ตั้งแต่เธอยังเด็ก เหลียวชาชาก็อาศัยอยู่ภายใต้การปกป้องของเหลียวตงไค ไม่ต้องพูดถึงเรื่องแฟน แม้แต่สิ่งที่เรียกว่า หนัง AV ญี่ปุ่นเธอก็ไม่เคยดู
อย่างดีที่สุด เธอก็พบมันได้จากนิยายเท่านั้น ที่บางเรื่องจะมีเรื่องอย่างว่านี้ ซึ่งทำให้หน้าเธอแดงจนไม่สามารถอ่านต่อได้
ในสถานการณ์แบบนี้ ขณะที่เด็กคนอื่นมีประสบการณ์กับรักแรก หรือไม่ก็แฟน เหลียวชาชากลับไม่เคยแม้แต่จะจับมือกับผู้ชายคนอื่น
ยิ่งกว่านั้น เด็กผู้ชายธรรมดา ก็ไม่ใช่สเปคของเธอ
แล้วก็พวกอวดดีอย่างหลี่เจ๋ออันก็เป็นคนแบบที่เธอเกลียดอย่างมาก
รวมกับที่โรงเรียน ทุกคนมักจะล้อเรื่องหน้าอกของเธออย่างสนุก ฉะนั้น การพัฒนาด้านจิตใจของเหลียวชาชาจึงน่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการติดต่อกับพวกเด็กผู้ชาย
แม้แต่บอดี้การ์ดที่บ้านเธอก็แทบจะไม่สนใจ
แต่ในใจของเหลียวชาชา เธอยังคงฝันเกี่ยวกับเรื่องเจ้าชายและเจ้าหญิง ในตอนเด็กแม่ของเธอมักจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับเจ้าชายที่จูบปลุกเจ้าหญิงเสมอ หรือว่าช่วยเจ้าหญิงจากเงื้อมมือปีศาจขณะที่ขี่ม้าสีขาว มือถือดาบ
ตอนเด็กเหลียวชาชามักจะฝันแบบนี้ เธอฝันว่าสักวัน เจ้าชายของเธอพร้อมกับม้าสีขาว จะเดินผ่านทุ่งดอกไม้มาหาเธอ และรับเธอขึ้นม้าขาวตัวนั้นไปด้วยกัน
เมื่อโตขึ้นมา เป็นธรรมดา ที่ฝันนั้นจะสลายไป หลังจากที่อ่านนิยายมามาก เธอก็เริ่มความฝันครั้งใหม่ วันหนึ่ง ชายมากเล่ห์มาหาเธอ พร้อมกับความแข็งแกร่งของเขา ปราบพิชิตเธอ และปกป้องเธอ
‘หรือบางที ฉินเฉาอาจเป็นชายคนนั้น?’
เหลียวชาชา ขณะที่กำลังอยู่ในท่าแบบนั้นกับฉินเฉา ก็เริ่มที่จะให้ท่าเขาพร้อมกับความคิดแบบนั้น
ในตอนนี้เอง ที่บันไดทางขึ้นมาที่ดาดฟ้า ก็มีเสียงฝีเท้าที่สับสนดังขึ้นมา ทันใดนั้นทั้งสองคนก็รู้สึกตัว
“พวกมันมาแล้ว”
ฉินเฉาลูบก้นที่นุ่มนิ่มของเหลียวชาชา ทำให้ขาของเธอเกี่ยวเข้าด้วยกัน
“อืม...” เหลียวชาชาส่งเสียงครางออกมา ไม่เพียงแต่เธอจะเกี่ยวขาเข้าที่เอวของเขาเท่านั้น แต่มือทั้งสองข้างของเธอก็กอดคอฉินเฉาไว้แน่น จากนั้นเธอก็ฝังใบหน้าที่ร้อนผ่าวของเธอเข้าไปในอกของฉินเฉา
ปัง! ประตูเหล็กถูกเตะจนเปิดออก กลุ่มวายร้ายถือมาเชเต้พุ่งเข้ามา
“ช่างเป็นพวกที่ยากจะจัดการจริงๆ ...” ฉินเฉาหันหลังให้พวกเขา เสื้อคลุมยาวของเขากระพือเป็นครั้งคราว ในตอนนี้เอง ที่กลุ่มวายร้ายได้วิ่งเข้ามาถึงร่างของฉินเฉา มีดภูเขาในมือของเขากำลังจะแทงใส่หลังของฉินเฉาอย่างโหดเหี้ยม
แกร็ง! เสียงเหล็กดังมาให้ได้ยิน วายร้ายคนนั้นอดมองมีดภูเขาในมือตัวเองไม่ได้ ที่ปลายของมันงอ แต่กับฉินเฉา มีแค่เสื้อคลุมยาวของเขาเท่านั้นที่ถูกตัดขาด ไม่มีแม้แต่แผลปรากฏบนร่างของเขา
