และแล้วก็ถึงวันที่เจ้าหน้าที่สำนักงานอเนกประสงค์นัดหมายให้คุณนงลักษณ์มารับคัมภีร์แม่มด วันนี้ญาและกรณ์ไม่อยู่ เพราะต้องตามหาเบญจรงค์เก่านับร้อยปีที่เป็นของลูกค้า ซึ่งวัตถุโบราณนั้นได้ถูกขโมย พวกเธอจึงสงสัยว่ามันอาจจะอยู่ตามพิพิธภัณฑ์ เลยพากันไปที่นั่นเพื่อสำรวจและสอบถามเจ้าหน้าที่
ทำให้ตอนนี้รันอยู่ในสำนักงานตามลำพัง รันนั่งมองคัมภีร์แม่มดโบราณเก่าๆ เล่มหนา เธออยากจะเปิดดู แต่ก็ไม่กล้าเพราะเกรงกลัวอาถรรพ์
“อ้าว คุณนงลักษณ์ เชิญนั่งสิคะ” รันทักหญิงวัยกลางคน
“นี่น่ะหรือ คัมภีร์แม่มด” นงลักษณ์หยิบมาดู ราวกับเป็นหนังสือธรรมดาๆเล่มหนึ่ง
“ใช่ค่ะ นักโบราณคดีไปขอมาจากนักบวชคนหนึ่งแถวภาคใต้ค่ะ” รันเล่า
“ขอบใจมาก ไหนดูซิ” นงลักษณ์ดึงคัมภีร์มาเปิดอย่างแรง และเปิดหาอะไรบางอย่างโดยเร็ว
รันทึ่งที่แม่เล็กไม่เกรงกลัวเลยสักนิด และพยายามมองหาคาถาอะไรสักอย่าง เลยหลุดปากถามว่า “คุณหาอะไรอยู่งั้นหรอคะ”
“ก็หาคาถาย้ายร่างสิถามได้” นงลักษณ์เผลอตอบ
“คาถาย้ายร่าง” รันตกใจ
นงลักษณ์ตั้งสติได้ เธอไม่ควรให้บุคคลภายนอกรับรู้เรื่องนี้ เลยรีบตัดบท “อะนี่ สองพันบาท ฉันไปล่ะ”
“เอ่อ เดี๋ยวสิคะ” รันพยายามรั้งเพื่อถามอีก
ระหว่างที่นงลักษณ์ลุกหนี อยู่ดีๆเธอก็แน่นหน้าอก เลยทำให้คัมภีร์หลุดมือตกไปบนพื้น
รันรีบวิ่งเข้าไปประคอง เพื่อดูอาการแม่เล็ก “คุณนงลักษณ์เป็นอะไรไปคะ เดี๋ยวฉันเรียกรถพยาบาลให้นะคะ”
รันกำลังจะคว้ามือถือ แต่ถูกนงลักษณ์รั้งไว้ “ไม่มีประโยชน์หรอก ต้องเป็นฝีมือของรวิวรรณแน่ๆ”
“อะไรนะคะ รวิวรรณแม่หนูงั้นหรอคะ” รันยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่
“ฉันบอกให้ก็ได้ สองคนสลับวิญญาณกัน นังรวิวรรณมันเป็นแม่มด มันเข้าไปอยู่ในร่างลูกสาวฉะ ฉัน…” นงลักษณ์ขาดใจตายทันที
“แม่เล็ก เอ้ย คุณนงลักษณ์อย่าเป็นอะไรไปนะคะ ใครก็ได้ช่วยด้วย” รันตะโกนเรียกคนนอกสำนักงาน
คนที่ผ่านไปผ่านมาภายนอกสำนักงานรีบเข้าไปช่วยดูอาการ และช่วยแจ้งมูลนิธิเพราะตอนนี้คุณนงลักษณ์ได้เสียชีวิตไปแล้ว
ตกเย็น รันเหน็ดเหนื่อยจากการดำเนินเรื่องของคุณนงลักษณ์ ผลชันสูตรออกมาว่าคุณนงลักษณ์หัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่งอาจเกิดจากโรคประจำตัวของเธอ
ตอนค่ำ กรณ์ขับรถพารันและคุณยายไปเคารพศพของคุณนงลักษณ์ ซึ่งส่วนใหญ่แขกเหรื่อที่มาร่วมงานจะเป็นเหล่าชนชั้นสูงและนักธุรกิจชื่อดัง ทำให้พวกเธอต้องไปนั่งอยู่ด้านหลังสุดเพื่อฟังสวดศพ
