บทที่ 83:เวทมนตร์โบราณ
“เชนหลาน ตรวจสอบหน่อยว่าแผ่นศิลานี้คืออะไร”
เฮรัค ทรุดตัวลงนั่งพักบนพื้นหินอันเย็นเยียบเขาหลับตาลงเพื่อระงับอาการมึนงงที่ยังคงตกค้างอยู่ในหัว
สมองของเขาอื้ออึงราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบเบาๆเพียงเพราะเผลอไปจ้องมองลวดลายบนศิลานั่นเพียงชั่วครู่
"ยืนยันผลการวิเคราะห์:ความเป็นไปได้ที่จะเป็นแผ่นศิลาจารึกเวทมนตร์โบราณอยู่ที่ 87.6%"
เชนหลาน รายงานผ่าน ชิปพันธุกรรม
“แผ่นศิลาจารึกเวทมนตร์โบราณ...”
เฮรัคพึมพำกับตนเอง
ในยุคบรรพกาลที่ยังไม่มีการประดิษฐ์กระดาษพ่อมดรุ่นบุกเบิกมักบันทึกวิชาความรู้ลงบนกระดูกสัตว์ หนังสัตว์หรือแม้แต่กระดูกมนุษย์ แต่สำหรับแผ่นศิลาระดับนี้มันคือสื่อบันทึกชั้นสูงที่ใช้สำหรับเวทมนตร์ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง
‘น่าจะเป็นเวทระดับ 1’
เขาประเมินเพราะมีเพียงมนตราที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไปเท่านั้นที่จะส่งแรงกดดันมหาศาลใส่พลังจิตของเขาได้เพียงแค่การมอง
“เชนหลานสแกนและบันทึกรายละเอียดของแผ่นศิลานี้ทั้งหมด อย่าให้ตกหล่นแม้แต่มิลลิเมตรเดียว”
เฮรัครู้ดีว่าเวทมนตร์โบราณมักเน้นไปที่พลังทำลายล้างและการเอาชีวิตรอดที่รุนแรงมันคือมรดกแกนกลางของเผ่าพันธุ์ที่ถูกขัดเกลามาเพื่อต่อสู้กับอสูรกายในยุคดึกดำบรรพ์
พ่อมดในยุคปัจจุบันต่างถวิลหาเวทมนตร์เหล่านี้เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บให้กับตนเอง
"การสแกนและบันทึกข้อมูลทางกายภาพเสร็จสิ้นข้อมูลถูกจัดเก็บในหน่วยความจำสำรอง"
แม้ เชนหลาน จะบันทึกภาพไว้หมดแล้วแต่เฮรัคกลับรู้สึกไม่วางใจ การศึกษาจากภาพจำลองอาจทำให้เขาพลาดสัมผัสของ พลังเวทมนต์ที่แฝงอยู่ในเนื้อหิน เขาเดินวนรอบแผ่นศิลาที่ฝังลึกลงไปในดินก่อนจะตัดสินใจอย่างบ้าบิ่น
“ขุดมันไปทั้งแผ่นเลยแล้วกัน!”
เขาหยิบพลั่วออกมาขุดดินรอบฐานศิลาอย่างระมัดระวังโชคดีที่มันไม่ได้ถูกฝังไว้ลึกนัก หลังจากลงแรงไปครึ่งชั่วโมงแผ่นศิลาสูงสองเมตรก็เริ่มโอนเอน
เฮรัคใช้สมาธิควบรวมแผ่นศิลากับพื้นที่ในแหวนมิติแม้ของจะเต็มจนเกือบล้นแต่เขาก็ยังพอเจียดที่ว่างเบียดเสียดจนเก็บแผ่นศิลายักษ์เข้าไปได้สำเร็จ
เขามองหลุมที่เหลืออยู่แล้วเกาหัวด้วยความกังวล
“ถ้าเจ้าของที่นี่กลับมาเห็นเข้าชะตาข้าคงดูไม่จืดแน่”
เฮรัคคำนวณเวลาเขาเหลือเวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนรุ่งสางหากคำแนะนำของลุงช่างตีเหล็กเป็นจริง เขาจะหลุดพ้นจากฝันร้ายนี้เสียทีเขาเดินสำรวจลานกว้างอีกครั้งแต่พบเพียงรูปปั้นหินธรรมดาที่ไร้ค่าจึงตัดสินใจถือตะเกียงเดินกลับไปที่ปากถ้ำ
เมื่อแสงแรกของดวงอาทิตย์เริ่มทอจับขอบฟ้าฝูงแมงมุมที่เคยปิดล้อมปากถ้ำก็เริ่มกระสับกระส่ายพวกมันเริ่มถอยร่นกลับเข้าสู่รังในป่าสนเสียงขยับขานับหมื่นที่เคยฟังดูน่าสยองขวัญบัดนี้กลับไพเราะราวกับเสียงสวรรค์เพราะมันหมายถึงอิสรภาพของเขา
เฮรัครอจนกระทั่งแสงแดดสาดส่องลงมาอย่างเต็มที่เพื่อให้แน่ใจว่าอันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้วเขาจึงค่อยๆ ก้าวออกจากถ้ำ และเดินผ่านป่าสนที่เต็มไปด้วยใยแมงมุมสีขาวโพลน
ทว่าเมื่อเขากลับมาถึงจุดที่เป็นแปลงเพาะปลูกหญ้าหนวดมังกรเฮรัคก็ต้องยืนตะลึง
เบื้องหน้าของเขาไม่มีแปลงผักที่เป็นระเบียบไม่มีหญ้ามตราล้ำค่าที่เขาเคยขุดมีเพียงพุ่มไม้รกชัฏและวัชพืชพื้นเมืองที่เติบโตอย่างไร้ทิศทาง
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...”
เฮรัคพึมพำด้วยความสับสนเขามั่นใจว่าจำตำแหน่งไม่ผิดแน่
“เชนหลาน ยืนยันพิกัดทีตรงนี้คือแปลงปลูกหญ้าหนวดมังกรและวัตถุดิบยามนตราที่ข้าขุดไปเมื่อคืนใช่หรือไม่?”