บทที่ 5 เมิ่งว่านถังผู้ไม่ยอมเสียเปรียบ (รีไรต์)
ลู่ชิงซุ่นพูดแบบนั้นได้ยังไงกัน?
เมิ่งว่านถังทนดูไม่ไหว จึงต่อว่าตรง ๆ “ไม่มีเงินก็ไปยืมสิ! หรือว่าจะปล่อยให้แม่ตัวเองตายไปต่อหน้าต่อตาหรือไง?”
ลู่ชิงเหยี่ยมองเมิ่งว่านถังอย่างฉับพลัน
เมิ่งว่านถังเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ขมวดคิ้วสวยเข้าหากัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน “มัวยืนอะไรอยู่ล่ะ? รีบพาไปสถานีอนามัยสิ!”
ลู่ชิงเหยี่ยมองเข้าไปในดวงตาของเมิ่งว่านถังอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะพูดพึมพำว่า “ไปกันเถอะ”
ชายหนุ่มสี่คนช่วยกันแบกแม่เฒ่าลู่ วิ่งเหยาะ ๆ ผ่านหน้าเมิ่งว่านถังไปในพริบตา มุ่งหน้าไปยังสถานีอนามัยอย่างรวดเร็ว
“...”
เมิ่งว่านถังคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจตามไปด้วย
ไม่ว่าจะอย่างไรนั่นก็คือแม่สามีของเธอ เื่ราวในอดีตก็ให้มันผ่านไป ถึงแม้ว่าเธอไม่ได้เป็คนก่อเื่ แต่มันก็เป็ปัญหาที่ทิ้งไว้ให้เธอแก้ไข
เื่แบบนี้จะเร่งรีบไม่ได้
เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถย้อนกลับไปได้แล้ว
จากนี้ไป ชีวิตของเธอต้องเริ่มต้นใหม่
อย่างแรก เธอต้องใช้ชีวิตให้ดี อย่างที่สอง ต้องเลี้ยงลูกทั้งสามคนให้ดี สุดท้าย โอกาสครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง ต้องคว้ามันเอาไว้ให้ได้ ต้องอาศัยกระแสลมแห่งการปฏิรูปและการเปิดประเทศที่โหมแรง สร้างเนื้อสร้างตัวให้ยิ่งใหญ่
ส่วนลู่ชิงเหยี่ย…
เมิ่งว่านถังเผลอคิดไปไกล แก้มของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อ ชาติที่แล้วเธอเคยคบแฟนทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ถูกหลอกเงินไปแปดสิบแปดหยวน คราวนี้เธอเลยอยากจะลองััความเป็ชายชาตรีของพระรองในนิยายดูบ้าง
จากประสบการณ์อ่านนิยายมาสิบกว่าปี บทในนิยายประเภทนี้ ผู้ชายแบบนี้แม้จะอายุแปดสิบปีก็ยังฮึกเหิมมาก
แค่ก! แค่ก!
สายตาของเมิ่งว่านถังเหม่อลอยชั่วขณะ ทันใดนั้น ก็เห็นโกวต้านและโกวเซิงก็วิ่งตามหลังลู่ชิงเหยี่ยและคนอื่น ๆ ไปด้วย จากนั้นจึงตั้งสติแล้วอุ้มเสี่ยวพ่างวิ่งตามไป
เธอคิดว่าตัวเองวิ่งเร็วมากแล้ว
ทว่า สุดท้ายก็ยังมีคนที่วิ่งเร็วกว่าตัวเอง
ผู้หญิงร่างผอมบางคนหนึ่ง วิ่งเร็วราวกับติดปีก ชั่วพริบตาก็ทิ้งระยะห่างจากเมิ่งว่านถังไปสามเมตร
เมิ่งว่านถัง “...”
สมกับเป็ยุคที่คนแข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอดได้จริง ๆ
น่านับถือ!
สถานีอนามัย
เฟิงอวี้เหม่ยอุ้มลูกนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ เด็กน้อยเพิ่งโดนฉีดยาลดไข้ ตอนนี้นอนหลับไปแล้ว เธอเห็นแม่เฒ่าลู่ถูกหามเข้ามา อยากจะเดินไปดูแต่ก็ไม่กล้าเข้าไป รู้สึกไปสบายใจเป็อย่างมาก
จนกระทั่งเห็นพี่สะใภ้เดินเข้ามา จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากเรียกก็เห็นพี่สะใภ้ดึงพี่ชายออกมา ถามด้วยความร้อนใจว่า “ชิงเต๋อ หมอว่ายังไงบ้าง? แม่เป็อะไรมากไหม?”
