กลยุทธ์ที่ 35 หุบเขารัตติกาล
เมลวาสพูดขึ้นมาต่อเสียงดัง
“โกหก! แล้วเจ้ามาที่นี่ทำไมถ้าไม่ปรารถนาการต่อสู้หรือทรัพย์สมบัติ เอ๊าะทรัพย์สมบัติใช่ไหม ทรัพย์สมบัติใช่ไหมที่เจ้าต้องการ!!”
จักรพรรดิส่ายหน้าพร้อมเริ่มมีสีหน้าเซ็งๆ
“ปล่อยให้ฉันพูดได้รึยัง...”
“เดี๋ยวก่อน ถ้าไม่ใช่สมบัติการแก้แค้น แล้วเป็นอะไร? เจ้าปรารถนาอะไรอย่างงั้นเหรอ หรือว่าคือชื่อเสียง? ชื่อเสียงสินะ ชื่อเสียงที่ว่าหากจัดการข้าราชารัตติกาลได้เจ้าก็จะมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว!!!”
จักรพรรดิรีบขัดทันทีด้วยความรู้สึกที่เริ่มจะรำคาญแล้ว
“ไม่ใช่โว้ย!! เลิกโหวกเหวกโวยวายสักทีมันหนวกหู! ฉันมาที่นี่เพื่อมาถามบางอย่างกับนายเท่านั้น”
พูดจบปุ๊บเท็นกุรอบด้านจักรพรรดิก็พร้อมใจกันยกอาวุธในมือขึ้นมา จักรพรรดิที่เห็นต้องค่อยๆ ชูมือทั้ง 2 ข้างขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงเจตจำนงการยินยอม
จากที่คุยๆ กันมาจักรพรรดิรับรู้ได้แล้วว่าเขานั้นเป็นมอนเตอร์มีสมองเป็นเอไอ แต่น่าแปลกหากเป็นเอไอบนหัวก็น่าจะขึ้นเป็นเอไอสิ ทั้งเจ้าพวกนี้ที่เขาสัมผัสถึงตัวตนไม่ได้และความผิดแปลกที่เกิดขึ้นมานี้ มันเกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่เขาเริ่มคิด
“เอาเหอะ...ว่ามาอยากถามอะไรก็ถามก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้า และสั่งคนของข้าไปเอาของชิ้นนั้นคืนจากพวกเจ้า...”เสียงของเมลวาสกลับมาเรียบนิ่งอีกครั้ง
“นั่นละคือสิ่งที่ฉันอยากรู้ ฉันอยากรู้ว่าทำไมพวกนายถึงมาโจมตีพวกเรา แล้ว “ของชิ้นนั้น” ที่นายพูดถึงคืออะไร?” พูดไม่พูดเปล่าจักรพรรดิเริ่มเนียนใช้สกิลเพื่อหาทางหลบออกไปหากทุกอย่างพลาด
“ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ...” เมลวาสหัวเราะขึ้นมาก่อนจะเงียบไป เงียบไป เงียบไปซะนานจนจักรพรรดิมองหน้าพวกเท็นกุแล้วเท็นกุชั้นสูงที่เป็นผู้หญิงก็พูด
“ท่านหลับไปแล้วน่ะ...”ตามมาด้วยเท็นกุผู้ชายเอากระบองทุบพื้นจนพื้นดินสั่นไปถึงบัลลังก์
“....ถามว่าทำไมงั้นเหรอ ง่ายๆ พวกข้ามีหน้าที่ในการปกป้องที่นี่ยังไงล่ะ”
“......ปกป้องจากอะไร?”
