ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่300 เปิดตัวยิ่งใหญ่อลังการ

เจมส์ไม่มีเหตุผลต้องปฏิเสธการนัดเจอของเศรษฐีสาวจากดูใบ แม้เขาจะไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศที่ไหนนอกจากเกาหลีใต้ ทว่ายังคงได้ยินเรื่องราวที่นั่นไม่น้อย โดยเฉพาะในหมู่นักศึกษาหญิง

ชายหนุ่มดูไบหน้าตาหล่อเหลา มากด้วยความสุภาพ นอกจากนั้นยังร่ำรวยเงินทอง ประกอบธุรกิจค้าน้ำมัน เรียกได้ว่าสามารถเรียกลมเรียกฝนได้

โดยดูไบเป็นหนึ่งในเจ็ดรัฐประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มีความมั่งคั่ง ถามคนที่ไม่รู้เรื่องราวก็มักจะเรียกดูไบว่าประเทศ

มันราวกับเป็นเรื่องปกติ และตอนนี้เจมส์ได้พบกับพวกเขาแล้ว

ผู้หญิงมีร่างกายสูงโปร่ง รอบกายมีชายหนุ่มที่ดูคล้ายบอดี้การ์ด เขาไม่เห็นหน้าตาของเธอว่าสวยหรือน่าเกลียด แต่เพียงแค่สายตาคมกริบดังเหยี่ยวที่พอเห็นรำไรผ่านผ้าคลุมสีดำ ก็พอจะรู้ว่าเป็นผู้หญิงที่มีนัยน์ตาคู่สวยเผ็ดร้อน

เจมส์ไม่ได้กิน'ลูกอมหลากภาษา'เพราะฝ่ายนั้นพูดภาษาอังกฤษ ซึ่งที่ผ่านมาเขาได้ทำความเข้าใจหลักๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษและเกาหลีใต้ ดังนั้นเวลานี้จึงไม่ต้องใช้ตัวช่วยใดๆ ก็พูดได้โดยไม่ติดขัด

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อคูร์เมียร่า ส่วนนี่น้องชายของฉันนัวร์ ได้ทราบว่าคุณเจมส์เป็นเจ้าของเรือสำราญหรูหรา วันนี้ได้พบหน้านับว่าผิดคาดมาก” คูร์เมียร่าผู้มีนัยน์ตาคู่สวยกล่าว และนอกจากดวงตาที่เหมือนกับหน้าต่างสุขสกาวแล้ว น้ำเสียงยังใสกังวาล คาดว่าหากให้เธอเรียกชื่อยามอยู่ในห้องตามลำพัง คงน่าฟังดูไม่น้อย

นัวร์ น้องชายอยู่ในชุดคลุมสีขาวตัวยาว ใบหน้าแฝงความเย่อหยิ่ง กล่าวเถรตรงว่า “เรือลำนี้เท่าไหร่!”

“ดูเหมือนว่านี่จะเป็นจุดประสงค์ของพวกเขา?” เจมส์พลันกระจ่าง หลังจากไตร่ตรองครู่หนึ่งได้ตอบไปว่า “เรือลำนี้ไม่ได้มีไว้ขาย ต้องขอโทษคุณด้วยจริงๆ”

นัวร์พลันมีสีหน้าหมองคล้ำ ตวาดเสียงดังว่า “ไม่ขาย? รู้หรือเปล่าว่าเราเป็นใคร เราเป็นลูกเจ้าของบ่อน้ำมันรายใหญ่ มีเงินที่ใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด ทุกคนอยากเข้าหา แต่นายกลับบอกว่าไม่อยากขาย นี่กำลังตั้งตัวเป็นศัตรูกับเราใช่ไหม!”

