ด้านภูวิทย์หลังจากได้รับคำสั่งจากกฤษณะเขาก็ได้ขับรถตรงมาโรงแรมทันทีแต่พอเดินออกมาจากลิฟต์ก็เห็นเลขาสาวของนายกำลังนั่งอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์อย่างตั้งหน้าตั้งตาไม่สนใจสิ่งรอบข้างเขาจึงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาว ทว่าเธอก็ยังไม่ยักจะเห็นเขาอีกอยู่ดี ภูวิทย์จึงใช้โอกาสนี้ลอบมองดวงหน้าหวาน เรียวปากหยักเผลอยิ้มมุมปาก
ส่วนอีกคนที่นั่งคิดอะไรเพลินๆ เมื่อรู้สึกว่ากำลังมีอีกสายตาจับจ้องมาเธอก็ละสายตาจากข่าวตรงหน้า แหงนหน้ามองไปยังสายตาคู่นั้นใบหน้าหวานผละไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าภูวิทย์ยืนอยู่
“คะ คุณภูมานานแล้วหรอคะ” อรปรีดารีบพับหนังสือพิมพ์เก็บใบหน้าหวานร้อนวูบรู้สึกใไม่น้อยกับการปรากฏตัวของเขา
“เอ่อแล้วท่านประธานเข้าไปตอนไหนกันคะ อรไม่ยักจะเห็น แล้วไหนจะคุณเตอีก” เธอถามรัวเร็วอย่างแก้เก้อ
“นายกลับไปไร่แล้วไอ้เตก็ไปด้วยถ้ามีเอกสารอะไรที่ผมต้องดู ก็เอาไปให้ผมที่ห้องและกัน”
สุ้มเสียงราบเรียบตอบรับห้วนๆ ไม่สบอารมณ์นักที่ได้ยินหญิงสาวถามถึงผู้ชายอีกคนทำไมต้องถามถึงมันด้วยนะ รึว่าจะชอบไอ้เต ใบหน้าคมฉายแววหงุดหงิดก่อนหมุนตัวเดินเข้าห้องประชุม ที่อยู่ถัดไปจากห้องทำงานของกฤษณะซึ่งเขามักจะไปตรวจเอกสารต่างๆ แทนเ้านายที่นั่นยามที่กฤษณะไม่อยู่และมอบหมายหน้าที่ให้เขาทำแทนทิ้งให้หญิงสาวนั่งมองตามหลังพึมพำอยู่กับตัวเอง
“กลับไปแล้วเธอไม่เห็นจะรู้เลยว่าท่านประธานจะกลับวันนี้ แต่เอาเถอะสงสัยจะรีบจริงๆ นี่สินะ ่ข้าวใหม่ปลามันคงไปฮันนีมูนกันละซิท่า”
รอยยิ้มหวานปรากฏ แต่ยิ้มได้เพียงชั่วครู่ก็กลับมาสลดอีกครั้ง
“จริงสิ ในเมื่อคุณเตไม่อยู่แล้วเธอจะพูดคุยกับใครล่ะแต่เอ๊ะ เดี๋ยวนะ แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนี่หน่า จะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับคุณภูมากขึ้น”คิดดังนั้นใบหน้าเศร้าหมองก็เปลี่ยนมายิ้มแย้ม รีบตระเตรียมเอกสารทันที
หลังจากเดินเข้ามาภายในห้องภูวิทย์ก็กระแทกก้นลงนั่งอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เมื่อนึกถึงสิ่งที่เพื่อนกำชับ
‘ดูแลคุณอรแทนฉันให้ดีๆล่ะ ถ้ามีผู้ชายเข้ามาจีบเเล้วเธอเปลี่ยนใจไป คงอกหักแย่’
นั่งคิดอย่างไม่ชอบใจแต่ไม่นานนักหญิงสาวก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารที่หอบมาอย่างพะรุงพะรังนำมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของเขาภูวิทย์จึงรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าและอารมณ์หันมาสนใจกับงานแทน
ฮะ ฮะ ฮะ ฮัดชิ่ววว!!