“จากใครก็ตามที่รุกล้ำไปยังชั้นที่ 100 ใต้พิภพนี้แล้วเอาของสิ่งนั้นขึ้นมา”
เมื่อได้ยินแบบนั้นจักรพรรดิถึงกับตัวแข็งเป็นหิน อีกแล้วเหรอ นี่หรือว่าจะเป็นความผิดของเขาอีกแล้ว
แต่เดี๋ยวก่อนสมบัติในดันเจี้ยนมันก็เป็นเสมือนสมบัติที่ผู้มีชัยควรจะได้ครองอยู่แล้วไม่ใช่รึไง การที่เขาเข้าไปแล้วเอามันออกมามันก็ไม่น่าจะผิด จะผิด
หากพูดกันตามตรงดันเจี้ยนคือป้อมปราการที่เหล่าผู้เล่นต้องฝ่าฟันกันไปทีล่ะชั้นๆเพื่อจะได้สิ่งที่ต้องการ แต่สิ่งที่เขาทำคือการปล้นชิงมันมาจากชั้นที่ลึกที่สุด
ในขณะที่จักรพรรดิคิดเมลวาสก็พูดขึ้นมาด้วยความเยือกเย็น
“สมบัติแห่งเทพมิอาจถูกลบหลู่ได้ เมื่อมันถูกนำออกมาโดยผิดวิธีตัวข้ารวมถึงพวกข้ามีก็แต่ต้องนำมันกลับเข้าที่เดิมตามเวลาที่กำหนดเท่านั้นเพื่อป้องกันสิ่งที่เลวร้ายหลังจากนั้นที่อาจจะเกิด ถึงแบบนั้น พวกข้าก็ยังใจดี ส่งกำลังผลออกไป 6 ชั่วโมงต่อครั้งเพื่อหวังว่าพวกมนุษย์จะเข้าใจและไม่ใช่แค่นั้นเวลาที่เริ่มนับถอยหลังเรื่อยๆยังชักจูงพวกอสูรต่างๆ มาที่นี่อีกด้วย ยิ่งเข้าใกล้จุดสิ้นสุดเท่าไหร่พวกอสูรพวกนั้นจะมีแต่พวกแข็งแกร่งเท่านั้นที่โผล่มา”
นี่จะบอกว่าเจ้าตุ๊กตาหมีนั่นเป็นสมบัติของเทพอย่างงั้นเหรอ? เทพอะไรจักรพรรดิสงสัยก่อนเขาจะวนกลับมาในเนื้อความหลัก
“ไม่มี วิธีอื่นที่จะแก้ไขเลยงั้นเหรอ”
“ถ้าเจ้าคิดว่าเจ้าสามารถต่อกรกับเทพเจ้าได้ มันก็มี?” เมลวาสพูดเรียบๆ ขึ้นมา พอได้ยินแบบนั้นจักรพรรดิก็ใช้พลังเสียงปราชญ์บอกให้ทวนพาวันด้าหนีไปก่อนเดี๋ยวเขาจะตามไปทีหลัง
“เข้าใจแล้วสินะ จนกว่าพวกข้าจะได้ของสิ่งนั้นคืน และนำมันกลับไปยังที่เดิมพวกข้าก็จะไม่หยุดเล่นงานพวกเจ้าและตามหามัน แต่เรื่องตามหาคงไม่ต้องแล้วเพราะดูเหมือนมันจะอยู่ไม่ไกลจากนี้ใช่ไหม...?”เมลวาสดีดนิ้วอีกครั้ง
คราวนี้ไม่มีอะไรโผล่มามีแต่พวกคาราสุเท็นกุที่พากันกระโดดลงจากหุบเขาพร้อมๆกันไปยังเป้าหมายที่เขาบอก จักรพรรดิเองก็คิดจะวิ่งตามไปเช่นกันแต่ถูกดาบของเท็นกุชั้นสูงผู้หญิงวางพาดคอเอาไว้เสียก่อน
“มันต้องมีวิธีอื่นบ้างสิ...”จักรพรรดิพูดขึ้นกับเมลวาส
