นี่มัน… จะเรียกว่ายังไงดีนะ นรกลงทัณฑ์หรือสวรรค์ประทานพรดีล่ะ?
ภายในห้องเรียนตอนกลางคืน แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาข้างใน ในห้องที่ไม่มีนักเรียนและไม่ควรจะมีใครอยู่ ตอนนี้นอกจากผมแล้วยังมีหญิงสาวอยู่คนหนึ่ง
เธอกำลังนั่งอยู่ตรงเก้าอี้สำหรับอาจารย์ แต่ว่าท่วงท่าที่เธอนั่งตอนนี้ ต้องเรียกว่า มันช่างน่าอายเหลือเกินสำหรับผู้หญิง
อยากให้ลองนึกภาพเก้าอี้ที่มีที่วางแขน นั่นล่ะ ขาแต่ละข้างของเธอลอดไปใต้ที่วางแขนนั้นทำให้เธออยู่ในสภาพกางขาตลอดเวลาเผยให้เห็นชั้นในของเธอที่อยู่ภายใต้ถุงน่อง และถ้าหากถามว่าเธออายกับสภาพที่เป็นอยู่ไหม แก้มสีแดงระเรื่อก็คงเป็นตัวบ่งบอกได้ดี
ถ้างั้น ทำไมเธอไม่ลุกจากเก้าอี้นั้นมาล่ะ?
แน่นอน คำตอบของคำถามนั้นก็คือ เธอไม่สามารถลุกได้ ผมได้จัดการมัดเชือกให้หาเธอติดกับที่วางแขน ส่วนแขนสองข้างของเธอก็มัดโยงเอาไว้ด้านหลังของเธอทำให้เธออยู่ในสภาพยกแขนและข้อมือสองข้างก็ถูกมัดอยู่บริเวณคอของเธอ ทำให้เธอต้องยกแขนตลอดเวลาอย่างช่วยไม่ได้
และนั่นก็ทำให้ผมได้เห็น หน้าอกอวบอิ่มของเธอที่อยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ต เหมือนมันกำลังรอให้ผมปลดปล่อยมันออกมา ภายใต้บราที่คับแน่น แต่ว่า ผมยังอดใจตัวเองเอาไว้
“แค่นี่พอได้รึยัง นายจะมัดฉันทิ้งไว้ทั้งคืนเลยรึไง”
เธอเอ่ยถามออกมา น้ำเสียงของเธอแฝงความหวาดกลัวเอาไว้ ดูแล้วช่างน่าเอ็นดูและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน แต่ว่า ถ้าจะขอความเมตตาจากผมละก็เสียใจด้วย สำหรับเธอคนนี้ ผมไม่มีให้หรอก
“ก็คิดแบบนั้นอยู่”
“ห๋า”
เธอส่งเสียงแปลกใจออกมา ตอนนี้ผมให้ผ้าผูกตาเธอเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นแววตาของเธอได้ แต่ถ้าให้เดา แววตาของเธอคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแน่นอน
“นายบ้าไปแล้วเหรอ พรุ่งนี้ไม่ใช่วันหยุดนะ ถ้าเกิดนายปล่อยฉันไว้แบบนี้ นักเรียนก็จะมาเห็นฉันในสภาพน่าอายแบบนี้ล่ะสิ”
“นั่นล่ะที่ฉันต้องการ คอยสมกับที่เธอทำกับฉันไว้หน่อย แต่ว่าถ้าจะปล่อยเธอไว้เฉยๆ ก็คงจะเหงาแย่ใช่ไหมล่ะ ไม่ต้องห่วง ฉันมีของเล่นเตรียมไว้ให้เธอแล้ว เธอต้องชอบมันแน่ ก็เธอเล่นใช้มันแทบทุกคืนเลยนี่นา”
“นี่นาย… อย่าบอกนะว่า… อึก…”
เธอเหมือนจะรู้ว่าผมกำลังจะทำอะไร และในจังหวะนั้นเอง ผมก็ดึงถุงน่องเธอลงรวมไปถึงชั้นในของเธอ ก่อนจะสอดเสียดแท่งสั่นสีชมพูขนาดพอดีมือเข้าไปในร่องรักของเธอที่เปียกชื้นได้ที่แล้ว
“อะไรกัน ฉันยังไม่ทันได้สัมผัสอะไรเธอเลย แค่ถูกมัดก็แฉะแล้วเหรอ”
“...”
