เศษเสี้ยววิญญาณกลายสภาพ
เมื่อได้เห็นสภาพที่น่าสมเพชของโกลเด้นเทลสีหน้าของกัสก็เปลี่ยนเป็นสงบนิ่งปราศจากอารมณ์ความรู้สึก ดวงตาที่จ้องมองวาระสุดท้ายของศัตรูด้วยสายตาเย็นชาหากแต่มีความสงสารเห็นใจปรากฏขึ้นมาชั่วขณะก่อนจะจางหายไป
‘ข้า..สงสารมันงั้นหรือ..’
กัสสับสนไปชั่วขณะ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายจากนั้นก็ยกมือขึ้นและตวัดลงแขนข้างที่เหลืออยู่ของโกลเด้นเทลก็ถูกกรงเล็บสีดำตัดจนขาดสะบั้นไป
บาดแผลสาหัสที่มีเลือดไหลทะลักออกมาไม่ขาดสายถูกเปลวไฟแผดเผาจนปิดสนิทในชั่วอึดใจเพื่อป้องกันไม่ให้โกลเด้นเทลตายไปก่อนที่เขาจะกัดกินดวงวิญญาณของมันจนหมด
เพื่อพลังของโกลเด้นเทลกัสไม่ลังเลใจเลยสักนิดที่ต้องใช้วิธีที่เขาเกลียดที่สุดวิธีที่ดูเหมือนการทรมานดวงวิญญาณของศัตรู วิธีที่เขาไม่ชื่นชอบหากแต่จำต้องทำเพราะดวงวิญญาณของโกลเด้นเทลนั้นแข็งแกร่งเกินไป
เทียบกันแล้วดวงวิญญาณของโกลเด้นเทลนั้นไม่เพียงแต่แข็งแกร่งมันยังมีขนาดที่ใหญ่กว่าดวงวิญญาณของเขามาก ในสภาพปกติไม่ว่ากัสจะใช้วิธีการแบบไหนก็ไม่มีทางเลยที่เขาจะกินดวงวิญญาณของมันได้
เช่นเดียวกับคนธรรมดาคนหนึ่งที่คิดจะกลืนเนื้อชิ้นโตลงไปมันไม่มีทางกลืนลงไปได้หากเนื้อชิ้นนั้นใหญ่เกินกว่าที่มันจะกลืนเข้าไปได้
วิธีเดียวที่จะทำให้มันกินเนื้อที่แสนอร่อยชิ้นนั้นได้ก็มีเพียงการตัดมันเป็นชิ้นเล็กๆ ที่มีขนาดพอดีคำก่อนจะกัดกินลงไปทีละคำเท่านั้น
ตัวกัสในยามนี้ก็เป็นเช่นนี้เขาไม่อาจกลืนดวงวิญญาณของโกลเด้นเทลได้ เขาเลยต้องตัดมันเป็นส่วนๆจนสร้างความเจ็บปวดสาหัสให้กับโกลเด้นเทลถึงเพียงนี้
ท่ามกลางความรู้สึกที่หลากหลายซึ่งประดังขึ้นมาไม่ขาดสายความสงสารเห็นใจจึงปรากฏขึ้นมาในใจของเขา ทว่ามันก็เป็นเพียงความรู้สึกที่ปรากฏขึ้นมาเพียงชั่ววูบก่อนจะหายไปในอึดใจ
“เจ้าคงสงสัยกระมั้งว่าทำไมข้าถึงต้องทรมานเจ้าเช่นนี้..”
