ตุ๊บตับ คลุก ๆ ตัวเขาตกลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว แขน ขา หัว ฟาดเข้าอะไรสักอย่างหลายต่อหลายครั้งจนนับไม่ทันต้นคอชาไม่รู้สึกอะไรอีก ทั้งร่างชาไปหมด ขยับตัวไม่ได้ซักกระเบียดนิ้วพอถึงก้นหลุม ร่างเขาก็ตกลงในน้ำอีก
ตูม!!น้ำกระเซ็นขึ้นมาเล็กน้อย กลิ่นเหม็นฉุนของน้ำคร่ำในท่อ อัดเข้าจมูกเต็มๆ
ตอนนี้เขารู้สึกเพียงว่าร่างของตนกำลังจมลงไปในน้ำอย่างช้าๆ แสงสว่างที่ตามองเห็นค่อยๆหายไป เสียงทุกอย่างก็เงียบหายไปจากหูของเขาด้วย
“ซวยฉิบหาย!! เทศบาลเฮงซวยเอ๊ย! รอดจากรถชนมาได้แล้วแท้ๆ ดันมาตกลงในท่อเฮงซวยนี้อีก”นี่คือความคิดสุดท้ายที่เขาคิด ในหัว
ผมฝ่าฟันมาทั้งชีวิตสุดท้ายแล้วก็ต้องตายไปทั้งแบบนี้เหรอ โลกนี้มันยุติธรรมเลย ทำไมกัน ทั้ง ๆ ที่เราพยายามมาตลอดตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน ขยันหมั่นเพียร ทำมันทุกอย่าง ก็หวังจะได้สบายในสักวันหนึ่งนี่เหรอสิ่งที่ชีวิตเราควรจะได้รับ เงินที่เก็บไว้ยังไม่ได้ใช้สักบาทเลย...ก็ดันมาตายเสียแบบนี้บ้าเอ๊ย!!โลกเฮงซวย!!....ความนึกคิดของเขาค่อยๆจมหายไปกับสายธารกาลเวลาอันมืดมิด
เมืองไห่ฟางเมืองฮงส์ชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ นั่งคุกเข่าอยู่หน้าป้ายิญญาบรรพชน... เื้ัของเขามีเตียงไม้เก่าๆ บนเตียงมีร่างของลูกชายของเขานอนอยู่ ข้างเตียงมีมารดาของเด็ก กำลังเช็ดตัวให้เขา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความห่วงใยต่อเด็กน้อยที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง
“ลูกตัวร้อนจี๋เลย”เสียงของผู้เป็แม่เอ่ยขึ้น มือที่ใช้ผ้าชุปน้ำเช็ดแขนเล็กๆของลูกชายสั่นเทาบนสองแก้มเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
ผ้าชุบน้ำอันแล้วอันเล่าถูกนางผลัดเปลี่ยนน้ำอุ่นในชามดินเผา ที่วางอยู่ข้างตัวนาง
ซานหู่เห็นภาพเหล่านี้แล้วเขาก็เ็ปหัวใจอยู่ลึกๆสองมือกำแน่นโดยไม่รู้ตัว
บ้านหลังนี้ถูกปล่อยร้างไม่มีใครอยู่มาหลายปีแล้ว ั้แ่บิดาได้เสียชีวิตไป เขาก็ไม่เคยพาครอบครัวกลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย
“ไม่เคยคิดเลยว่าที่นี่จะเป็สิ่งเดียวที่พวกเราเหลืออยู่”เขาจมอยู่กับความหดหู่
เพราะตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้วที่นี่จึงเป็ที่พึ่งเดียว ของครอบครัว บ้านเก่าๆ โทรมๆ 1 หลัง กับที่ดิน 50 มู่ ของบิดาที่ตายไปแล้ว นี่คือทรัพย์สิน ชิ้นสุดท้ายที่มี
ปึก!ปึก!ปึก! เสียงโขกหัวกระทบพื้น หนักๆ ดังขึ้น3 ครั้ง
