ตอนที่ 18 : เ้าเป็ใคร ?
“เกิดอะไรขึ้น ? ”
เกวียนวัวหยุดที่ถนนตรงหน้าสถานศึกษา หลินอี้เห็นว่ามีคนมากมายมารวมตัวกันที่นี่ราวกับกำลังดูอะไรบางอย่างอยู่
เฉินจิ้นเป่ยหัวเราะและพูดขึ้น “จะไปรู้ได้ยังไงหากไม่เข้าไปดู ?ข้าจะรอเ้าอยู่ด้านนอก ! ”
หลินอี้ยิ้มออกมา
เพื่อนบ้านที่นี่ก็เป็พวกชอบซุบซิบนินทา พวกนี้อาจจะรู้หมดแล้วว่าเขาเป็คนทำผิด
ยังไงซะศาลาว่าการก็มีชื่อเสียงโด่งดัง พวกนั้นเคยช่วยผู้คนไว้มากมาย
หลินอี้เดินเข้าไปด้วยรอยยิ้ม
แต่ไม่นานรอยยิ้มเขาก็แข็งทื่อไป เขากำหมัดแน่น
“คนชั่วรึ ? หลินอี้เป็นักโทษไปแล้ว ข้าให้คนไปถามเื่นี้แล้ว เขาถูกหัวหน้าเขตตัดสินเนรเทศนี่ถือเป็ความผิดร้ายแรงรองจากความผิดระดับแคว้น ! ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากฝูงชน ชายหนุ่มถือพัดคนหนึ่งได้พูดขึ้นมา
“ซูฉางหยู่ ! ”
เมื่อทุกคนเห็นชายหนุ่มผู้นี้ พวกเขาก็พากันหลีกทางให้ท่าทีของพวกเขาดูเคารพชายคนนี้อย่างมาก
หลินอี้อยากจะเดินเข้าไป แต่ก็ต้องหยุดเมื่อเห็นชายหนุ่มผู้นี้
เขาคิ้วขมวด เขาอยากเห็นว่า...ชายผู้นี้คิดจะทำอะไร !
ชื่อของชายหนุ่มคือซูฉางหยู่ เขาถือว่าเป็กึ่งบัณฑิต พี่ชายของเขาเป็บัณฑิตที่สำนักศึกษาจวินจี๋ ตระกูลเขามีชื่อเสียงในเมืองแห่งนี้
แม้แต่หัวหน้าเขตก็ยังต้องไว้หน้าพวกเขา
ความสัมพันธ์ของชายคนนี้กับเ้าของร่างเดิมนั้นถือว่าดี พวกเขาถือว่าเป็พี่น้องกัน
สิ่งที่หลินอี้ไม่เข้าใจคือทำไมพี่น้องของเขาถึงได้ออกตัวให้เขายืมเงิน,ใช้เส้นสายกับขุนนางและส่งเขาไปเป็เ้าหน้าที่ที่เมืองอันหยาง....ใครบ้างที่จะทำเช่นนี้?
“ท่านซู ที่ท่านพูดมาน่ะจริงรึ ? หลินอี้ทำผิดร้ายแรงมารึ ? ”
“ไม่ ไม่ ซูหวายจื้อสอนที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว ข้ากลัวว่าลูกข้าจะเรียนรู้จากเขาคนแบบนี้ไม่คู่ควรเป็อาจารย์ในสถานศึกษา ให้เขาคืนเงินทั้งหมดและออกจากที่นี่ไปซะ! ”
ทุกคนพากันะโออกมา
พวกเขาใช้เงินเพื่อก่อตั้งสถานศึกษานี้ขึ้นมา พวกเขาให้เงินก้อนโตกับซูหวายจื้อเพื่อให้อบรมสั่งสอนลูก ๆ แต่พวกเขาไม่คิดเลยว่าซูหวายจื้อจะสั่งสอนลูกชายอย่างหลินอี้ให้เป็เช่นนี้
แบบนี้พวกเขาจะสบายใจได้ยังไง ?
