มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 31 โลหิตมาร

    ราเชนยังคงกัดไม่ปล่อย จนสตรีในโลงศพ ยกมือขึ้นเล็บในมือของนางก็ค่อยกางออกมา แล้วเสียบเข้าไปที่กลางหลังของราเชน

    ฉึก !!

    โอ้ย !!

    ราเชนถึงกับสะดุ้งเฮือก แล้วจับแขนของนาง  ตรึงเอาไว้กับพื้น !!

    สตรีในโลงศพ เปลี่ยนวิธีใหม่ ใช้การดูดพลังชีวิตของ ราเชนแทน โดยอ้าปากกว้างเผยให้เห็นคมเขี้ยวของนาง แล้วดูดพลังชีวิตของราเชนทางปาก มีแรงดึงดูดอย่างรุนแรงออกมาจากปากของนาง ราเชนเองก็ไม่อาจแข็งขืนได้ คล้ายกับว่าตัวเองกำลังจะหมดแรง ร่างที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ถึงกับค่อยๆ ผอมซูบลงไปอย่างช้าๆ  ลมหายใจเริ่มขาดห้วง พลังชีวิตกำลังจะหายไป

    “ นังปีศาจ ข้าไม่ยอมตายแบบนี้แน่ๆ” ราเชนขบกรามแล้วเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ แล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วใช้ปากของตนเองบดลงไปที่ริมฝีปากของนางผีดิบ ไม่กลัวคมเขี้ยวของนางอีกต่อไป

    จ๊วบ !!!!!

    สตรีในโลงศพ ถึงกับตาเหลือกค้าง ตกใจไม่คิดว่า ราเชนจะใช้วิธีชั่วร้ายนี้ดูดพลังออกจากปากของนางเป็นการตอบโต้  แต่น่าแปลก ราเชนกลับดูดพลังชีวิตของนางได้ ทั้งๆ ที่ราเชนหาได้มีพลังปราณยุทธ์ใดใดไม่ 

    พลังชิวิตของนางจึงไหลคืนสู่ร่างของราเชน เส้นเลือดสีดำ ปรากฏขึ้นไปตามใบหน้าและร่างกายของเขา และก็กลับมาอ้วนท้วนเหมือนเดิม แต่ทว่าสตรีในโลงศพก็หาได้ยอมไม่ รวบรวมพลังของตนดูดกลืนพลังชีวิตของราเชน จนร่างของนางกลับมามีน้ำมีนวลเหมือนเดิม ส่วนราเชนก็ซูบผอมลงไปเหมือนเดิมอีกครั้ง 

    ราเชนเห็นเป็นแบบนี้ไม่ได้การแน่ จึงปล่อยมือที่จับแขนของนางออก แล้วปลี่ยนมาจับหน้าอกของนางทั้งสองเต้า แล้วลงมือบีบ ขยี้ขยำอย่างแรง จนสตรีในโลงศพที่กำลังจูปปากอยู่กับราเชน ถึงกับเกร็งไปทั้งตัว ราเชนคิดในใจ ว่าเขาเดาได้ถูกต้อง จุดอ่อนของนางอยู่ที่เต้าที่ชูช่ออร้าอร่าม สั่นกระเพื่อมไปมา ราเชนใช้แรงขยี้ขยำ เป็นจังหวะพร้อมกับกับการดูดปากของนาง เหมือนกับการผายปอดพีซีอาร์ช่วยชีวิตคนหมดหายใจ จนนางไม่อาจแข็งขืนได้  จนร่างของเขาเริ่มกลับมาอ้วนท้วนเหมือนเดิม และมีเส้นเลือดสีดำปรากฏขึ้นตามร่างกายมากกว่าเดิม ส่วนสตรีในโลงศพตอนนี้ถึงกับหลับตาพริ้ม สลึมสลือ คล้ายกำลังมีความสุข สะโพกเคลื่อนไหวตอบสนองใส่ราเชน แต่ทว่า ราเชนไม่เล่นด้วย บีบเค้นนมของนางอย่างเดียวจนกระทั่ง สตรีในโลงศพถึงกับกระตุกไปหลายครั้ง สุดท้ายพลังชีวิตของนางถูกราเชนดูดออกไปจนหมด ร่างของนาง ก็ค่อยๆเหี่ยวแห้งลงไปอย่างช้าๆ จนในที่สุด กลายเป็นร่างหญิงชราที่เหี่ยวย่น