“บิดา บุตรชายที่ไม่เอาไหนของท่านกลับมาแล้ว ข้าขอโทษ ที่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง”เสียงที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดของบุตรผู้ชาย ดังขึ้นต่อหน้าป้ายิญญาของบรรพชน
น้ำตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจไหลออกมาไม่หยุด การกลับมาครั้งนี้ เขาไม่ได้นำความภาคภูมิใจกลับมาอย่างที่บิดาผู้ล่วงลับคาดหวังความสำนึกเสียใจ จึงพรั่งพรูออกมา จากอกโดยไม่อาจห้าม
“ท่านพี่ ท่านข้ากับลูกจะอยู่กับท่านเสมอเราจะผ่านมันไปด้วยกัน” เสียงอันอบอุ่นจากภรรยา ดังขึ้น จากด้านหลังของเขา
ทำให้ชายร่างใหญ่ที่นั่งคุกเข่าอยู่ถึงได้สติเขาสลัดความเศร้าเสียใจออกไปในทันที อย่างไรเสียเขาก็เป็พ่อคนเขาต้องเข้มแข็ง
เขามีหน้าที่ที่จะต้องดูแลครอบครัวให้ดี จะมาอ่อนแอแบบนี้ไม่ได้ ร่างที่คุกเข่าอยู่ลุกขึ้น เหยียดแผ่นหลังให้ตั้งตรงอีกครั้งแววตาที่เคยโศกเศร้าบัดนี้หายไปแล้ว
“ยี่เอ๋อ ลูกของเราเป็ยังไงบ้าง” ซานหู่ถามออกมาด้วยความเป็ห่วงสายตาอันห่วงใยมองไปยังเด็ก ที่นอนไร้สติอยู่บนเตียงร่างเล็กๆนั้นคือซานหลง ลูกชายเพียงคนเดียวของเขา เด็กน้อยกลายเ้าชายนิทรามาร่วมเดือนแล้วและยังไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นขึ้นมา
เมื่อได้ยินคำถามของสามีหัวใจของเซียวยี่ก็หนักอึ้งน้ำตาที่อดกลั้นเอาไว้เมื่อครู่ก็ไหลออกมาอีกโดยไม่รู้ตัว
หลังมือน้อยของนางปาดน้ำตาออกจากแก้มทั้งสองข้างก่อนจะปั้นหน้ายิ้มออกมา ตอบคำถามผู้เป็สามี
“หลงเอ๋อดีขึ้นมากแล้วท่านไม่ต้องห่วง อีกไม่นานลูกจะต้องฟื้นขึ้นมาแน่นอน” น้ำเสียงของนางหนักแน่น แววตาเต็มไปด้วยความหวังอันแรงกล้า
ซานหู่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นที่ทรวงอกเป็เขาเองที่ผิด ผิดที่ไม่สามารถปกป้องครอบครัวที่เขารักได้ ไม่สามารถแม้แต่จะทวงความยุติธรรมให้กับลูกชายได้ความผิดนี้ฝังลึกอยู่ในหัวใจของผู้เป็พ่อโดยไม่อาจลบล้าง สายตาของเขาเศร้าหมองลงชั่วครู่แต่ก็กลับมาเป็ปกติอย่างรวดเร็ว
ใช่แล้วตอนนี้เขาเหลือกันแค่สามคนบ่าวที่เคยพักดี ก็จากไปหมดแล้ว คนที่เคยเป็มิตรสหายบัดนี้ไม่มีเหลืออีกแล้ว จะหวังพึ่งผู้อื่นก็คงเป็ไปไม่ได้
ที่อยู่รอดมาได้จนถึงตอนนี้ก็เพราะเงินจากการขายปิ่นปักผมของเซียวยี่
การเดินทางจากเมืองหลวงมาที่นี่เงินส่วนใหญ่ก็ถูกใช้ไปเกือบหมดแล้ว
การเดินทางไกลกินเวลาร่วมเดือนค่าใช้จ่ายจึงมากเป็ธรรมดา หากเป็แบบนี้ต่อไป พวกเขาทั้งสามต้องอดตายแน่ๆ เขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ครอบครัวอยู่รอด