ชั่วขณะที่กัสเอ่ยปากถามด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายสายตาของโกลเด้นเทลก็กวาดมองมายังเขาชั่วขณะ ความคับแค้นและเกลียดชังอัดแน่นอยู่ในดวงตาคู่นั้นอย่างเต็มเปี่ยมมันเป็นดวงตาที่น่ากลัวคู่หนึ่ง
ความแค้นที่อัดแน่นอยู่ภายในนั้นราวกับเปลวไฟสีดำที่น่าสะพรึงกลัว
ทว่ากัสก็ยังนิ่งเฉยเขามองดูมันด้วยสายตาที่เย็นชาและตอบแทนสายตาที่น่ากลัวของโกลเด้นเทลด้วยหัวสิงโตหัวหนึ่งที่กัดลงไปยังขาที่ถูกตัดของมัน
เขากำลังใช้พลังของเขากินดวงวิญญาณของโกลเด้นเทลไปทีละส่วนๆก่อนจะส่งเศษเสี้ยวของดวงวิญญาณทั้งหมดไปยังช่องว่างวิญญาณโดยตรง
“เรื่องนี้หากจะโทษข้า..ข้าก็ไม่ว่าเจ้าหรอกใครใช้ให้ดวงวิญญาณของเจ้าแข็งแกร่งกว่าข้าละ..หากใช้วิธีปกติ มีหรือที่ข้าจะกินดวงวิญญาณของเจ้าได้ที่ข้าทำก็แค่..ตัดเนื้อชิ้นโตให้เป็นชิ้นเล็กๆก่อนกินเท่านั้น..เพราะฉะนั้นอดทนอีกหน่อยเถอะ..ไม่นานมันก็จบแล้ว”
ท่าทางที่ดูสบายๆ ของกัสนั้นทำให้ดวงตาของโกลเด้นเทลแดงก่ำไปด้วยเลือดความเกลียดชังของมันพวยพุ่งออกมาราวกับเปลวไฟ พลังเวทภายในร่างกายเองก็แตกปะทุออกมาไม่ขาดจนเกือบจะก่อตัวเป็นเวทมนตร์ระเบิดเพื่อฆ่าตัวตายได้สำเร็จ
แต่ก็น่าเสียดายที่กัสระวังตัวอยู่ตลอดทันทีที่เขาสัมผัสได้ถึงการก่อตัวของเวทมนตร์ กัสก็อ้าปากส่งเสียงคำรามออกไปพร้อมกับพลังวิญญาณ
คลื่นพลังวิญญาณระเบิดออกไปวูบหนึ่งเวทมนตร์ที่เกือบจะก่อตัวสำเร็จก็แตกสลายไปในทันทีตามมาด้วยหัวสิงโตอีกสิบกว่าหัวที่พุ่งตรงเข้าไปกัดใส่ร่างกายของโกลเด้นเทล
พริบตาสั้นๆหัวสิงโตสีดำเหล่านั้นก็ออกแรงดูดกลืนพลังเวทของโกลเด้นเทลอย่างหิวกระหาย
เพียงอึดใจเดียวพลังเวทที่มากมายมหาศาลของโกลเด้นเทลก็ลดลงไปกว่าครึ่งความหวาดกลัวในดวงตาของมันก็มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้นไปอีกเพราะมันไม่เข้าใจว่าทำไมกัสถึงต้องเสียเวลาทำอะไรแบบนี้กับมัน
ปากเขาบอกว่าจะไม่ทรมานมันนานนักทว่าสิ่งที่กัสทำมันขัดแย้งกันมากเกินไปจนทำให้โกลเด้นเทลยิ่งมาก็ยิ่งแค้นเขาจับใจแค้นทั้งตัวเขา แค้นทั้งตัวเองและแค้นเจ้านายของมันที่สั่งห้ามไม่ให้มันฆ่ากัส
หากไม่มีคำสั่งเช่นนี้มีหรือที่มันจะลงเอยในสภาพนี้หากมันไม่ถนอมพลังเอาไว้บางส่วนเพราะกลัวว่าจะฆ่ากัสตายไปโดยไม่ได้ตั้งใจมีหรือที่มันจะพ่ายแพ้ได้อย่างน่าสมเพชเช่นนี้
ยิ่งมันคิดความแค้นในใจของมันก็ยิ่งมากความคับแค้นใจที่พวยพุ่งออกมานั้นทำให้ดวงวิญญาณสีทองของมันค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีดำ
กัสไม่อาจสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ได้สายตาของเขายังคงจ้องมองการกินของหัวสิงโตอยู่ หัวสิงโตขนาดใหญ่ทั้ง 4หัวเวลานี้กำลังเคี้ยวกินดวงวิญญาณทั้ง 4 ส่วนที่ถูกกัสตัดแยกออกมาพร้อมกับแขนขาของโกลเด้นเทลอยู่
เพราะขนาดของดวงวิญญาณที่ใหญ่และแข็งแกร่งเกินไปทำให้การกัดกินใช้เวลานานกว่าปกติมากนานถึงขนาดที่หากเขาไม่ทำอะไรแบบนี้ กัสจะไม่มีทางกัดกินดวงวิญญาณของโกลเด้นเทลได้เลย
การกัดกินดวงวิญญาณนี้ใช้เวลาที่นานมากทีเดียวกัสเลยต้องพยายามยื้อชีวิตของโกลเด้นเทลเอาไว้ จนกระทั่งเศษเสี้ยววิญญาณที่ตัดออกไปถูกกินลงไปจนหมดกัสถึงได้มองไปยังโกลเด้นเทลอีกครั้ง
จากนั้นก็ยกมือขึ้นกรงเล็บสิงโตสีดำก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งก่อนจะตัดลงซ้ำที่กลางลำตัวของโกลเด้นเทล
ความเจ็บปวดที่แสนสาหัสก็ประดังขึ้นมาอีกครั้งทำเอาโกลเด้นเทลถึงกับเบิกตากว้างจนตาฉีก ฟันของมันนั้นขบกันแน่นจนแตกละเอียดทำให้ใบหน้าและปากของมันเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย
เห็นแบบนั้นกัสก็ขมวดคิ้วเขามองดูใบหน้าที่บิดเบี้ยวของโกลเด้นเทล มองดูกล้ามเนื้อที่บิดเกร็งจนผิดรูปมองดูร่างกายที่บิดเกร็งจนแทบไม่เหลือสภาพของความเป็นคน
สภาพเช่นนี้ทำให้กัสนึกสมเพชเป็นที่สุดแต่ในขณะเดียวกันนั้นก็ลอบเห็นใจอยู่บ้างพอสมควร
“อีกครั้งเดียว..เจ้าก็ทนหน่อยเถอะ”
กัสพูดออกมาด้วยความอ่อนใจ ทว่าคำพูดนี้ยิ่งทำให้ความแค้นของโกลเด้นเทลรุนแรงขึ้นไปอีกเพราะมันเข้าใจว่ากัสกำลังเหยียดหยามและทรมานมัน
ความแค้นนี้ยิ่งมาก็ยิ่งรุนแรงขึ้นขณะที่ดวงวิญญาณของครึ่งล่างถูกกัดกินลงไปจนหมดกัสก็มองตรงมายังร่างกายส่วนสุดท้ายของมัน
ร่างกายในส่วนที่เหนือขึ้นไปจากหน้าอกและส่วนหัวของมันร่างกายส่วนสุดท้ายที่ยังมีความรู้สึกมีดวงวิญญาณเหลืออยู่
“จบแล้วละ..ลาก่อน..”
วินาทีนั้นหัวสิงโตสีดำขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นและกลืนร่างกายของโกลเด้นเทลลงไปเสียงเคี้ยวที่ดังขึ้น เสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังขึ้นมาชั่วขณะก่อนจะขาดหายไปพร้อมกับพลังชีวิตส่วนสุดท้ายที่สูญสิ้นไป
ชั่วขณะนั้นความรู้สึกของกัสก็กลายเป็นความว่างเปล่าทันทีที่เขารู้ว่าโกลเด้นเทลตายไปแล้วกัสก็ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
‘การแก้แค้น..ไม่สนุกเลยสักนิด..แต่ก็ช่วยไม่ได้ละนะ’
หลังจากถอนหายใจได้เฮือกหนึ่ง กัสก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับดวงวิญญาณเสี้ยวสุดท้ายของโกลเด้นเทล
วินาทีนั้นดวงตาของกัสก็เบิกกว้างขึ้นความสับสนปรากฏขึ้นในดวงตาก่อนจะกลายเป็นความตื่นตระหนกจนถึงขีดสุด
“ไม่จริงน่า..ไม่น่าเชื่อ..”
กัสครางออกมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ทั้งความตกตะลึง ความรู้สึกผิดไปจนถึงความสงสารเห็นใจประดังขึ้นมาพร้อมกัน
ช่วงเวลานั้นดวงวิญญาณส่วนสุดท้ายของโกลเด้นเทลก็เกิดความเปลี่ยนแปลงภายในหัวสิงโตสีดำของกัส อยู่ๆ สัมผัสของดวงวิญญาณก็แปรเปลี่ยนเป็นดำมืด
กลิ่นอายความตายพวยพุ่งออกมาไม่ขาดสายทำให้กัสจำต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัวก่อนจะจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกตื่นตระหนกจนซึมเศร้า
ภาพที่เขาเห็นเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อจริงๆดวงวิญญาณสีทองของโกลเด้นเทลซึ่งแตกสลายไปเกือบหมดนั้น อยู่ๆ ก็หดตัวลงอย่างรวดเร็วแสงสีทองที่เริ่มหม่นหมองค่อยๆ กลายเป็นสีดำทีละน้อย
ทว่าอึดใจเดียวเศษเสี้ยวสุดท้ายก็กลายเป็นสีดำสนิทเศษเสี้ยววิญญาณที่บิดเบี้ยวค่อยๆบีบอัดเข้าด้วยกันจนกลายเป็นดวงวิญญาณสีดำที่กลมมนและสมบูรณ์
ชั่วขณะนั้นหัวใจของกัสก็สั่นสะท้านขึ้นมาเมื่อได้เห็นสภาพของดวงวิญญาณที่เปลี่ยนไปตรงหน้า
“กลายเป็น..ราชาอันเดธซะแล้ว..เจ้านี่มัน..แค้นข้าขนาดนั้นเลยหรือ”
คล้อยหลังจากความตกตะลึง ความรู้สึกผิดก็เกิดขึ้นในใจความสับสนปรากฏขึ้นมาชั่วขณะ จนทำให้เขานึกถึงตัวเขาในชีวิตก่อนที่ถูกบีบให้คับแค้นและกลายเป็นราชาอันเดธไปในวาระสุดท้ายของชีวิต
ในวันนี้ตัวเขาก็ได้รับประสบการณ์ที่ต่างออกไปประสบการณ์ของการบีบบังคับจนคนๆ หนึ่งกลายเป็นราชาอันเดธ
ความรู้สึกนี้ทำให้กัสตื่นตระหนกและเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่าตัวเขานั้นทำถูกแล้วหรือไม่
‘ไม่ได้! ข้าจะรู้สึกเช่นนี้ไม่ได้!!ที่ข้าทำลงไปก็เพราะ..มันทำกับข้าก่อน!! นี่มัน..ก็สมควรแล้ว!!’
ความคิดของกัสสับสนเป็นอย่างมากแต่หลังจากคิดถึงสิ่งที่เขาเผชิญในชีวิตที่แล้ว ความแค้นที่ซ่อนอยู่ในใจของเขาก็พวยพุ่งออกมาจนทำให้ความรู้สึกผิดสูญสลายหายไปในทันที
“ประเสริฐ! เจ้าถึงกับกลายเป็นราชาอันเดธ..เช่นนี้สมควรพูดว่ากรรมตามสนองใช่หรือไม่..ดี..ดี!! ดี!!! แต่ต่อให้เจ้ากลายเป็นราชาอันเดธก็อย่างหวังว่าจะรอดไปได้!!”