    ราเชนเห็นแล้ว ถึงกับปล่อยมือจากเต้านมของนาง แล้วถอยหลังออกมา

    “ ไอ้...อ้วน เอาพลังชีวิตของข้าคืนมา” ร่างที่เหี่ยวแห้ง ผมที่ขาวโพลน ราวกับหญิงชรา พูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ยกมือพยายามไขว่คว้าราเชนแต่ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืน

    “ สายไปแล้ว ลาก่อน” ราเชนเอ่ยเท่านี้ แล้วก็ถีบกลางอกของสตรีในโลงศพ จนกระเด็นปลิวไป ร่างของนางถึงกับแตกหัก พลันร่างกายของนางก็ค่อย ๆ สลายกลายเป็นผงธุลีไปในทันที

    “ โอ้ นี่ข้าร้ายกาจขนาดนี้เลยรึ?” ราเชนมองแขนและขาของตัวเองที่มีแต่เส้นเลือดสีดำ ผุดขึ้นมาคล้ายกำลังจะระเบิดออกมาอย่างตกใจ

    “ นี่เรากลายเป็นตัวอะไรไปแล้ววะเนี่ย?”

    ราเชนแม้จะสงสัยร่างของตนเองที่เปลี่ยนไป แต่พอเห็นหยกสีแดงที่ตกอยู่ก็เข้าไปหยิบขึ้นมาดูอย่างสงสัย

    “ นี่หรือหยกลัญจกรของปฐมจักรพรรดิหลี่เทียน แล้วนังผีดิบนี่เป็นใครกัน” ราเชนสงสัยยิ่ง แต่ไม่มีเวลาสนใจ เพราะด้านหน้าประตูทางออกตอนนี้ถูกปิด จึงรีบหาทางที่จะออกไปจากที่นี่

    “แย่แล้ว ประตูหินนี่มันเปิดออกยังไงวะ” ราเชน  หาวิธีเปิดประตูหิน แต่ทว่า กลับหาทางออกไม่ได้ พยายามดันหิน หรือ เคาะทุบ ยังไงก็ไม่ออก เขาพยายามหาอาวุธต่างๆ ฟาดไปที่ประตูหิน จนสั่นสะเทือนเลือนลั่น แต่ก็ยังไม่อาจทำลายประตูหินได้

    “ แย่แล้ว วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วนี่เราต้องติดอยู่ในนี้อีก 10 ปีเลยหรือนี่ ไม่ได้ ข้าจะต้องหาทางออกไปจากที่นี่” ราเชนเดินไปรอบๆ เพื่อหาหนทางออก ราวกันหนูติดจั่น

    ณ มุมแห่งหนึ่งในห้องโถง ห้องเก็บโลงศพ เด็กสาวที่ขายแผนที่กลับยืนอยู่กับท่านปู่ของนาง ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด แล้วเอ่ยออกมาว่า

    “ ท่านปู่ เขาดื่มโลหิตมาร และกลืนพลังชีวิตของ ราชินีมารทศเย็นไปแบบนี้ เขาจะตายไหม?”

