(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม

ตอนที่ 199 พี่ของเด็กคนนี้เป็นใครกัน?

 

ตอนที่ 199 พี่ของเด็กคนนี้เป็นใครกัน?

 

 

อาจารย์แพทย์ทั้งสองและนักข่าวต่างตกตะลึงไปกับคำตอบของพลอย โอเค…การสนับสนุนคนในครอบครัวอาจเป็นเรื่องปกติ ที่มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ อาจจะสนับสนุนน้องสาวของตัวเองและกลุ่มเพื่อนไปตามปกติ

แต่ทว่าเมื่อได้ยินจากปากของพลอยว่าจัดตั้งกลุ่มติวขึ้นมา ให้กับเด็กนักเรียนที่สนใจด้านการแพทย์และการพยาบาลมันก็ทำให้อาจารย์ทั้งสองคน เกิดความสงสัยป่นระคนตะลึงไปไม่น้อยเหมือนกัน

 

“พวกเราพูดจริงค่ะ นี้คือคลิปที่พวกเราถ่ายเล่นกันตอนที่กำลังติวหนังสือกันอยู่ด้วยกัน แม้กลุ่มนี้จะปิดไปแล้วก็ตาม” พลอยเปิดคลิปกลุ่มติวของเธอให้กับอาจารย์แพทย์ทั้งสองคนและนักข่าวได้ดู ซึ่งมันเป็นภาพที่พวกเขากำลังหัวเราะเล่นกันตามประสานักเรียนที่เห็นได้ตามปกติ ในช่วงวัยใกล้เรียนจบ

 

มันเป็นช่วงเวลาที่ยากต่อการลืมเลือน แม้ตัวของอาจารย์หมอทั้งสองท่านและตัวของนักข่าวก็จำช่วงวัยที่ใกล้เรียนจบม.6 ของตัวเองกันได้อยู่เลย พอพบเห็นวิดีโอดังกล่าวมันจึงเป็นเหมือนการเปิดหนังสือรุ่นของเหล่าอาจารย์ที่ตอนนี้เป็นเพียงความทรงจำสีจางๆ ไปโดยบังเอิญ

 

รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ที่ยังไม่มีสิ่งใดให้ต้องคิดกังวล ไม่มีเรื่องใดให้เครียดนอกจากการเรียนและการสอบเข้ามหาลัย นี้เป็นภาพที่ดูเหมือนจะยาวนานของเหล่าเด็กมัธยม แต่ทว่าสำหรับคนที่อยู่ในวัยทำงาน ภาพเหล่านี้มันช่างสั้นนัก

 

มันเป็นความทรงจำที่ไม่อาจกลับไปได้อีกแล้ว…แม้เพื่อนจะยังคงเป็นคนเดิม แต่ความรู้สึกและการร่วมกลุ่มเพื่อเจอกันสักครั้งหนึ่งมันไม่ได้ง่ายดายเหมือนกับวันที่พวกเขาได้อยู่ในวัยมัธยมอีกแล้ว

นอกเรื่องไปไกล…อาจเป็นเพราะวิดีโอที่พลอยยืนให้พวกเขาดู มันได้ไปกระตุ้นความทรงจำในวัยเด็กของเหล่าอาจารย์หมอ

 

ถึงกระนั้นภาพจากวิดีโอก็ทำให้เหล่าอาจารย์หมอและพ่อหนุ่มนักข่าวถึงกับอึ้ง เมื่อในวิดีโอมันเป็นภาพของเด็กมัธยม หญิงและชายกำลังเรียนรู้การทำ CPR ผ่านคำแนะนำจากผู้แนะนำในวิดีโอที่พวกเขาไม่รู้ว่ามันคือ AI ของพีท ที่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้สำหรับติวหนังสือ LevelUP นั่นเอง

 

[ตำแหน่งการวางสันมืออยู่ต่ำเกินไป ให้วางมืออยู่ระหว่างกึ่งกลางของหน้าอก]

[อย่าออกแรงด้วยการกระแทก ให้ใช้วิธีการกด]

[สุขกันเถอะเรา…เศร้าไปทำไม~]

ในคลิปวิดีโอที่เป็นกลุ่มเด็กนักเรียนกว่า 20 คน กำลังฝึกเรียนวิธีการทำ CPR โดยมีเสียงบรรยายที่เหมือนกับมีแพทย์คนหนึ่งมาแนะนำอยู่ใกล้ๆ มันทำให้เหล่าอาจารย์หมอและนักข่าวทึ่งไปแล้ว

 

