มองตามคนอื่นๆก็หัวเราะตามพวกเขามั่นใจเลยว่าชายชราจะต้องล้อเล่น ดังนั้นทั้งสามคนจึงยิ้มแห้งๆ
“คุณหูแม้เด็กคนนี้จะดูแตกต่างจากเด็กเก้าขวบทั่วไปแต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะทําเช่นนั้น!’’ จื่อหงส์ส่ายหัว อีกอย่างแค่ใครดูก็รู้แล้วว่านั่นแค่เด็กแล้วมันจะทําอย่างนั้นได้อย่างไร?
“หึๆคุณช่างเข้าใจพูดล้อเล่นนะคุณหู!’’ หวังลี่ก็หัวเราะหึๆเห็นด้วยเขามองก็รู้แล้ว่าเด็กคนนั้นน่ะตาบอด แล้วมันจะเป็นได้อย่างไรที่อีกฝ่ายจะสู้?
“ฮ่าๆๆๆๆตอนแรกผมก็นึกว่าคุณหูเป็นคนน่ากลัวเสียอีก ที่แท้คุณก็เป็นคนขี้ตลกเหมือนกันนะ!’’เย่ฉวนหัวเราะเบาๆ การสนทนาครั้งนี้มันทําให้เขาเปิดหูเปิดตาจริงๆ
คนขี้ตลก?
หูเฟิงส่ายหัวไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขาอีกแล้วว่าเด็กหนุ่มนั้นแข็งแกร่งแค่ไหนยิ่งการที่ได้ชายหนุ่มคนนั้นเพิ่มความแข็งแกร่งให้ อีกฝ่ายต้องแข็งแกร่งขึ้นมากอย่างแน่นอนแล้วแบบนี้จะไปตลกได้อย่างไร?
ตลกกับผีน่ะสิ!
“จริงสิ คนที่ชวนพวกเรามาไปไหนล่ะ?’’ หวังลี่เลิกสนใจเขาถามถึงเย่ฟางเทียนผู้ซึ่งเป็นคนจัดงานเลี้ยงเพราะรอบๆนี้นอกจากคนของตระกูลเย่แล้ว ก็มีเพียงแค่พวกเขาและคนที่ถูกเชิญมาเท่านั้น
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน’’เจ้างานไม่อยู่ จื่อหงส์และหูเฟิงก็ต้องการคําตอบ
“พ่อน่ะเหรอ?ตอนนี้เขาไปเตรียมการอะไรสักอย่างอยู่น่ะ เห็นบอกว่าจะมีเซอร์ไพรส์เป็นพิเศษซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาต้องการจะทําอะไร!’’ถูกถาม เย่ฉวนก็ส่ายหัว ในช่วงหลายวันนี้พ่อของเขาดูแปลกมากยิ่งวันนี้ยิ่งดูน่ากลัวเป็นพิเศษถึงขนาดที่ว่าสั่งห้ามคนในตระกูลห้ามตามไปใกล้เลยเด็ดขาด
ช่างน่ากลัวจริงๆ!
คิดว่าเดี๋ยวอีกฝ่ายก็คงมาทุกคนจึงพยักหน้าเข้าใจและหันไปสนใจการดวลของรุ่นเยาว์แทน
ณใจกลางลานกว้าง หลินไห่ หวังชาวเย่ เย่หลง ทั้งสามคนต่างยืนกันคนละมุมซึ่งขณะที่พวกเขากําลังจะเริ่มการดวล เด็กหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาพอดีซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก วั่งซู!
วั่งซูนั้นมีความสนใจที่จะทดสอบความแข็งแกร่งใหม่อีกอย่างเขาก็ต้องการให้คนพวกนี้ได้รับรู้ว่าศิษย์อย่างเขาผู้เป็นศิษย์ของอาจารย์มู่หลินนั้นเก่งกาจแค่ไหนเพราะนั่นคงเป็นการดีทีเดียวที่จะทําให้ทุกคนยกย่องอาจารย์ของเขา
“ให้ผมร่วมด้วยคนสิ!’’เดินมาถึง วั่งซูก็ยิ้ม ตั้งแต่ที่มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาสัมผัสการรับรู้ต่างๆของเขาก็เฉียบคมขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อเพราะอย่างนั้นแม้จะไม่ได้ใช้อํานาจพลังจิตเขาก็สามารถทําได้ทุกอย่างเฉกเช่นคนธรรมดา
“เธอ?’’หวังชาวเย่ชะงัก ดูก็รู้แล้วว่าเด็กคนนี้ตาบอด แค่เดินได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว
แล้วแบบนี้จะมาสู้กับพวกเขาได้อย่างไร?