เธอไม่พูด เงยหน้ามองเธอก็เห็นว่าแก้มของเธอยังคงแดงระเรื่อเหมือนเธอไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้
“ชอบถูกมัดจริงๆ สินะ ไม่ต้องห่วง ฉันจะสนองความต้องการเธอเอง”
“ใครอยากจะให้นายมาสนองความต้องการฉันกัน”
“นั่นสินะ บางทีอาจจะเป็นคนที่ส่งคลิปนั้นมาให้ฉันก็ได้”
“ถ้าไม่มีคลิปเวรนั้น ฉันจะกระซิบนายให้เละเลยคอยดูสิ”
“อยู่ในสภาพนี้ยังปากดีได้อีกนะ ถ้างั้นก็ไม่จำเป็นต้องสงสารอะไรแล้วสิ”
หลังจากผมสวมใส่แท่งใส่ให้กับเธอเรียบร้อย ผมก็เปิดให้มันสั่นและหมุนควงในร่องรักของเธอ ทำเอาเธอส่งเสียงหวานออกมาพร้อมกับพยายามโยกตัวเหมือนต้องการจะหลบหนีจากความรู้สึกที่ถาโถมเข้าสู่ร่างกายแต่ก็ไม่สามารถ
“น่ารักจังเลยนะ”
“ไอ้บ้า”
“ถ้างั้น ฝันดีนะ หวังว่าพรุ่งนี้เธอจะเป็นข่าวในโรงเรียนนะ”
“เดี๋ยวสิ หมายความว่าไง นายจะทิ้งฉันไว้สภาพนี้จริงๆ เหรอ เดี๋ยวก่อน กลับมาก่อน!”
เธอส่งเสียงเรียกแต่ผมไม่สนใจ ผมเดินไปยังประตูก่อนจะเปิดมันออกแล้วเดินออกไป ในจังหวะที่กำลังจะปิดประตูลงนั้น ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้ชนะ และกำลังมองเธอผ่านกระจกใสที่อยู่ตรงประตู เธอพยายามดิ้นอย่างไร้ประโยชน์และส่ายหน้าไปมาราวกับปฏิเสธความรู้สึกที่แท่งสั่นนั้นมอบให้
.
..
…
มันเป็นแบบนี้ได้ยังไงงั้นเหรอ นั้นสินะ ถ้าหากให้อธิบายก็ต้องเล่าย้อนความกลับไปหน่อย ตัวผมนั้นชื่อว่าคิน เป็นนักเรียนธรรมดาที่ไม่ค่อยชอบจะเข้าสังคมสักเท่าไร ตัวผมไม่ได้มีงานอดิเรก ไม่มีความชอบอะไรเป็นพิเศษ ใช้ชีวิตอย่างเรื่อยเปื่อยผ่านไปเท่านั้น ตั้งแต่ที่ผมเข้ามัธยมปลายมา
จนกระทั่งผมได้เจอกับผู้หญิงแก๊งหนึ่ง ที่มีหัวหน้าแก๊งเป็นหญิงสาวม.5 เธอคนนั้นมักจะมัดผมยาวสลวยของเธอไว้ด้านหลังเป็นหางม้า เผยให้เห็นต้นคอขาวเนียนน่าสัมผัสของเธอ รูปร่างของเธอนั้นเหมือนคนที่ออกกำลังกายมาอย่างดี ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร เพราะเธอคนนั้นมีเรื่องชกต่อยไม่เว้นแต่ละวันอยู่แล้ว ช่วงเวลากลางวันก็จะเห็นเธอสูบบุหรี่อยู่หลังอาคารเรียน
และคงเป็นเพราะผมอยู่ตัวคนเดียวแล้วไม่ค่อยได้คบกับใคร ผมจึงถูกเป็นเป้าล่ะมั้ง ผู้หญิงพวกนั้นรวมถึงเธอมารุมล้อมผม ก่อนจะบอกให้ผมเป็นลูกน้องค่อยทำงานให้กับเธอ ไม่ว่าจะเป็นการทำการบ้านหรือว่าคอยซื้ออาหารในเวลากลางวัน
แต่แน่นอน ผมเป็นผู้ชาย ผมไม่ยอมอยู่แล้ว ผมจึงปฏิเสธไป
“ขอโทษด้วยครับ ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ผมจะต้องทำเรื่องแบบนั้นนี้”