สิ้นคำพูดหัวสิงโตสีดำสนิทที่มีดวงตาสีแดงเลือดก็โผล่ออกมาพร้อมกับกลิ่นอายแห่งความตายที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความดำมืดที่มันปลดปล่อยออกมานั้นสะกดข่มเศษเสี้ยววิญญาณที่กลายเป็นราชาอันเดธของโกลเด้นเทลโดยสมบูรณ์
วินาทีนั้นหัวสิงโตที่น่าสะพรึงก็อ้าปากแล้วกลืนเศษเสี้ยววิญญาณสีดำของราชาอันเดธลงไปในทันที
กัสหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเขาสมเพชตัวเองที่ยังมีจิตใจที่อ่อนแอต่อจากนั้นก็เตือนตัวเองอีกครั้งว่าไม่ให้ลืมสิ่งที่พวกมันเคยทำกับเขาและบอกกับตัวเองว่าสิ่งที่เขาทำลงไปก็เพื่อให้ตัวเขามีชีวิตรอดเพียงเท่านั้น
“ถ้าจะโทษ..ก็โทษที่เจ้าไม่ยอมละเว้นข้าเถอะ..”
พูดจบกัสก็ไม่รอช้ารีบดำดิ่งลงไปในช่องว่างวิญญาณของเขาในทันทีจากนั้นกระตุ้นพลังของผลึกแก้วสีขาวในช่องว่างวิญญาณเพื่อทำให้มันปลดปล่อยพลังชำระล้างออกมากำจัดวิญญาณทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายใน
พริบตานั้นโลกทั้งใบก็กลายเป็นสีขาวดวงวิญญาณของกัสก็ได้รับการชำระล้างตามไปด้วย ความรู้สึกดำมืดของโกลเด้นเทลที่แทรกซึมเข้ามาในดวงวิญญาณของเขาก็สูญสลายหายไปจนหมดทำให้ความรู้สึกที่ดำมืดและบ้าคลั่งของเขากลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
กัสหอบหายใจเบาๆพลางมองดูโลกในช่องว่างวิญญาณอยู่ครู่หนึ่ง มองดูเศษเสี้ยววิญญาณสีขาวราวกับน้ำนมที่ล่องลอยอยู่ภายในมองดูสิ่งที่ดูคล้ายหมอกควันวิญญาณที่หนาแน่นลอยวนอยู่อย่างกระจัดกระจาย
ทั้งหมดนี้คือพลังวิญญาณของโกลเด้นเทลและเศษเสี้ยวดวงวิญญาณของมันซึ่งเขากลืนกินลงไป
เนื่องจากพลังวิญญาณของโกลเด้นเทลเหนือกว่าเขามากกัสเลยไม่สามารถดูดซับพลังวิญญาณพวกนี้ได้ในทันทีเพราะปริมาณที่มากเกินไปของมัน
หากเขาฝืนกลืนลงไปตรงๆแล้วละก็ ทะเลสาบวิญญาณของเขาคงแตกสลายไปในพริบตาแน่เพราะความต่างที่มากจนเกินไป
ทว่าเขาก็โชคดีที่ดวงวิญญาณของเขาเป็นดวงวิญญาณของราชาอันเดธมันเป็นดวงวิญญาณที่มีช่องว่างวิญญาณภายในซึ่งเป็นช่องว่างที่เชื่อมต่อกับมิติแห่งความเป็นตาย
จากการศึกษาของตระกูลอันดูวเดธทำให้รู้ว่าช่องว่างนี้มีคุณสมบัติในการรักษาดวงวิญญาณและเหตุผลที่ทำให้ดวงวิญญาณของราชาอันเดธไม่แตกสลายไปโดยง่ายก็เพราะสิ่งนี้ด้วยเช่นกัน
เพราะมีช่องว่างวิญญาณที่มีมิติของความเป็นและความตายทำให้ดวงวิญญาณของคนตายไม่แตกสลายและทำให้ราชาอันเดธกลายเป็นตัวตนที่น่ากลัวที่สุดต่างจากอันเดธทั่วๆ ไปที่จะตายหลังจากสูญเสียพลังไปจนหมด
ขณะที่กัสมองดูเศษเสี้ยววิญญาณที่ถูกชำระล้างจนกลายเป็นของเหลวสีน้ำนมอยู่นั้นดวงตาของกัสก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเมื่อเขาเหลือบไปเห็นดวงวิญญาณสีดำใสที่ลอยอยู่ข้างๆผลึกแก้วสีขาว
กัสนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะกระตุ้นผลึกแก้วสีขาวอีกครั้งทว่าครั้งนี้มันกลับไม่ส่งพลังชำระล้างออกมาแต่อย่างใด
ความสับสนมึนงงก่อตัวขึ้นในใจของเขาก่อนที่กัสจะส่งสัมผัสเข้าไปตรวจสอบดวงวิญญาณดวงนั้นและพริบตานั้นเขาก็ตกตะลึงไป
“ล้อเล่นน่า..ทำไมไม่สลายไปละ..หรือว่า!!”