เสียงจามของเตชิตดังขึ้นทำลายความเงียบภายในรถสงสัยว่าข้อความ ‘จริงใจ จากใจจริง’ของเขาที่ฝากทิ้งเอาไว้กำลังกำเริบอยู่เป็แน่ ฮ่าฮ่าฮ่าหัวเราะภายในใจอย่างชอบใจตัวเอง
การเดินทางที่แสนจะยาวนานบวกกับความตึงเครียดของบรรยากาศภายในรถไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุย ดูแล้วช่างไม่เหมือนคู่รักที่เพิ่งจะผ่านการแต่งงานกันใหม่ๆเลยสักนิดเดียว สอดส่องเหลียวมองผู้เป็นายทางกระจกหลังที่เอาแต่นั่งกอดอกทำหน้าเคร่งขรึมั้แ่ออกมาจากบ้านใหญ่เหมือนกับว่ากำลังครุ่นคิดอะไรสักอย่างอยู่
‘นั่งเงียบไม่พูดไม่จาแหม!! ทำเป็หยิ่งไปได้ แต่ไม่เป็ไร อิอิเดี๋ยวเตชิตคนนี้รับอาสาปฏิบัติการสอใส่เกือก (เสือกขึ้นมาเอง)’
“นายหญิงเคยมาเที่ยวทางเหนือบ้างไหมครับ”เตชิตเอ่ยถามอย่างสุภาพทางอริสาที่กำลังมองออกไปนอกรถได้หันกลับไปมองคนถามเล็กน้อยก่อนจะตอบรับคำถามนั้นอย่างเป็กันเอง
“ยังหรอกค่ะนี่เป็ครั้งแรกเลย จริงๆ ลูกหว้าเองก็อยากจะไปเที่ยวชมไร่องุ่น ชิมองุ่นสดๆ อยู่เหมือนกันไม่รู้ว่ามันจะอร่อยมากสักแค่ไหน”
“งั้น!! ผมรับรองได้เลยครับ ถ้าได้ชิมไม่ผิดหวังแน่อีกอย่างไม่ใช่แค่องุ่นอย่างเดียวที่อร่อย บรรยากาศที่ไร่ของนายสวยอย่าบอกใครเลยละครับโดยเฉพาะแถวน้ำตกด้วยแล้ว ผมว่านายหญิงต้องชอบแน่นอน” โม้เสร็จสรรพอย่างต่อเนื่อง
“อ่อ!! แล้วนายหญิงเคยไปภาคใต้บ้างรึเปล่าครับ ถ้ายังไม่เคยไม่เป็ไรเพราะทางเรามีรีสอร์ตบนเกาะส่วนตัวที่กำลังสร้างและจะเสร็จในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเพียงแค่นายหญิงอยากจะไปเพียงเท่านั้น ฮ่าฮ่าฮ่า....ก็บอกนายได้เลยครับ”สิ้นคำพูดนั้นอริสาก็หัวเราะตอบรับสดใส
“รีสอร์ตริมทะเล คงจะสวยน่าดูนะคะ”พูดแล้วก็นึกถึงแบบรีสอร์ตที่ทำให้เธอได้งานสถาปนิกที่บริษัทอนุรักษ์ แบบรีสอร์ตที่เป็โจทย์ทดสอบให้เธอร่างส่งจนมีโอกาสได้สานต่อแบบจนเสร็จหลังจากได้เข้าไปทำงานอย่างเต็มตัว
“อ่อใช่ครับแล้วนายหญิ.....”
“หุบปากแล้วขับรถไป ถ้ายังไม่หยุดฉันนี่แหละจะทำให้แกหยุดไอ้เต ตัดเงินเดือนสักครึ่งหนึ่งดีไหมฮะ”เสียงเข้มของกฤษณะดังเบรกเสียงของเตชิตที่กำลังจะโม้ขึ้นมาอีกระลอกหนึ่งโดยที่อีกฝ่ายหยุดเงียบพร้อมกับส่งยิ้มเจื่อนๆ ทางกระจกหลังให้กับอริสาก่อนเหลียวมองผู้เป็นายอีกครั้ง
‘ไอ้เตคนนี้มันผิดตรงไหนกันครับนายผมก็แค่เป็ผู้บรรจงสร้างบรรยากาศคึกคัก ครื้นเครงให้กับเื่ก็เท่านั้นเอง ทำไม้ทำไม เอะอะอะไรนายถึงต้องคอยจ้องแต่ตัดเงินเดือนผมด้วยอะ’ ข้อความจากมุมเล็กๆ ภายในใจของเตชิตดังขึ้นมาระบายความเศร้า เพื่อหวังว่าจะมีใครสักคนเข้ามาได้ยินโดยบังเอิญ