เพราะจิตใจที่ฟุ้งซ่าน ทำให้เฟยฮุ่ยขาดการระวังตัว กว่าจะรู้ตัวหนึ่งในพวกมันก็ยืนอยู่บนต้นไม้ เหนือศีรษะของนางเสียแล้ว
"ฟิ้วว!" เสียงแหวกอากาศของร่างนั้น ร่อนลงสู่เป้าหมายพร้อมมีดสองมืออย่างรวดเร็ว ทำให้สัญชาตญาณของเฟยฮุ่ยเริ่มทำงาน
"เคร้งง!" เสียงโลหะกระทบกัน เกิดจากมีดและกระบี่ เฟยฮุ่ยตวัดปลายกระบี่ ใส่ผู้จู่โจมยามราตรี ร่างลึกลับใช้แรงส่งจากกระบี่ อันส่งพลังดีดตัวไปยังต้นไม้อีกต้นหนึ่ง
"เจ้าเป็นใคร? มือสังหารงั้นรึ?!" เฟยฮุ่ยถามเสียงดัง เพื่อเตือนพวกของนางให้รู้ตัว ว่าขณะนี้มีอันตราย
จากการประเมินของเฟยฮุ่ยเอง แม้ว่านางจะรู้ว่าการที่ศัตรูเข้าใกล้ตัวได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจิตใจของนางกำลังฟุ้งซ่าน แต่การที่มันทำได้ขนาดนี้ฝีมือต้องธรรมดาแน่
"พี่หนิงเฟิ่ง! ทุกคนคุ้มกันท่านอาเลี่ยงจินด้วย มันแอบเข้าในที่พักแรมเราแล้วแน่นอน" เฟยฮุ่ยแจ้งเตือน แต่นางก็เข้าจู่โจมร่างที่ดูจะไร้คำพูดใดๆ สื่อสารโต้ตอบกลับมา
เสียงกระบี่ของเฟยฮุ่ยและอาวุธของผู้บุกรุกดังอย่างต่อเนื่อง แม้กำลังภายในของมันมิได้ครึ่งหนึ่งของเฟยฮุ่ย แต่วิชาตัวเบาของมันนั้นร้ายกาจมาก จนแทบจะเหมือนวิญญาณล่องลอยไปมาเลยด้วยซ้ำ แต่ว่าสู้พลางถอยพลาง จนเฟยฮุยผิดสังเกตุ
"เจ้าหลอกข้านี่!" เฟยฮุ่ยหยุดติดตาม เมื่อยั้งคิดได้ นางรู้ว่าหลงกลจึงกลับไปที่พักแรม
เสียงร้องเรียกด้วยความเศร้าโศก ระคนเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของศิษย์สำนักเฟยหลง ทำให้เฟยฮุ่ยใจสั่นหวิว ก่อนนางจะเห็นร่างที่เต็มไปด้วยโลหิตของศิษย์ของสำนักเฟยหลงหลายคน นอนอยู่กับพื้น บ้างก็ร้องโอดครวญด้วยเจ็บปวด บ้างก็นอนแน่นิ่ง นางเห็นศิษย์สำนักเฟยหลงคนหนึ่ง ถูกทำร้ายปากแผลเปิดกว้างจึงรีบเข้าไปตรวจดูอาการ
"น้องฮุ่ย พวกเราถูกศัตรูลอบทำร้าย มันมาหลายคน ลงมือรวดเร็ว แม้พลังฝีมือไม่สูงมาก แต่มันจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว...พวกเราเสียทีมันอยู่หลายคน" หนิงเฟิ่งกับจิวซินที่ต่อสู้ขับไล่มันไป จึงรู้ว่าฝีมือพวกมันด้อยกว่าตน แต่สำหรับศิษย์คนอื่นๆ หากสู้โดยปกติเปิดเผยแล้ว พวกมันคงสร้างความเสียหายไม่ได้มากขนาดนี้
"แล้วมีใคร เป็นอะไรบ้าง? นอกจากเจี้ยนเฉินบ้างไหม!" เฟยฮุ่ยใช้กำลังลมปราณสกัดชีพจร เพื่อห้ามโลหิต แต่อาการเขาก็ทรุดหนักจนรักษาไม่ไหวแล้ว...
