การมาถึงของเขาได้ทำให้บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยต้องเกิดความโกลาหลและวุ่นวาย
“กรี๊ดดดดดดดด หล่อม๊ากมากเลยค่า! พี่สาวคนนี้อยากจะถวายตัวให้เลยอ่า”
“อย่างกับเจ้าชายเลยน่ะ ไม่ใช่สิ เขาเป็นเจ้าชายอยู่แล้ว เพราะเขามาจากตระกูลซิกฟรีด!”
นักเรียนหญิงหลายคนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ บางคนถึงกับส่งเสียงกรีดร้องเบาๆด้วยความตื่นเต้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนใจและสายตาหลายร้อยคู่ที่จ้องมอง
อนาเธอร์เดินผ่านกลุ่มนักเรียนด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง ความมั่นคงในทุกย่างก้าวและออร่าที่เปล่งประกายจากตัวเขา ทำให้ทุกคนที่พบเห็นต้องหลงใหลในเสน่ห์โดยไม่รู้ตัว
“อะไรวะ? ชีวิตของคนๆนึงมันจะสมบูรณ์แบบได้มากถึงเพียงนี้เลยเหรอ?”
“เออดิ แค่ใบหน้าก็ดูดีเกินพอแล้ว ทว่านี่เขากลับมีตระกูลอยู่เบื้องหลังอีก!”
“เหอะๆ แบบนี้ผู้เล่นที่มีอายุไล่เลี่ยกันอย่างพวกเราจะไปแข่งขันได้ยังไงกัน!”
สำหรับนักเรียนชายหลายคน พวกเขาตกตะลึงกับความสง่างามและความน่าเกรงขามของอนาเธอร์ ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับรูปปั้นเทพเจ้าและท่าทีที่มั่นคงของเขา ทำให้หลายคนรู้สึกถึงความอิจฉาและท้าทายในเวลาเดียวกัน
นักเรียนชายบางคนอดไม่ได้ที่จะคิดในใจว่า พวกเขาจะสามารถยืนเคียงข้างอนาเธอร์ได้หรือไม่ในเรื่องของทักษะการต่อสู้
แต่สำหรับนักเรียนหญิง ความหล่อเหลาและเสน่ห์อันลึกลับของอนาเธอร์กลับทำให้พวกเธอรู้สึกมากกว่าแค่ความประทับใจ
บางคนถึงกับร่างกายสั่นเทา หัวใจเต้นแรงและไม่สามารถหุบขาของตัวเองได้เพราะความตื่นเต้นเกินควบคุม ความสง่างามของอนาเธอร์ทำให้ผู้หญิงหลายคนกรีดร้องเบาๆ
บางคนถึงขั้นมีอาการที่แสดงออกชัดเจนว่าพวกเธอไม่อาจต้านทานเสน่ห์ที่รุนแรง
“เขาดูราวกับเทพเจ้าจริงๆ ไม่เคยเห็นใครที่มีเสน่ห์แบบนี้มาก่อนเลย”
นักเรียนหญิงคนหนึ่งพึมพำกับเพื่อนของเธอ ขณะที่อีกคนหนึ่งพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ถอยไปก่อนพวกเธอ!”
ผู้อำนวยการจิ้งเหรินและรองผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ที่ยืนรอคอยอยู่นานแล้วก็ก้าวออกมาต้อนรับด้วยตนเอง
ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่แสดงถึงความยินดีอย่างชัดเจน พวกเขารู้ว่าการที่ทายาทผู้มีศักยภาพระดับนี้เลือกมหาวิทยาลัยของพวกเขา ก็ถือเป็นเกียรติอันสูงสุด
“ยินดีต้อนรับอนาเธอร์!”
“เจ้าเลือกถูกต้องแล้ว มันเป็นเกียรติอย่างยิ่งต่อมหาวิทยาลัยของเราเลยเชียวละ”
ผู้อำนวยการกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล อนาเธอร์พยักหน้าเล็กน้อยเป็นการตอบรับ เขายังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งและสง่างามเช่นเดิม
“ไปกันเถอะ.. ข้าจะแนะนำด้วยตนเอง!”