“ก็บอกแล้วไงว่าถ้าเจ้าสามารถสู้กับเทพเจ้าได้ละก็มันคงไม่มีปัญหา เพราะตัวข้าถูกคนเหล่านั้นส่งให้คุ้มครองที่นี่อีกที”
ในตอนนั้นเองร่างของเมลวาสก็ลุกขึ้นมาจากบัลลังก์
เมลวาสเป็นชายหนุ่มร่างผอมมีความสูงพอๆกับเขา ผิวซีด นัยน์ตา ขอบตา เล็บที่ยาวทุกนิ้วรวมถึงริมฝีปากเป็นสีดำ มีผมสั้นสีดำหวีเรียบไปด้านหลังแก้มตอก อยู่ในชุดสีดำทั้งหมดทว่าที่ดูเด่นที่สุดเห็นจะเป็นผ้าคลุมที่เป็นขนของอีกาสีดำสนิท และเคียวยักษ์ในมือเขาขณะนี้
“ราชาไม่จำเป็นต้องลงมือเองครับท่าน”เท็นกุชั้นสูงชายพูดขึ้น ซึ่งขณะนี้มีเพียงเท็นกุชั้นสูงชายหญิงเท่านั้นที่ยังคงอยู่ที่นี่
“เจ้านี่กล้าถึงขนาดมาหาข้าเพียงคนเดียว มันคงไม่หวังจะตายด้วยเงื้อมมือของลูกกระจ๊อกอย่างพวกเจ้าหรอก อย่างน้อยๆ เพื่อตอบแทนความกล้าหาญที่โง่เขลานั่น ข้าจะจัดการมันเอง” เมลวาสตอบ
สถานการณ์จากเลวร้ายเป็นเลวร้ายที่สุด จะมีวันไหนแฮปปี้สำหรับจักรพรรดิแบบนี้บ้างจักรพรรดิประชดกับตัวเองในใจก่อนจะเปลี่ยนความคิดทั้งหมดมาเป็นความสนุกแทน เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้นตัวเขาในตอนนี้ก็จะรู้สึกทั้ง รำคาญ ปวดร้าว และอับจน
เท็นกุชั้นสูงถอยออกจากตัวจักรพรรดิเพื่อเปิดทางให้เมลวาสที่ก้าวมาหาเขาอย่างช้าๆ
จักรพรรดิพูดกับทวนอีกครั้งด้วยสกิลเสียงปราชญ์ อันที่จริงสกิลนี้ก็มีขีดจำกัดอยู่ตรงที่ว่าเขาไม่สามารถได้ยินเสียงอีกฝ่ายโต้ตอบกับเขาเลย เขาได้แต่พูดเพียงอย่างเดียวจึงไม่รู้สถานการณ์ของพวกทวนตอนนี้ ส่วนข้อดีของมันก็ไม่ต้องพูดถึงช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวัญและกำลังจะตายคงไม่มีใครมานั่งกดหน้าต่างระบบหน้าตาเฉยหรอก เขาก็หวังว่าทวนและเขาขณะนี้ไม่มาจบอยู่เพียงแค่นี้หรอกรวมทั้งวันด้า
จักรพรรดิเลื่อนมือเรียกหน้าต่างระบบด้วยความรวดเร็วและกดชุดไอเทมชุดที่เตรียมเอาไว้แล้วออกมาสวมใส่ หน้ากากจักรพรรดิเหยี่ยวขาว พลองเหล็กไอเทม 3 ดาวในมือขวาซึ่งมีพลังป้องกันเทียบเท่าพลังโจมตีที่เด่นชัดเห็นเป็นค่าความคงทนที่สูง สุดท้ายพัดในมือซ้าย
