บทที่ 46 ความอึดอัด (รีไรต์)
คนที่พูดคือภรรยาของหม่าเฉียง
เธอไม่ได้ตัวสูงนัก หน้าตาก็ไม่ได้ขี้เหร่ แต่ไม่ถูกกับเมิ่งว่านถัง ทั้งวันคิดเรื่อองจะดูถูกเมิ่งว่านถัง
เมิ่งว่านถังเงยหน้าขึ้นมองอย่างเย็นชา “เขาช่วยคนจนบาดเจ็บที่เอว ต้องพักอยู่บ้านสักสองสามวัน ไม่เหมือนหม่าเฉียงบ้านเธอหรอก ตัวสูงใหญ่เปล่า ๆ แต่ไร้น้ำยา”
สีหน้าภรรยาหม่าเฉียงเปลี่ยนไปในทันที กระโดดลงจากกำแพงไป
จากนั้นเมิ่งว่านถังก็ได้ยินเสียงภรรยาหม่าเฉียงดังขึ้นอยู่ในลานบ้าน “ไก่แก่บ้านี่ร้องหาอะไรนักหนา! คิดว่าร้องแล้วไก่ตัวผู้จะได้มาจิกแกหรือไง? ดูหน้าตัวเองบ้างสิ คิดว่าตัวเองดูดีมากรึไง?”
เมิ่งว่านถังแค่นหัวเราะเบา ๆ ไม่สนใจแม้แต่น้อย
ยังไงภรรยาหม่าเฉียงก็ด่าตัวเองอยู่ดี
เช้านี้ตอนที่เธอออกไปทำงาน บังเอิญเจอหม่าเฉียงพอดี ใต้ตาของเขาช้ำเขียว ขาทั้งสองข้างสั่นเทา ไม่รู้ว่ากลับมาจากไหน แต่คืนนี้เขาคงไม่ได้ทำอะไรดี ๆ แน่
ฟ้ามืดแล้ว
ยาใกล้จะเคี่ยวได้ที่แล้ว ส่วนที่เหลือคงต้องรอทำพรุ่งนี้
เมิ่งว่านถังเก็บข้าวของเรียบร้อย แล้วเรียกเด็กทั้งสามคนออกมาอาบน้ำ
อากาศร้อน ต้มน้ำร้อนหม้อเดียวก็พอสำหรับทุกคนในบ้านแล้ว
โกวต้านและโกวเซิงโตพอที่จะรู้เรื่องแล้ว ตอนอาบน้ำจึงไม่ต้องให้เธอช่วย
เมิ่งว่านถังอาบน้ำให้แค่เสี่ยวพ่างเท่านั้น
“คุณจะอาบน้ำไหม?”
เมิ่งว่านถังอุ้มเสี่ยวพ่างเข้าห้อง เห็นลู่ชิงเหยี่ยนอนอยู่จึงถามโพล่งขึ้นมา
“อาบ”
ลู่ชิงเหยี่ยพยักหน้า เมิ่งว่านถังก็พูดว่า “ฉันว่าคุณไม่ต้องอาบหรอก ฉันเช็ดตัวให้คุณแล้วกัน ไม่งั้นคุณขยับไปมาแบบนี้ เอวจะยิ่งแย่ลงกว่าเดิม ไม่งั้นเดี๋ยวต้องนอนอยู่บ้านอีกหลายวัน”
เมิ่งว่านถังถือกะละมังเข้ามาในห้อง
“ถอดเสื้อออกแล้วนอนคว่ำลงตรงนั้น ฉันจะเช็ดตัวให้คุณ”
ลู่ชิงเหยี่ยลังเล
ถ้าไม่อาบน้ำ ตัวจะเหนียวเหนอะหนะ ไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่นัก
เมิ่งว่านถังเร่งเร้า “เร็ว ๆ สิ! เช็ดตัวให้คุณเสร็จแล้วฉันจะได้ไปอาบน้ำต่อ”
ลู่ชิงเหยี่ยไม่ลังเลอีกต่อไป เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแล้วนอนคว่ำลงบนเตียงทันที
ผู้ชายคนนี้ดูผอม แต่พอถอดเสื้อออก กลับมีเนื้อหนัง
เมิ่งว่านถังก้มตัวลงหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาบิดน้ำออก พอหันกลับมาก็เห็นกล้ามเนื้อแผ่นหลังที่แข็งแรงของเขา
เมิ่งว่านถังมองจนตาร้อนผ่าว รู้สึกอึดอัดจึงเบือนหน้าหนี
“แรงแบบนี้หนักไปไหม? ถ้าเจ็บก็บอกมานะ” เมิ่งว่านถังพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง “ตอนนี้อาการบาดเจ็บที่เอวของคุณยังไม่พ้นระยะวิกฤต ยังนวดแรง ๆ ไม่ค่อยได้ ดังนั้นต้องระวังหน่อย”
“ไม่เจ็บ”
ลู่ชิงเหยี่ยพูดเสียงทุ้ม
“อืม”
ไม่รู้ทำไม บรรยากาศจึงดูอึดอัดขึ้นมาทันที
“เรียบร้อยแล้ว”
เมิ่งว่านถังเช็ดหลังให้เขาหลายรอบ แต่พอถึงตอนเช็ดด้านหน้า เธอก็ไม่กล้าลงมือเลย
กล้ามอกและกล้ามท้องของเขาเต็มไปด้วยพลังที่แข็งแกร่งและดุร้าย