พริบตานั้นกัสก็ตระหนักได้ถึงคุณสมบัติที่โดดเด่นของราชาอันเดธ ‘ดวงวิญญาณอมตะ’ความแข็งแกร่งของดวงวิญญาณของราชาอันเดธนั้นอยู่ในจุดที่เรียกว่าไม่สามารถทำลายได้
แม้ว่ากัสจะรู้เรื่องนี้ดีทว่าเขาก็ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะมาเกิดขึ้นกับดวงวิญญาณของโกลเด้นเทลแบบนี้ได้ทั้งยังเป็นดวงวิญญาณส่วนที่เขากลืนกินเข้ามาแล้วด้วย
ช่วงเวลานั้นกัสเพิ่มความตื่นตัวขึ้นมาในทันทีและเตรียมพร้อมถึงขีดสุดที่จะต่อสู้กับโกลเด้นเทลอีกครั้งภายในช่องว่างวิญญาณ
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆความเครียดของกัสก็เพิ่มสูงขึ้นไม่มีหยุด ร่างกายของเขาหลั่งเหงื่อจนชุ่มโชกความรู้สึกทั้งหมดตื่นตัวถึงขีดสุดจนขมวดแน่นแทบจะขาดสะบั้น
ความรู้สึกที่ตื่นเต้นตึงเครียดนี้คงอยู่นานกว่าสิบนาทีนานจนทำให้กัสเริ่มสงสัยและอดไม่ได้ที่จะสัมผัสกับดวงวิญญาณของโกลเด้นเทลอีกครั้ง
สัมผัสของตรงเข้าไปแตะสัมผัสกับผิวนอกของดวงวิญญาณก่อนจะอ้าปากค้างไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสของเขาสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่าที่ดำมืด
“อะไรกัน..ทำไม..ทำไมไม่มีอะไรเลย”
ความรู้สึกที่กัสสัมผัสได้จากดวงวิญญาณของโกลเด้นเทลนั้นมีเพียงความว่างเปล่าที่ดำมืดมันเป็นความดำมืดที่ลึกล้ำ ทว่าเขากลับไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความโกรธแค้นชิงชัง ความคับแค้นใจหรือความรู้สึกด้านลบใดๆเลย
ราวกับดวงวิญญาณดวงนี้เป็นเพียงดวงแสงสีดำเท่านั้นไม่ใช่ดวงวิญญาณของราชาอันเดธ
ชั่วขณะนั้นกัสยังคงสับสนเขามองดูดวงวิญญาณสีดำที่เล็กจิ๋วอย่างตั้งใจก่อนจะมองออกไปโดยรอบ มองดูเศษเสี้ยวดวงวิญญาณที่ถูกพลังชำระล้างหลอมละลายจนกลายเป็นพลังวิญญาณเหลวที่มีประโยชน์สำหรับเขา
“ไม่มี..ไม่มีอะไรเลยจริงๆ แถม..เศษเสี้ยววิญญาณส่วนอื่นๆก็โดนชำระล้างไปหมดแล้วด้วย..แล้วทำไม..”