เขาไม่คิดที่จะสู้กับเมลวาสแม้แต่น้อย แต่ถ้าหากไม่สู้ละก็โอกาสในการหลบออกไปจากที่นี่ของเขาคงเป็นศูนย์ และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดเขาเริ่มเบื่อที่เอาแต่วิ่งหนีตั้งแต่คราวของไมดาสแล้ว
ขณะที่จักรพรรดิเตรียมท่าพร้อมต่อสู้ตอนนั้นเองเมลวาสกับทำตาโตและสั่นเทิ้มไปทั้งตัว
“เจ้า....เจ้า.....”คำเอ่ยลอยๆ ของเมลวาสทำให้จักรพรรดิสงสัยในบางสิ่ง
ด้านล่าง
ตั้งแต่ได้ยินเสียงของจักรพรรดิทวนก็พูดขึ้นมากับทุกคนและฉุดตัววันด้าวิ่งหนีศัตรูที่มาจากฟากฟ้าเหนือสายหมอกนี้ กระนั้นเสียงของพวกมันก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ด้วยความรวดเร็ว เสียงของอีกาที่ร้องออกมาเป็นเสียงที่เสียดแทงแก้วหู
“นี่มันอะไรเนี่ย เกิดอะไรขึ้น? เจ้านั่นตายแล้วงั้นเหรอ?” ลูกน้องลูเซียคนนึงระรัวคำถามออกมาเป็นชุด
“นายท่านยังไม่ตายแต่เขาบอกให้พวกเราหนี!!” ทวนรีบตอบ
ไม่นานคาราสุเท็นกุหลายตัวก็ได้บินมาจับร่างของลูกน้องลูเซียคนนึงยกขึ้นไปเหลือเพียงแต่เสียงร้องโหยหวนที่ส่งถึงทุกคนตอนนี้เพียงเท่านั้น แล้วลูกน้องของลูเซียอีกคนที่เป็นสายนักฆ่าก็ถูกคมหอกจากสายหมอกรอบทิศทางปาสู่ร่างจนเสียชีวิต
และเหตุการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้นไปอีกเมื่อวันด้าสะดุดก้อนหินก้อนนึงล้มลงกับพื้นมันจึงทำให้ทวนต้องหยุดวิ่งด้วย
“วิ่งไหวไหม?”ทวนหันกลับไปถามวันด้า แต่ดูจากลมหายใจของเธอที่เข้าออกด้วยความรวดเร็วแล้วเขาก็คิดได้ไม่ยาก
ทวนจับดาบมั่นมือยืนอยู่เบื้องหน้าวันด้าสายตาสอดส่องไปทั่ว
“ไม่ต้องถามอีกแล้วว่าทำไมข้าไม่เคยคิดทอดทิ้งผู้ที่อ่อนแอไว้เบื้องหลัง”
“....”
ในขณะเดียวกันจักรพรรดิที่ยืนเผชิญหน้ากับเมลวาส เขาก็ได้เห็นกิริยาท่าทางของเมลวาสที่แปลกต่างออกไปเรื่อยๆ
เริ่มตั้งแต่ทำตาโต และเริ่มอ้าปากพะงาบๆ จนเท็นกุชั้นสูงชายถาม
“เป็นอะไรขอรับนายท่าน?”
เสียงของเท็นกุชั้นสูงชายเหมือนจะช่วยปลุกสติของเขา
“เจ้าไปเอามันมาจากไหน?”เมลวาสชี้พูดขึ้นมาที่ใบหน้าของจักรพรรดิ
“อะไร?”
เมลวาสกลืนน้ำลายแล้วค่อยๆว่าต่อ
“หน้ากากนั่น หน้ากากนั่น เจ้าไปเอามันมาจากไหน!!?”