เมื่อการต้อนรับเสร็จสิ้น อนาเธอร์ถูกนำเข้าสู่มหาวิทยาลัย ท่ามกลางสายตาของนักเรียนที่ยังคงจับจ้องเขาด้วยความตื่นเต้น
นักเรียนหลายคนเริ่มกระจายข่าวเกี่ยวกับการมาถึงของอนาเธอร์ไปอย่างรวดเร็ว
ข่าวแพร่กระจายไปทั่วมหาวิทยาลัยในเวลาไม่นาน ทุกคนต่างพูดถึงความสง่างามและพลังที่แฝงอยู่ในตัวเขา
ในขณะเดียวกัน ภายในใจของอนาเธอร์เองก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นเล็กๆที่เกิดขึ้น แม้ว่าเขาจะคุ้นเคยกับการได้รับความสนใจจากผู้คนมากมายแต่การเข้าสู่มหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยนักเรียนผู้มีความสามารถและทรัพยากรการฝึกฝนที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ทำให้เขารู้สึกถึงโอกาสที่จะได้พัฒนาตนเองในมิติใหม่ๆ
การเข้ามาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่ใช่แค่การฝึกฝนทักษะ แต่ยังเป็นการค้นหาตัวตนและเส้นทางที่เขาจะก้าวไปในอนาคตอีกด้วย
มหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์เป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้เล่นที่มีศักยภาพสูง การที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันนี้ ทำให้เขาต้องมุ่งมั่นและพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น เพราะเขารู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยความท้าทายและศัตรูแข็งแกร่งมากมายที่รอเขาอยู่
“นั่นไงละ.. นักเรียนใหม่คนที่ว่า”
เสียงกรีดร้องและเสียงกระซิบกระซาบยังคงดังอยู่รอบตัวเมื่ออนาเธอร์เดินลึกเข้าไปในมหาวิทยาลัย นักเรียนจำนวนมากไม่สามารถละสายตาจากเขาได้ ขณะที่บางคนยังคงพยายามเก็บภาพความประทับใจครั้งนี้ไว้ในความทรงจำ
“เฮ้อ รู้แบบนี้น่าจะมาซะเงียบๆก็ดี”
เมื่อเห็นบรรยากาศที่เกิดขึ้นรอบตัว ชายหนุ่มก็ได้แต่ถอนหายใจและส่ายหัวเบาๆ เขาไม่คาดคิดเลยว่าการมาถึงของตนจะทำให้เป็นที่คึกโครมและยิ่งใหญ่เช่นนี้ ทั้งๆที่ในความเป็นจริง ตัวของเขาเพียงแค่อยากจะเข้ามาในมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์อย่างเงียบๆ โดยไม่มีใครสนใจ
สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงข้ามกับที่เขาคาดคิดอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะหันไปทางไหน อนาเธอร์ก็พบว่านักเรียนทุกคนต่างจับจ้องมาที่เขาด้วยสายตาตกตะลึง บางคนแสดงออกด้วยความเคารพ ในขณะที่บางคนดูเหมือนจะไม่เชื่อสายตาของตัวเอง
สิ่งนี้ทำให้รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย เพราะในใจลึกๆ เขาต้องการเพียงแค่ความเงียบสงบและเวลาในการพัฒนาตัวเองเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่านี่จะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว เมื่อผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการตัดสินใจออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ไม่นานนัก ข่าวการมาของอนาเธอร์ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว นักเรียนที่เคยเห็นเพียงแค่จากระยะไกลก็เริ่มซุบซิบกันถึงที่มาของเขา เสียงกระซิบกระซาบลอยอยู่รอบๆบริเวณห้องโถงใหญ่ของมหาวิทยาลัย จนกลายเป็นเสียงวุ่นวายที่ไม่สามารถระงับได้
“นั่นอนาเธอร์... ”
“ทายาทลำดับที่สี่ของตระกูลซิกฟริด!”
เสียงหนึ่งในกลุ่มนักเรียนพูดขึ้น
“เป็นไปได้ยังไง? ข้าไม่เคยได้ยินว่าตระกูลซิกฟริดมีทายาทลำดับที่สี่มาก่อนเลย!”
อีกเสียงหนึ่งตอบกลับมาด้วยความประหลาดใจ และเมื่อข่าวนี้กระจายไปในวงกว้าง นักเรียนหลายคนก็ยิ่งตกตะลึงจนไม่เชื่อหูตัวเอง
ที่ผ่านมา ผู้คนทั่วทั้งโลกต่างรู้จักชื่อเสียงของตระกูลซิกฟริด ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกแห่งผู้เล่นทั้งหมด
โดยเฉพาะชื่อเสียงของทายาททั้งสามของตระกูล: ไมเยอร์, เรน, และ ไคล์ ซึ่งแต่ละคนล้วนแต่เป็นผู้เล่นที่สามารถสั่นสะเทือนโลกได้
ไมเยอร์, ทายาทคนโต, เป็นผู้ก่อตั้งกิลด์ใหญ่และทรงอิทธิพลในประเทศมังกร ชายที่มีความสามารถด้านการต่อสู้และใช้กลยุทธ์ในการต่อสู้ไม่แพ้ใคร เขาคือคนที่ไม่เคยพลาดการคำนวณ และทุกการเคลื่อนไหวของเขาในโลกแห่งการต่อสู้ มักจะเปลี่ยนแปลงกระแสทิศทางของสงคราม
เรน, ทายาทคนที่สอง, เป็นอัจฉริยะผู้งดงามเหนือจินตนาการ ผู้สืบทอดพลังเทพเจ้าที่มีเรื่องเล่าและตำนานมากมาย ชื่อเสียงของเรนแพร่สะพัดไปทั่วประเทศมังกรและโลก และหญิงสาวมักได้รับการนับถือว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทรงพลังและมีอิทธิพลสูงสุดในโลกแห่งนี้
ไคล์, ทายาทคนที่สาม, จอมบงการที่อยู่เบื้องหลังกิลด์ใหญ่หลายๆแห่งในโลก เรียกได้ว่าเป็นจ้าวกลยุทธในการทำสงครามเลยก็ว่าได้
ตลอดเวลาที่ผ่านมา นักเรียนและผู้เล่นมากมายต่างก็รู้จักและเคารพในชื่อเสียงของพี่น้องทั้งสาม แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือ การที่มีทายาทลำดับที่สี่ของตระกูลซิกฟริดอย่างอนาเธอร์ที่ไม่เคยมีใครพูดถึงมาก่อน
ชื่อของเขาไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ และไม่มีข่าวคราวใดๆเกี่ยวกับการฝึกฝนหรือการปรากฏตัวในสังคม แต่ตอนนี้ชายหนุ่มคนนั้นกลับปรากฏตัวในมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ การที่เขาเลือกมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทำให้นักเรียนหลายคนเกิดความสงสัยและตื่นเต้นขึ้นในทันที