น้ำข้าวต้มในกระบอกไม้ไผ่ถูกเทลงในชามกระเบื้องเก่าๆ มือเล็กๆ ของมารดา ค่อยๆ บรรจงตักน้ำข้าวต้มจากถ้วยกระเบื้องป้อนให้ลูกชายที่นอนอยู่บนเตียง น้ำข้าวต้มอุ่นๆ ไหลลงไปในลำคอของเด็กที่ไร้สติ ทีละนิด
“ยี่เอ๋อ ข้าจะออกไปล่าสัตว์ในป่า เ้ากับลูก รอข้าอยู่ที่นี่นะ”ซานหูตัดสินใจออกไปล่าสัตว์ นี่เป็ทางรอดเดียวที่เขาคิดออกตอนนี้
“ท่านก็ระวังตัวด้วย” เซียวยี่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มบางๆ แม้ใบหน้าจะซีดเซียวเพราะความเหนื่อยล้าสะสมแต่ความงามของนางก็ไม่ลดลง
มองดูร่างของสามีหายลับตาไปมือเล็กๆที่กำแน่นอยู่ใต้เสื้อก็ค่อยๆคลายออก นางกลับมาป้อนน้ำข้าวต้มให้กับลูกชายอีกครั้ง
ซานหู่สะพายธนูคันโตเดินเข้าป่าไปธนูนี้เขาได้มาตอนเป็ทหารประจำการของเมืองหลวง เป็ธนูมาตรฐานของกองทัพแคว้นเหลียว
ก่อนรับตำแหน่งขุนนางเขาเคยเป็ทหารมาก่อนถึงทุกอย่างจะเป็อดีตไปแล้ว แต่ตอนนี้ ความแข็งแกร่งของร่างกายหรือทักษะการใช้อาวุธของเขายังสมบูรณ์พร้อมไม่ได้ด้อยกว่าทหารประจำการในเมืองเลย การเข้าป่าล่าสัตว์ไม่นับเป็อันตรายนักสำหรับเขา
ดวงตะวันลาลับไปแล้วซานหู่ก็ยังไม่กลับมา ร่างบางๆของเซียวยี่ นอนฟุบอยู่ข้างเตียง นางหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า
ซานหลงไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ในโลกความเป็จริงหรือความฝันตัวเขาสั่นสะท้านเล็กน้อยสายลมแ่ๆพัดเอาหมอกด้านนอกปลิวเข้ามาถูกผิวกายทำให้เขาขนลุกเกรียวเพราะความเย็น
เสียงหวีดหวิวของสายลมดังเข้าหูของเด็กหนุ่มเป็ระยะ หน้าต่างที่ไม่อาจปิดได้สนิทถูกลมพัดขยังไหวดังออดแอดเบาๆ
ท่ามกลางความมืดเด็กน้อยสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะความเย็น ในบรรยากาศอันมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้กระทั่งลายนิ้วมือ เขามองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากม่ายสีดำในดวงตา
“นี่เรากำลังฝันหรือ!!เปล่า โอ๊ย!!ปวด ปวดหัวมาก ทำไมมันถึงปวดไปทั้งตัวแบบนี้หรือเราจะไม่ได้ฝัน เกิดอะไรขึ้นกันแน่” เด็กน้อย ใช้มือของเขากดตรงขมับอยู่หลายอึดใจก่อนจะปล่อยลมหายใจยาวออกมา
“เราถูกรถชนกระเด็นตกลงไปในท่อระบายน้ำตอนที่พุ่งเข้าไปช่วยเด็กเราตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ หรือมันจะเป็ความฝัน”เขาคิด ในฝันเขาช่วยเด็กคนนั้นเอาไว้อย่างกล้าหาญแต่สุดท้ายก็ตกตาย
“ทำไมมันง่วงอย่างนี้นะ รู้สึกเหนื่อยมากด้วย แก่มากแล้วสินะตัวเรานอนต่อสักนิดดีกว่า” เขาหลับตาลงอีกครั้ง ด้วยความเหนื่อยล้า
ที่ไหนสักแห่งในความมืดมิดบรรยากาศอันวังเวงปกคลุมไปทั่วพื้นที่