จักรพรรดิรู้แล้วว่าเขาพูดถึงอะไร แต่จะบอกว่าเขาสุ่มได้จากกล่องตอนเข้ามาเล่นเกมนี้วันแรกไม่รู้ว่าเมลวาสจะเข้าใจรึเปล่า
“พอดี มีเทพธิดามอบมันมาให้ฉัน” เขาจึงนึกถึงแองเจิ้ลที่ให้กล่องนั้นกับเขาแทน
ทว่าเมลวาสที่ได้ยินยิ่งทำท่าแปลกออกไป เขาหยุดชะงักก่อนจะกัดฟันแน่นมองตรงมาที่จักรพรรดิ
“งั้นเหรอ มีเทพธิดาประทานให้เจ้างั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นเจ้าคงไม่ว่าถ้าหากมันจะถูกข้าช่วงชิงมาไว้ในกำมือ”
จักรพรรดิเริ่มจับผิดอะไรบางอย่างในตัวเมลวาสได้เริ่มทดสอบทันที
“ถ้าอยากได้ ฉันจะมอบให้ก็ได้ถ้านายไม่รังเกียจมัน”
เมลวาสทำตาโตอีกครั้งแต่ก็ไม่ถึงกับยินยอมเออออ
“ข้าพูดไปแล้วว่าจะจัดการเจ้าซะ ไม่มีทางที่ข้าจะหลงคารมเจ้าหรอก!!”ว่าจบเมลวาสก็เหวี่ยงเคียวยักษ์ในมือหมุนตัวเป็นลูกข้างตรงมาที่จักรพรรดิ จักรพรรดิที่เห็นรีบกระโดดหลบไปด้านหลัง ก่อนจะใช้เท้าเดาะหินก้อนเล็กๆขึ้นมาหลายสิบก้อนโบกพัดด้วยปราณมังกรอัดหินสู่เมลวาส
เมลวาสไม่แม้แต่จะสนใจฟันเคียวกลับก่อเกิดเป็นคลื่นพลังสีดำขนาดใหญ่ตรงมาที่จักรพรรดิพร้อมกับป่นหินพวกนั้นจนละเอียด
“ตูมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”คลื่นพลังนั้นยังส่งพลังทำลายออกไปด้านนอกอีกอย่างมหาศาล สมแล้วที่เขาอยู่ในขั้นราชาจักรพรรดิคิดในขณะที่ตนเองใช้สกิลตัวเบาไปเกาะกิ่งไม้เบื้องบน
“ฝีมือไม่เบานี่...แล้วถ้าเจอแบบนี้ล่ะจะเป็นยังไง?” เมลวาสฝืนยิ้มพูด
แล้วสกิลของเผ่าพันธุ์เขาก็ถูกใช้ออกมา อาณาเขตขนทมิฬ
สิ่งที่จักรพรรดิเห็นในตัวเมลวาสขณะนี้ที่ใช้พลังดวงตาปราชญ์นั้นคือมีพลังพิศดานไหลเวียนในกายเขา ก่อนมันจะถูกใช้ออกมาพร้อมกับท่าที่เขากางปีกอีกาสีดำขนาดใหญ่ออกมาจากหลังที่เมื่อกี้ยังไม่มีมันอยู่ออกมา
ขนนกสีดำได้โปรยไปรอบๆก่อนจะเกิดภาพสลัวๆ รอบตัวเมลวาส
ในตอนนั้นเองคำเตือนของระบบก็ได้ดังขึ้นมาให้จักรพรรดิได้รู้
ในตอนนี้ผู้เล่นจักรพรรดิได้อยู่ในอาณาเขตขนทมิฬของราชารัตติกาลเมลวาส ทำให้ดาเมจลดลง 15% ค่ะ
เมลวาสหัวเราะรวนออกมาทันที
“ฮึ ฮึ ฮึ หวาดกลัวละสิที่ความหวังริบหรี่ของเจ้าถูกข้าทำลายลงไปอีกแล้ว”
“จริงๆท่านไม่จำเป็นต้องใช้ท่านี้ก็ได้นะครับ” เท็นกุชายชั้นสูงแนะนำเมลวาส
“เงียบน่า ดูสิ ดูสีหน้ามันยามสิ้นหวังสิ ข้าล่ะสมน้ำหน้ามันจริงๆ หวังว่าต่อจากนี้มันจะไม่มาร้องไห้อ้อนวอนขอชีวิตจากข้านะ”ว่าจบเมลวาสก็หัวเราะเสียงดังก่อนจะหยุดหัวเราะแล้วพูดกับจักรพรรดิที่ทำหน้าเรียบๆแทน
“...แล้วทำไมเจ้าถึงไม่กังวลหรือสิ้นหวังเพิ่มล่ะ...”