มันตรงกับรสนิยมของเมิ่งว่านถังอย่างพอดิบพอดี
“คุณเช็ดด้านหน้าเองนะ”
หลังจากบิดผ้าขนหนูแล้ว เมิ่งว่านถังก็ส่งต่อให้ลู่ชิงเหยี่ย เธอไม่ได้มองเขา จึงไม่ทันสังเกตเห็นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในดวงตาของเขา
ถึงอย่างไรลู่ชิงเหยี่ยก็เป็นผู้ชาย และผู้หญิงตรงหน้าก็เป็นภรรยาของเขา
ถ้าเขาไม่เคยลิ้มลองรสชาติของภรรยามาก่อน ก็คงไม่เป็นไร
หรือถ้าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอยังคงแย่เหมือนเดิม เขาก็อาจจะไม่มีความคิดแบบนี้
ทว่าในตอนนี้ ใบหูของภรรยากลับแดงก่ำ ราวกับดอกนาร์ซิสสัสที่บอบบางและขี้อาย รอคอยให้ใครสักคนมาเด็ดไป
แม้แต่นักบุญผู้บริสุทธิ์ไร้กิเลสและตัณหา ก็ไม่อาจต้านทานเสน่ห์เช่นนี้ได้
ตอนที่ลู่ชิงเหยี่ยรับผ้าขนหนูมา นิ้วของเขาบังเอิญสัมผัสโดนมือของเธอ เมิ่งว่านถังก็สะดุ้งเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตทั้งร่าง จึงเผลอปล่อยผ้าขนหนู
“เสร็จแล้ว”
เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของลู่ชิงเหยี่ย เสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นผู้ใหญ่และมีเสน่ห์ราวกับกำลังสะกิดใจของหญิงสาว
หัวใจของเมิ่งว่านถังเต้นถี่ระรัวขึ้น เธอรับผ้าขนหนูอย่างสับสนแล้วโยนลงในอ่างก่อนจะเดินออกไป
“คุณพักผ่อนก่อนนะ”
เมิ่งว่านถังมาถึงลานบ้าน สายลมเย็น ๆ พัดผ่าน เธอจึงรู้สึกว่าความร้อนที่แผดเผาไปทั่วร่างค่อย ๆ จางหายไป
ให้ตายสิ!
ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นผู้ชายมาก่อน ทำไมต้องอายขึ้นมาด้วย?
เมิ่งว่านถังตบแก้มตัวเองเบา ๆ เทน้ำทิ้ง แล้วซักผ้าขนหนูให้สะอาด ตากไว้บนราวตากผ้าในลานบ้าน
เมิ่งว่านถังอาบน้ำตรงหน้าต่าง โดยอาศัยเพียงแสงไฟสลัวจากในบ้าน
เธอไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ
แค่อยากหาที่ที่มีแสงสว่างเพื่ออาบน้ำเท่านั้น ล้างตัวให้สะอาด แล้วก็สาดน้ำลงไปที่ใต้หน้าต่างก็เท่านั้นเอง
เธอไม่ได้นึกเลยว่าการที่เธออาบน้ำอยู่ข้างนอก จะสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนในบ้านมากขนาดไหน
ลู่ชิงเหยี่ย กลืนน้ำลายอึกใหญ่ หายใจถี่และหนักขึ้น ภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวเต็มไปด้วยภาพสาวงามอาบน้ำ
ตอนที่เมิ่งว่านถังอาบน้ำเสร็จ กำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ถึงได้พบว่าตัวเองรีบร้อนออกมาจนลืมหยิบเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนมาด้วย
เธอจึงสาดน้ำที่เหลือทิ้ง แล้วเดินเข้าไปหาเสื้อผ้าในบ้าน
เมื่อพบว่าเด็ก ๆ หลับกันหมดแล้ว เธอจึงค่อย ๆ เปิดตู้เสื้อผ้าอย่างระมัดระวัง
“คืนนี้เธอยังจะนอนข้างนอกอีกเหรอ?” จู่ ๆ ลู่ชิงเหยี่ยก็พูดขึ้นมา
เมิ่งว่านถังกำลังควานหาเสื้อผ้า “ใช่”
เขาร่างสูงใหญ่ขนาดนั้น นอนคนเดียวก็กินพื้นที่ไปครึ่งเตียงแล้ว
ถ้าเธอไม่ออกไปนอนข้างนอก แล้วจะให้เธอไปนอนที่ไหน?