“โอ้ นี่เสื้อแบรนด์เลยนะ” ฉินเฉาหดหู่อย่างมาก นี่เป็นเครื่องแต่งกายราคาแพงที่ซูเฟยซื้อให้เขาวันนั้นด้วยเงินเดือนของเขาเอง เขาไม่มีวันซื้อของหรูอย่างนี้หรอก ถ้าเป็นเขา เขาจะไปที่ร้านลดราคา และซื้อเสื้อคลุมยาวราคาตัวละ 2-3 ร้อยหยวน ราคาถูกกว่า แถมตัวเลือกยังมากกว่าด้วย
เมื่อคิดเรื่องนี้ ความโกรธของเขาก็พุ่งใส่วายร้ายคนนั้น และเขาก็ฟาดขาของเขาเตะใส่หน้าอกของวายร้าย
ผลัวะ! วายร้ายคนนั้นรู้สึกเหมือนกับหน้าอกของเขาถูกค้อนปอนด์ทุบใส่ พ่นเลือดออกมาเป็นฟูฝอย ลอยออกมาเหมือนกับเปลือกหอย และถอยกลับไปชนใส่วายร้ายที่ตามมาข้างหลัง
“ไปกันเถอะ” ฉินเฉานำเหลียวชาชา ที่กำลังห้อยอยู่บนตัวเขาราวกับหมี เขาประจำตำแหน่งตัวเอง เตรียมที่จะกระโดดขึ้น ที่ระยะห่าง 10 เมตร ฝั่งตรงข้ามพวกเขามีตึกสูงอยู่ นั่นเป็นเป้าหมายของฉินเฉา
“เจ้าหนูนั่นจะหนีแล้ว!” เหล่าวายร้ายพากันกังวล ครั้งนี้ พวกเขาพากำลังขนาดใหญ่มาจับเหลียวชาชา ถ้าเป้าหมายของพวกเขาหนีไปได้พร้อมกับอิทธิพลของเหลียวตงไค พวกเขาจะต้องเผชิญกับการโต้กลับของเหลียวตงไคแน่ๆ
“ให้ฉันจัดการเอง!” มีวายร้ายที่ถือปืนฮัวหลงขึ้นมาที่ดาดฟ้าด้วย เขาเล็งปืนมาที่ฉินเฉาที่กำลังพุ่งไปที่ขอบตึก
เมื่อเขายกปืนขึ้น ในสายตาของวายร้ายคนนี้ ทันใดนั้นก็รวมเข้ากับฉากที่เพื่อนของเขาถูกฆ่า กระสุน 3 นัดที่ยิงเข้าหว่างคิ้ว หรือว่าเขาจะต้องเจอแบบเดียวกัน?
เพียงแค่เขาคิดเรื่องนี้ ก็เหมือนจะสายไปแล้ว ขณะที่ทะยานไปในอากาศ ทันใดนั้นฉินเฉาก็กลับหัวลง 360 องศา พร้อมกับกระโดด ทำให้เขากระโดดสูงขึ้นและสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน กับชายที่มีปืน เขาเล็งปืนที่ถืออยู่ในมือไปที่วายร้าย
“ลาขาด”
ในจังหวะนั้น วายร้ายนั่นก็อ่านปากของฉินเฉา
สำหรับการยิงครั้งนี้ ฉินเฉายิงแค่นัดเดียว กระสุนพุ่งผ่านระยะห่าง 10 เมตร ระเบิดเข้าที่หว่างคิ้วของวายร้ายคนนั้น
ภายในพริบตา วายร้ายคนนั้นก็หงายหลังลงกับพื้น ทำให้ปืนฮัวหลงของเขาตกลงที่ด้านข้าง และไถลไปกับพื้นหลายเมตร เหล่าวายร้ายหลีกห่างปืนกระบอกนี้ เหมือนกับหนีดาวหายนะ ใครที่แตะมันต้องตาย
อย่างน้อยคนที่ไม่มีปืนก็ยังไม่ตาย ใครที่มีปืนจะตายอย่างรวดเร็ว
ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ ฉินเฉาก็ข้ามระยะห่างนับ 10 เมตร ร่อนลองที่ดาดฟ้าตึกอีกฝั่งอย่างแผ่วเบา
เหล่าวายร้ายพากันตะลึง พวกเขาไม่เชื่อว่าจะมีใครที่จะกระโดดได้ไกลขนาดนั้น
ฉินเฉายืนอยู่ที่ขอบของอีกตึก ยิ้มพร้อมกับโบกมือให้กับเหล่าวายร้ายฝั่งตรงข้าม
“มาสิ ไม่ใช่ว่าพวกแกอยากได้ยัยเด็กนี่เหรอ? มาจับเธอสิ!”
