บทที่ 38 สั่งสอนน่าหลานชิงผิง
ไม่นาน กลิ่นหอมของปลาเผาก็เริ่มกระจายไปทั่ว เธอทาชั้นน้ำมันอีกชั้นหนึ่ง เนื้อปลาดังฉู่ฉ่า สีเหลืองทองอร่าม ทำให้สองคนพี่น้องกลืนน้ำลาย
เธอพลิกปลาอย่างรวดเร็วหลายครั้ง โรยเครื่องปรุงต่างๆ กลิ่นก็ยิ่งหอมขึ้น รอสักพัก ก็จัดปลาทั้งห้าตัวใส่จาน พูดเบาๆ “เสร็จแล้ว กินได้เลย”
น่าหลานหรงยิ้มน้อยๆ “ขอบใจแม่นางจื่อ”
น่าหลานฉีคิดถึงขั้นตอนการย่างปลาของจื่อเชียนเกอซ้ำไปซ้ำมา แอบเรียนรู้ คิดในใจว่าคราวหน้าเขาย่างปลาต้องสำเร็จแน่ๆ
จื่อเชียนเกอเตือน เขาถึงได้รู้สึกตัวแล้วพูดด้วยความซาบซึ้ง “ขอบใจ” พูดจบก็รับจานไป วางบนโต๊ะเล็กที่เตรียมไว้ พี่น้องสองคนกินปลาคนละตัว
จื่อเชียนเกอมองวิธีการกินที่สุภาพเรียบร้อยของน่าหลานหรง ก็ถอนหายใจ
สมกับเป็นคุณหนูจริงๆ แม้แต่ตอนกินก็ยังกินทีละคำเล็กๆ เคี้ยวช้าๆ แสดงออกถึงความสง่างามและสุขุม สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจเล็กน้อยคือน่าหลานฉี เขากินแบบสบายๆ ดูเหมือนจะอดใจรอแทบไม่ไหว
หลังจากที่น่าหลานฉีได้ชิมปลาเผาแล้ว ก็ยกนิ้วให้ “แม่นางจื่อ ปลาเผานี้อร่อยมากจริงๆ อร่อยกว่าปลาเผาที่ข้าเคยกินมาทั้งหมด หอมมาก”
จื่อเชียนเกอยิ้ม ไม่พูดอะไร เธอรู้สึกว่ามีสายตาจ้องมองเธอมาตลอด เลยหันไปมองก็เห็นเด็กหญิงวัยเดียวกันยืนอยู่ไกลๆ
เด็กคนนั้นสวมชุดยาวสีเหลืองอ่อน ใบหน้างดงาม แต่ก็ยังด้อยกว่าน่าหลานหรงอยู่บ้าง ใบหน้าดูเย่อหยิ่ง ความอิจฉาริษยาในดวงตาทำลายภาพลักษณ์ของเธอ
น่าหลานฉีมองตามสายตาเธอไป เห็นว่าเป็นน้องสาวอีกคนของเขา เลยได้แต่พูดว่า “ชิงผิง เรียกพี่ใหญ่มากินปลาเผาด้วยกันสิ”
น่าหลานชิงผิงขยี้ผ้าเช็ดหน้าในมือ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแอ “เจ้าค่ะ พี่รอง”
ไม่นาน น่าหลานชิงผิงกับเด็กหนุ่มอีกคนก็เดินมาด้วยกัน
ใบหน้าของเขามีส่วนคล้ายกับน่าหลานฉีห้าส่วน รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาออกไปทางอ่อนหวาน ดูก็รู้ว่าเป็นคนเจ้าเล่ห์
เขาสวมชุดสีดำ มุมปากมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำให้จื่อเชียนเกอนึกถึงสัตว์ชนิดหนึ่งนั่นคือ “งู” งูพิษที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดเพื่อรอโอกาส
เธอไม่อยากยุ่งกับคนเช่นนี้จึงมองอย่างเฉยเมย แล้วก็ละสายตาไป มือเล็กๆ ลูบขนนุ่มๆ ของเสี่ยวเชียน
น่าหลานชิงผิงกับพี่ชายเห็นกิริยาท่าทางเช่นนี้ ก็ไม่พอใจ แต่ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่นั่งลงที่โต๊ะเล็กๆ แล้วกินปลาไปอย่างเงียบๆ
หลังจากที่น่าหลานฉีกินปลาเผาตัวใหญ่ที่สุดเสร็จแล้ว ก็ถอนหายใจ
“แม่นางจื่อ คืนนี้พวกเราได้กินของอร่อย ขอบใจเจ้ามาก ปลาที่เจ้าย่างอร่อยมากจริงๆ อร่อยกว่าอาหารของร้าานอี้อวิ๋นอีก”
ร้าานอี้อวิ๋นคือร้านอาหารของวังหลิงอวิ๋น พ่อครัวใหญ่เป็นคนของตันหมัวมัว ถ้าเทียบฝีมือทำอาหาร เธออาจจะเหนือกว่า จื่อเชียนเกอก็ไม่ได้ถ่อมตัวแล้วยิ้ม “พวกเจ้าชอบก็ดีแล้ว”
น่าหลานชิงผิงเห็นรอยยิ้มของจื่อเชียนเกอ ก็รู้สึกแสบตา น่าหลานหรงสวยกว่าเธอ ทั้งยังเป็นลูกสาวคนโตของตระกูล เป็นที่รักของตระกูล เธอสู้ไม่ได้ก็ทำอะไรไม่ได้
แต่ตอนนี้เด็กบ้านนอกที่มาจากไหนก็ไม่รู้ กลับสวยกว่าน่าหลานหรง ความอิจฉาในใจเด็กสาวก็พุ่งสูง เมื่อเห็นจื่อเชียนเกอไม่ได้ใส่เครื่องประดับอะไรเลย ก็เลยพึมพำด้วยความดูถูก