“เธอไม่รู้เหรอว่าในหมู่บ้านของเรามีหมาป่า?” ลู่ชิงเหยี่ยไม่ได้พูดเพื่อขู่
เมิ่งว่านถังหันกลับมาด้วยความตกใจ “คุณพูดว่าอะไรนะ? หมาป่า? ที่นี่มีหมาป่าด้วยเหรอ?”
“หมาป่าชอบลงมาจากเขา แถมยังกระโดดข้ามกำแพงเข้ามาขโมยไก่ในบ้านด้วย”
ลู่ชิงเหยี่ยยังเล่าเรื่องอื่น ๆ ให้ฟังอีกสองสามเรื่อง
ทั้งยังจดจำช่วงเวลาได้อย่างชัดเจน
เมิ่งว่านถังเริ่มกลัวขึ้นมาทันที
“งั้นฉันไปขนของเข้ามาในบ้านดีกว่า”
คืนนี้ยังไงเธอก็จะไม่นอนข้างนอกเด็ดขาด ถ้ามีหมาป่าเข้ามาจริง ๆ แล้วมันคาบเธอไปกลางดึก เธอคงไม่มีโอกาสได้สู้เลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าอยู่ในบ้าน ปิดประตูให้สนิท แม้แต่ความหนาวก็เข้ามาไม่ได้ คงจะปลอดภัยกว่ามาก
เมิ่งว่านถังไม่ได้รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า
เธอออกไปยกบานประตูเข้ามา วางไว้บนพื้นในห้อง แล้วเอาเสื่อฟางปูทับอีกที
ถ้าทำแบบนี้แล้ว ต่อให้นอนลงไปก็จะไม่เย็นมาก
เมิ่งว่านถังพอใจกับที่นอนใหม่มาก เธอเดินเข้าไปในบ้าน หยิบเสื้อผ้าแล้วออกไปเปลี่ยนข้างนอก
แล้วเอาเสื้อผ้าชุดเก่าไปซักให้สะอาดแล้วตากไว้
ลู่ชิงเหยี่ยรอให้ภรรยาเข้ามาในบ้าน
ใครจะรู้ว่าสองสามชั่วโมงผ่านไป เมิ่งว่านถัง ปิดประตูแล้วนอนหลับอยู่บนพื้นห้องนอกทันที
เช้าวันรุ่งขึ้น
เมิ่งว่านถังทำอาหารเช้าเสร็จแล้วก็ออกไปทำงาน
เธอเพิ่งจะออกไป เฟิงตงหยางก็มาถึงทันที
“หัวหน้า”
เฟิงตงหยางมาครั้งนี้นอกจากรายงานงานแล้ว จุดประสงค์หลักคือเพื่อนำเข็มเงินมาให้ลู่ชิงเหยี่ย
“ผมหาเข็มเงินมาให้แล้ว หัวหน้าลองดูว่าใช้ได้ไหม ถ้าใช้ไม่ได้ ผมจะกลับไปเปลี่ยนเอาอันใหม่มาให้”
หลังจากที่เฟิงตงหยางพูดจบ เขาก็มองอย่างใจจดใจจ่อ ราวกับว่าเป็นสมบัติล้ำค่า ก่อนจะหยิบเข็มเงินอีกชุดหนึ่งออกมา
“หัวหน้า คุณจะกลับไปทำงานเมื่อไหร่ ผมรอดูฝีมือของคุณแล้วจะได้เรียนรู้จากหัวหน้าด้วย”
ทำไมก่อนหน้านี้ลู่ชิงเหยี่ยถึงไม่เคยสังเกตเห็นว่าเฟิงตงหยางโง่ขนาดนี้
“เข็มพวกนี้ฉันให้ภรรยาใช้รักษาคนไข้” ลู่ชิงเหยี่ยคิดว่าพอเขาอธิบายแบบนี้แล้ว เฟิงตงหยางคงเลิกคิดเรื่องไร้สาระแบบนั้นได้แล้ว
ใครจะรู้ว่าเฟิงตงหยางกลับยิ่งตื่นเต้นยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“คุณอยากเรียนรู้วิชาสองสามอย่างจากพี่สะใภ้ไหม? ผมเคยอ่านนิยายกำลังภายในแล้วเจอว่ามีคนประเภทหนึ่งที่น่าอัศจรรย์มาก แค่กดจุดตรงไหนสักจุด คนคนนั้นก็พูดความจริงออกมาได้