    “ ความจริงเขาน่าจะตายไปตั้งแต่แรกแล้ว แต่ว่าโลหิตมารกลับชุบชีวิตของเขาเอาไว้ และเขายังกลืนพลังชีวิตของราชินีมารทศเย็นไป ร่างกายไร้พลังปราณยุทธ์อย่างเขาคงใกล้จะระเบิดแตกตายแล้ว”

    ร่างของราเชนเริ่มมีเส้นเลือดดำ ผุดขึ้นมากกว่าเดิม แต่เขาหาได้สนใจไม่  ยังคงหาทางออกจากห้องโถงแห่งนี้ แต่ทันใดนั้นเอง ราเชนก็สะดุ้งเฮือก ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เหมือนกับ สตรีในโลงศพ รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง แล้วก็มีเขาสีแดงค่อยๆ งอกขึ้นมาบนหัวของเขาอย่างช้าๆ ปากของเขาก็มีเขี้ยวงอกออกมา พร้อมกับกรงเล็บที่แหลมคม ร่างกายก็ใหญ่โตราวกับปีศาจ แล้วอยู่ๆ ก็เกิดอยากกลืนกินเลือดสดๆ ขึ้นมาแทน

    “ แย่แล้ว โลหิตมารสิงร่างของเจ้าหนุ่มนี่ครบสมบูรณ์แล้ว พวกเราลงมือกันเถอะ”

    ปู่กับหลาน พุ่งตัวลอยออกจากมุมมืด หญิงสาวใช้แส้พุ่งเข้ามารัดร่างปีศาจอ้วนๆของราเชนเอาไว้แน่น แต่ทว่าราเชนกลับมีแรงมหาศาล บิดตัวเล็กน้อย แส้ของนางกับขาดสะบั้น ชายชรา เข้ามาถึงตัว ปักเข็มเงินยาวกว่า 1 ฟุตเข้ากลางศรีษะของเขา ทำให้ ราเชนถึงกับยืนนิ่ง แล้วก็ค่อยๆ ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ไม่อาจขยับตัวได้แม้แต่น้อย

    “ ท่านปู่ อย่าฆ่าเขาเลยได้ไหม”

    “ ไม่ได้ โลหิตมารสิงร่างของเขาแล้วไม่มีทางขจัดออกมาได้ เจ้าอ้วนนี่จะถูกจิตมารครอบงำ กลายเป็นปีศาจมารโลหิตไปแล้ว  ต้องฆ่าเขาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น หากเขาออกไปจากที่นี่ได้ จะมีผู้บริสุทธิ์ล้มตายอีกเป็นจำนวนมาก

    “ ไม่มีวิธีอื่นเลย?” เด็กหญิงรู้สึกว่า ราเชนเป็นคนดี ไม่อยากฆ่าเขาแบบนี้

    “ แม้ว่าเขาจะมีจิตเมตตา ยอมสละชีวิตช่วยเหลือผู้อื่น แต่ทว่า หากถูกโลหิตมารควบคุม เขาจะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป หากไม่ฆ่าเขาในตอนนี้ต่อไปหากมันมีพลังกล้าแข็งขึ้น พวกเราก็ไม่อาจฆ่ามันได้แน่ๆ”

    หว่างที่พูดกันอยู่นั้น ราเชนก็ค่อยๆ เอ่ยออกมาอย่างยากเย็นว่า

    “ ตาเฒ่า ข้ายังรู้สึกตัวดีอยู่ทุกอย่าง ไม่มีใครควบคุมจิตของข้าได้”

    ทั้งสองได้ยินเสียงของราเชนพูดออกเป็นปกติ ก็ตกใจ

    “ นี่ เจ้ากลายเป็นมารโลหิตไปแล้ว ทำไมยังรู้สึกตัวได้อีก?”

    ชายชราถึงกับสงสัยยิ่ง

    “ ท่านปู่เขายังมีสติดีอยู่เลย”

    “ ไม่แน่ มารโลหิตอาจจะแกล้งทำมายาใส่พวกเราก็เป็นได้”

    “ พวกเจ้าเป็นใครกันแน่ แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับข้า”

    ราเชนเริ่มตั้งคำถามขึ้นมา แต่ทั้งสองไม่สนใจ ชายชรากับ ใช้นิ้วดัชนียิงเข้าใส่ที่หน้าอกของเขา จึงไม่อาจพูดจาอะไรออกมาได้อีก 

    “ หรือว่า เลือดสุริยฆาตของเขาสามารถสะกดจิตมารได้ คงเหลือแต่พลังของนางมารทศเย็นที่ยังคงเหลืออยู่ในร่างของเขา” เด็กสาวเอ่ยขึ้นมาอย่างสงสัย