ทั้งนี้มันยังตรงตามหลักการทำ CPR หรือการกู้ชีพได้อย่างถูกต้องอีกด้วย ด้วยการให้จังหวะเป็นเพลง สุขกันเถอะเรา ซึ่งจังหวะ BPM ของเพลงนี้มันตรงกับจังหวะเต้นของหัวใจพอดิบพอดี

 

“ส่วนนี้เป็นหุ่น CPR ที่หนูสองคนใช้ฝึกซ้อมส่วนตัว” พลอยเลื่อนเปิดไปอีกคลิปวิดีโอหนึ่ง ซึ่งฉากในวิดีโอได้มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ตรงที่มันไม่ได้เป็นห้องติวหนังสือเหมือนกับคลิปวิดีโอแรกอีกแล้ว

 

หากแต่เป็นห้องนอนของเด็กสาวคนนี้ ที่กึ่งกลางห้องมีหุ่นจำลองการทำ CPR ที่มีโครงสร้างและ Anatomy (กายวิภาค) เหมือนกับมนุษย์อย่างสมบูรณ์ กำลังนอนให้พลอยได้ฝึกเรียนรู้วิธีการทำ CPR ในท่วงท่าต่างๆ อีกมากมาย โดยหุ่นตัวจำลองตัวนี้จะขึ้นไฟและสัญญาณบอก หากพลอยทำถูกต้องและจะขึ้นไฟแดงหากการฝึกผิดพลาด

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น ในระหว่างที่พลอยกำลังฝึกก็มีเสียงของ ผู้แนะนำที่คล้ายกับคลิปวิดีโอแรก พยายามสอนพลอยอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

 

แน่นอนอาจารย์หมอทั้งสองท่านย่อมรู้ถึงความแตกต่างของหุ่นจำลองที่แตกต่างของทั้งสองคลิปวิดีโอ เพราะพวกเขาก็มีหุ่นจำลองพวกนี้อยู่ในโรงพยาบาลเพื่อฝึกพยาบาลและนักศึกษาแพทย์กันอยู่แล้ว หากแต่ส่วนใหญ่จะเป็นหุ่นจำลองแบบคลิปวิดีโอแรก

เป็นหุ่นจำลองที่ราคาไม่แพง ไม่มีกลไกอะไรพิเศษ นอกจากใช้ฝึกด้วยตัวเอง…แต่หุ่นจำลองของพลอยที่ฝึกซ้อมเป็นการส่วนตัว หุ่นนี้แน่นอนว่าอาจารย์หมอทั้งสองท่านเองก็เคยเห็น แต่น้อยมากที่จะเอาออกมาให้นักศึกษาใช้ฝึก

 

ส่วนใหญ่แล้วจะมอบและซื้อให้เป็นของขวัญกับนักศึกษาแพทย์ที่เอ็นดูเสียมากกว่า เพราะหุ่นจำลองรุ่นนี้ มีราคาที่สูงมากพอสมควรนั่นเอง

 

“เธอมีหุ่นรุ่นนี้ใช้ฝึกซ้อมส่วนตัวเลยเหรอ? มิน่าล่ะ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นของเธอจึงทำได้ดีมาก ที่แท้ก็มีการฝึกซ้อมอยู่บ่อยๆ นี้เอง น่าประทับใจมาก…อาจารย์ขอชื่นชม” อาจารย์หมอทั้งสองคน ต่างพยักหน้าด้วยความประทับใจ

“ใช่ค่ะ พวกเรามีกันคนละตัว พี่ชายหนูซื้อให้กับกลุ่มของหนูเพื่อเป็นรางวัลที่สอบได้คะแนนดีในการสอบประเมินของโรงเรียน ทั้งหมด 5 ตัวค่ะ” พลอยชี้นิ้วไปทางเบลล์ ซึ่งเบลล์ก็นำรูปภาพที่เธอเคยถ่ายคู่กับหุ่นจำลองของเธอส่งให้กับอาจารย์หมอได้ดู

 

“พี่ชายของเธอทำทั้งหมดนี้เลยเหรอ?” อาจารย์หมอรู้สึกทึ่งกับพี่ชายของพลอยเป็นอย่างมาก ที่ทำเพื่อน้องสาวและเพื่อนของน้องสาวมากขนาดนี้ กระนั้นนักข่าวหนุ่มกลับมีข้อสงสัยต่อตัวของพลอย

 

‘สถานะทางบ้านของพลอยนั้นเป็นใคร?’