“เด็กน้อยถ้าเธอต้องการจะมาเล่นตลกน่ะไว้เดี๋ยวจบก่อน!’’ เย่หลงพูดด้วยรอยยิ้มถึงเขาจะไม่เห็นด้วยแต่เขาก็ไม่ได้โกรธอะไร
“วั่งซูถึงเธอจะเป็นคนของเขาแต่เธอก็ใช่ว่าจะทําได้ทุกอย่างนะ!’’ หลินไห่ขมวดคิ้วถึงเขาจะได้รู้ว่ามาเด็กหนุ่มเป็นศิษย์ของมู่หลินแต่เขาก็ไม่คิดหรอกว่าอีกฝ่ายจะต่างไปจากเด็กธรรมดาทั่วไป
เพราะแค่เดินได้และใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปได้ก็เก่งแล้ว!
แล้วแบบนี้ยังจะมีเก่งกว่านี้อีกเหลือ?
“เล่นตลก?ไม่เลย!’’ เห็นว่าทุกคนยังคงมองเขาเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งวั่งซูก็ส่ายหัวก่อนจะค่อยๆยกยิ้มขึ้น มันเป็นรอยยิ้มที่มีเลศนัยอย่างเห็นได้ชัด“อ้อ ผมรู้แล้ว! ที่พวกคุณทําท่าไม่อยากให้ผมเข้าร่วมด้วยเป็นเพราะกลัวเสียหน้าสินะ?เฮ้อ เข้าใจแล้ว! ผมไม่เข้าร่วมก็ได้!’’
ในเมื่อมาอย่างนี้ก็ต้องเจอกับสุดยอดละครของเขา!
เห็นว่าเด็กหนุ่มทําท่าทางถอนหายใจแล้วกําลังเดินจากไปพวกหวังชาวเย่ก็เหวอ
พวกฉันนี่นะกลัวเธอ?
บัดซบ! สงสัยต้องสอนให้รู้จักที่ตํ่าที่สูงกันบ้างแล้ว!
“ช้าก่อน!เธอน่ะกลับมาเดี๋ยวนี้!’’ หลินไห่เป็นคนแรกที่เอ่ยถึงอีกฝ่ายจะเป็นลูกศิษย์ของมู่หลินแต่เขาก็ไม่กลัวเลยที่จะสั่งสอนเรื่องมารยาททางสังคมให้
“ไม่ต้องห่วงเธอจะได้สมใจ!’’ หวังชาวเย่ยิ้มหยัน ก็แค่เด็กคนหนึ่งในเมื่อไม่รู้จักที่ตํ่าที่สูง เขาจะสอนมารยาทให้!
“ถึงเธอจะพูดยั่วโมโหแต่พี่ชายจะออมมือให้!’’ เย่หลงเป็นคนฉลาดและมองออกเขาจึงต้องการลงมือสั่งสอนเด็กหนุ่มเบาๆ
“พูดความจริงแล้วยอมรับกันไม่ได้เลยเหรอ?น่าผิดหวังผู้ใหญ่อย่างพวกคุณเสียจริง!’’ด้านวั่งซูที่กําลังหันหลังเดินจากไปก็หันกลับมาแล้วยักไหล่
เห็นแบบนั้นพวกหวังชาวเย่ก็แทบคลั่ง
ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะ!