พัฒน์ฝันว่าตัวเขากลายเป็เด็กคนหนึ่งที่ถูกเพื่อนแกล้งให้กินไส้เดือน แล้วยังถูกเพื่อนเอาเห็ดแปลกๆ ยัดเข้าปากบังคับให้เขากินลงไปเขาพยายามขัดขืนอย่างสิ้นหวัง แต่ก็ไม่ได้ผล
ตอนนั้นตัวเขากลัวมากเขากรีดร้องขอความเมตตา แต่ถูกพวกมันด่าทอเหยียดหยามด้วยความสะใจ
เสียงหัวเราะของพวกมันฝังลึกลงไปในใจของเขาจนมิอาจลืมมีเด็กตัวโต กว่าเขา 3-4 คน ล็อกแขนล็อกขาเขาเอาไว้ให้เด็กตัวเล็กๆ อีกคน ใช้ไม้ตีเขา อย่างทารุณ
เขาถูกมันตีจนร่างกายเต็มไปด้วยเื ราวกับว่ามันกำลังตีหมาตัวหนึ่ง เขากรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปปากก็ร่ำร้องขอความเมตตาออกมาไม่หยุด
พวกมันก็ไม่สนใจเขาเลยสักนิดกลับหัวเราะเยาะ ด่าทอ ดูถูกเหยียดหยามเขา อย่างมีความสุข ร่างของเขาดิ้นพล่านตอนถูกทุบหัว
“ฮือๆๆ พอแล้ว ข้ายอมแล้ว ย่าทำข้าเลย ข้าเจ็บ...ฮือๆ ..โอ๊ย!...อย่า!!โอ๊ย”ปัก!!ปัก!!ตุ๊บ!!เสียฟาดไม้ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เขากลัวจับใจ ตอนที่ถูกจับคว่ำลงกับพื้น มองเห็นเพียงรองเท้าของคนที่กำลังง้างไม้ ทุบลงมาบนหัวตัวเอง ครั้งแล้วครั้งเล่าจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“ฮ่าๆ ไอ้ลูกขุนนางตกอับ ครอบครัวแกมันเป็คนขี้โกง ข้าต้าหู่คนนี้จะลงโทษเ้าแทนราชสำนักอัดมันต่อไป!!ฮ้าๆๆ”มันคำรามขึ้นแล้วหัวเราะออกมาราวกับคนบ้า
“ไม่พ่อข้าไม่ได้โกง อย่ามาใส่ร้ายพ่อข้า” ตัวเขาในความฝันเถียงกลับพวกมันไปทั้งน้ำตา แต่เถียงได้แค่ในความคิด ไม่กล้าร้องออกมาสักคำ ได้แต่ร่ำร้องออกมาด้วยความเ็ป
“โอ๊ย! พอแล้วอย่าตีข้า” เขาทำได้เพียงร้องขึ้นด้วยความเ็ป
เพี๊ยะ!เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! ...
“มันยังน้อยไป ไอ้ลูกคนโกง” ไม้ท่อนเคือง ในมือของมันฟาดเขาแบบไม่ยั้งสติของเขาหลุดลอยหายไป ทุกอย่างค่อยๆ หายไป รวมถึงสติของคนที่กำลังฝันอยู่ก็เช่นกันน้ำตาของเขาไหลออกมาอาบสองแก้มในความมืดมิด
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้เขาสะดุ้งตื่นอีกครั้ง เพราะเสียงดังจากอะไรบางอย่าง
สิ่งนั้นขยับขลุกขลักอยู่ในห้องของเขายังไม่ทันที่จะได้ตระหนกหรือใอะไร ความเ็ปก็เล่นงานสมองของเขาทันที
“อ้าก!!!” มันปวดจี๊ดแทบหัวจะะเิ เขาร้องขึ้นด้วยความทรมาน
“หลงเอ๋อ.. ลูก! ...ท่านพี่! ลูกเป็อะไรไม่รู้” เสียงของหญิงวัยกลางคนร้องขึ้นด้วยความใพัฒน์ที่กำลังแหกปากด้วยความเ็ปได้ยินเสียงนั้นไม่ถนัดนัก ในความมืดสายตาก็ไม่สู้จะมองเห็นอะไรได้ห่วงสติของเขาก็ขาดหายไปอีกครั้ง ผู้เป็พ่อปรี่เข้ามาอย่างรวดเร็ว