ชายวัยชราบอก " จ่ายสองร้อยเหรียญเงินเอาแพไป จ่ายห้าร้อยเหรียญเงินเอาเรือไป "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็จ่ายเงินห้าร้อยเหรียญเงินไป
ครั้นเยี่ยหลงจ่ายเงินแล้ว ชายวัยชราก็บอก " พวกเจ้ายกเรือไปแม่น้ำด้วยตัวเองนะ ข้าไม่มีแรงช่วยพวกเจ้าหรอก "
เยี่ยหลงที่ได้รับคำบอกมาแบบนั้น คนก็กล่าวกับเฮยอวี่เทียน " ปะพวกเราช่วยกันยก "
ทันทีที่ทั้งสองยกเอาเรือขึ้นไว้บนหัว ชายวัยชราก็กล่าวขึ้น " วันนี้ เป็นวันดวงเฮงอะไรของข้ากัน มีคนถึงสามกลุ่มมาขอซื้อเรือข้า ไปเกาะงู "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็เกิดสนใจขึ้นจึงบอกเฮยอวี่เทียน " เฮยอวี่เทียนเดี๋ยวๆ วางเรือลงก่อน "
เฮยอวี่เทียนเมื่อได้ฟัง คนก็ค่อยๆวางเรือลงพร้อมเยี่ยหลง
ครั้นเรือถูกวางลงแล้ว เยี่ยหลงก็มาถามชายวัยชรา " ท่านผู้เฒ่าตะกี้ ท่านบอกว่ามีคนสามกลุ่มมาซื้อเรือไปจากท่านเพื่อไปเกาะงู คนทั้งสามใส่ชุดแบบไหนฤา "
ชายวัยชราตอบ " คนกลุ่มแรกใส่ชุดแดงดำ มีประมาณยี่สิบคน ซื้อเรือไปสี่ลำ ส่วนคนกลุ่มที่สองใส่ชุดสีคราม มีทั้งหมดห้าคน ซื้อเรือไปหนึ่งลำ ส่วนกลุ่มที่สามก็พวกเจ้าสองคนนี่แหละ ไม่ใช่ใคร "
เยี่ยหลงพอได้ฟังแบบนั้น คนก็คิดขึ้น ' หวังว่าคงจะไม่ใช่แบบที่เราคิดนะ '
เยี่ยหลงคิดเสร็จ คนก็บอกกับเฮยอวี่เทียน " ปะพวกเรายกเรือไปแม่น้ำกันต่อ "
พอเยี่ยหลงบอกเสร็จ เฮยอวี่เทียนกับเยี่ยหลงก็ช่วยกันยกเรือขึ้นหัวและนำไปยังแม่น้ำ
ครั้นมาถึงแม่น้ำ เยี่ยหลงกับเฮยอวี่เทียนก็ช่วยกันเอาเรือลงน้ำ
เมื่อเรือลงไปในน้ำลึกพอที่จะพายได้แล้ว พวกคนก็พากันขึ้นเรือและพากันพายเรือมุ่งสู่เกาะงู
ไม่นานใช้เวลาประมาณครึ่งของครึ่งชั่วยาม พวกเยี่ยหลงก็มาถึงยังเกาะงู
ครั้นคนมาถึงแล้ว ในทันที เยี่ยหลงก็ได้ยินเสียงคนสู้กันลอยมาแต่ไกล
เยี่ยหลงที่ได้ยินแบบนั้น คนก็บอกกับเฮยอวี่เทียน " เจ้ารออยู่ตรงนี้นะ หากมีใครพยายามจะทำลายเรือหรือพยายามทำร้ายเจ้า สู้ได้เต็มที่เลยนะ "
พอเยี่ยหลงบอกเฮยอวี่เทียนเสร็จ คนก็วิ่งเข้าไปหาทางทิศเสียงที่ลอยมา
ไม่นานคนก็มาถึงยังจุดที่เสียงบังเกิด และพบคนกำลังสู้กันอย่างดุเดือด
โดยคนชุดสีครามห้าคนปะทะกับคนชุดสีแดงดำยี่สิบคน โดยคนชุดสีครามห้าคนแบ่งสู้คนชุดแดงดำ คนละห้าคน
เยี่ยหลงที่เห็นคนชุดสีคราม คนก็รู้ได้ในทันทีว่าพวกคนคือใครบ้าง
" นั่นมัน หลิงคุนหลุน โม่เฉิงฟู่ สหายสวี่หลิงอี้ ศิษย์พี่ใหญ่ และศิษย์พี่ลู่หนิ " เยี่ยหลงที่แอบดูอยู่ กล่าวขึ้นอย่างเบาๆ
เยี่ยหลงที่เห็นชุดของกลุ่มคนชุดแดงดำ คนก็รู้ในทันทีว่าคือพวกไหน
" พวกคนชุดแดงดำ กลุ่มคนของนิกายมารฟ้าหนิ " เยี่ยหลงกล่าวอย่างเบาๆ
