ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 7 บทที่ 191 กลับไปด้วยหัวใจของกันและกัน!

        จักรพรรดิจันทราได้ฝึกฝนร่างวิญญาณจันทราก่อกำเนิดแล้วแม้ว่าเธอจะยังไม่ได้ทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่สาม แต่เธอก็ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนบนท้องฟ้าอีกแล้วเธอสามารถเก็บตัวแล้วค่อยทะลวงผ่านการขัดเกลาขีดจำกัดครั้งที่สองต่อไปได้

        “พวกเราลงไปข้างล่างกันเถอะ!”

        จักรพรรดิจันทรากล่าว

        “ตกลง!”

        เย่เทียนบินตามจักรพรรดิจันทรากลับไปยังถ้ำที่พักเขาพักอยู่ก่อนหน้านี้

        ไม่กี่วันต่อมาจักรพรรดิจันทราก็เริ่มทะลวงขีดจำกัดของร่างกายเป็นครั้งที่สาม

        เย่เทียนยังคงเปิดพื้นที่สมองของเขาต่อไปเขายังมีสมบัติอีกหลายชิ้นที่ยังไม่ได้ใช้ เพราะก่อนหน้านี้เขาเข้าไปยังหอเทพจันทราเขาจึงยังไม่มีโอกาสได้ใช้มันแต่ตอนนี้เขาพร้อมใช้มันทั้งหมดแล้ว

        เมื่อเสร็จสิ้นการเปิดพื้นที่สมองเย่เทียนก็พยายามปรับระดับพลังของเขาให้มั่นคงขึ้นอีกเล็กน้อย

        ในวันที่สาม

        จักรพรรดิจันทราทะลวงผ่านขีดจำกัดของร่างกายเป็นครั้งที่สามได้สำเร็จความแข็งแกร่งของเธอเพิ่มขึ้นอย่างมาก เธอตอนนี้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับจักรพรรดิขวานสงครามได้แล้ว

        เดิมทีเย่เทียนได้เตรียมจะฝึกฝนไปพร้อมๆกับจักรพรรดิจันทราจนกว่าเขาจะบรรลุระดับจักรพรรดิ

        แต่เขาก็ต้องเปลี่ยนแผน

        “เย่เทียน มีข่าวจากจักรพรรดิขวานสงครามว่ามีบางอย่างผิดปกติในโลกของสัตว์อสูรในตอนนี้พวกมันล่าถอยออกไปจากรอยแยก สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิสีดำตัวนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยดังนั้นจักรพรรดิขวานสงครามจึงวางแผนที่จะสร้างฐานทัพในโลกของสัตว์อสูรขึ้นมาใหม่ ตอนนี้พวกเราสามารถเดินทางกลับได้แล้ว!”

        จักรพรรดิจันทรากล่าว

        “กลับไปได้แล้ว!”

        เย่เทียนรู้สึกมีความสุขเล็กน้อยแต่เขาก็รู้สึกผิดหวังเช่นกัน

        เขามีความสุขที่จะได้กลับบ้านและไม่ต้องติดอยู่ในโลกของสัตว์อสูรไปตลอดชีวิตแต่อีกใจหนึ่งเขาก็รู้สึกผิดหวังที่จะต้องแยกจากกับจักรพรรดิจันทรา

        โดยไม่รู้ตัว เขาคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตร่วมกับจักรพรรดิจันทราแล้วเมื่อเขาคิดถึงการที่ต้องแยกห่างออกจากเธอ หัวใจของเขาก็รู้สึกเศร้าเล็กน้อย

        แม้ว่าหลังจากกลับไปแล้ว เขาจะยังได้พบกับจักรพรรดิจันทราอยู่แต่สถานะของพวกเขาก็แตกต่างกันมาก

        จักรพรรดิจันทราเป็นจักรพรรดิที่มีพลังการต่อสู้เทียบเท่ากับจักรพรรดิขวานสงครามและยังเป็นประมุขของนิกายเทพจันทราซึ่งมีความแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าขุมกำลังใหญ่

        แล้วเขาล่ะ?

        เขาเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์แม้ว่าจะมีความแข็งแกร่งที่เทียบได้กับ 36 จักรพรรดิ แต่เขาก็ยังคงอยู่ในระดับศักดิ์สิทธิ์ หอสวรรค์ที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นตอนนี้ยังเป็นเพียงขุมกำลังขนาดเล็กเท่านั้นมันไม่ได้มีอำนาจอะไรในฐานจงไห่

        ถ้าเขากลับไปที่ฐานจงไห่ เขาจะไม่ได้อยู่กับจักรพรรดิจันทราทั้งวันทั้งคืนอีก

        จักรพรรดิจันทราดูเหมือนจะคิดถึงเรื่องนี้เช่นกันใบหน้าของเธอแสดงความผิดหวังออกมาเล็กๆ

        แต่ทั้งสองก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา

        หลังจากนั้นไม่นาน จักรพรรดิจันทราก็พูดขึ้นว่า“เย่เทียน ในอนาคตคุณสามารถมาเป็นแขกของนิกายเทพจันทราได้ตลอดเวลา ถ้ามีเวลาก็...มาหาฉันนะ…!”

        จักรพรรดิจันทรารู้สึกราวกับว่าเธอใช้พลังทั้งหมดไปกับการเอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกมา

        “ดี ผมจะไปหาคุณ!”

        ทันใดนั้นเย่เทียนก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข

        ได้ฟังประโยคนี้แล้วเขาก็รู้ว่าจักรพรรดิจันทราต้องมีความรู้สึกที่ดีต่อเขาเช่นกันมิฉะนั้นเธอคงจะไม่พูดคำเหล่านี้ออกมา

        ต้องรู้ก่อนว่าภายในนิกายเทพจันทราไม่อนุญาตให้ผู้ชายเข้าไปอย่างเด็ดขาดต่อให้เป็นชายที่แต่งงานกับศิษย์หญิงของนิกายเทพจันทรา พวกเขาก็ทำได้เพียงแค่เข้าร่วมกับกองกำลังรอบนอกของนิกายเทพจันทราเท่านั้นไม่มีทางที่จะเข้าไปในนิกายได้

        มีเพียงวันพิธีกรรมของนิกายเทพจันทราเท่านั้นที่จะเชิญผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิเข้าร่วมงานโดยไม่แบ่งแยกเพศใดๆแต่ในตอนนี้ ด้วยคำพูดของจักรพรรดิจันทรานั้นหมายความว่าเย่เทียนสามารถเข้าไปในนิกายเทพจันทราได้ตลอดเวลา

        กล่าวให้ถูกก็คือมีเพียงเย่เทียนคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับอนุญาต

        “งั้นฉันจะรอคุณ!”

        จักรพรรดิจันทราก็ยิ้มเช่นกันเธอยิ้มออกมาอย่างมีความสุข รอยยิ้มที่แบ่งบานนั้นไม่เหมือนจักรพรรดิจันทรายามปกติก่อนหน้านี้เธอเปรียบเสมือนเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ที่เย็นชาจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะเปลี่ยนไปแล้ว

        ถ้าเย่เทียนเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของฐานทัพจงไห่เขาอาจจะเข้าไปกอดจักรพรรดิจันทราไว้ในอ้อมแขน แต่ตอนนี้เขาเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น

        ถ้าเขาสารภาพรักกับจักรพรรดิจันทราและครองคู่กันเช่นนี้ถึงแม้ว่าจักรพรรดิจันทราจะไม่รังเกียจ แต่คนอื่นๆ ในฐานจงไห่จะคิดอย่างไร?