ในระหว่างที่พระสวดอภิธรรม รันก็มองไปที่นิธิชลและคอยสังเกตอากัปกิริยา ทำให้เธอสงสัยว่าเหตุใดถึงไม่เหมือนพี่ชลคนเดิม และเรื่องที่รวิวรรณในโรงพยาบาลและนงลักษณ์พูดนั้นกลับกล่าวตรงกัน นั่นก็คือ รวิวรรณแย่งร่างของนิธิชลไป
ดังนั้นวันรุ่งขึ้น รันจึงแอบไปพบนิธิชลที่คฤหาสน์
นิธิชลที่สวมชุดดำ ออกมาพบเด็กสาวที่ห้องรับแขก
“ยายวรรณเป็นอะไรงั้นหรอ หรือว่าป่วย” นิธิชลรีบถาม
“เปล่าหรอกค่ะ หนูมาคุยกับคุณเรื่องคาถาย้ายร่าง” รันรีบพูด
นิธิชลขมวดคิ้ว “เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”
“แสดงว่าที่แท้คุณก็เป็นรวิวรรณที่ย้ายเข้าร่างนิธิชลสินะคะ” รันพูดตามตรง
“อย่าพูดพล่อยๆนะ ฉันฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทได้นะ จะบอกให้” นิธิชลตกใจก็จริง แต่ก็รีบขู่เด็กสาว
“คุณอนุชินคงรู้เรื่องนี้ด้วย เขาก็เลยไม่เคยสนใจแม่ฉันเลยสินะคะ” รันคาดเดา
“เอาล่ะ เธอต้องการอะไร” นิธิชลถอนหายใจ พร้อมที่จะพูดความจริง
“คุณต้องการสมบัติมาก ขนาดถึงขั้นทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้เลยหรอคะ” รันสงสัย
“คนที่เลวร้าย คงเป็นแม่เธอเสียมากกว่า นิธิชลต้องการทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คุณชินมาครอบครอง ถึงขั้นจ้างกลวิทย์มาทำร้ายฉัน แต่ฉันแอบไปรู้แผนการของเธอเสียก่อน ฉันก็เลยเล่นเธอให้หนัก ด้วยการใช้คาถาต้องห้ามแบบนี้ เมื่อนิธิชลอยู่ในร่างของฉัน เธอก็เลยแพ้ภัยตัวเอง กลวิทย์เลยได้ข่มขืนนิธิชลในร่างฉันแทน เป็นไงล่ะ นี่แหละคือกฎแห่งกรรม” รวิวรรณในร่างนิธิชลเล่า
“แต่คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้นะคะ” รันไม่พอใจ
“แล้วคนรวยอย่างนิธิชลมีสิทธิ์ทำร้ายคนจนอย่างฉันงั้นหรือ” รวิวรรณต้องการความเป็นธรรม
“มันก็จริง แต่ว่า….” รันพูดไม่ออก
“เธอไปซะ ยังไงก็ไม่มีใครเชื่อเธอหรอก” รวิวรรณไม่กลัวหญิงสาวเปิดโปง
“แต่แม่ฉันคงไม่ยอมแน่นอน” รันนึกถึงแม่
“อย่าลืมสิว่าแม่เธอมีอาการทางจิต ใครจะไปเชื่อ” รวิวรรณไม่ยี่หร่า
“ในเมื่อฉันรู้ความจริงหมดแล้ว คุณคงเป่าคาถาทำให้ฉันตายเหมือนกับคุณนงลักษณ์สินะคะ” รันคาดเดา
“ฉันไม่ได้ทำร้ายคุณนงลักษณ์ เธอระแวงไปเองต่างหาก และเพราะเธอมีโรคประจำตัวอยู่แล้วด้วย ความเครียดและจิตหมกมุ่นเรื่องคาถาจึงทำให้คุณนงลักษณ์มีอาการโรคเก่ากำเริบ” รวิวรรณอธิบาย
“เอาล่ะค่ะ ฉันจะเชื่อคุณ และจะไม่กล่าวถึงเรื่องนี้อีก เพราะฉันรู้ดีว่ามันแก้คืนไม่ได้แล้ว” รันปล่อยวาง