นักข่าวหนุ่มได้ลองค้นหาหุ่นจำลองในการฝึกทำ CPR มาแล้วและรู้ถึงราคาจริงของมันที่มีราคาที่สูงมากๆ หุ่นจำลองกว่า 20-30 ตัวที่เป็นรุ่นธรรมดาก็ใช้เงินหลายแสนบาทแล้ว

 

ไม่นับรวมกับรุ่นพิเศษของพลอยที่เธอบอกเล่าว่าพี่ชายของเธอ ซื้อมา 5 ตัวเพื่อมอบให้เป็นของขวัญ…ถ้าหากไม่รวยก็คงซื้ออะไรแบบนี้ไม่ได้

นักข่าวหนุ่มไม่รอช้า ด้วยความสงสัยจึงถามพลอยออกไปตรงๆ ว่าครอบครัวของพลอยเป็นครอบครัวจากตระกูลไหน? แต่ทว่านามสกุล ‘พิชญกุล’ ของพลอย

 

ทำให้นักข่าวคนนี้เกิดความสงสัยเพราะมันฟังดูคุ้นหูเขาเหลือเกิน เพียงแต่นึกไม่ออกว่าเป็นคนครอบครัวไฮโซตระกูลไหน

 

อย่างไรก็ตาม พลอยกลับตอบว่าเธอเป็นครอบครัวฐานะปานกลางเท่านั้น ไม่ได้เป็นตระกูลไฮโซดังใดๆ ครอบครัวของเธอพึ่งจะลืมตาอ้าปากได้ก็ในปี 2556 ในปีก็เท่านั้นเอง ส่วนเรื่องของพี่ชายเป็นใครนั้นให้นักข่าวไปสืบหาต่อเอาเองจะดีกว่า ขืนพูดมากเกินไป อาจทำให้พีทมีปัญหาได้นั่นเอง

พลอยและอาจารย์หมอได้อยู่พูดคุยถึงอนาคตของพวกเธออีกเล็กน้อย ซึ่งพลอยและเบลล์ก็ได้รับความรู้และประสบการณ์จากอาจารย์หมอทั้งสองคน ค่อนข้างมากทีเดียว โดยเฉพาะเบลล์

 

ในตอนแรกเบลล์อยากเรียนต่อคณะแพทย์เหมือนกับพลอย เพราะคิดว่าการได้เรียนต่อมหาลัยกับเพื่อนสนิทมันคงจะดีสำหรับเธอและพลอย แต่ทว่าหลังจากเหตุการณ์ในวันนี้ที่เกิดขึ้นกับมายด์ ที่ได้เป็นลมอยู่กลางห้องโถงที่ใช้สอบ

 

เบลล์ยอมรับว่าเธอกลัวมาก แม้จะประคองสติและโทรหาสายด่วนฉุกเฉินได้ตามที่เคยฝึกไว้ ถึงอย่างนั้นในใจของเบลล์กลับหวาดกลัวมาก เธอไม่ได้กล้าหาญเหมือนกับพลอยที่พุ่งเข้าไปช่วยเหลือมายด์เป็นคนแรกๆ

อีกทั้งยังลังเลและหวาดกลัวอยู่เสมอว่ามายด์จะเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาเธอ เช่นนั้นจิตใจของเธอคงรับมันไม่ไหวอย่างแน่นอน

และจากเหตุการณ์นี้เบลล์ก็ได้ใช้เวลาคิดทบทวนเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง ยิ่งประกอบกับได้ฟังประสบการณ์จากอาจารย์หมอ มันก็ยิ่งทำให้เบลล์มั่นใจว่าตัวเธอนั้นไม่เหมาะที่จะเรียนในคณะแพทยศาสตร์

 

ทั้งนี้เบลล์รู้สึกสับสนในตัวเองเป็นอย่างมาก เธออยากช่วยเหลือคนไข้ แต่เธอก็กลัวที่จะรักษา มันเลยเกิดเป็นความสับสนที่ก่อตัวขึ้นมาในใจ ดังนั้นหลังจากที่กลับมาจากโรงพยาบาล เบลล์ก็ใช้เวลาคิดทบทวนอนาคตของตัวเองทั้งคืน

เฉกเช่นเดียวกับ นักข่าวหนุ่มที่หลังจากได้สัมภาษณ์พลอยเป็นที่เรียบร้อย ตัวของเขาก็ได้กลับมายังสถานีโทรทัศน์เพื่อสรุปข่าวและเตรียมที่จะเสนอข่าวในช่วงเช้าต่อไป เขาได้เรียบเรียงข่าวที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตลอดทั้งคืน

 

แม้จะง่วงและเหนื่อยมากแค่ไหน ที่ต้องวิ่งตามข่าวมาตลอดทั้งวัน อย่างไรก็ตามมันก็คืออาชีพของเขา จวบจนกระทั่งเวลาตี 4 ของวันต่อมา