“นัวร์ เงียบๆ” คูร์เมียร่าเอ่ยเสียงเบา น้องชายที่ถมึงดุร้ายดูอ่อนลง คล้ายกับว่าหวาดกลัวเธอเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นเธอถอนสายตากลับ แล้วหันหน้าไปทางเจมส์ กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ต้องขอโทษแทนน้องชายของฉันด้วยนะคะ หวังว่าคุณเจมส์คงไม่ถือสา”

“ไม่เป็นไรครับ แต่ถ้าหากคุณมาด้วยจุดประสงค์เดียวกันล่ะก็ ผมบอกได้คำเดียวว่าคงต้องผิดหวัง” เจมส์ไม่คิดเกรงใจ แค่ลูกสาวลูกชายเจ้าของบ่อน้ำมันแล้วเป็นยังไง?

ถ้าหากเขาสั่งการลงไป ข้อมูลที่ได้จากเรือ'จอมเขมือบ'แหล่งน้ำมันในทะเล ตอนนั้นมาถึงอย่าว่าแต่กลุ่มพ่อค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลกเลย ในสายตาของเจมส์มันก็แค่เม็ดทราย ในขณะที่เขาเปรียบดังมหาสมุทรไร้ที่สิ้นสุด

“เย่อหยิ่งจังนะ จากที่เราอยู่ที่นี่ไม่กี่สัปดาห์ ก็เห็นความล้าหลังของบ้านเมือง การเป็นอยู่อย่างอัตทัตขัดสน นอกจากนั้นค่าแรงยังถูกเหมือนกับกระดาษเช็ดก้น เพียงแค่เราโยนเงินของเราลงบนถนน เชื่อไหมว่าทุกคนจะวิ่งเข้ามาหยิบฉวย เหมือนกับขอทานข้างถนน!” นัวร์นั่งไขว้ห้างพิงกายบนพนักเก้าอี้ ท่าทางราวกับราชา ประหนึ่งมองทุกคนไม่ต่างจากหินไร้ราคา

คูร์เมียร่าไม่ขัดน้องชาย เพราะตัวเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน ที่นี่ยากจนเกินไป เทียบกับบ้านของเธอไม่ได้เลย

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เธอกล่าวว่า “จากคำบอกเล่า ฟังว่าเรือลำนี้มีมูลค่า 1 ล้านล้านบาท ฟังดูอาจเหมือนจะมาก แต่มันเทียบไม่ได้กับก้อนน้ำแข็งที่ครอบครัวฉันครอบครอง คิดจากมุมนี้หากคุณยอมถอยก้าวหนึ่งแล้วขายให้กับฉัน คุณจะได้ประโยชน์ นอกจากนั้นเมื่อคุณเดินทางไปที่ดูไบ ฉันสามารถเป็นสะพานเชื่อมระหว่างคุณกับนักธุรกิจมากความสามารถที่นั่นได้ อีกอย่างคือเราครอบครองน้ำมัน หวังว่าคุณจะเข้าใจสิ่งที่ฉันเพิ่งพูดออกไป”

คำพูดฟังดูหอมหวาน ไม่มีสิ่งใดเสีย ก็แค่ขายเรือให้กับพี่น้องคู่นี้เท่านั้นเอง ไม่เห็นจะเสียหน้าตรงไหน นอกจากนั้นยังมีโอกาสทำธุรกิจที่ดูไบ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเขาจะสามารถทำเงินได้มากกว่าธุรกิจเรือสำราญ

แต่สิ่งเหล่านี้กล่าวสำหรับเจมส์จึงเป็นเรื่องเพ้อฝัน ดังนั้นจึงเผยอยิ้มออกมา

“คุณยิ้มทำไม มีอะไรน่าตลกเหรอ” คูร์เมียร่า แม้จะไม่เห็นสีหน้าของเธอ แต่ดวงตาที่หรี่เล็กลงดูท่าคงกำลังโกรธไม่ค่อย

“คิดเองเออเองทั้งนั้น นอกจากนี้ต่อให้ยกทรัพย์สินทั้งหมดในตระกูลคุณมากองตรงหน้าผม ยังไงก็ไม่ขาย”