เอาจริงๆจักรพรรดิทำดาเมจกับสิ่งมีชีวิตไหนไม่ได้อยู่แล้วมันไม่มีความจำเป็นเลยที่เขาจะต้องมาเกรงกลัวสิ่งที่ตัวเผชิญอยู่แล้ว
จักรพรรดิทิ้งตัวลงมาทำหน้านิ่งๆกลับกันเมลวาสกลับกำเคียวยักษ์แน่นมือออร่าสีดำได้อาบคมเคียวของเขาเอาไว้
“งั้นเจอแบบนี้หน่อยเป็นไง”ว่าจบสกิลของเมลวาสก็ถูกใช้ออกมาอีกครั้ง
ผนึกความโลภ เสียงระบบดังขึ้นมาทันทีเมื่อจักรพรรดิโดนสกิลของเมลวาสอีกแล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มก้อนดำๆ จากในมือเมลวาสที่พุ่งอัดเข้าสู่ตัวจักรพรรดิ
ผู้เล่นจักรพรรดิโดนสกิลผนึกความโลภของราชารัตติกาลเมลวาสเข้าไป ในขณะนี้ท่านไม่สามารถดร็อปไอเทมหรือค่าประสบการณ์จากทุกๆอย่างได้หากไม่จัดการเขาหรือปล่อยให้เวลาผ่านไปชั่วคราวค่ะ
เสียงระบบที่ฟังดูดีแต่ไม่ใช่เสียงของแองเจิ้ลทำให้จักรพรรดิไม่เคลิบเคลิ้มเท่าไหร่ แต่พอมาฟังประโยคสุดท้ายต่อจากเมื่อครู่เท่านั้น
ในกรณีนี้นอกจากคำสาปของเมลวาสคำสาปจากตัวท่านที่โดนจะถูกถอดถอนเป็นการชั่วคราวค่ะ
“อ้าว” ร้อง “อ้าว”สิครับคราวนี้ คราวนี้จักรพรรดิถึงกับร้องอ้าว มันคงเป็นสิ่งที่เหมือนกับคราวที่เขาใช้สกิลกลืนกายตอนที่พวกหมายังรู้ว่าตัวตนของเขายังหลงเหลืออยู่ มันคงเป็นสิ่งที่ระบบทำให้สกิลของเมลวาสเป็นสกิลที่ไม่สมบูรณ์แบบเกินไปนั่นเองเพื่อทำให้ผู้เล่นยังมีหนทางชนะเขาอยู่
หากเป็นผู้เล่นทั่วไปเมื่อเผชิญหน้ากับเมลวาสแล้วต้องพบกับ 2 สกิลนี้คงมีสิ้นหวังกันบ้างล่ะ แต่ตอนนี้จักรพรรดิกลับค่อยๆ ยิ้มขึ้นมาแล้วมองดูกำไลที่ข้อมือขวาของตัวเองพอเห็นสีของอักขระมันจางลงอย่างเห็นได้ชัด รอยยิ้มของเขาก็ยิ่งฉีกกว้างมากขึ้น
“ใช้พลังมากเกินไปแล้วนะคะ กับแค่มนุษย์อ่อนแอเพียงคนเดียว”คราวนี้เป็นเท็นกุผู้หญิงชั้นสูงพูดขึ้นกับเมลวาส
ในขณะเดียวกันเมลวาสกลับหัวเราะเสียงดัง
“ฮะ ฮะ ฮะ เป็นไงละ โดน 2 ท่านี้ของข้าเข้าไปแล้วเจ้าคงรู้สึกสิ้นหวังแล้วสิท่าเจ้ามนุษย์ เอาล่ะ ต่อจากนี้ข้าคนนี้จะจัดการเจ้าเอง หากเจ้ายังพอมีความกล้ายืนหยัดต่อหน้าข้าอยู่ละก็นะ ใบหน้าที่แสดงถึงความสิ้นหวัง และความจนหนทางนั้น แสดงมันออกมาให้ข้าเห็นเล....เฮ้ย!!!!!”เมลวาสพูดไม่ทันจบก็ต้องรีบยกเคียวขึ้นมากันพลองเหล็กในมือของจักรพรรดิที่ฟาดลงมาพร้อมมีรอยยิ้มอย่างปรีดา