“นั่นมันลูกศิษย์ของมู่หลินใช่ไหม?’’เจียงหยางที่มองเห็นเหตุการณ์ตรงใจกลางของลานกว้างได้เอ่ยขึ้น
“ลูกศิษย์ของมู่หลิน?ก็ไม่แปลกที่เขาเหมือนกันเสียขนาดนั้น!’’ ซุยหมิงกลอกตาดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะได้นิสัยยั่วโมโหมาจากชายหนุ่มเป็นอย่างมาก
“แล้วไง?เขาก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่ง ถึงจะเป็นลูกศิษย์ของมู่หลินจริง จะไปทําอะไรได้?’’หวู่เสินดันแว่นขึ้น เขาคิดว่าเด็กหนุ่มคงอยากแสดงผลงานและเป็นที่ชื่นชมแก่มู่หลินซึ่งในสายตาของเขาแล้วนั่นมันก็แค่นิสัยเด็กๆ
เพราะอย่างนั้นคงต้องให้บทเรียนเสียบ้าง!
“ก็คงงั้น!’’หยวนอิ้งพยักหน้าเห็นด้วย ถึงจะแตกต่างจากเด็กเก้าขวบทั่วไปก็จริงแต่การไปหาเรื่องกับพวกหวังชาวเย่นั้นไม่ใช่เรื่องดีเลย
พวกซุยเทียนก็ไม่ได้สนใจอะไรพวกเขาเพียงแค่ประหลาดใจและสนทนากันเหมือนเดิมตามภาษาของผู้ใหญ่
“หลินไห่นะหลินไห่…’’กลับกัน เทาก้านและเหล่ยฟ่านที่กําลังทานอาหารพลันส่ายหัวพวกเขามองว่าอีกฝ่ายกําลังจะประสบชะตากรรมเหมือนกับลุงหูในก่อนหน้านี้แล้ว
รนหาที่จริงๆ!
“ลูกศิษย์ของมู่หลิน?’’จื่อหลิงที่ได้ยินพวกเจียงหยางพูดคุยกันก็พลันให้ความสนใจอย่างน้อยเธอก็เป็นหนึ่งในคนที่รู้ว่าชายคนนั้นไม่ได้ธรรมดาจากที่ตาเห็นดังนั้นเธอจึงมีความเชื่ออยู่ลึกๆว่าศิษย์ของเขาต้องไม่ธรรมดา
ถึงจะเป็นแค่เด็กเก้าขวบก็เถอะ!
“เย่หลงฉันยกให้นายจัดการสั่งสอนเขาแล้วกันจะตีก้นหรืออะไรก็ตามใจเลย!’’ถึงหวังชาวเย่จะโกรธแต่เขาก็มีความเป็นผู้ใหญ่อยู่บ้างเขาจึงหันไปทางเย่หลงที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีที่สุด
หลินไห่ก็พยักหน้าเห็นด้วยหากให้พวกเขาลงมือเองมีหวัง เด็กนี่ตูดลายแหงๆ!
“ตกลง!’’เย่หลงก็ไม่รอช้า เขาฝักมือเรียกเด็กหนุ่มด้วยรอยยิ้ม “เด็กน้อยเข้ามาเลยแล้วฉันจะสอนให้รู้ว่าศิลปะการต่อสู้ของผู้ใหญ่น่ะต่างจากเด็กแค่ไหน!’’
สําหรับเย่หลงแล้วเขามองว่าเด็กหนุ่มคงต้องการอยากโชว์อะไรทํานองนั้นดังนั้นเขาจะแสดงให้เห็นเองว่าโลกของผู้ใหญ่มันไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เด็กๆคิด!
“โอเคงั้นพี่ชายช่วยสอนผมหน่อยแล้วกันว่าศิลปะการต่อสู้ของผู้ใหญ่น่ะต่างจากเด็กขนาดไหน!’’เห็นอย่างนั้น วั่งซูก็พยักหน้าแล้วเคลื่อนไหว
พริบตา ร่างอันเล็กจ้อยก็หายไปจากสายตาของเย่หลง!
“อะไรกัน!’’เห็นความเร็วที่น่าเหลือเชื่อจนมองไม่ทันเย่หลงและพวกหวังชาวเย่ที่อยู่ด้านหลังพลันตะลึง
นี่มันใช่ความเร็วที่เด็กเก้าขวบควรจะมีแน่หรือ?