กัสยังคงสับสนมึนงงจนพูดอะไรไม่ออก เรื่องที่เหนือความคาดหมายแบบนี้เขาไม่สามารถทำความเข้าใจมันได้เลยสักนิดขนาดที่ตัวเขาเป็นทายาทของตระกูลอันดูวเดธที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้มากแท้ๆ
“บ้าเอ๋ย!! ตกใจเสียเปล่าจริงๆ..แต่ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ได้นะถึงจะบอกว่าเป็นดวงวิญญาณอมตะของราชาอันเดธเลยทนกับพลังชำระล้างได้โดยไม่แตกสลาย..แต่ทำไมถึงว่างเปล่าแบบนี้”
กัสยังคงพยายามมองดูอีกครั้ง มองดูอย่างละเอียด ส่งสัมผัสเข้าไปมากขึ้นถึงขนาดกล้าบุกเข้าไปภายในดวงวิญญาณอย่างไม่เกรงกลัว
“นี่มัน..เข้าใจแล้ว..แบบนี้เอง..เพราะแบบนี้เอง”
ขณะที่ใช้สัมผัสตรวจสอบที่ภายนอก เขาไม่อาจมองหาอะไรที่ผิดปกติได้เลยจนกระทั่งกัสส่งสัมผัสเข้าไปด้านใน เขาถึงได้มองเห็นแกนวิญญาณที่บิดเบี้ยวของมัน
ทันทีที่เห็นสิ่งนี้กัสก็เข้าใจว่าทำไมดวงวิญญาณดวงนี้ถึงได้ว่างเปล่าปราศจากอารมณ์ความรู้สึกที่มันเป็นเช่นนี้ก็เพราะ..มันกลายเป็นดวงวิญญาณราชาอันเดธในสภาพที่เหลือเพียงเศษเสี้ยววิญญาณเล็กๆ
ยิ่งไปกว่านั้นคือ..การกลายสภาพของมันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ก็โดนเขากลืนเข้ามาก่อนแถมยังถูกพลังชำระล้างเล่นงานเข้าอีกด้วย
ทันทีที่ถูกพลังชำระล้างที่น่ากลัวนี้เล่นงานความรู้สึกด้านลบที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้โกลเด้นเทลกลายเป็นราชาอันเดธก็สูญสลายหายไปในทันที
ผลลัพธ์เช่นนี้จึงทำให้การกลายสภาพของมันหยุดชะงักลงกลางคันผลลัพธ์ที่ได้เลยทำให้มันสูญเสียความรู้สึกนึกคิดไปจนหมดไม่เหลือแม้กระทั่งสัญชาตญาณหรือความโกรธแค้นใดๆ
เรียกได้ว่าเหลือเพียงดวงวิญญาณที่ว่างเปล่าดวงหนึ่ง
ความจริงที่ได้รู้ทำให้กัสนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆด้วยความรู้สึกอ่อนแรง
“นี่ข้า..โชคดีสินะ”
หลังจากผ่อนคลายลงได้บ้างกัสก็เกิดอาการอ่อนแรงขึ้นมาในทันทีเขาทรุดตัวลงนั่งอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนไปเมื่อสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง
ช่วงเวลานั้นจิตสังหารสายหนึ่งได้พุ่งตรงมายังเขาราวกับนักล่าที่พุ่งทะยานเข้าหาเหยื่อ
“รนหาที่ตาย!!”
