ
สักพักเฉินโจวก็ตกใจเมื่อได้รับข้อความจากจื่อซวานหมิงให้ไปรับเธอที่จุดจอดรถของมหาวิทยาลัย เมื่อเจอเธอ เขาก็พาเธอไปกินข้าวที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัย ใกล้ถึงคาบเรียนเขาก็พาเธอไปส่งที่ห้องเรียน และรีบวิ่งกลับมาที่ห้องเรียนของตัวเอง
หลังจากเลิกคาบเรียน เขาก็รีบวิ่งไปรับจื่อซวานหมิงที่ห้องเรียนของเธอ จากนั้นพาเธอไปที่ห้องทำงาน เพื่อประชุมงานต่าง ๆ เมื่อประชุมเสร็จและทุกคนแยกย้ายกันกลับ ช่วงค่ำเขาก็พาเธอเดินไปส่งที่จุดจอดรถของมหาวิทยาลัย
วันเวลาผ่านไป ในที่สุดคลิปวีดีโอก็ตัดต่อเสร็จและพร้อมให้ทุกคนได้ดู ทุกคนจึงรีบเปิดดูที่ห้องประชุมงานทันที
“ผู้กำกับเฉินโจว ไหนกระผมขอดูผลงานของกำกับใหญ่ในครั้งนี้หน่อยครับ” หลิวจื้อหมิงพูดประชดขำ ๆ
ทุกคนที่ได้ยินก็ได้แต่ยิ้มออกมา พวกผู้หญิงก็รู้แล้วว่าคลิปตัวนี้เฉินโจวพยายามมากแค่ไหน ส่วนเฉินโจวได้แต่ส่ายหน้าไปมาให้กับประโยคนี้ เขาก็แค่อยากให้งานมันออกมาดูดี ใครจะคิดว่าจะต้องใช้เวลามากขนาดนี้
ทุกคนที่นั่งดูก็ได้แต่ตาค้าง แน่นอนว่าเกมบอร์ดของพวกเขานั้นเล่นแล้วสนุกมากอยู่แล้ว แต่พอได้ดูในคลิปนี้ ทำไมมันถึงดูน่าเล่นขนาดนี้? ทีมที่แข่งดูเหมือนกำลังออกผจญภัยจริง ๆ ทั้งหน้าตาที่แสดงออกมาเมื่อเจอสถานการณ์ต่าง ๆ การใช้ไอเท็มพลิกสถานการณ์ ทีมที่ใช้ไอเท็มกับทีมที่โดนก็เหมือนกำลังอยู่ในเกมแห่งความตายจริง ๆ ทีมไหนเล่นแพ้ต้องตายไปจริง ๆ มันช่างเร้าอารมณ์คนดูได้สุด ๆ คลิปนี้
ทำไมตอนที่พวกเขาไปดูตอนถ่ายทำก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนี้เลยนะ? แต่พอคลิปตัดต่อเสร็จ มันดีขนาดนี้เลยเหรอ? เป็นเฉินโจวที่เก่งในการดึงอารมณ์ของผู้เล่นให้แสดงออกมาได้ขนาดนี้ หรือว่าเป็นคนตัดต่อที่เลือกตัดออกมาได้เทพมาก? แต่ดูแล้วน่าจะเป็นทั้งสองอย่างมาประกอบกัน ทุกคนที่ดูจนจบต่างมองไปที่เฉินโจวเป็นตาเดียว
หลิวจื้อหมิงที่ดูเสร็จทำหน้าตาตื่นเต้น หันมองไปที่เฉินโจวแล้วพูดว่า “เฮ้ย เฉินโจว คลิปนี้โคตรดีเลย ฉันดูเสร็จแล้วแทบอยากจะวิ่งออกไปหาซื้อมาเล่นทันทีเลยนะ ฉันว่าพวกเราน่าจะเตรียมตัวผลิตออกมาขายก่อนจะปล่อยคลิปวีดีโอนี้นะ”
เกาอิ้งที่ดูด้วยกันก็รีบพูดเสริมทันทีว่า “ใช่ ๆ พวกเราผลิตเอาไว้ขายให้คนที่ดูคลิปนี้แล้วอยากเล่นกันเถอะ ขนาดฉันดูแล้ว ยังอยากซื้อมาเล่นกับเพื่อน ๆ เลยนะ คลิปนี้มันเหมือนหนังเลย ดูที่แต่ละคนแสดงออกมาสิ!”
“เฉินโจว จุดนี้ฉันเห็นด้วยกับเกาอิ้งนะ แม้แต่ฉันเองที่ไม่สนใจอะไรแบบนี้ ดูวีดีโอนี้จบ ยังคิดอยากจะซื้อมาเก็บสะสมเอาไว้เลย” จื่อซวานหมิงพูดเสริม
จินหงเหว่ยที่นั่งครุ่นคิดอยู่ก็เอ่ยปากออกมาว่า
“เฉินโจว ผมคิดว่าเราควรผลิตออกมาขาย เพื่อรองรับคนที่ดูคลิปวีดีโอนี้แล้วสนใจอยากจะซื้อไปเล่นกับเพื่อน ๆ แต่ผมไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าถ้าจะผลิตเราควรผลิตจำนวนเท่าไหร่ ถ้าผลิตเยอะไปก็จะมีต้นทุนสูงต่อชุด แต่ถ้าผลิตน้อยเกินไปก็จะเสี่ยงพลาดโอกาสขายได้"
เฉินโจวที่ได้ฟังทุกคนพูด ก็รู้สึกว่าหลายคนที่ได้ดูคลิปนี้คงอยากซื้อไปเล่นกับเพื่อน ๆ จริง ๆ แต่เรื่องการผลิตต้องคิดให้ดี เพราะบอร์ดเกมชุดนี้เล่นได้สูงสุดที่ 12 คน ถ้าผลิตออกมามากเกินไป ก็อาจจะมีคนคิดว่า “ไม่ซื้อเองก็รอเล่นจากเพื่อน ๆ ก็ได้” ถ้าออกมาในรูปแบบนี้พวกเขาแย่แน่ ๆ
แต่ถ้าผลิตออกมาน้อยกว่าความต้องการของผู้บริโภค มันจะกลายเป็นพวกเราเสียโอกาสขึ้นมาเอง ไม่แน่อาจจะมีบริษัทบอร์ดเกมที่มีเงินทุนที่หนามาก ผลิตเลียนแบบโดยพยายามเลี่ยงอะไรหลายๆอย่าง เพื่อไม่ให้ผิดลิขสิทธิ์ ต่อให้สุดท้ายทางเราฟ้องไปจนชนะได้ ฝ่ายนั้นก็ขายจนทำกำไรไปได้มากแล้ว ฟ้องชนะเรียกค่าชดเชยไปได้ ฝ่ายนั้นก็ยังอาจจะคิดว่าคุ้มค่าอยู่ดี