“นายน้อยซู ตระกูลของท่านเป็ตระกูลปัญญาชน พี่ชายของท่านเป็บัณฑิตของสำนักศึกษาจวินจี๋เอาแบบนี้ดีรึไม่...เราจ่ายเงินให้นายน้อยซูมาสอนที่สถานศึกษานี้แทนดีรึไม่ ? ”
เมื่อมีพ่อค้าคนหนึ่งพูดขึ้น คนอื่น ๆ ก็พากันเห็นด้วย
“ใช่ เราไล่ซูหวายจื้อออก สถานศึกษา้าอาจารย์คนใหม่อยู่พอดี ! ”
“ใช่ ท่านซูน่ะมีพร์สูงที่สุดในเมืองต้าซิง หากได้เขามาเป็อาจารย์ที่นี่แล้วเรายอมเสียเงินมากกว่าเดิม 10 เท่า ! ”
“ใช่ ! ” เหล่าพ่อค้าพากันมองไปที่ซูฉางหยู่ด้วยสายตาคาดหวังพวกเขาอยากจะให้ซูฉางหยู่มาสอนที่นี่จริง ๆ
พวกเขาจะได้ภาคภูมิใจกว่าเดิม
นี่คือน้องชายของซูหลี่เหริน บัณฑิตของสำนักศึกษาจวินจี๋พวกเขาอาจจะใช้เส้นสายนี้ได้
ไม่เหมือนกับซูหวายจื้อ
ปัญญาชนจน ๆ ที่สอนนักโทษอย่างหลินอี้ มันทำให้พวกเขาต้องอับอาย
ซูฉางหยู่พูดขึ้น “ในเมื่อทุกคนพูดเช่นนั้น ข้าคงยากที่จะปฏิเสธได้ ข้าจะยินยอมทำตามความ้าของทุกคนก็ได้! ”
“พอดีว่าพี่ชายข้ากลับมาจากสำนักศึกษาเพื่อเยี่ยมบ้าน ข้าจะไปพาเขามาที่สถานศึกษาเพื่อดูว่ามีส่วนไหนบ้างที่ควรจะพัฒนา...”
“แต่ซูหวายจื้อ... ”
ซูฉางหยู่ทำท่าทีลังเลและมองไปที่เหล่าพ่อค้าด้วยท่าทีหมดหนทาง
หือ....
“ท่านซูยอมมาสอนที่นี่รึ ? ”
ผู้คนฮือฮากันออกมาด้วยความตกตะลึง พวกเขาถึงกับตื่นเต้นไปตาม
“เร็วเข้า รีบไปจัดการ ! ”
“ไล่ซูหวายจื้อออกไปซะ อย่าให้รกหูรกตาท่านซู มันน่าเสื่อมเสีย ! ”
“ไปให้พ้น พ่อของนักโทษ ! ”
เหล่าพ่อค้าพากันก่นด่าซูหวายจื้ออีกรอบ พวกเขาไม่คิดจะปกปิดสายตาที่ไม่พอใจของตัวเองเลบแม้แต่น้อย
คนรับใช้ของซูฉางหยู่ถึงกับก้าวออกมาเตะข้าวของของซูหวายจื้อทิ้ง
แต่ตอนที่คนรับใช้ยกเท้าขึ้นมานั้น
มันมีร่างหนึ่งโผล่มาขวางหน้าและถีบเข้าที่ขาของเขา
ตูม...
“อ๊าก...ขาข้า ! ” คนรับใช้ของซูฉางหยู่กรีดร้องออกมา
เขาเอามือกุมน่องตัวเองเอาไว้และกลิ้งไปมากับพื้น พร้อมกรีดร้องด้วยความเ็ป
“ใครกัน ! ” ทุกคนพากันหันกลับมาดู เมื่อเห็นหลินอี้ ทุกคนก็ตื่นใราวกับเห็นผี
“หลินอี้ ? ”
“เ้า...เ้าโดนเนรเทศไปแล้วมิใช่รึ ? ”
พ่อค้าที่จำหลินอี้ได้นั้นไม่อาจจะเชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นหลินอี้
แต่เื่นี้มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
“เ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร ? ”หลินอี้ถามขึ้นมาด้วยสีหน้าหม่นและเขาถามขึ้นมาทีละคำช้า ๆ
จากนั้นเขาก็นั่งลงไปเก็บของของซูหวายจื้อก่อนจะประคองซูหวายจื้อให้ลุกขึ้น
“ท่านพ่อ ท่านเป็อะไรหรือไม่ ? ”
ซูหวายจื้อส่ายหน้าและพูดขึ้นมา “ข้าไม่เป็อะไร เสี่ยวอี้..เ้าเป็อะไรรึไม่ ? ”
“ท่านพ่อ ข้าไม่เป็ไร ! ” หลินอี้ยิ้มออกมาเขาไม่อยากทำให้ซูหวายจื้อกังวล