ทันทีที่เยี่ยหลงกล่าวเสร็จ เยี่ยหลงก็แอบเฝ้าดูสังเกตการณ์ไปเรื่อยๆ ในที่สุดคนก็พบกับม้วนคัมภีร์สวรรค์ที่อยู่ที่เอวของคนที่ใส่ชุดแดงดำที่กำลังปะทะกับหลิงคุนหลุนอยู่
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็จะใช้เวทดึงดูดกายาเทพสวรรค์ดึงม้วนคัมภีร์มา
แต่คนก็ชะงักเอาไว้ก่อน เพราะคนดันเห็นว่าตรงเอวของสวี่หลิงอี้มีคัมภีร์สีนิลของเผ่าพ่อมดมนต์ดำอยู่สามเล่ม
คนที่เห็นดังนั้น ก็ตัดสินใจจะรอโอกาสที่เหมาะสม คือ เมื่อตอนที่ทั้งสองคนมาอยู่ใกล้กัน จนเยี่ยหลงสามารถใช้เวทดึงดูดกายาเทพสวรรค์เพียงครั้งเดียวดึงคัมภีร์ทั้งสี่เล่มมาอยู่บนมือได้ในเวลาเดียวกัน
ไม่นานโอกาสก็มาถึง เยี่ยหลงที่ไม่รีรอช้า ก็ใช้เวทดึงดูดกายาเทพสวรรค์ดึงคัมภีร์ทั้งสี่เล่มมา มาอยู่บนมือได้สำเร็จ
ครั้นคัมภีร์ทั้งสี่เล่มมาอยู่บนมือแล้ว เยี่ยหลงก็จะทำการย่องเดินหนีออกไป
แต่เดินได้ไม่กี่ก้าว จู่ๆเชือกของหน้ากากก็หลุด ทำให้หน้ากากหลุดออกจากหน้า คนจึงก้มเก็บ
คนของนิกายมารฟ้าที่ปะทะกับหลิงคุนหลุนอยู่ ที่เพิ่งสังเกตได้ว่าคัมภีร์สวรรค์ที่อยู่ที่เอวตนหายไป
คนจึงประมือกับหลิงคุนหลุนไปด้วย มองหาที่อยู่ของคัมภีร์สวรรค์ไปด้วย
ไม่นานคนก็เจอคัมภีร์สวรรค์ที่อยู่บนมือของเยี่ยหลง คนกล่าวขึ้น " คัมภีร์สวรรค์ถูกแย่งไปแล้ว เร็วพวกเรารีบไปเอาคืนมา มันอยู่ตรงนั้น "
ชายของนิกายมารฟ้าที่กล่าวบอกพวกตนว่าคัมภีร์สวรรค์ถูกแย่งไป คนทำการมองมาตรงที่เยี่ยหลงอยู่ เป็นสื่อว่า คนเอาคัมภีร์สวรรค์ไปอยู่ตรงนั้น
คนของนิกายมารฟ้าและพวกมิตรเก่าของเยี่ยหลงที่ได้เห็นได้ฟังดังนั้น คนก็มองมายังเยี่ยหลงกันเป็นตาเดียว
ลู่ขุยอันที่เห็นเยี่ยหลง คนก็กล่าวเรียกคนขึ้นแบบเบาๆ " ศิษย์น้องเยี่ย "
สวี่หลิงอี้ที่เห็นเยี่ยหลง คนก็กล่าวทักคนขึ้น " สหายเยี่ยไป๋ " หลังจากคนกล่าวทักเสร็จ คนที่เห็นคัมภีร์สีนิลอยู่บนมือของเยี่ยหลง คนก็ทำการจับๆลูบๆคลำๆตรงบริเวณเอวดู เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าคัมภีร์สีนิลของเผ่าพ่อมดมนต์ดำหายไปจริงมั้ย เมื่อสรุปว่าจริง คนจึงกลับมามองที่เยี่ยหลงอีกครั้ง
เฉินฉางชุนที่เห็นเยี่ยหลง คนก็กล่าวทักขึ้นเหมือนกัน
" ศิษย์น้องแปด "
หลิงคุนหลุนที่เห็นเยี่ยหลงเป็นคนเอาคัมภีร์ทั้งสี่เล่มไป คนจึงกล่าวบอกกับพวกตนขึ้น " พวกเจ้านี่คือคำสั่ง จงไปเอาคัมภีร์ทั้งสี่เล่มกลับมา และฆ่าไอ้คนทรยศสำนักซะ เดี๋ยวนี้เลย นี่คือคำสั่ง "
ทันทีที่หลิงคุนหลุนออกคำสั่ง ลู่ขุยอันก็เป็นคนแรกที่สลัดคนของนิกายมารฟ้า เข้ามาโจมตีเยี่ยหลง
ส่วนคนที่สองก็คือ โม่เฉิงฟู่