“ไอ้บ้า....” เหลียวชาชาได้ยินคำพูดของฉินเฉา ก็รู้สึกเหมือนกับเป็นสินค้าราคาถูก มือน้อยๆ ของเธอหยิกเข้าที่เอวฉินเฉา
แต่หนังของชายคนนี้หนา และเอวของเขาก็เหมือนแท่งเหล็ก ทำให้เธอหยิกไม่เข้า ไม่ว่าจะแข็งยังไงก็ตาม เธอก็พยายามจนกระทั่งในที่สุดมือของเธอเจ็บ เพราะหยิกแรงไป
“เขาอยู่นั่น กันเขาไว้!” ในตอนนี้เอง ผู้คนที่รออยู่ข้างล่าง ทันใดนั้นก็ปีนบันไดขึ้นมาที่ตึกที่ฉินเฉาอยู่ แต่ละคนต่างปีนขึ้นมาชั้นบนสุดเพื่อปิดทางเขา
แต่พวกเขาทำแค่ปิดทางเข้าของชั้นนี้เท่านั้น และไม่กล้าเขามาหาดาวหายนะในมือของฉินเฉา
“อีกไม่นาน ตำรวจจะมาถึง” บางคนพูดออกมา
“เวรเอ๊ย มีอะไรต้องกลัว!” พวกเขาไม่กลัวตำรวจที่จะมาถึง เพราะว่าผู้ว่าจ้างของพวกเขาได้ติดสินบนหัวหน้าของตำรวจพวกนั้นแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะถูกจับ อย่างมากพวกเขาก็แค่พักอยู่ในคุก และจะถูกปล่อยตัวหลังจากนั้นไม่เกิน 10 วัน
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงสามารถทำอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ได้ โจมตีผู้คนกลางถนนในตอนกลางวัน
“หยุดดิ้นรนได้แล้ว!” วายร้ายที่ฉลาดหน่อยพยายามเล่นจิตวิทยากับฉินเฉา “แกไม่มีทางหนีแล้ว เรายังมีพี่น้องที่มีปืนอีกหลายคน เมื่อพวกนั้นมาถึง แกก็เป็นได้แค่คนตายเท่านั้น!”
พร้อมกันนั้น เขาก็เปลี่ยนอารมณ์ 180 องศา พูดว่า “แต่ถ้าแกยอมวางมือจากเหลียวชาชา พี่น้องของเราจะปล่อยให้แกไปจากที่นี่”
เมื่อเขาพูด ก็มีการเคลื่อนไหวบางอย่างข้างหลังเหล่าวายร้ายนี้ ในจุดนี้ ผ่านกระดุมเสื้อของชายคนหนึ่ง เหลียวตงไคกำลังมองฉากนี้ผ่านกล้อง
“ผู้อำนวยการเหลียว ดูเหมือนว่าเจ้าฉินเฉานั่นจะจนมุมแล้ว” ชายชุดดำพร้อมแว่นกันแดดถัดจากเขาพูดอย่างเคารพ “คุณต้องการให้คนของเราที่เข้าร่วม เข้าไปช่วยคุณหนูมั้ยครับ?”
“ไม่ต้อง” เหลียวตงไคท่าทางต่างออกไปจากเดิมมาก โบกมือ “ฉันอยากจะเห็น ในสถานการณ์แบบนี้ เขาจะตัดสินใจยังไง”
เหลียวตงไคตกใจกับฉินเฉามาหลายครั้งแล้วในวันนี้ ตอนแรกเขาแค่อยากจะทดสอบฉินเฉาว่ามีความสามารถเท่าไหร่ แต่ใครจะรู้ เขากลับพบว่าความสามารถของฉินเฉามีมากจนน่าตกใจ
ชำนาญปืน การต่อสู้ และแม้แต่ร่างกายของเขาก็ยังต้านทานมีดดาบได้! ตระกูลซูฝึกบอดี้การ์ดที่น่าหวาดกลัวขนาดนี้ได้ยังไง? ถ้าพวกเขามีแค่หนึ่งคนก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้ามี 8 คน 10 คนล่ะ...