ทางด้านของพิธีกรข่าวประจำสถานีก็ได้เดินทางมาถึงสถานีเพื่อเตรียมตัว แต่งหน้าทำผมเพื่อรายงานข่าวในช่วงเช้ากันแล้ว

 

พิธีกรข่าวอย่างคุณสรพงศ์ได้เดินเข้ามาที่สถานีโทรทัศน์ด้วยชุดอยู่บ้าน ราวกับพึ่งตื่นนอนก็มิปานและสิ่งแรกที่เขามักจะทำเสมอๆ ก็คือเตรียมความพร้อมสำหรับการรายงานข่าวไปพร้อมกับการแต่งหน้า ทำผมนั่นเอง

พิธีกรข่าวสรพงศ์อ่านสคริปต์ข่าวด้วยความตั้งใจ แม้เวลานี้จะเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่ยังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงก็ตาม

 

พิธีกรสรพงศ์อ่านข่าวที่เตรียมไว้ ก่อนจะสะดุดเข้ากับเนื้อหาข่าวที่กำลังเป็นกระแสในโลกอินเทอร์เน็ตจากเหตุการณ์เมื่อวานที่ผ่านมา เพราะในหนึ่งเรื่องมีเหตุการณ์ที่น่าสนใจถึง 2 ประเด็นด้วยกันก็คือ

 

เด็กนักเรียนเป็นลมกลางสนามสอบ จนต้องปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการทำ CPR ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนหญิงได้ช่วยกันช่วยชีวิตเพื่อนนักเรียนจนอีกฝ่ายรอดปลอดภัย หากแต่ที่ทำให้นักข่าวสรพงศ์ต้องส่ายหน้าไปมา มันคือเหตุการณ์ต่อจากนี้

 

ซึ่งก็คือเรื่องของญาติคนไข้ หรือพี่ชายของเด็กนักเรียนที่เป็นลมหมดสติ ได้จอดรถขวางรถพยาบาล เนื่องจากจะรีบพาน้องสาวไปโรงพยาบาล หากแต่ไม่รู้ว่าน้องสาวของตัวเองอาการหนักจนต้องเรียกรถพยาบาลมารับตัวไปนั่นเอง

กระนั้นที่ทำให้คุณสรพงศ์เดือดดาลมากที่สุดเห็นจะเป็น ญาติของคนไข้ หรือผู้เป็นพี่ชายของเด็กนักเรียนที่เป็นลม ได้ไปข้อความคิดเห็นจากทีมแพทย์ในโรงพยาบาล เพื่อเข่นหาความจริงว่า การปฐมพยาบาลที่น้องสาวของตัวเองได้รับนั้นเป็นไปตามการรักษาและการช่วยเหลือของแพทย์หรือไม่

หมายตั้งใจจะเอาผิดกับเด็กนักเรียนที่ช่วยเหลือของตัวเองเพื่อเรียกค่าเสียหายนั่นเอง นักข่าวสรพงศ์อ่านถึงจุดนี้ก็เกิดความไม่พอใจขึ้นมา เขามีประสบการณ์การทำข่าวมานาน น้อยครั้งนักที่จะโมโหและอยากรู้เนื้อหาที่ไม่ได้ถูกตัดถอนของข่าวที่จะรายงานออกสู่สาธารณะ “ช่วยเรียกคนเขียนข่าวนี้มาหน่อยสิ” นักข่าวสรพงศ์ให้ทีมงานไปตามนักข่าวที่เขียนข่าวนี้

 

แน่นอนจากสิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้นักข่าวหนุ่มตกใจมาก เพราะพิธีกรอย่างคุณสรพงศ์ถือเป็นนักข่าวระดับสูงของช่อง มีอำนาจในการออกคำสั่งการรายงานข่าวได้อย่างเต็มที่ มีอำนาจในการตัดสินใจเทียบเท่ากับโปรดิวเซอร์ของรายการเลยทีเดียว

 

“สวัสดีครับรุ่นพี่” นักข่าวหนุ่มเอ่ยคำทักทายด้วยความสำรวม เพราะถึงแม้จะต้องทำงานกันเป็นทีมอยู่บ่อยๆ แต่น้อยครั้งที่นักข่าวหนุ่มจะได้เจอกับคุณสรพงศ์ตามลำพังแบบนี้

“ฉันสนใจข่าวนี้…คุณช่วยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟังหน่อย” พิธีกรข่าวได้ยื่นข่าวที่นักข่าวหนุ่มเขียนและทำรายงานมาให้ พลางให้ช่างแต่งหน้า ทำผม แต่งองค์ทรงเครื่องให้กับตัวเอง ให้พร้อมสำหรับการรายงานข่าวในวันนี้