        คนอื่นๆ คงคิดว่าเย่เทียนเป็นหนุ่มหน้าขาวที่โชคดีได้ผูกสัมพันธ์กับจักรพรรดิจันทราบางทีอาจจะมีคำพูดที่ร้ายแรงกว่านั้น

        แม้คนอื่นจะพูดถึงเขาอย่างไรเขาก็จะไม่สนใจแต่เขายอมรับไม่ได้หากมีคนว่าร้ายจักรพรรดิจันทรา

        ดังนั้นเย่เทียนจึงต้องการที่จะสารภาพรักกับจักรพรรดิจันทราในตอนที่เขาแข็งแกร่งขึ้นซึ่งมันยังไม่ใช่ในตอนนี้!

        และเขาก็เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าเขาจะสามารถก้าวไปอยู่ในจุดนั้นได้ในเวลาไม่นาน!

        วันที่สอง

        เย่เทียนและจักรพรรดิจันทราก็กลับมาถึงรอยแยกมิติ

        ไม่ไกลจากรอยแยกของมิติ ฐานใหม่ถูกสร้างขึ้นจอมเวทค่ายกลระดับสูงและระดับดารากำลังร่วมมือกันสร้างค่ายกลขนาดใหญ่

        คาดว่าอีกไม่นานฐานใหม่จะถูกสร้างเสร็จ

        เมื่อจักรพรรดิจันทรากลับมาหลายคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

        มีจักรพรรดิมากมายที่เสียชีวิตลงในช่วงนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การร่วงหล่นของจักรพรรดิเนตรโลหิตได้ทำลายขวัญกำลังใจของฐานจงไห่ไปอย่างสมบูรณ์และผู้ที่สูญเสียมากที่สุดคงจะเป็นวิหารเทพมนต์ดําที่สูญเสียจักรพรรดิเนตรโลหิตและจักรพรรดิเป่าหลงไปจนเกือบจะทำให้ฐานอำนาจของพวกเขาตกจาก1 ใน 4ของขุมกำลังใหญ่

        การหายตัวไปของจักรพรรดิจันทราทำให้นิกายเทพจันทราตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายหลายคนคิดว่าจักรพรรดิจันทราได้เสียชีวิตไปแล้ว และเมื่อนิกายเทพจันทราต้องสูญเสียจักรพรรดิจันทราไป

        นิกายเทพจันทราก็ไม่สามารถนับได้ว่าเป็นขุมกำลังระดับสูงพวกเขาจะกลายเป็นเพียงขุมกำลังธรรมดาเท่านั้น

        โชคดีที่จักรพรรดิจันทรากลับมาได้อย่างปลอดภัยเรื่องนี้ทำให้ทุกคนในนิกายเทพจันทราถอนหายใจด้วยความโล่งอก

        สำหรับเย่เทียน ไม่มีใครสนใจเขานัก

        ทว่าไม่นานหลังจากที่จักรพรรดิจันทรากลับมาเย่เทียนก็เริ่มกลายเป็นหัวข้อสนทนา

        เนื่องจากจักรพรรดิจันทราได้ประกาศให้เย่เทียนเป็นแขกผู้มีเกียรติที่ได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดของนิกายเทพจันทราในอนาคตเขาสามารถเข้าไปยังนิกายเทพจันทราได้ตลอดเวลาโดยไม่มีการห้ามปราม และเมื่อเย่เทียนมาเยี่ยมนิกายเทพจันทราเขาสามารถเข้าพบเธอได้โดยตรงโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

        เมื่อข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปเย่เทียนก็กลายเป็นเป้าสายตาจากผู้ชายมากมาย แม้แต่ผู้หญิงหลายคนในนิกายเทพจันทราก็ยังเริ่มอิจฉาเย่เทียน

        สรุปแล้ว ข่าวของเย่เทียนในครั้งนี้เหมือนกับการปลุกเปลวเพลิงแห่งความอิจฉาในสายตาของผู้คน!