ผมพูดแบบนั้นก่อนจะเดินแหวกออกมาจากผู้หญิงห้าคนที่ยืนล้อมผมอยู่ แต่หลังจากนั้นผมก็ถูกดึงคอเสื้อโดยไม่ทันได้ตั้งตัว แล้วผมก็ถูกกระทืบจนเจ็บไปหมด อีกทั้งพวกเธอยังจับผมแก้ผ้าแล้วถ่ายรูปผมเอาไว้ พวกเธอบอกว่าจะเอารูปนี้ไปปล่อยทั่วโรงเรียนถ้าไม่ยอมมาเป็นลูกน้องของพวกเธอ ทำให้ผมต้องจำยอมเป็นลูกน้องของพวกเธออย่างช่วยไม่ได้
ผมต้องทำการบ้านให้กับเธอ คอยไปซื้ออาหารให้กับเธอ และเวลาที่พวกเธอเงินขาดมือก็จะมาไถเงินจากผมเสมอ เรียกได้ว่าชีวิตมัธยมปลายของผมช่างเต็มไปด้วยความทรมานไม่เว้นแต่ละวัน ในสายตาคนอื่นอาจจะมองผมเหมือนมีผู้หญิงห้าคนที่คอยรุมล้อมอยู่เสมอ แต่สำหรับผมแล้ว เหมือนผมตกนรกทั้งเป็นมากกว่า
จริงอยู่ เธอแต่ละคนนั้นสวยมาก โดยเฉพาะหัวหน้าแก๊งอย่าง ว่า เธอมีดวงตากลมโตน่ารักราวกับตุ๊กตา ผิวที่ขาวเหมือนเธอจะเป็นลูกครึ่งจีน และเส้นผมของเธอที่ส่งกลิ่นหอมเสมอ ถึงแม้ว่าบางครั้งมันจะปนกับกลิ่นบุหรี่ด้วยก็ตาม
ถึงแม้ว่าจะมีอาหารตาชั้นดี แต่ถึงอย่างไรสถานะของผมก็ไม่ต่างจากทาส ชีวิตผมเก็บกดเหลือเกิน จนบางครั้ง ผมก็แอบจินตนาการว่า ถ้าได้แก้แค้นผู้หญิงพวกนี้จะเป็นยังไงกันนะ
แต่แล้วในตอนที่ผมขึ้นม.5 เหมือนภาระของผมจะเบาลงหน่อย เนื่องจากผู้หญิงสี่คนนั้นต้องย้ายโรงเรียนไปเพราะเธอมีคดีความเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วนวาหัวหน้าแก๊ง เธอยังคงอยู่เหมือนเดิม นั่นเพราะเธอไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดพวกนั้น แต่การที่เธออยู่คนเดียว ก็ทำให้หลายคนที่เธอเคยไปสร้างความแค้นให้ กลับมาทวงแค้นจากเธอ
แต่ว่าคนพวกนั้นก็ถูกวาล้มได้อย่างง่ายดาย ท่วงท่าการต่อสู้ของวานั้นเหมือนว่าเธอจะฝึกมวยจนมาด้วย ใบหน้าของเธอเวลาตอนสู้เรียบนิ่ง ไม่ใช่ความเย็นชาแต่เหมือนเป็นความเบื่อหน่าย เหมือนการต่อสู้ที่เธอเผชิญอยู่มันช่างน่าเบื่อเหลือเกิน
ถึงยังไงวาก็ยังคงเป็นที่สุดของโรงเรียนอยู่ดี และผมก็ต้องเป็นลูกน้องของเธอจนกระทั่งเธอจนการศึกษาไป และเมื่อผมขึ้นม.6 ชีวิตของผมก็เหมือนจะได้รับอิสรภาพ เพราะเธอนั้นเรียนจบไปแล้ว
แต่ว่าหลังจากนั้นไม่นาน ผมก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าเธอมาเป็นอาจารย์อยู่ในโรงเรียน หมายความว่ายังไง เธอต้องเข้ามหาลัยแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมาเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนี้ได้ล่ะ