 

นักข่าวหนุ่มได้บอกเล่าเรื่องทั้งหมดตามที่พิธีกรข่าวอยากรู้จนจบ พร้อมทั้งบอกเล่าเรื่องของเด็กหญิงที่ได้ช่วยชีวิตเพื่อนของเธอไปด้วย ซึ่งในข่าวเขาได้ตัดรายงานในส่วนนี้ทิ้ง เพราะมองว่าไม่มีความจำเป็นใดๆ ให้รู้เพียงว่าเด็กรักเรียนที่ชื่อว่า พลอย กำลังจะเข้าเรียนต่อในคณะแพทยศาสตร์ เลยทำให้เธอมีความรู้ในด้านปฐมพยาบาลก็พอแล้ว

 

ส่วนเรื่องกลุ่มติว หรือ หุ่นจำลองการกู้ชีพ นั้นไม่จำเป็นต้องชี้แจงต่อสาธารณะ ถึงอย่างนั้นเขาก็ได้บอกเล่ามันทั้งหมดให้กับพิธีกรข่าวสรพงศ์ได้ฟังอย่างครบถ้วน

 

“คุณบอกว่าเด็กนักเรียนหญิงที่ชื่อว่า พลอยมน นามสกุล พิชญกุล อย่างนั้นเหรอ?” หลังจากพิธีกรรับฟัง ด้วยความเงียบงันมาตลอดหลายนาที…จู่ๆ พิธีกรที่ไม่ได้ขยับตัวเพราะกลัวว่าจะรบกวนการทำงานของทีมช่างแต่งหน้าก็สะดุ้งเล็กน้อย เมื่อได้ยินถึงนามสกุลของเด็กนักเรียนหญิงคนนี้ที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนของเธอ

“ครับ…ผมเองก็คุ้นกับนามสกุลนี้มากๆ แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าเป็นลูกหลานจากตระกูลไฮโซไหนครับ” นักข่าวหนุ่มพอเห็นว่าพิธีกรข่าว สนใจเกี่ยวกับนามสกุลของพลอย เช่นเดียวกับตน จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามกับพิธีกรข่าวว่าครอบครัวของเด็กนักเรียนหญิงคนนี้เป็นใคร

 

“ไม่ใช่ตระกูลไฮโซไหนหรอก แล้วก็ไม่ใช่คนดังด้วย…แต่ที่คุณรู้สึกคุ้นหูกับนามสกุลนี้ก็เพราะช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับคนที่ใช้นามสกุลนี้อยู่บ่อยๆ นั่นเอง” พิธีกรข่าวได้เชื่อมโยงข่าวสารทั้งหมดที่ได้ฟัง มาประติประต่อกันจนเข้าใจกระจ่างแล้ว

พี่ชายของเด็กนักเรียนหญิงน่าจะเป็นพีท

 

‘ตั้งกลุ่มติวหนังสือ’ ‘ซื้อหุ่นจำลองการทำ CPR ให้กับเด็กนักเรียน’

‘และน้องสาวยังได้ช่วยเหลือชีวิตของเพื่อนนักเรียนด้วยกัน’ ทั้งหมดนี้คือข่าวที่น่าสนใจมาก ในการนำมาขยายต่อจริงๆ

 

“วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว คุณกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อน…ส่วนตอนบ่ายค่อยกลับเข้ามาที่สถานี ผมมีงานจะมอบหมายให้กับคุณ” พิธีกรสรพงศ์ตบไหล่นักข่าวหนุ่มพลางชูนิ้วโป้งให้เพื่อเป็นการชื่นชม

โดยตัวของนักข่าวหนุ่มแม้จะงุนงงอยู่บ้างว่าทำไมตัวเองถึงได้รับคำชมเชย แต่การได้รับงานจากพิธีกรสรพงศ์โดยตรงมันก็ทำให้เขามีความสุขมากๆ และรีบกลับบ้านไปพักผ่อนตามที่อีกฝ่ายบอกทันที แต่ถึงกระนั้นด้วยความตื่นเต้นยินดี เขาก็ได้เปิดทีวีฟังข่าวในตอนเช้าที่เป็นข่าวของตัวเองไปด้วย เพื่อกล่อมนอน

 

 

...โปรดติดตามตอนต่อไป...

 

 

นิยายลงทุกวันเวลา 2 ทุ่มนะครับ

สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ

www.facebook.com/WritelazyV2

นามปากกา.Writelazy

 

คล้ายกับเรื่อง(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม ที่คุณอ่าน