“ทำไม? เกิดอะไรขึ้น เจ้าเสียสติไปแล้วเหรอ!!” เมลวาสพูดขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจแล้วผลักพลองนั้นออกไป
“เปล่าเลยพี่ชาย ฉันก็แค่นึกขอบคุณพี่ชายที่ช่วยทำให้ฉันสนุกกับการต่อสู้นี้ได้อย่างเต็มที่เท่านั้น”พูดจบใต้ฝ่าเท้าของจักรพรรดิก็ระเบิดพลังออกมาด้วยความรุนแรงจนชั่วพริบตาเขาก็ได้เข้ามาประชิดตัวเมลวาสอีกครั้ง
“พูดอะไรไม่รู้เรื่อง!!?”เมลวาสฟาดเคียวกลับสู่ตัวจักรพรรดิทันที ตอนนั้นเองพองของจักรพรรดิกลับรับเคียวของเมลวาสได้ ก่อนที่มือขวาของเขาจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของเมลวาสเข้ามาหาตนเองแล้วโขกหัวอัดเข้าสู่หัวเขาอย่างรุนแรง
“!?” เมลวาสถึงกับกุมหัวถอยออกไปด้วยความรวดเร็ว
กลับกันจักรพรรดิกลับหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ แม้จะมึนที่หัวแต่ความรู้สึกมันต่างออกไปจากทุกทีอย่างสิ้นเชิง นั่นก็หมายความว่าช่วงนี้ เป็นช่วงเวลาทองของเขาที่จะได้สนุกแบบเต็มที่สักที
“รับมือ!!” จักรพรรดิพูดเสียงดังขึ้นมา
เมลวาสสบถพูดสวนกลับไปทันที
“นั่นน่าจะเป็นคำพูดของฉันนะเจ้าบ้า!!!” ร่างของเมลวาสกระโดดทะยานเข้ามาฟันจักรพรรดิแทบจะทันที
กลับมาที่ด้านล่าง ทวนนั้นปักหลักทำตามคำสั่งของจักรพรรดิอย่างยิ่งยวดในการปกป้องวันด้า
ดาบของเขาแกว่งไปแกว่งมาสู่พวกคาราสุเท็นกุที่ผลัดเข้ามาเล่นงานเขาอย่างต่อเนื่อง แต่มากสุดก็ทำได้แค่กันร่างของพวกมันให้ออกไปเท่านั้น ซ้ำร้ายเขายังถูกพวกมันเล่นงานอย่างต่อเนื่องไม่หยุดจนเลือดของเขาลดลงไปด้วยความรวดเร็ว
สักพักนึงในที่สุดพวกคาราสุเท็นกุก็เริ่มเข้ามารุมกลุ่มทวน ที่คอของทวนตอนนี้ได้ถูกหอกรูปร่างคล้ายปลอกคอของพวกมันใส่ และแขนทั้ง 2 โดนพวกมันยึดจับ
แม้จะพยายามสุดกำลังแต่ร่างของทวนกลับยิ่งโดนพันธนาการมากขึ้นจากพวกมัน สิ่งที่เขาใช้ได้ในตอนนี้เห็นจะมีเพียงแค่คำพูดกับแววตาที่จดจ้องวันด้าที่จ้องมองตนจากที่พื้นอยู่เท่านั้น
“หนีไปซะ!!”