“หึ คิดว่านายจะหนีฉันได้เหรอ”
หลังจากที่อาจารย์แนะนำตัวเสร็จ ช่วงพักกลางวันเธอก็เรียกตัวผมไปยังหลังอาคารเรียนอีกครั้ง
“ไม่ใช่ว่าเธอจบไปแล้วต้องเข้ามหาลัยเหรอ”
“เหอะ คิน ในโลกนี้มีสิ่งที่ว่าเรียนข้ามชั้นอยู่นะ”
“เรียนข้ามชั้น แต่เธอเพิ่งไปจากโรงเรียนนี้ไม่กี่เดือนเองนี่”
“ฉันเรียนข้ามชั้นมาตั้งแต่ม.4 แล้ว ช่วงที่ฉันอยู่โรงเรียนมันก็แค่ฆ่าเวลาเท่านั้นล่ะ ตอนกลางคืนฉันเรียนช่วงดึกที่มหาลัย และตอนนี้ฉันก็มาเป็นครูที่โรงเรียนนี้ เพื่อกลับมาหานายไงล่ะ เอาล่ะ ข้าวกลางวันวันนี้ขอเป็นสเต๊กแล้วกันนะ เอาไปให้ฉันที่ห้องพักครูด้วย ถ้าเกิดว่าไม่ทำ นายคงรู้สินะว่าจะต้องโดนอะไร”
เธอถามผมพร้อมกับหยิบสมาร์ตโฟนของเธอขึ้นมา
“เออ… รู้น่า เหมือนกับทุกครั้งใช่ไหมล่ะ”
“เข้าใจอะไรง่ายดีนี่ ถ้างั้นฝากด้วยนะ”
เธอพูดแบบนั้นก่อนจะขยี้หัวผมแล้วเดินจากไป เสียงหัวเราะของเธอ ใบหน้าของเธอทำให้ผมกำหมัดแน่น นี่ผมต้องกลายเป็นลูกน้องของเธออีกแล้วงั้นเหรอ
แต่ว่าหลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ ระหว่างที่ผมกำลังเปิดคอมพิวเตอร์ท่องอินเทอร์เน็ตไปเรื่อย ก็มีคนส่งอีเมลมาหาผม ปกติผมไม่ค่อยได้เล่นเมลเท่าไรเลยไม่คิดสนใจจะเปิด จนกระทั่งผมเห็นชื่อของอีเมลนั้น
...อยากแก้แค้นยัยทิวารึเปล่า?...
ทิวา คือชื่อเต็มของเธอ ส่วนวานั้นเป็นชื่อเล่น พอผมเห็นชื่อคลิปนั้นก็รีบเข้าไปดูทันที และเมื่อคลิกเข้าไปดู ผมก็แทบจะไม่เชื่อสายตาของตัวเอง
“เอาล่ะ ไหนขอมือซิ”
“โฮ่ง… โฮ่ง…”
ภายในคลิปที่ผมเปิดดูนั้น เผยให้เห็นรุ่นพี่ในสภาพร่างกายเปลือยเปล่า แต่แขนขาของเธอถูกพับเข้าหากันแล้วรัดไว้ด้วยเทปกาวสีดำ ทำให้เธอต้องใช้ข้อศอกและหัวเข่าในการเดิน ใบหน้าของเธอดูเต็มไปด้วยความสุข ขณะที่คนซึ่งกำลังถ่ายภาพอยู่นั้น ยืนมือมาทางเธอ ซึ่งเธอก็ยกข้อศอกขึ้นมาวางบนมือนั้นอย่างว่าง่าย ราวกับสุนัขที่ฝึกมาอย่างดี
“ดีมาก ทาสของฉัน”
ผมดูคลิปนั้นไปจนจบ แล้วหลังจากนั้นก็พบว่ามีอีกหลายอีเมลที่ส่งเข้ามาหาผม พร้อมกับคลิปของรุ่นพี่ที่ถูกทรมานและลดคุณค่าในสภาพต่างๆ นั่นทำให้ผมย้อนกลับไปอ่านหัวข้ออีเมลที่เขียนไว้ตอนแรก
...อยากแก้แค้นยัยทิวารึเปล่า?…
เมื่อผมอ่านผมก็ยิ้มออกมา และใช่ สิ่งนี้ล่ะที่จะทำให้ผมได้ทวงคืนทุกอย่างจากเธอที่ทำลายชีวิตวัยมัธยมปลายของผม
“แน่นอน ฉันจะเอาคืนให้สาสมเลย”
-----------------------------------------
ถ้าสนุกอย่าลืมคอมเม้นกันด้วยนะครับ
รักคนอ่านยิ่งกว่าอาหารสามมื้อ #ฝนเล็บ