ใช่ว่าเจมส์เย่อหยิ่งและดูแคลนทั้งคู่ หากแต่ด้วยเทคโนโลยีที่อยู่บนเรือ เป็นสิ่งที่ล้ำหน้าเกินไป ไม่อาจให้คนภายนอกรู้เห็น

นอกจากนั้นถึงจะนำชิ้นส่วนเครื่องยนต์ออกไป ใช่ว่าจะขายได้ เพราะทุกส่วนของเรือเชี่อมต่อถึงกันราวกับสมองขนาดใหญ่ ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งก็ไม่ขยับ ดังมังกรไร้หัว

คูร์เมียร่าหายใจกระเพื่อมจนหน้าอกส่ายไปมา ส่วนน้องชายยืนขึ้น ชี้หน้าด้วยความโกรธเกลียด

“ยอดเยี่ยมมาก ตั้งแต่เกิดมาเราไม่เคยพบเจอใครที่หยิ่งผยองแบบนี้มาก่อน คอยดูเถอะ เรือลำนี้จะแล่นบนน่านน้ำได้อีกนานเท่าไหร่กัน พี่...เรากลับกันเถอะครับ”

คูร์เมียร่าคล้ายถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์ หล่อนสบตาเจมส์ครู่หนึ่ง เอ่ยคำพูดทิ้งท้ายว่า “พรุ่งนี้ฉันจะอยู่ที่โรงแรมมาลา เที่ยงวันหากคุณมาขอโทษเรายังเป็นเพื่อนกันได้ แต่หากไม่...คุณเตรียมตัวได้เลย”

จากนั้นกลุ่มคนเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงคำขู่

“เจ้านาย ให้ผมจัดการพวกเขาเลยดีไหมครับ” ทอยปกติอยู่ในไร่ชา แต่วันนี้เปิดตัวเรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'อย่างเป็นทางการ จึงรีบบึ่งมาที่นี่ทันที

คำพูดของทอยไอแซคและเดย์ต่างเห็นด้วย จากความคิดทั้งสาม มองว่าคูร์เมียร่าเป็นคนโง่บัดซบ กล้าดียังไงมาขู่เจ้านายแบบนี้

“ปล่อยพวกเขาไปก่อน แต่ถ้าหากพวกเขากล้าลงมือกับเรือของผมล่ะก็...” น้ำเสียงของเจมส์ไม่ได้ดังมาก แต่หากคุณหยางมาอยู่ตรงนี้แล้วรับฟัง เกรงว่าคงตกใจกลัว รีบเร่งขออภัย

...........

ไม่ปล่อยให้เรื่องของคูร์เมียร่ากวนใจ เพราะยังมีงานอื่นให้ต้องจัดการ

หลังจากที่เรือแล่นออกจากท่า การบรรเลงเพลงในเรือสำราญก็เริ่มขึ้น เปิดตัวด้วยแสงสีเสียงตระการตา นำโดยวง P41 อันโด่งดังและดารานางแบบสาวสวย นักร้องสาวเมืองไทยที่เป็นพรีเซ็นเตอร์

นักข่าวกดชัตเตอร์รัวเร็ว แสงแฟลชกระพริบเสียจนแสบตา ทว่ากลับไม่มีใครหลบเลี่ยง หากมองสู้กลับไปอย่างองอาจ

นี่คือโอกาสการกระโดดขึ้นไปสู่จุดสูงของหลายคน อาศัยชื่อเสียงของเรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'ที่รวบรวมตัวตนทรงอำนาจมากมาย อย่างน้อยก็ต้องถูกอกถูกใจใครบ้างแหละน่า

เจมส์เดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อกล่าวเปิดงาน ข้างกายของเขาผู้หญิงที่ได้รับเกียรติยืนข้างๆ คือเนตร ความจริงเจมส์อยากให้โกมินจองมาที่นี่ แต่น่าเสียดายที่เด็กสาวติดสอบกำลังปิดเทอม จึงต้องพลาดโอกาสสำคัญ