วันด้าที่ได้ยินมุมปากกระตุกแทนที่จะรีบลุกก้าวหนีออกไปจากที่นี่ เธอกลับหยิบบางอย่างออกมาแล้วปักมันลงสู่พื้นแทน
มันนั้นเป็นแท่งเหล็กที่มีแสงสีฟ้าส่องออกมาจากปลายทั้ง 2 ด้าน พอมันปักลงสู่พื้น จู่ๆโดมพลังจากตัวมันก็เกิดขึ้นมาจนขยายออกครอบคลุมทั้งเธอและทวนกลับกันมันกลับผลักร่างของเจ้าพวกคาราสุเท็นกุออกไป
“!!!!?”ทวนสงบนิ่งมองดูสิ่งที่เธอสร้างขึ้นก่อนจะถูกเธอยิงบางอย่างเข้าร่างกายจนร่างกายนั้นฟื้นฟูขึ้นมาด้วยความรวดเร็ว
ทวนรู้สึกแปลกใจเป็นอันมากที่ตนเองกลับมาอยู่ในสภาพที่เกือบจะสมบูรณ์อีกครั้ง ก่อนจะมองดูสิ่งที่วันด้าสร้างอย่างประหลาดใจ โดมสีฟ้าที่คลุมร่างของพวกเขาทั้ง 2 เอาไว้
“นี่มันอะไร?”ทวนพูดขึ้นมาขณะที่พวกคาราสุเท็นกุพยายามที่จะทะลวงมันเข้ามาหาพวกเขา
“มันคือบลูโดม 1 ใน....สิ่งประดิษฐ์....ของฉัน...ถ้าเราอยู่ในนี้จะไม่มีอะไรทำลายมันได้เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง....”วันด้าตอบ การที่พวกมันเข้ามาไม่ได้ก็ช่วยพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของโล่นี่ได้อย่างดีแล้วสำหรับทวน
“แล้วต่อจากนี้เราจะทำยังไง?” ทวนพูดกับตัวเองไม่ได้หวังคำตอบจากใคร วันด้าที่อยู่กับเขาเพียงคนเดียวกลับตอบอย่างไม่สนใจ
“ครั้งนี้....ฉันเองก็จะพยายามด้วย....ทั้งนาย ทั้งฉัน และเจ้านั่นจะต้องรอดไปด้วยกัน...”
แม้จะไม่เห็นแววตาของวันด้าแต่ทวนก็สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นของเธอ
“ได้ งั้นมาพยายามด้วยกันเถอะ”
กลับไปเบื้องบนหุบเขารัตติกาล เมื่อรู้ว่าตนเองหลุดออกจากพันธนาการจักรพรรดิก็ระเบิดพลังทั้งหมดของตัวเองออกมาทันทีด้วยการกระหน่ำพลองในมืออัดใส่เมลวาสไม่ยั้ง เมลวาสเองก็กระหน่ำคมเคียวอัดสู่เขาไม่ยั้งเช่นกัน
จนทั้ง 2 ผลัดกันรุกผลัดกันรับมีเพียงแต่เสียงโลหะปะทะกันสนั่นเท่านั้นที่ทำให้ทั้ง 2 รู้สึกว่าคู่ต่อสู้ของตนยังไม่ล้มลงไป
“เก่งใช้ได้นี่หว่า!”เมลวาสพูดก่อนจะฟันเคียวเสยขึ้นเบื้องบนจนจักรพรรดิจำใจต้องถอยออกมา แล้วในตอนนั้นเองคลื่นพลังสีดำก็ถูกฟันออกมาจากเคียวของเมลวาสอีกครั้ง