        ฐานจงไห่

        ตอนนี้เย่เทียนกลับมาถึงแล้วเฟิงลู่เซวี่ยรีบมาหาเขาและชวนเขาออกไปดื่มชาดื่มชาสนทนากัน

        “เย่เทียน ฉันไม่คิดเลยว่านายจะกลับมาอย่างมีชีวิตได้อย่าเข้าใจผิดฉันนะ ฉันไม่ได้สาปแช่งนาย นายมันสุดยอดจริงๆ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิมากมายล้วนตกตายไปแต่นายสามารถมีชีวิตรอดกลับมาได้ พรสวรรค์ในการล่องหนของนายช่างยอดเยี่ยมนัก!”

        เฟิงลู่เซวี่ยกล่าวด้วยความประหลาดใจ

        “ฉันเพียงแค่โชคดีเท่านั้น!”

        เย่เทียนยิ้มและไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก

        หากเขามีเพียงแค่พรสวรรค์ล่องหนระดับสุดยอดแล้วละก็เขาคงจะตายไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว

        หลังจากพูดคุยกันอยู่นั้นเฟิงลู่เซวี่ยก็ถามออกมาตรงๆว่า “เย่เทียน ความสัมพันธ์ระหว่างนายกับจักรพรรดิจันทราคืออะไรกันแน่? ทำไมเธอถึงได้อนุญาตให้นายเข้าไปในนิกายเทพจันทราได้ตลอดเวลาทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีผู้ชายคนไหนสามารถเข้าไปยังที่นั่นได้ นายรู้ไหมว่านายเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวในฐานจงไห่ที่ได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้!”

        “บางทีจักรพรรดิจันทราอาจจะมีใจให้ฉัน?”

        เย่เทียนจงใจพูดแบบนี้

        เขาไม่ได้ล้อเล่น เพราะมันคือเรื่องจริง

        แต่เฟิงลู่เซวี่ยกลอกตา “ชินายไม่ได้หล่อไปกว่าฉันสักหน่อย หรือนายจะทำให้จักรพรรดิจันทราตกหลุมรักเข้าแล้วจริงๆ? ฉันได้ยินมาว่าจักรพรรดิจันทราไม่เคยสนใจผู้ชายมาก่อนได้ข่าวว่าก่อนหน้านี้จักรพรรดิจันทราได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้นเธอก็หายตัวไปคงเป็นเพราะว่านายช่วยชีวิตเธอไว้ เธอถึงได้ปฏิบัติกับนายเช่นนี้ ฉันเข้าใจถูกไหม?”

        เห็นได้ชัดว่าในสมองของเฟิงลู่เซวี่ยมีเรื่องราวที่เขาคิดเองเออเองอยู่เรียบร้อยแล้ว

        “เอาละ ฉันช่วยจักรพรรดิจันทราไว้จริงๆ!”

        เย่เทียนพูดอย่างจนปัญญา

        “ว่าแล้วเชียวว่ามันจะต้องเป็นเหตุผลนี้แน่!”

        เฟิงลู่เซวี่ยกล่าวด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ

        “จะว่าไปเย่เทียนนายรู้ไหมว่าครั้งนี้มีจักรพรรดิตายไปกี่คน?” ทันใดนั้นสีหน้าของเฟิงลู่เซวี่ยพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

        “ฉันไม่รู้!”

        เย่เทียนส่ายหัว

        เขาเพิ่งกลับมา เขาไม่รู้เลยว่ามีจักรพรรดิจำนวนมากที่เสียชีวิตไป

        “แม้จะยังไม่มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแต่ฉันได้ยินมาว่าจักรพรรดิในฐานจงไห่ตายไปถึง 40 เปอร์เซ็นต์และใน 36 จักรพรรดิ มีจักรพรรดิถึง 16 คนตกตายไป”

        เฟิงลู่เซวี่ยพูดพลางถอนหายใจ

        การสูญเสียในครั้งนี้นับว่าหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าสงครามเมื่อ10-20 ปีก่อน

        ต้องใช้เวลานับ 10 ปีกว่าความแข็งแกร่งของฐานจงไห่จะฟื้นฟูกลับมาเป็นเหมือนเดิม