“ถ้าแม่ฉันเดือดร้อน รบกวนแจ้งข่าวให้ฉันด้วย ฉันยินดีช่วย” รวิวรรณยังคงห่วงอดีตแม่บ้าน
“ค่ะ งั้นฉันขอลานะคะ” รันเดินออกมา เธอก็รู้สึกปลงๆกับความไม่แน่นอนของโลกใบนี้จริงๆ
แม้เรื่องคาถาย้ายร่างจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่บุษในร่างรันก็แก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว เธอจำต้องยอมปล่อยเลยตามเลย
***********************************
และแล้วอีกไม่กี่วันก็จะครบหนึ่งเดือนแล้ว รันก็ยังคงทำงานที่สำนักงานนี้เช่นเดิม แต่วันนี้พิเศษตรงที่แม่ของญาเชิญให้เพื่อนๆลูกมาทานข้าวด้วยกัน
ทำให้รันรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวบ้านเพื่อน จนกรณ์ต้องทัก “ทำเหมือนไม่เคยมาไปได้”
“มันก็ตั้งนานแล้วนี่นา” รันกล่าวอ้าง
รันอยากไปสำรวจบ้านเพื่อนเลยขอตัวไปชมสวน
แม่ของญาทำกับข้าวเสร็จและตั้งโต๊ะพร้อม แต่สองสาวและแม่ของญาก็ต้องแปลกใจที่พวกเธอรอรันตั้งนานแล้ว ทำไมถึงยังไม่มาเสียที ทั้งสามจึงออกตามหา
สักพักกรณ์ก็ตะโกน “ช่วยด้วยรันเป็นลม”
ญาและกรณ์ช่วยกันประคองร่างของรันให้เข้าไปข้างในบ้าน
แม่ของญารีบเดินไปหยิบยาดมมาให้
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงรันถึงฟื้น
“เกิดอะไรขึ้นน่ะรัน” กรณ์รีบถาม
“ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ดีๆก็วูบน่ะ” รันอธิบายไม่ถูก
“ไปโรงพยาบาลดีกว่านะ” ญาเป็นห่วง
“นั่นสิ ป้าเห็นด้วย” แม่ของญากล่าว
“ค่ะ เดี๋ยวรันให้กรณ์พาไปค่ะ” รันไม่อยากให้ทุกคนต้องเป็นห่วง
“บางทีรันอาจหิวข้าวจนหน้ามืดก็ได้นะ” กรณ์แอบแซว
“อาจเป็นไปได้ งั้นพวกเรามาทานกันดีกว่า” รันพูดยิ้มๆ
และแล้วทุกคนก็ทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย พากันลืมเหตุการณ์ก่อนหน้าไปเลย
***********************************
แต่ตกกลางคืน รันก็ฝันถึงเหตุการณ์ก่อนที่รันธิมาตัวจริงจะตาย นั่นคือตอนที่รันตัวจริงถูกรถคันหนึ่งชนเข้าอย่างจัง ทำให้หญิงสาวมีอาการบาดเจ็บสาหัส เสียเลือดไปมาก และรันก็ฝันอยู่อย่างนั้นทุกๆคืน
เช้าวันรุ่งขึ้น รันก็อยู่ที่สำนักงานคนเดียวเช่นเคย เพราะเพื่อนๆเดินทางไปพิพิธภัณฑ์อีกที่ เพื่อค้นหาเบญจรงค์ให้ลูกค้า
ชายวัยกลางคน น่าจะประมาณ 50 ปีมาพบเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน
“มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ” รันออกมาต้อนรับ
“ฉันอยากได้รูปถ่ายของบุษบง อดีตดาราสาวที่เสียชีวิตไปแล้วน่ะ” ชายคนนั้นไม่แนะนำตัว แต่รีบบอกวัตถุประสงค์ทันที