“ทำหน้าเจ้าชู้ โตขึ้นต้องเป็นปีศาจจิ้งจอกแน่ๆ เด็กสาวบ้านนอกเช่นนี้จะมีปัญญากินอาหารของร้านอี้อวิ๋นได้หรือ น่าขำยิ่งนัก”
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นมีแค่น่าหลานชิงผิงที่มีพลังต่ำที่สุด ทุกคนได้ยินเสียงพึมพำของเธอ น่าหลานฉีกับน่าหลานหรงหน้าเสีย และมองจื่อเชียนเกอด้วยแววตาขอโทษ
ส่วนน่านหลานชิงหยางแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม
จื่อเชียนเกอมองเธออย่างเย็นชา ดวงตาเต็มไปด้วยความเยือกเย็น เจอกันครั้งแรก เพราะถูกชะตากับน่าหลานฉีกับน้องสาว เลยเข้ามาทักทาย เห็นน่าหลานชิงผิงพูดจาไม่ดี ก็ไม่อยากสนใจ เด็กโง่ๆ เช่นนี้ เธอไม่อยากยุ่งด้วย แล้วก็ละสายตาไป
น่าหลานชิงผิงเห็นสายตาเช่นนั้น ก็ตกใจ สายตาของเธอเย็นชาและเฉียบคม ทำให้เด็กสาวรู้สึกหวาดหวั่น พอรู้สึกตัว ก็เห็นว่าจื่อเชียนเกอไม่มองเธอแล้ว ความรู้สึกที่ถูกเมินเช่นนี้ ทำให้นางโมโหมาก
น่าหลานฉีรู้จักน้องสาวคนนี้ดี เมื่อเห็นว่านางกำลังจะพูดจาไม่ดีอีกแล้ว ก็หน้าบึ้ง ขมวดคิ้ว พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ชิงผิง ขอโทษเดี๋ยวนี้!”
น่าหลานชิงผิงไม่คิดว่าน่าหลานฉีจะตำหนินางถึงเพียงนี้
ถึงนางจะเป็นลูกสาวคนรอง แต่ท่านพ่อก็รักนางมาก ไม่เคยถูกใครรังแก พอถูกตำหนิน้ำตาก็ไหลพราก เม้มปากแน่น พูดอย่างดื้อรั้น “ข้าไม่ได้พูดอะไรผิด เหตุใดต้องขอโทษ?”
น้องสาวคนนี้ถูกตามใจจนเสียคน น่าหลานฉีก็รำคาญที่นางไม่มีเหตุผล จึงหันมองพี่ชาย พอเห็นว่าเขายังคงนิ่งเฉยก็เลยถอนหายใจและกล่าวขอโทษแทน
“แม่นางจื่อ ข้าขอโทษด้วย! น้องสาวข้าถูกตามใจจนเสียคน ดื้อรั้นไปหน่อย พูดจาไม่สุภาพ ข้าขอโทษแทนนางด้วย”
ก่อนที่จื่อเชียนเกอจะทันได้เอ่ยปาก น่าหลานชิงผิงก็พูดรัวไม่หยุด “พี่รอง ท่านบ้าไปแล้วหรือไง นางยังเด็กอยู่แท้ๆ กล้าเข้าป่าเตียนอวิ๋นคนเดียวได้อย่างไร นางต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างแน่ๆ คงสืบเรื่องของพวกเรามาแล้ว และสนใจฐานะของพวกเราด้วย จึงแกล้งมารออยู่ที่นี่เพื่อยั่วยวนท่าน
ข้าพูดไม่ผิดหรอก ทำหน้าเจ้าชู้เช่นนั้น ต้องเป็นลูกปีศาจจิ้งจอกแน่ๆ จงใจมายั่วยวนคนอื่น”
พูดยังไม่ทันจบ จื่อเชียนเกอก็พุ่งเข้าไป เตะน่าหลานชิงผิงกระเด็นไปกองกับพื้น
กระบี่เหมันต์ในมือจ่อไปที่คอน่าหลานชิงผิงอย่างรวดเร็ว เท้าขวาเหยียบแขนเธอ ออกแรง “กร๊อบ” เสียงกระดูกหักดังขึ้น
เธอทำทุกอย่างได้ในชั่วพริบตา ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นไม่ทันตั้งตัว เสียงของจื่อเชียนเกอเย็นยะเยือก ดวงตาคมกริบ “ใครกล้าดูถูกแม่ข้า มันต้องตาย!”
น่าหลานชิงหยางแอบสังเกตจื่อเชียนเกอมาตลอด ที่น้องสาวหาเรื่อง เขาจงใจปล่อยเลยตามเลย เพราะอยากลองใจเด็กสาวคนนี้ แต่ไม่คิดว่านางจะลงมือ แถมยังลงมืออย่างเด็ดขาดและโหดเหี้ยม
แค่พริบตาเดียว ก็หักแขนน้องสาวเขาไปข้างหนึ่ง ตอนนี้กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวนางยังทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่น รีบตะโกนด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความหวาดกลัว
“หยุดนะ!”
องครักษ์ทั้งหมดของตระกูลน่าหลานรีบมารวมตัวกัน ไม่คิดว่าคนที่คุยกันดีๆ เมื่อครู่จู่ๆ ก็ต่อสู้กัน
กลิ่นอายของจื่อเชียนเกอทำให้ทุกคนตกตะลึง เด็กอายุสิบขวบคนนี้ กลับมีจิตสังหารและความเย็นชา ราวกับนักฆ่าที่วนเวียนอยู่กับความเป็นความตายมาตลอด