วีที่ได้ยินก็หันหลังกลับไปมองก็พบพี่ตุ๊กกับพี่เบลนางแบบสาวสวยยืนอยู่ วีที่ได้เห็นว่าทั้งคู่เดินมาทักทายเขาก็ได้แต่ยิ้มออกมาพร้อมกับกล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณที่ชมนะครับ”
พี่เบลกับพี่ตุ๊กนั่งลงตรงข้ามกับวีก่อนที่พี่ตุ๊กจะกล่าวชมออกมาอีกครั้ง
“พี่ไม่คิดเลยว่าวีจะร้องเพลงเพราะขนาดนี้ ว่าแต่ที่นี้เป็ร้านของครอบครัววีงั้นเหรอ ?”
“ใช่ครับ เป็ยังไงบ้างอาหารถูกปากไหม ?”
วียิ้ม พี่ตุ๊กจึงพยักหน้ารับ
“ทุกคนพูดเป็เสียงเดียวกันว่าอร่อยมาก ถ้าเป็ไปได้พี่อยากจะพาลูกน้องมาเลี้ยงบ่อยๆ”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะออกมา
“ก็ดีสิครับ ร้านผมจะได้ขายดี”
ทั้งสามคนหัวเราะกันก่อนที่วีจะถามกับพี่ตุ๊กว่า
“ว่าแต่คนพวกนั้นเป็ลูกค้ารายใหม่งั้นเหรอครับ ?”
พี่ตุ๊กพยักหน้า
“ใช่แล้ว พวกเขาเป็เ้าของแบรนด์เสื้อผ้าที่พึ่งจะมาเปิดกิจการที่เมืองไทยน่ะ พวกเขาเป็แบรนด์ชื่อดังที่อยู่ในประเทศเมเนอร์เรียซึ่งกำลังจะมาเปิดสาขาที่นี้น่ะ”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้า วีนั้นไม่ได้มีความรู้เื่ประเทศต่างๆมากนักแต่เขาก็พอจะมีความรู้ทั่วไปอยู่บ้าง เนื่องจากข่าวพวกนี้มีให้เห็นกันแทบทุกวัน
จากความทรงจำอันเลือนลาง ประเทศเมเนอร์เรียนั้นเป็ประเทศใหม่ที่พึ่งก่อตั้งขึ้นมาและมีประวัติเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่กลับมีความก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจเป็อันดับต้นๆเนื่องจากประเทศของพวกเขาเป็หนึ่งในประเทศที่ส่งออกแร่ดิบเป็อันดับต้นๆของโลก
ในอดีตวีก็เคยได้กลายเป็พรีเซนเตอร์ของเครื่องประดับที่มาจากประเทศนั้นอยู่เหมือนกัน แต่มันก็แค่ครั้งเดียวล่ะนะ
วีมองไปที่คนจากประเทศเมเนอร์เรียเล็กน้อยก่อนจะเลิกให้ความสนใจ ประเทศที่ร่ำรวยขนาดนั้นเขาตอนนี้จะไปตีสนิทได้ยังไงกัน
หลังจากนั้นวีก็กลับมาคุยกับพี่ตุ๊กและพี่เบลต่อ
“ว่าแต่วี พี่กะว่าจะชวนวีมาช่วยงานพี่อีกครั้งนึงน่ะ วีจะว่างหรือเปล่า ?”
พี่ตุ๊กเอ่ยถามขึ้น วีจึงสงสัยพร้อมกับถามกลับ
“งานของแบรนด์เสื้อผ้าที่ว่านั่นน่ะเหรอครับ ?”
พี่ตุ๊กพยักหน้า ก่อนจะพูดถึงรายละเอียดงาน
“พอดีว่าทางแบรนด์เขากำลังจะเปิดตัวเสื้อผ้าผู้ชายน่ะ และเขาอยากจะได้นายแบบที่ค่อนข้างจะวัยรุ่นหน่อย และพี่ก็เลยคิดถึงเราขึ้นมา”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย
“ได้สิครับ ่นี้กำลังปิดเทอมอยู่ด้วยผมเลยว่างน่ะ”
พี่ตุ๊กกับพี่เบลเมื่อได้ยินว่าวีกำลังอยู่ใน่ปิดเทอมก็ถึงกับแสดงสีหน้าใออกมาก่อนที่พี่เบลจะถามออกมาว่า
“ไม่ใช่ว่า่นี้มหาลัยยังอยู่ใน่สอบหรอกหรอ ทำไมถึงปิดเทอมล่ะ ?”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็ร้องอ๋อออกมาก่อนจะตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ใช่มหาลัยหรอกครับ ผมยังเรียนอยู่ม.ปลายอยู่เลย”
พี่เบลใก่อนจะถามต่อ
“มะ.. ม.ปลาย ? นี่วีอายุเท่าไหร่กันจ๊ะ ?”
วีที่ได้ยินคำถามแบบนั้นก็คิดเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไปว่า
“อืม… ถ้านับตามปีก็ 17 นะครับแต่ถ้านับจริงๆแล้วผมยัง 16 อยู่”
ทั้งคู่เมื่อได้ยินอายุของวีก็ถึงกับใ ถึงแม้ทั้งสองคนจะรู้อยู่แล้วว่าวียังอายุน้อยแต่ก็คิดว่าน่าจะอยู่ใน่มหาลัยเท่านั้นเพราะด้วยรูปร่างที่สมส่วน ใบหน้าที่หล่อเหลากับความสูง 174 ซม. บวกกับอุปนิสัยที่ดูเป็ผู้ใหญ่ทั้งสองคนเลยคิดว่าวีนั้นจะต้องเป็เด็กมหาลัยแน่ๆ
แต่พอมารู้ความจริงแล้วก็อดจะใไม่ได้ ทั้งสองคนมองวีอย่างไม่เชื่อสายตาอยู่สักพักก่อนจะได้สติกลับมาจากคำพูดของวี
“ก็ได้ครับผมตกลง เอาเป็ว่าพี่ตุ๊กนัดหมายวันและสถานที่มาเลยนะครับ เดียวผมขอตัวไปขึ้นไปบนเวทีก่อน”
“ดะ… ได้เลย”
วียิ้มก่อนจะลุกออกจากโต๊ะและขึ้นไปบนเวทีเพื่อร้องเพลงต่อ