รันพูดพึมพำเบาๆ “อีกแล้วงั้นหรอ”
“ว่าไงนะ” ชายคนนั้นแปลกใจ
“อ้อค่ะ ว่าแต่คุณจะเอารูปเธอไปทำอะไรคะ” รันอยากรู้ว่าชายคนนี้จะเป็นเหมือนกลวิทย์หรือไม่
“สมัยก่อนฉันเป็นแฟนคลับของดาราคนนี้ แต่น่าเสียดาย ฉันไม่ได้เก็บรูปเธอไว้เลย” ชายคนนั้นกล่าวเสียงเรียบ ไม่ได้มีท่าทางโกหก
“ฉันมีพอดีค่ะ ฉันส่งให้คุณเลยก็แล้วกันค่ะ” รันมีรูปอยู่ในคอมพิวเตอร์แล้ว
“อะนี่ ค่าจ้าง” ชายคนนั้นยื่นเงินให้
“ไม่เป็นไรค่ะ” รันเห็นว่าเธอไม่ได้ช่วยอะไรมาก
“เอาไปเถอะ ฉันไม่อยากติดค้างใคร” ชายคนนั้นยังคงยื่นเงินให้
รันจึงยอมรับค่าจ้าง
“ว่าแต่ฉันคุ้นหน้าเธอนะ” ชายคนนั้นกล่าว
“คุณรู้จักฉันด้วยหรอคะ” รันสงสัย
“อ้อ ใช่ ฉันจำได้แล้ว เมื่อต้นเดือนเธอเกิดอุบัติเหตุโดนรถชน แต่รถคันนั้นหนีไปไม่ยอมรับผิดชอบนี่สิ โชคดีที่เธอรอดมาได้นะ เห็นว่ารถชนเธออย่างแรง เพราะขับเร็วมาก”
“แล้วป่านนี้จับได้หรือยังคะ” รันอยากรู้
“ยัง เพราะแถวนั้นไม่มีกล้องวงจรปิด มีเพียงแต่พยานเท่านั้น” ชายคนนั้นกล่าว
“แสดงว่าเขาคนนั้นเห็นเหตุการณ์สิคะ” รันรู้สึกมีความหวังที่จะเรียกร้องความยุติธรรมให้รันธิมาตัวจริง
“ใช่! แต่เขาไม่น่าเชื่อถือ เพราะเป็นคนไม่เต็มบาท”
รันมีประสบการณ์มาจากแม่ของตนเอง เธอคิดว่าคนพวกนี้อาจพูดความจริง เลยว่า “คนคนนั้นว่ายังไงบ้างคะ”
“เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งแอบดูเธออยู่ตลอด พอเธอเดินถึงที่หมาย เธอคนนั้นก็รีบขึ้นรถเก๋งคันสีแดง และตั้งใจขับชนเธอโดยแรง”
“ฉันสามารถแจ้งจับคนนั้นได้มั้ยคะ” รันคิดว่านั่นเป็นเบาะแสสำคัญ
“ก็อย่างที่บอก ชายเร่ร่อนคนนั้นจิตไม่ปกติ ไม่สามารถเป็นพยานให้ได้หรอก”
“ขอบคุณมากนะคะสำหรับเบาะแส ว่าแต่ทำไมคุณถึงยอมบอกฉันล่ะคะ” รันแปลกใจ
“ฉันว่าคดีเธอออกจะคล้ายๆคดีของดาราสาวอย่างบุษบงน่ะสิ”
“หมายความว่ายังไงคะ ในเมื่อข่าวระบุว่าเธอฆ่าตัวตายต่างหาก” รันสงสัย
“มีคนเร่ร่อนมองเห็นว่าดาราสาวถูกใครสักคนผลักตกจากระเบียง แต่ก็อย่างว่านะ ไม่มีใครเชื่อคำพูดของชายเร่ร่อนคนนั้นเช่นกัน”
รันกำหมัดไว้แน่น และเจ็บใจที่เอาผิดคนร้ายไม่ได้เลย ชะตาของบุษและรันช่างเหมือนกันไม่มีผิด
“ฉันต้องกลับโรงพักแล้ว” ชายคนนั้นกล่าว
“คุณเป็นตำรวจงั้นหรอคะ” รันสงสัย
“ใช่ มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ อะนี่ นามบัตร” ตำรวจยื่นนามบัตรให้
รันไหว้ผู้อาวุโสแล้วรับนามบัตรมาเก็บไว้กับตัว