    “ ไม่น่าเป็นไปได้ จิตมารร้ายกาจยิ่งนัก แม้นแต่บรรพบุรุษยังไม่อาจทำลายได้ ปู่คิดว่ามันยังคงอ่อนแอในร่างของเจ้าอ้วนนี่มากกว่า แต่ก็น่าแปลกที่เจ้าอ้วนยังคุมสติอยู่ได้ ทั้งๆ ที่ไร้เส้นปราณยุทธ์"

    “ ถ้าเช่นนั้น เราก็ไม่ต้องฆ่าเขาก็ได้ แค่สะกดจิตมารโลหิตที่อยู่ในร่างของเขาเอาไว้”

    “ หลานนี่ใจอ่อนเกินไปแล้ว”

    “ ก็ ข้าไม่อยากให้เขาตายนี่”

    ราเชนฟังสองคนพูดอะไรกัน ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร แต่ตอนนี้คาดว่า ทั้งสองคงไม่ฆ่าเขาแล้ว แต่ว่า ร่างปีศาจแบบนี้เขาจะออกไปพบหน้าผู้ใดได้อีก ราเชนได้แต่ท้อแท้ใจ

    “ ข้าจะใช้เพชรน้ำตาดาวของข้า เพื่อสะกดจิตมารโลหิตในร่างของเขา”

    “ รั่วซี หลานไม่รู้หรือไง ว่าเพชรน้ำตาดาวของหลานสำคัญขนาดไหน เจ้าคิดจะมอบให้กับคนที่เพิ่งเห็นหน้า ไม่กี่ครั้งได้อย่างไร”

    “ ไม่รู้เพราะอะไร ข้าไม่อยากให้เขาต้องตายแบบนี้”

    ราเชนตอนนี้มองทั้งสองคนด้วยความสับสนมึนงง แต่ตัวเองตอนนี้ไม่อาจพูดจาอะไรออกมาได้ แม้แต่คำเดียว คล้ายถูกจึ้จุดเอาไว้ ไม่อาจพูดหรือขยับตัวได้เลย

    แต่ก็รู้ว่า ตอนนี้ตนอยู่ในห้วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ตาแก่นี่คงคิดจะฆ่าเขาแน่ๆ ส่วน เด็กสาวกำลังจะช่วยชีวิตของเขา

    “ เฮ้อ...หรือนี่จะเป็นฟ้าลิขิตเอาไว้”

    “ ขอบคุณท่านปู่” เด็กหญิง  ถอดจี้เพชรออกจากคอ แล้วทาบไปที่หน้าอกของเขา ทันที มีแสงวาบเข้าไปในร่างของราเชน เพชรสีขาวใสเข้าไปในห้วงจิตของเขา แล้วส่องแสงสว่างวาบไปทั่ว จิตมารโลหิตในร่างของเขาก็ถูกสะกดเอาไว้ในทันที แม้จิตมารมันจะพยายามดิ้นรนออกมา แต่ไม่อาจหลุดจากอำนาจสะกดของเพชรน้ำตาดาวได้ เข็มที่ปักอยู่กลางหัวของเขาก็หลุดออกมา ราเชนขยับตัวได้ แล้วถอยหลังไปหลายก้าว

    ร่างปีศาจก็ค่อยๆ แปลเปลี่ยนกลับมาเป็นหนุ่มน้อยร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์เหมือนเดิม

    “ พวกท่านเป็นใครกันแน่?” ราเชนถามย้ำอีกครั้ง

    “ พี่ชาย ท่านรู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม”

    ราเชนมองตัวเองที่เป็นเหมือนเดิม แล้วก็ได้แต่พยักหน้าออกมา

    “ ข้าเฉินรั่วซี และ นี่คือ ท่านปู่เฉินชิว พวกเราเป็นคนสำนักหมื่นเซียน มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มาเพื่อจัดการกับ ราชินีทศเย็น หรือ สตรีในโลงศพนั่น แต่โชคดีที่ถูกท่านฆ่ามันตายไปเสียก่อน”