กัสเค้นเสียงออกมาครั้งหนึ่ง จากท่านั่งก็ดีดตัวขึ้นหมุนกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่คิดฆ่าเขาในทันทีพร้อมกันนั้นฝ่ามือของกัสก็ยกสูงขึ้นแล้วตบลงตรงหน้าระเบิดเป็นพลังทำลายล้างจากกายเนื้อที่ทรงพลัง
เงาร่างสีเงินที่พุ่งตรงเข้าใส่ก็ถูกฝ่ามือของกัสตบใส่อย่างหนักหน่วงจนลอยคว้างกลับไปราวกับกระสุนแล้วพุ่งเข้าใส่สิ่งก่อสร้างแห่งหนึ่งจนถล่มลงมาในทันที
กัสเค้นเสียงหนักๆก่อนจะหยุดชะงักไปชั่วขณะเพราะสัมผัสที่ยังติดค้างอยู่ที่ฝ่ามือ
“ผู้หญิงงั้นหรือ..น่าตกใจจริงๆนึกไม่ถึงว่าคนที่รอดมาได้จากเป็นสตรีนางหนึ่ง..”
ถึงจะตกใจเล็กน้อย แต่กัสก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากไปกว่านั้นทั้งยังไม่คิดปรานีใครเพราะไม่ว่าศัตรูของเขาจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายมันก็ไม่ต่างกัน
แต่ที่กัสไม่เข้าใจคือเหตุใดถึงได้มีสตรีที่พยายามล้างแค้นให้โกลเด้นเทลแบบนี้ได้เพราะในความทรงจำของเขาไม่มีสตรีนางไหนเลยที่รักโกลเด้นเทลจริงๆ
หรือต่อให้มีเขาก็จำไม่ได้ว่ามีสตรีที่แข็งแกร่งถึงระดับนี้อยู่ด้วย
ขณะที่กัสกำลังครุ่นคิดและเดินตรงไปยังจุดที่ศัตรูของเขาอยู่นั้นดวงตาของกัสก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“นี่มัน..อะไรกันเนี่ย..”
กัสครางออกมาด้วยความตกใจเมื่อเขาเดินผ่านสิ่งก่อสร้างแห่งหนึ่งไปจนเจอจุดที่สตรีนางนั้นกระเด็นไปถึงตรงจุดนั้นเขาก็พบกับเด็กชายหญิงหลายสิบคนยืนเรียงรายอยู่โดยรอบและพยายามปกป้องสตรีนางนั้นเอาไว้
กำแพงของเด็กน้อยที่ไร้กำลังนั้นไม่สามารถขวางกั้นเขาได้เลยสักนิดทว่าสีหน้าของเด็กๆ ที่แม้จะหลั่งน้ำมูกน้ำตานองหน้า แม้ว่าจะหวาดกลัวจนสั่นสะท้านไปทั้งตัว
บางคนถึงกับฉี่ราดออกมาและยืนอยู่ในสภาพขาสั่นระริกจนน่าสงสารทว่าเด็กทุกคนก็ยังฝืนความหวาดกลัวนี้และกางแขนปกป้องสตรีเบื้องหน้าเอาไว้
หญิงสาวในชุดคลุมสีเงินที่มีใบหน้าซีดขาวดวงตาของเธอปิดสนิทและมีเลือดไหลออกมาจากริมฝีปากเป็นสายร่างกายที่บอบบางนั้นถูกกัสฟาดใส่อย่างถนัดมือจนบาดเจ็บหนักอย่างเห็นได้ชัด
ชั่วขณะที่กำลังสับสนนั้นดวงตาของกัสก็จ้องมองไปยังใบหน้าของหญิงสาวในชุดเงินก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยแล้วเริ่มขมวดคิ้วเพราะความรู้สึกคุ้นเคยแปลกๆที่ได้รับ
‘ข้าเคยเห็นนางมาก่อน..ใครกันนะ..นางเป็นใครกัน..อ๊ะ!’
วินาทีนั้นกัสก็จดจำได้ว่าหญิงสาวที่นอนหมดสติอยู่ท่ามกลางการปกป้องของเด็กๆคือใคร ยิ่งมองภาพของเด็กน้อยที่พยายามปกป้องแม้จะหวาดกลัวด้วยแล้วกัสก็ยิ่งมั่นใจ
‘ที่แท้ก็คือนาง..’