เยี่ยหลงที่เห็นว่าเป็นศิษย์พี่ลู่ของตนเข้ามาโจมตีคน คนก็ไม่อยากจะต่อสู้ด้วย คนจึงเคลื่อนกายหลบไปมา
เยี่ยหลงไม่เพียงแต่ต้องรับมือ ลู่ขุยอันและโม่เฉิงฟู่เพียงเท่านั้น แต่ต้องรับมือคนของนิกายมารฟ้าไปด้วยในเวลาเดียวกัน
เรียกได้ว่าตอนนี้ลู่ขุยอัน โม่เฉิงฟู่กับคนของนิกายมารฟ้า อาจเรียกได้ว่าร่วมมือกันก็ว่าได้
แต่ถึงแม้จะมีทั้งลู่ขุยอัน โม่เฉิงฟู่ และคนของนิกายมารฟ้าเข้ารุม แต่ถึงกระนั้น ก็ยังทำอะไรเยี่ยหลงไม่ได้อยู่ดี เพราะคนเร็วมาก
หลิงคุนหลุนที่เห็นคนเยอะขนาดนี้รุมเยี่ยหลงยังทำอะไรเยี่ยหลงไม่ได้
คนที่เห็นเฉินฉางชุนและสวี่หลิงอี้ยืนนิ่งไม่ยอมทำอะไรกับเยี่ยหลง
คนจึงกล่าวกับทั้งสองคนขึ้น " พวกเจ้าจะยืนนิ่งอยู่ทำไม เข้าไปชิงคัมภีร์มาสิ "
เฉินฉางชุนและสวี่หลิงอี้ที่ได้รับคำสั่งมาแบบนั้น คนก็ยึกยักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเข้าร่วมโจมตีเยี่ยหลงด้วยคน
สวี่หลิงอี้และเฉินฉางชุนที่แม้จะเข้าร่วมโจมตีเยี่ยหลงแล้ว แต่คนก็หาใช้วรยุทธไม่ คือ คนทำการโจมตีแบบเด็กๆต่อยกันใส่เยี่ยหลงไป
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้นก็เข้าใจ ว่าศิษย์พี่ตนและสหายตนไม่อยากทำร้ายคน
คนจึงหลีกเลี่ยงที่จะโจมตีสวนใส่ เฉินฉางชุนและสวี่หลิงอี้
หลิงคุนหลุนที่เห็นว่าเฉินฉางชุนและสวี่หลิงอี้ที่เข้าไปรุม ไม่ตั้งใจสู้เลย
คนจึงบอกกับคู่ต่อสู้ตน " เรามาพักสงบศึกกันก่อน จัดการมันได้แล้ว ค่อยมาฆ่ากันต่อ "
คู่ต่อสู้ของหลิงคุนหลุนพยักหน้าตอบรับตกลง ทันทีที่คนตกลง หลิงคุนหลุนและคู่ต่อสู้ของหลิงคุนหลุน ก็เข้าโจมตีเยี่ยหลงพร้อมๆกัน
เมื่อหลิงคุนหลุนและคู่ต่อสู้ของหลิงคุนหลุนเข้าโจมตีเยี่ยหลงแล้ว
ณ ตอนนี้ก็เท่ากับว่าเยี่ยหลง ต้องเข้าปะทะกับคนทั้งหมดเป็นจำนวนยี่สิบห้าคนต่อเยี่ยหลงเพียงคนเดียว
แต่ถึงแม้คนจะมากขนาดนั้น แต่พวกคนก็ไม่สามารถสัมผัสตัวของเยี่ยหลงได้อยู่ดีในเวลาอันสั้น
เยี่ยหลงหลบไปเรื่อยๆ ในที่สุดคนก็พลาดท่ากำลังจะโดนคู่ต่อสู้ของหลิงคุนหลุนและหลิงคุนหลุนโจมตีเข้าหน้าอก
แต่ก่อนที่หมัดจะถึงตัวคน จู่ๆทันใดนั้น ก็มีนกยักษ์สีดำตัวหนึ่งบินเข้ามาโฉบไหล่เยี่ยหลงและยกร่างเยี่ยหลงขึ้นไปบนฟ้าและบินจากไป
หลิงคุนหลุนที่ได้เห็นดังนั้น คนก็หัวเสีย " โธ่เว้ย "
หลังจากอาการหัวเสียเกิดขึ้น คนที่ไม่รู้ว่าจะลงที่ไหน จึงหันมาหาพวกคนของนิกายมารฟ้าและกล่าว " ในเมื่อพวกเจ้าทำให้ข้าต้องเสียคัมภีร์ไป เช่นนั้นก็อย่าอยู่เลย "
ทันทีที่หลิงคุนหลุนกล่าวกับพวกคนของนิกายมารฟ้าเสร็จ คนก็ออกคำสั่งกับพวกตน " ฆ่าพวกมัน อย่าให้ใครรอดไปแม้แต่คนเดียว "