แต่ไม่เป็นไร ในปี 2016 ที่กำลังจะถึง เขาสัญญาว่าจะไปงานเปิดตัวเดบิวต์ศิลปินวง Bad Girls รวมถึงเปิดเผยฐานะดังกล่าวให้เธอรู้

ท่ามกลางสายตาของทุกคน เจมส์ที่ยืนอยู่บนเวทีคือสิ่งที่ใครหลายคนอยากไขว่คว้า

นักรบนั่งอยู่ในงาน ความรู้สึกประหลาดแล่นผ่านเข้ามาในศีรษะ ไม่คิดเลยว่าสามสี่ปีผ่านไป เจมส์จะร่ำรวยมากจนไม่อาจหยั่งถึง

“นี่นักรบ ฟังว่าที่ดินรกร่างว่างเปล่าในเชียงใหม่จำนวน 1 พันไร่ยังไม่มีเจ้าของ หรือต่อให้มีก็แค่ผู้อยู่อาศัยไม่กี่ครัวเรือน หากเราขอซื้อที่ โดยอาศัยชื่อเสียงของเจมส์เป็นตัวผลักดัน คิดว่าจะได้ราคาเท่าไหร่” โจที่นั่งกอดผู้หญิงอยู่ข้างๆ เสนอความคิดเห็น มุมปากของเขายิ้มเจ้าเล่ห์ ยากคาดเดาความคิดได้

นักรบไม่ได้หันกลับมามองเขา สายตาจดจ่ออยู่กับเวทีอันหรูหรา ที่ราวกับโรงละครในกรุงปารีสอันโด่งดัง เอ่ยตอบเนิบนาบ “คงได้ราคาถูก แต่ว่าคุณพูดขึ้นทำไม หรือว่าจะเปิดอ่างอบนวด?”

โจเกือบจะพ่นไวน์จากปาก หลังจากกล้ำกลืนลงคอไปแล้ว จึงเอ่ยเหน็บแนม “ไม่คิดเลยว่านายจะมีด้านนี้ ทำเอาเกือบหลุดขำเสียงดังแน่ะ ฉันไม่ได้ชอบอาบอบนวดถึงขนาดต้องเปิดในที่ดิน 1 พันไร่หรอกนะ แค่พูดเปรยเล่นๆ หรือหากเป็นไปได้ ก็ร่วมมือกับเจมส์เพื่อเปิดเป็นสวนสนุกขนาดใหญ่เป็นไง”

“สวนสนุกเหรอ...” ฟังดูเข้าท่าแต่นักรบกลับนิ่งเฉย รอดูเรื่องราวสนุกๆ บนเวทีเงียบๆ

ตัดกลับมาที่เวที เจมส์กวาดสายตามองไปรอบ กล่าวเสียงเรียบเฉยว่า “ขอบคุณทุกคนมากที่เดินทางมาร่วมงานวันนี้ ผม รวีนนท์ วิวัฒน์ธาราโชติ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'อย่างเป็นทางการ!”

เสียงปรบมือดังขึ้น ดังราวกับเสียงของพายุฝน หลังจากนั้นชั่วครู่จึงได้สงบ เจมส์กล่าวต่อว่า

“ที่นี่สำหรับผมเป็นมากกว่าเรือ และเป็นมากกว่าบ้านหลังหนึ่ง ทุกคนสามารถเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง ช้อปปิ้งสินค้าด้านใน รวมถึงการพักผ่อนราวกับบรรทมในสรวงสวรรค์ กิจกรรมอันมากมายที่จัดขึ้นใน'ธันเดอร์โบ๊ท'กำลังรอให้ทุกท่านไปสนุกกับมัน!”

กล่าวจบม่านโปร่งแสงด้านหลังมีวิดีโอโซนต่างๆ ภายในเรือถูกฉายขึ้น นอกจากนั้นม่านยังลอยในอากาศ ทำเอาหลายคนตะลึงตาค้าง

หรือว่านี่คือทีวีชนิดใหม่?

คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน