เมื่ออี้เฉินเดินไปส่งท่านปู่พร้อมกับเหล่าชาวบ้านภายในหมู่บ้านลมหวนเข้ามาพูดคุยกับตัวเขาไม่ขาด โดยเฉพาะท่านน้า ท่านป้า ที่อยากจะรู้ยามนี้ จางเหมยกับ เปาเปาเป็นเยี่ยงไรแล้วบ้าง มันก็ทำให้อี้เฉินกระอักกระอ่วน ที่จะกล่าวตอบ
ผู้นำชราเสี่ยวปู้เตียน เขาต้องกล่าวกระแอมไอออกมาน้อยๆ “อี้เฉินพึ่งจะกลับหมู่บ้านลมหวนของเรามาเองนะ ให้เขาได้พักหายใจหน่อยแล้วกัน”
อี้เฉินกล่าวตอบท่านน้า ท่านป้า ด้วยความหนักแน่น หากข้าว่าง “ข้าจะพาจางเหมย มาหาพวกท่านอย่างแน่นอน”
ครั้นทั้งสองได้ยินน้ำเสียงที่จริงจัง หนักแน่น ของอี้เฉิน พวกเขาต่างก็ค่อยผ่อนลมหายใจ ไม่ได้กล่าวซักไซ้ ไต่ถาม อี้เฉินอีกต่อไป
ด้านอี้เฉินเอง เขาไม่รอช้าเช่นกัน ครั้นสืบฝีเท้าไปส่งชายชรา กล่าวพูดคุยเสร็จสิ้น เขาสืบฝีเท้าไปยัง อาณาจักรสายฟ้าต่อในทันที อย่างไรเจดีย์9ชั้น เขาเองก็เคยเข้าไปพิชิตมันได้ในยามอดีต อยากจะเข้าไปไต่ถาม ไอ้มังกรสายฟ้า ที่อยู่ภายในเจดีย์ชั้น9เช่นกัน อย่างไรมันก็อยู่มายืนยาว ต้องรับรู้อะไรบ้าง ไม่มากก็น้อย
ภาพต้นไม้สายฟ้าขนาดใหญ่ ที่อยู่ใจกลางเมือง เต็มไปด้วย สายฟ้าแลบ แปลบปลาบ ยังคงตราตรึงใจอี้เฉินไม่น้อย ทว่าบัดนี้ต้นไม้สายฟ้ามันใหญ่โต กว่าในยามอดีตที่อี้เฉินมาหลายเท่า แถมปราณพลังสายฟ้า ยังแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก ปะปน สอดแทรกไปทั่วปราณพลังฟ้าดินโดยรอบ ของเมืองอาณาจักรสายฟ้า
แถมเมืองสายฟ้าแห่งนี้ ยังเป็นแหล่งบ่มเพาะจอมยุทธ์ชั้นยอด ทางที่อี้เฉินเดินผ่าน เขาพบเจอเหล่าอนุชน คนรุ่นใหม่หลายกลุ่ม ที่มาฝึกปรือ อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้
ยิ่งอี้เฉิน เดินสืบฝีเท้าเข้าไปใกล้ เจดีย์9ชั้นที่ยืนสูงเด่นเป็นสง่า ปลดปล่อยกลิ่นอาย ที่น่าคร้ามเกรงออกมาไม่ขาด พร้อมกับผู้คนโดยรอบ ที่เดินกันขวักไขว่ ทำให้เขารับรู้ได้ทันทีว่า มันคือกลิ่นอายอาวุธ ระดับ จักรพรรดิ อาวุธ ระดับ สูงของมหาทวีป ที่กำลังกลับคืนสู่จุดสูงสุดของมันอีกครา
ก่อนน้ำเสียงผู้คนจะพูดคุย ดังขึ้นมาเป็นระยะ “ข้าได้ยินว่ามีผู้อาวุโส แม้กระทั่งเจ้าสำนักหลายคน เข้าไปแสวงโชคภายในนั้น หมายจะครอบครอง เจดีย์สายฟ้า9ชั้นนี้ ทว่าสาม4ปีแล้วก็ไม่มีใครทำมันสำเร็จ”
น้ำเสียงอนุชนอีกกลุ่ม กล่าวพูดขึ้นมาด้วยความหนักแน่น เช่นกัน ทว่าคำพูดหญิงสาวผู้นั้น โอหังอยู่ไม่น้อย “บัดนี้ผู้คนต่างก็รู้ดี ว่ามีอาวุธล้ำค่า หลับใหล อยู่ยังสถานที่แห่งนี้ ไม่ช้าข้าเชื่อมั่นว่า ผู้อาวุโสสำนักเพลิงผลาญ จะต้องช่วงชิง สมบัติชั้นฟ้านี้ มาได้อย่างแน่นอน เหลือแค่เวลาเท่านั้น พวกเจ้ารอดูไปเถอะ”
อี้เฉินได้ยินน้ำเสียงที่สาวน้อยพูด เขาส่ายหัวขึ้นมาน้อยๆ อาวุธ ระดับ จักรพรรดิ ที่มีความนึกคิดเช่นนี้ ใช่ว่าจะครอบครองได้ง่ายๆ ครั้นเมื่ออี้เฉินนึกถึงเจดีย์น้อยในยามอดีต จู่ๆ สายตาของเขาก็ไหววูบขึ้นมา
น้ำเสียงสตรีน้อยในกลุ่มสำนักเพลิงผลาญ แค่นเสียงชิ!ขึ้นมาทันใด ที่เห็นอี้เฉินส่ายหัวให้กับคำพูดของนาง ชายอาภรณ์สีแดงเพลิง นางโบกสะบัดโยกไหว เข้าหาร่างอี้เฉิน อย่างไว ก่อนส่งกระบี่จ่อคออี้เฉินไว้ในทันที
“เจ้าส่ายหัวต่อหน้าคำพูดของข้า ถานเอ๋อร์ หมายความว่าอย่างไร เจ้าหนุ่ม ไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร”
ภาพนั้นต่างก็พาให้ผู้คนส่ายหัวกับสตรีนางน้อยผู้นี้ ที่วางอำนาจบาตรใหญ่ แถมยังมีเหล่าผู้อาวุโสคอยคุ้มกัน ทำให้หลายๆ คน ส่ายหัวให้อี้เฉิน ประหนึ่งว่าให้ชายหนุ่ม ถอยให้สตรีก้าวหนึ่ง แล้วจะไม่เป็นเรื่องใหญ่โต
ก่อนน้ำเสียงถอนหายใจ ผู้คนโดยรอบ จะดังออกมายาว นึกว่า ลานโล่ง จะอาบย้อมเลือดเสียแล้ว เมื่อเห็นรอยยิ้มของอี้เฉิน คลี่ยิ้มทอประกายไปให้สตรีน้อยอายุ ราวๆ 15-16ปี
ทว่าสิ่งที่ผู้คนไม่คาดคิดก็คือ เสียงดีดนิ้วใส่ใบกระบี่อี้เฉิน ดังออกมาก้อง พร้อมกับอักขระกฎเกณฑ์ ของบางอย่าง ส่งให้กระบี่ที่หญิงสาวถือจ่อคออี้เฉิน จู่ๆ ก็หนักอึ้งขึ้นมากะทันหัน จนปลายกระบี่ตกลงสู่พื้นเบื้องล่าง จวนหญิงสาวจะถือมันไม่อยู่อีกต่อไป “เจ้า! เจ้า! ทำอะไรกับกระบี่ของข้ากันแน่”
ภาพที่ผู้คนเห็น ต่างก็เบิกตาออกกว้างอ้าปากค้าง เมื่อเห็นกระบี่ด้ามเล็กๆ ร่วงพื้นจนเกิดแรงสั่นไหว รับรู้ได้เลยว่ามันจะหนักขนาดไหน แม้แต่แรงขั้นพลังวีรชน ยังไม่อาจยกขึ้นมาได้
“พวกท่านรีบมาช่วยข้าดึงกระบี่ของข้า ขึ้นเร็วเข้า” หญิงสาวร่างของนาง จวนจะยันความหนักอึ้งของกระบี่ นางไม่ไหวอีกต่อไป ทว่านางก็ไม่อยากอับอาย ต่อหน้าประชาชี
ภาพที่ผู้อาวุโสกับเด็กสาว ดึงกระบี่ให้ขึ้นมาตั้งตรง ด้วยความหอบเหนื่อย กลายเป็นภาพ ที่ทำให้ใบหน้าของผู้คนโดยรอบที่มองชม แปรเปลี่ยนไปตามอารมณ์ต่างๆ ทันที
ก่อนพวกเขาจะหันปรายตา ไปจ้องมองอี้เฉิน ที่สืบฝีเท้าเป็นตาเดียว พร้อมกับเสียงกลืนน้ำลาย ลงคอไปอึกใหญ่ ไม่คิดเด็กหนุ่มที่ดูไม่มีพิษมีภัย ราวกับเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ จะน่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้ แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสชรา ยังไม่อาจรับรู้ ถึงขั้นพลังของอี้เฉินได้ ก้าวฝีเท้าถอยห่าง จากเด็กหนุ่มอย่างไม่รู้ตัว
ทว่าทันใดที่อี้เฉินสืบ ฝีเท้าเข้าไปใกล้เจดีย์9ชั้น จู่ๆ ระลอกคลื่นบางอย่าง ก็ถูกปลดปล่อยออกมา จากเจดีย์สีทองพร่างพราว กดข่มร่างพวกเขาเล็กๆ จนรู้สึกขนลุกซู่ ชูชัน จากปราณพลังสายฟ้า ขึ้นมาโดยพลัน
อี้เฉินกล่าวพูดพึมพำออกมาทันที “หืม! เหมือนว่า มันกำลังจะกล่าวเตือนข้าเช่นนั้นหรือ?” ทว่าอี้เฉินไม่คิดหยุดฝีเท้า ย่างก้าวเข้าไปภายในเจดีย์9ชั้น อย่างไม่มีหวาดเกรง
ก่อนน้ำเสียง ถานเอ๋อร์ จะแค่นเสียงออกมาก้อง เมื่อกระบี่ในฝ่ามือของนาง กลับมาอยู่ในสภาพ ที่ปกติเหมือนอย่างเคย นางสบถด่า อี้เฉินออกมาดังลั่นในทันใด “พวกเจ้า รู้หรือไม่ มันเป็นคนของสำนักใด ช่างใจกล้าห่อฟ้านัก”
ก่อนหญิงสาวจะเอ่ยบอกคนภายในกลุ่ม แววตายังมีความดึงดัน ดื้อรั้น อยู่ในกรอบสายตา ก่อนเอ่ยสั่งการออกมาก้อง “พวกเราตามมันไปเร็วเข้า”
ทางด้านอี้เฉินที่เข้าไปภายในเจดีย์สีทอง เขาเองก็ไม่คาดคิด เช่นกันว่าภายในเจดีย์ ที่เต็มไปด้วยประจุไฟฟ้า จะส่งผล ให้ขั้นพลังของเขาถูกกดข่มจน อยู่แค่ในขั้นก่อกำเนิด เหมือนคนอื่นๆ เท่านั้น แม้แต่ขั้นพลังเทพสวรรค์ก็ไม่มีข้อยกเว้น
“ช่างเป็นพื้นที่แยกตัว ที่น่าหวาดเกรงจริงๆ” อี้เฉินอดไม่ได้ ที่จะกล่าวพึมพำชื่นชมออกมา ก่อนสืบฝีเท้าเดินขึ้นไปตามทางเดิน หมายมั่นจะพิชิต เจดีย์เก้าชั้นอีกครา
ภาพที่กลุ่มคนตามไล่หลังอี้เฉินมา พวกเขาเองก็ประหลาดใจกับฝีเท้าของอี้เฉินเช่นกัน ราวกับว่าพวกเขา เห็นเด็กหนุ่มไม่ถูกสายฟ้าเข้าเล่นงาน กล่าวสบถด่า ออกมาดังลั่น “เป็นไปได้อย่างไร เหตุใดมันถึงสืบฝีเท้า ไปได้รวดเร็วถึงเพียงนี้เล่า"
ถานเอ๋อร์ นางที่ไม่ยินยอมแววตา โกรธแค้นอี้เฉินอยู่ในกรอบสายตา แค่นเสียงออกมาดังก้อง “เจ้าออกมาเมื่อใด ข้าจะจัดการทั้งต้น ทั้งดอกเลยไอ้หนุ่มโอหัง”
อี้เฉินหันปรายตาไปมองเด็กสาว ในกรอบสายตา ก่อนคลี่ยิ้มทอประกาย ออกไปหยอกเย้าตัวนาง ประหนึ่งว่าเจ้าทำได้ ก็ลองดู
ก่อนร่างอี้เฉินจะหายวับ ไปอยู่ในชั้นที่สองด้วยเวลาอันรวดเร็ว เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งร้อยลมหายใจ ภาพนั้นต่างก็ทำให้เด็กสาว กำหมัดไว้จนแน่น ทว่าอี้เฉินกลับไม่ได้ เก็บความโกรธเกรี้ยว ของเด็กสาวมาใส่ใจเขาเท่าใดนัก หากจะโทษเกรงว่า จะเป็นสำนักที่นางอยู่ ให้ท้ายเด็กสาวมากเกินไป จนตัวนางเสียนิสัย
อี้เฉิน ที่ขึ้นมาชั้นที่สอง เขาเริ่มที่จะรับรู้ถึงความเจ็บปวด จากสายฟ้า ที่ก่อประจุเป็นสายฟ้าฟาด ไปทั่วกายาของเขา ขึ้นมาได้บ้างแล้วในยามนี้ ทำให้ใบหน้าของ อี้เฉินบึ้งตึงขึ้นมาระดับหนึ่ง เมื่อรับรู้ว่าหลายๆ สิ่ง แตกต่างไปจากยามอดีต อย่างสิ้นเชิง
พร้อมน้ำเสียงหนึ่งกล่าวส่งตรงเข้ามา ภายในโสตประสาทของอี้เฉิน “เจ้าออกไปจากสถานที่แห่งนี้เสีย เจ้าไม่ใช่คนที่ข้าตามหา ไม่เช่นนั้น เจ้าจะเสียเวลาเปล่า”
อี้เฉินครั้นได้ยินน้ำเสียง ที่ดังก้องกดข่มร่างกายเขาได้ เขารับรู้ได้ในทันทีว่า มันต้องเป็นเสียงของเจ้ามังกรสายฟ้า ที่อยู่ภายในเจดีย์ชั้น9 อย่างแน่นอน เขาแค่นเสียงออกมาดังก้อง ทำให้ผู้คนที่อยู่ภายในบริเวณนั้น ที่จดจ่อกับการก้าวเดิน ถึงกับต้องตกอกตกใจ
“เจ้าปรากฏตัว ออกมาพูดคุยกับข้าหน่อย”
ผู้คนโดยรอบต่างก็ส่ายหัวให้กับคำพูดของอี้เฉิน ก่อนจะค่อยๆ สืบฝีเท้าข้ามผ่านสายฟ้าต่อไป ไม่แม้จะเก็บเด็กหนุ่มมาใส่ใจ ทว่าอี้เฉินเขาห่างคิ้วสั่นกระตุกน้อยๆ เกรงว่ามันจะไม่ง่ายดาย อย่างที่เขาคาดคิดเสียแล้ว ไม่คิดไอ้มังกรสายฟ้า มันอยากจะเล่นแง่กับเขาเฉกเช่นนี้