    “ แล้วทำไมข้ารู้สึกแปลกๆ”

    “ เจ้าถูกพิษโลหิตมารของราชินีทศเย็นเข้าไป แต่ตอนนี้รั่วซีใช้เพชรน้ำตาดาวช่วยสะกดมันเอาไว้ ในห้วงจิตของเจ้า เพื่อไม่ให้เจ้าใช้พลังมารไปทำร้ายผู้บริสุทธิ์ได้ แต่ทว่าเพชรหยดน้ำตาดาวนั้นอาจช่วยสะกดในยามปกติเท่านั้น หากเจ้าได้ดื่มเลือดของผู้อื่น เจ้าก็จะกลายเป็นมารโลหิตได้ 1 ชั่วยาม แม้เจ้าจะควบคุมมันได้ แต่หากว่าวันใดวันหนึ่งเจ้าดื่มเลือดผู้อื่นมากเกินไป จิตมารจะออกมาจากห้วงจิตและควบคุมร่างของเจ้าแทน  ข้าขอเตือนหากข้ารู้ว่าหากเจ้าฆ่าผู้บริสุทธิ์ ข้าจะกลับมาสังหารเจ้าทิ้งเสีย”

    ปู่ชิงชิวขู่ราเชนด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    แต่ราเชนหาได้สนใจไม่ กลับพูดสวนออกไปว่า

    “ แล้วช่วยข้าไว้ทำไม ฆ่าทิ้งเสียก็สิ้นเรื่อง” ราเชนเอ่ยไปตามตรง

    “ พี่ชายท่านเป็นคนดี ช่วยซื้อแผนที่ และ ผลกิเลนที่เน่าเสียของข้าเอาไว้ และยังเสียสละช่วยชีวิตตนเองเพื่อผู้อื่น รั่วซีช่วยท่านแค่นี้นับเป็นอะไรได้”

    ราเชนนั้นฟังแล้วก็ได้แต่ละอายใจยิ่ง ที่เขาทำลงไปล้วนแล้วแต่เพื่อความสบายใจเท่านั้น ยกเว้นที่กระโดดเข้าไปกอดสตรีในโลงศพ เขาเองก็ยังแปลกใจไม่รู้ว่าเขาทำไปได้อย่างไร

    “ ขอบคุณคุณหนูรั่วซีมาก แต่ข้าสงสัยเรื่องหนึ่ง ทำไมราชินีทศเย็นกับ หยกลัญจกรของจักรพรรดิหลี่เทียนมันเกี่ยวข้องอะไรกัน”

    “ เมื่อพันปีก่อน ราชินีทศเย็น ได้มอบโลหิตมารของตนให้กับนายพรานผู้หนึ่ง และให้สัตย์สาบานว่า หากได้เป็นจักรพรรดิแล้ว จะต้องส่งคนมาสังเวยให้กับนาง ทุกๆ 10 ปีที่ป่าลับแลแห่งนี้”

    “ นายพรานคนนั้นคือ จักรพรรดิหลี่เทียน?”

    “ ใช่ ความจริงแล้ว เมื่อก่อน นายพรานหาได้มีชื่อแซ่ไม่ ราชินีทศเย็นนั้นเป็นคนตั้งขึ้นมา โดยใช้แซ่ตามนาง ซึ่งนางมีชื่อว่า หลี่ชิงสุ่ย ราชินีมารทศเย็น”

    “  ซับซ้อนเสียจริง แล้วทำไมได้เป็นจักรพรรดิแล้ว ยังยินยอมส่งลูกหลานของตนมาเซ่นสังเวย ราชินีมารทศเย็นอีก”