"มีฟู่หรง กับ อี้หาน ที่ถูกสังหาร นอกนั้นบาดเจ็บพอควร แต่ไม่สาห้ส แล้วก็ที่อาการแย่สุดตอนนี้ก็ เจี้ยนเฉินที่อยู่กับเจ้านี่แหล่ะ น้องฮุ่ย" หนิงเฟิ่งที่ตรวจสอบความเสียหายโดยรอบแล้วรายงานแก่เฟยฮุ่ย
"ไม่จริง...ข้าไม่เชื่อ...พวกเราไม่ตายกันง่ายๆ เพราะสุนัขลอบกัดพวกนี้หรอกใช่ไหม!" เฟยฮุ่ยน้ำตานองหน้า พวงแก้มขาวเต็มไปด้วคราบน้ำตา
"เฟยฮุ่ย! ข้ารู้ว่าเจ้าเสียใจ แต่เจ้าต้องตั้งสตินะ เจ้าเป็นผู้นำ! ของพวกเขา" เลี่ยงจินนั้นระวังตัวเองตลอดเวลา ฝีมือก็ไม่ด้อยกว่าหนิงเฟิงที่เพิ่งสำเร็จมังกรทะยานขั้นที่สี่มากนัก จึงยังปลอดภัยดี
"เขาไม่ใช่พี่น้องท่าน ท่านย่อมพูดได้ ข้าโตมากับพวกเขา รักกันดังสายโลหิต ยามอับจนข้ายอมทนความอาย หาอาหารมาเลี้ยงดูพี่น้องของข้า หวังสักวันฐานะจะกลับคืนดังเดิม แต่ดูอ้ายชาติสุนัขพวกนี้สิ ฮือๆ..." เฟยฮุ่ยไม่มองหน้าใครอีก นางก้มหน้าซบลงกับร่างของเจี้ยนเฉิน ที่หายใจรวยริน
"เฮ้อ...ยุทธภพ ช่วงชิง แก่งแย่ง ฆ่าฟัน แก้แค้น...เจ้ารับเรื่องพวกนี้มิได้ เจ้าเข้ามาทำไม เหตุใดไม่แต่งงานออกเรือนไปกับผู้มีฐานะเสียเล่า ใบหน้าเจ้าสะสวย โฉมสะคราญ แถมในอดืตตระกูลของเจ้ายังเคยเป็นขุนนาง ชื่อเสียงบิดาเจ้าก็เลื่องลือ เจ้าไม่น่ามาทำงานนี้!" เลี่ยงจินกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจากไปเข้าที่พักเขาได้ทิ้งเงินให้เฟยฮุ่ยอีกหนึ่งร้อยตำลึง แต่ตอนนี้นางไม่แม้จะเหลียวมามองเงินก้อนนั้นเลยสักนิด
เจี้ยนเฉินพยามยามใช่มืออันขาวซีดปาดน้ำตาของเฟยฮุ่ย แต่ก็ไม่มีแรงมากพอ คิดจะกล่าวปลอบใจนาง
"เจ้าสำนัก...ไม่ต้องร้อง..ข้า..ข้า..ไม่..." เจี้ยนเฉินกล่าวได้ไม่จบประโยคก็สิ้นใจ
เฟยฮุ่ยนอนกอดร่างไร้วิญญาณของเจี้ยนเฉิน จนรุ่งสาง การตายของเสี่ยวอี้ที่ผ่านมานั้น นางยังมิคลายทุกข์โศกดี คราวนี้กลับมาสูญเสียถึงสามคน จากความเศร้าจึงเริ่มกลายเป็นความแค้น นางนั้นได้เข้าสู่วังวนยุทธภพเต็มตัว
"ข้าสาบาน...ข้าจะตามหาพวกมัน พวกมันจะต้องส่งพวกมันตามเจ้าไปสู่ปรโลก"
เฟยฮุ่ยนั้นความแค้นเข้าครอบงำจิตใจเสียแล้ว นางต้องการแก้แค้นให้พี่น้องของนางเป็นที่สุด แต่นางคิดฝีมือของนางต้องแกร่งขึ้นไปอีก การนี้จึงจะสำเร็จ ทันใดนั้นนางจึงคิดถึงเคล็ดวิชามังกรทะยานขั้นที่หกและขั้นที่เจ็ดที่บิดามอบให้ก่อนเดินทาง
"ต่อให้ข้าต้องฝึกจนธาตุไฟแทรก ชีพจรสะบั้น ข้าก็จะฝึก!" เฟยฮุ่ยนำเคล็ดวิชานี้ออกมาเพ่งดู
หนิงเฟิ่งที่ลอบยืนมองนางอยู่ไม่ไกลนัก ได้ยินและรับรู้ทุกประการ แต่เขาหาได้กล่าวสิ่งใดออกมา
จิวซินเข้ามาแจ้งแก่นางว่า ทุกคนได้เตรียมขุดหลุมเพื่อฝังร่างของทั้งสามคนไว้แล้ว จึงแจ้งให้นางร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะต้องออกเดินทางต่อไป
เป็นเรื่องที่น่าสลดของสำนักคุ้มภัยที่ แม้จะอาลัยอาวรณ์เพียงใด ก็ทำได้เพียงฝังร่างให้ โดยบางครั้งต้องปราศจากเครื่องไหว้หรือเครื่องทำพิธี... เฟยฮุ่ยทำได้เพียงฝังปิ่นปักผมสุดรักของนางไว้กับสุสานพวกเขาทั้งสามก่อนออกเดินทางต่อไป ซึ่งขณะนี้ศิษย์สำนักเฟยหลงเหลือเพียง สิบสองคนเท่านั้นในการเดินทาง