ดูเหมือนว่าเขาต้องให้ความสนใจตระกูลซูมากกว่านี้แล้ว ในตอนแรก ตระกูลซูไม่ได้อยู่ในสายตาเขาเลย เพียงแค่เหลียวตงไคโบกมือ เขาก็สามารถทำลายพวกเขาได้ แต่เมื่อฉินเฉาคนนี้ปรากฏตัว ทันใดนั้นตระกูลซูก็กลายเป็นลึกลับขึ้นมา
แม้แต่เขาเหลียวตงไคก็ยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญแบบนี้ แต่ตระกูลซูกลับมีอยู่หนึ่งคน ทำให้เหลียวตงไคต้องคิดให้ดี เมื่อคิดเรื่องนี้ ตาของเขาก็จับจ้องไปที่กล้องตรงหน้าอย่างไม่ตั้งใจ
“หึหึ” ฉินเฉาหยิบบุหรี่ออกมา ค่อยๆ จุดมันอย่างช้าๆ และยิ้มพร้อมกับพูดว่า “ความคิดนี้ดีนี่ โชคไม่ดีที่ตอนนี้ฉันเป็นบอดี้การ์ดของเหลียวชาชา อยากให้ฉันยอมแพ้เหรอ? ข้ามศพฉันไปก่อน”
เมื่อได้ยินเขาพูดแบบนี้ ทันใดนั้นเหลียวชาชาก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก กอดคอฉินเฉาแน่นขึ้น เหลียวชาชารู้ว่า ด้วยความสามารถของฉินเฉา เขาไม่ต้องกลัวอิทธิพลของพ่อเธอถ้าเขาส่งเธอให้พวกนั้น ทำให้เห็นว่าเขาทำเพื่อเธอจริงๆ
ที่จริงแล้ว สาวน้อยก็คิดมากไป เหตุผลว่าทำไมเขาต้องปกป้องเธอ เป็นเพราะเขาอยากจะช่วยซูเฟยให้บรรลุข้อตกลง ถ้าเขาละทิ้งภารกิจนี้ เขาจะกลายเป็นมีคุณค่าในตระกูลซู ซูเซียนปิงจะมีเหตุผลให้อดทนต่อความสัมพันธ์ของเขากับซูจี
“แกไม่ยอมจริงๆ” วายร้ายหัวเราะ “แต่แกไม่เห็นเหรอ? แกจะไปที่ไหนได้! ทิ้งเหลียวชาชาซะ นั่นเป็นทางที่แกจะรอด”
“อย่างงั้นเหรอ?” ฉินเฉายิ้ม สูดควันเข้าปอด และค่อยๆ เดินไปที่ขอบตึก ขณะที่ยังยิ้มให้กับวายร้าย “พวกแกแน่ใจเหรอ?”
“แก? แกจะทำอะไร!” วายร้ายคนนั้น เหมือนจะรู้เจตนาของฉินเฉา ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกขนลุก
“อยากจะจับฉัน? งั้นก็ตามมาเลย!” ฉินเฉาหัวเราะ กอดเหลียวชาชา และพร้อมกับเสียงหวีดหวิว ร่างของพวกเขาทันใดนั้นก็กระโดดขึ้นไปในอากาศพร้อมกัน
“เฮ้ย!” เหล่าวายร้ายกลัวจนขี้หด คิดว่า ‘มันบ้าไปแล้ว! มันอยากจะฆ่าตัวตายพร้อมผู้ว่าจ้างหรือไง’
เหลียวตงไค เมื่อเห็นฉากนี้ผ่านกล้อง เขาก็กระเด้งขึ้นจากโซฟาของเขาทันที พร้อมกับแทบจะหัวใจวาย คำรามออกมา พร้อมกับทุบไปที่โต๊ะ
“ฉินเฉา ถ้าแกฆ่าลูกสาวฉัน ฉันจะฆ่าแกและครอบครัวแกด้วย!”
จากนั้น กล้องก็เคลื่อนไปข้างหน้า เหล่าวายร้ายรีบไปที่ขอบ มองลงไป ทันใดนั้นเหลียวตงไคก็ตะลึง เขาเห็นผ่านกล้อง ฉินเฉาพร้อมกับเหลียวชาชาในอ้อมแขน ที่กำลังตกลงจากตึกหลายชั้นอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อลงถึงพื้น เขางอเข่า และหลังจากตกลงจากตึกสูงนี้ ก็ยืนอย่างมั่นคงบนพื้น ตึกสั่นเบาๆ กล้องก็สั่นด้วย ดูเหมือนว่าการลงจอดของฉินเฉาจะทำให้เกิดแรงปะทะขนาดใหญ่ระหว่างพื้นกับตัวเขา
เมื่อฉินเฉายืนขึ้นจากพื้น และวิ่งออกไปอีกครั้ง ที่ที่เขาลงจอดเมื่อครู่ก็เกิดรอยแตกร้าวให้เห็น พื้นที่รอบๆ เต็มไปด้วยรอยแตก
“ซูเฟย ซูเฟย...” เหลียวตงไคอดพึมพำออกมาเสียงดังไม่ได้ “บอดี้การ์ดที่เธอให้มา เขาเป็นใครกันแน่....”
จบตอน