    ราเชนสงสัย

    “ นั่นเป็นเพราะว่า สัญญาโลหิตมารที่ นายพรานทำเอาไว้ตั้งแต่แรก ตอนนั้นจักรพรรดิหลี่เทียนไม่ทำตาม จึงทำให้พิษโลหิตมารในร่างของเขากำเริบ ดังนั้นจึงได้ส่งแม่ทัพคนสนิทของตน มาขอพบกับนาง  และวางแผนลอบสังหารราชินีมารทศเย็น โดยใช้เลือดของคนที่เกิดวันสุริยคราส ฝังอยู่ในหยกลัญจกร เพื่อสะกดวิญญาณของนางเอาไว้ และเพื่อทำลายสัญญาโลหิตมาร แม้ว่าแม่ทัพผู้นั้นไม่อาจฆ่านางได้ แต่ก็สามารถสะกดนางให้หลับไหล ก่อนที่ราชินีมารทศเย็นจะเข้าสู่การหลับไหล ก็ส่งจิตมารของนางควบคุมจิตของจักรพรรดิหลี่เทียน ให้ประกาศออกไปว่า ทุก10 ปีจะต้องส่งรัชทายาทของราชวงศ์หลี่เข้ามาในป่าลับแล เพื่อค้นหาหยกลัญจกร ใครค้นพบจะได้เป็นจักรพรรดิคนต่อไป พอเหตุการณ์ผ่านไปที่นี่ก็กลายเป็นสถานที่ฝึกฝนของสำนักยุทธ์ต่างๆ และ ของคนในราชวงศ์หลี่ แต่ตลอดพันปีที่ผ่านมา ไม่มีใครค้นพบสุสานของราชินีมารทศเย็นอีกเลย จนกระทั่งมาในวันนี้”

    “ ท่านรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”

    “ บรรพบุรุษของข้า เป็นผู้สร้างป่าลับแลแห่งนี้ และช่วยแม่ทัพผู้นั้นสะกดราชินีมารทศเย็น จนหลับไหล มาจนถึงปัจจุบันนี้ และยังกำชับให้ลูกหลานคอยป้องกันไม่ให้ นางมารหนีออกไปจากที่นี่ได้”

    “ ทำไมไม่สังหารนางทิ้งซะเลย เก็บเอาไว้ทำไมให้เกิดปัญหา”

    “ บรรพบุรุษ เคยลั่นวาจาเอาไว้ จะไว้ชีวิตนาง” รั่วซีเอ่ย

    ราเชนนึกใจใจ ช่างเป็นคนดีกันเสียเหลือเกิน แต่แล้วก็เอ่ยอย่างตกใจว่า

    “ แย่แล้ววันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนที่ป่าลับแลจะปิด ข้าต้องรีบไปแล้ว แต่ว่า ข้าจะออกไปอย่างไรเนี่ย?”

    รั่วซียิ้ม แล้วยกมือฟาดไปที่ประตูหินที่ปิดตาย 

    ตูม !!!

    ประตูหินที่หนากว่า1 ฟุต ระเบิดออกเป็นรูปฝ่ามือขนาดใหญ่ทันที ราเชนถึงกับอ้าปากตาค้าง

    “ หวังว่า เราจะได้เจอกันอีกนะ พี่เฟยหลง”

    ราเชนยิ้มให้ แล้วรีบวิ่งออกไปจากห้องโถงทันที

    “ เจ้าเห็นอะไรในตัวของมันกันแน่” ปู่เฉินชิว มองดูหลานสาวของตนอย่างสงสัย

    “ ข้าเห็นเทพแห่งสงครามในร่างของเขา” รั่วซีเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา แต่ไม่ได้บอกออกมาหมด เพราะภาพนั้นมันแปลกๆ มันคล้ายกับเทพมารเสียมากกว่า ปู่เฉินชิวที่รู้ว่าหลานสาวของตนนั้นมีญาณนิมิตที่แม่นยำ ถึงกับขนลุกขึ้นมาแล้วมองตามหลังชายหนุ่มร่างอ้วน ที่วิ่งตุ๊ต๊ะออกไปอย่างไม่เชื่อสายตา ว่าคนอย่างนี้อนาคตจะกลายเป็นเทพแห่งสงครามไปได้อย่างไร.....