เขามองไปรอบ ๆ และพบว่าเขารู้จักทุกคนที่นี่
หลินอี้ผิดหวังอย่างมาก
เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา หากเขาไม่ใช่คนที่ข้ามโลกมาแล้วหลังจากที่เ้าของร่างเดิมถูกเนรเทศ...กลัวว่าหลังจากที่ซูหวายจื้อถูกไล่ออกจากสถานศึกษาชีวิตที่เหลือของเขาคงน่าอนาถยิ่งกว่าเดิม
สีหน้าของเหล่าพ่อค้าเปลี่ยนไป เมื่อถูกสายตาหลินอี้มองมาพวกเขาพากันเงียบปากลงทันที
“หลินอี้ เ้านี่กล้าดีจริง ๆ เ้าถูกเนรเทศแล้ว แต่เ้ายังกล้าที่จะหลบหนีอีกรึ ?ข้าแนะนำว่าเ้ารีบกลับไปรับความผิดซะ อย่าทำเื่ผิดพลาดอีก ! ” ตอนนั้นซูฉางหยู่ได้คลี่พัดออก เขาทำราวกับกำลังสั่งสอนผู้คนอยู่
ตอนนั้นทุกคนก็ได้สติกันกลับมา
“เ้าหลบหนีจากการลงโทษ รีบจับเขาไว้และส่งตัวให้กับศาลาว่าการเพื่อรับรางวัล ! ”
พ่อค้าหลายคนไม่สนใจเื่รางวัล แต่คนที่ผ่านไปผ่านมา ที่มามุงดูเหตุการณ์นั้นไม่อาจจะมองข้ามรางวัลที่พูดถึงได้
พวกเขากำลังจะพุ่งเข้าหาหลินอี้ แต่หลินอี้กลับหันกลับมาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า
“พวกเ้าจะลองดูก็ได้ ! ”
ทุกคนชะงักไปพวกเขารู้สึกว่าสายตาของหลินอี้นั้นน่ากลัวราวกับมีดที่เสียดแทงพวกเขา
พวกเขามองไปที่คนรับใช้ของซูฉางหยู่ที่กอดขาตัวเองร้องโอดโอยอยู่พวกเขาพากันยิ้มแห้ง ๆ ไม่กล้าจะเดินหน้าต่อ
“เสี่ยวอี้ อย่าสร้างปัญหาเลย เราคงรับมือไม่ไหว... ” ซูหวายจื้อเป็ห่วงว่าหลินอี้จะสร้างปัญหาดังนั้นเขาจึงรีบห้ามปรามหลินอี้เอาไว้
ยังไงซะพวกเขาก็ไม่อาจจะมีเื่กับใครที่นี่ได้พวกเขาควรจะหลีกเลี่ยงปัญหาเช่นนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
การใช้ชีวิตแบบรากหญ้าทำให้เกิดความคิดแบบรากหญ้าขึ้นมาในหัว
เขาใช้ชีวิตเป็ชนชั้นล่างมาหลายสิบปี เขาเข้าใจโลกนี้ดี
หลินอี้เห็นสายตาคาดคั้นของซูหวายจื้อก็ต้องกำหมัดแน่นและได้แต่ยอม “ก็ได้ ! ”
หลินอี้ประคองซูหวายจื้อขึ้นและเดินแหวกผู้คนออกมา แต่เดิมด้วยนิสัยของเขาแล้วเขาต้องสั่งสอนบทเรียนคนพวกนี้ แต่ด้วยการขอร้องจากซูหวายจื้อเขาจึงไม่อาจจะปฏิเสธได้
“หยุด ! ” ตอนนั้นเองซูฉางหยู่ก็เปิดปากตะคอกออกมา จากนั้นก็มีคนรับใช้หลายคนวิ่งออกมาหยุดหลินอี้และซูหวายจื้อเอาไว้
“ข้ารู้จักกับท่านซุน หัวหน้าของศาลาว่าการเขต เขาบอกว่าเ้าทำผิดร้ายแรงเพราะข้าสนิทกับเ้า มันจึงเป็เหตุผลที่ท่านซุนลงโทษเพียงแค่เนรเทศเ้าเ้าไม่คิดจะขอบคุณข้ารึ ? เ้าถึงกับทำให้คนรับใช้ข้าาเ็อีกหลินอี้...เ้าจะจากไปเช่นนี้น่ะรึ ? เ้าคิดว่าข้าเป็ใครกัน ? ”
ซูฉางหยู่ถอนหายใจออกมาด้วยท่าทีรู้สึกผิดสีหน้าเขาบ่งบอกว่าผิดหวังในตัวหลินอี้อย่างมาก
หลินอี้มองไปที่ซูฉางหยู่และพูดขึ้นมาด้วยท่าทีเฉยเมย “เ้าคือใครกัน ? ”