เฉียวซิ่วจือถือห่อผ้าเล็ก ๆ นิ้วมือกำแน่นจนซีดขาว ร่างกายสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับเห็นภาพที่น่าสะพรึงบางอย่าง
“หมอกำลังตรวจอยู่ ยังไม่รู้ว่าเป็อะไร”
ลู่ชิงเต๋อพูดจบก็สังเกตเห็นว่าภรรยาของเขาดูแปลกไป
เขาเห็นภรรยามองไปทางด้านหลัง จึงหันกลับไปมองบ้าง ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มเด็ก เดินเข้ามาจากข้างนอกอย่างไม่เร่งรีบ
สีหน้าของลู่ชิงเต๋อเปลี่ยนไปฉับพลัน เขาผลักภรรยาเข้าไปในห้องผู้ป่วย “เธอเข้าไปดูว่าเสี่ยวเป่าเป็ยังไงบ้าง”
เฉียวซิ่วจือก้มหน้าเดินเข้าไปอย่างว่าง่าย แล้วยื่นมือไปจะปิดประตู
“เดี๋ยวก่อน”
เสียงเ็าและแฝงไปด้วยความหยิ่งผยองดังขึ้น เฉียวซิ่วจือมือสั่นระริก ร่างกายแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ คล้ายจะเป็ลมได้ทุกเมื่อ
เมิ่งว่านถังเดินเข้ามา วางเสี่ยวพ่างลงกับพื้น แล้วเปลี่ยนเป็จูงมือเดินเข้าไป
เธอสังเกตเห็นว่าสีหน้าของเฉียวซิ่วจือไม่ค่อยดี จึงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงเป็ใยว่า “พี่สะใภ้ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า? ทำไมสีหน้าถึงได้แย่แบบนี้ แถมยังมือสั่นขนาดนั้น?”
เฟิงอวี้เหม่ยที่รู้ความจริง “...”
เธอเกือบจะเผลอพูดสวนเมิ่งว่านถังอกไป แต่พอคิดได้ว่าเงินค่าฉีดยาของลูกก็ได้มาจากเมิ่งว่านถัง คำพูดจึงติดอยู่ที่ลำคอ แล้วค่อย ๆ กลืนกลับลงท้อง
เมิ่งว่านถังเห็นว่าเฉียวซิ่วจือไม่พูดอะไร ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
“ถ้าไม่สบายก็ไปหาหมอเถอะ”
เ้าของร่างเดิมเกลียดชังเฉียวซิ่วจือจนอยากรังแกเธอให้ตาย การที่อีกฝ่ายไม่ได้หยิบมีดมาฟันเธอตายก็ถือว่ามีความอดทนมากแล้ว แค่ไม่สนใจเธอ ไม่นับว่าเป็เื่ใหญ่อะไร
หลังจากที่เธอเตือนด้วยความหวังดีแล้ว ก็เดินไปหาเฟิงอวี้เหม่ย ยื่นมือไปแตะหน้าผากของเด็กน้อย
“อืม ไข้ลดลงแล้ว” เมิ่งว่านถังถามเฟิงอวี้เหม่ย “กินยาลดไข้หรือฉีดยา?”
“ฉีดยาค่ะ หมอบอกว่าที่นี่มียาสำหรับเด็กน้อยแค่แบบฉีด บอกว่าฉีดยาจะเห็นผลเร็วกว่า ก็เลยให้ฉีดยา” เฟิงอวี้เหม่ยตอบอย่างตรงไปตรงมา
เฉียวสิ่วจือมองพวกเธอทั้งสองด้วยความตกตะลึง ดวงตากลมโตเบิกกว้างราวกับกำลังเจอแผ่นดินไหว
“คืนนี้เธอก็อาจจะเหนื่อยหน่อยนะ คอยวัดไข้ลูกบ่อย ๆ แล้วก็อย่าห่อตัวให้ลูกมากเกินไป เด็กกับผู้ใหญ่ไม่เหมือนกัน ไม่จำเป็ต้องใส่เสื้อผ้าหลายชั้น ตอนที่พวกลูกตัวร้อน ให้ใส่เสื้อผ้าน้อย ๆ รักษาความแห้งสบายก็พอ แล้วก็เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นบ่อย ๆ แค่นี้ก็พอช่วยได้บ้างแล้ว”
พยาบาลถือปรอทวัดไข้เดินมาพอดี เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งว่านถัง เธอก็ขมวดคิ้ว และตำหนิอย่างไม่พอใจว่า “ถ้าไม่รู้เื่ก็อย่าพูดมั่ว ถ้าใส่เสื้อผ้าน้อยไป แล้วเด็กจะไม่สบายจะทำยังไง? อย่าเอาความคิดโบราณ ๆ ของตัวเองมาส่งต่อให้คนอื่นสิ ถ้าเด็กเป็อะไรขึ้นมาเธอจะรับผิดชอบไหวรึไง?”
เมิ่งว่านถังปรายตามองพยาบาลอย่างพินิจ เห็นว่าอายุยังน้อย คงจะเรียนจบมาได้ไม่นาน ความสามารถยังไม่มากเท่าที่ควร ทั้งยังนิสัยเสียอีกด้วย
“เธอก็คงจะเข้าเรียนที่วิทยาลัยแพทย์โดยใช้เส้นสาย แล้วก็เข้ามาทำงานที่สถานีอนามัยนี้โดยการใช้เส้นสายด้วยสินะ?” เมิ่งว่านถังเป็คนที่ไม่ยอมเสียเปรียบใครอยู่แล้ว แล้วก็เป็คนที่กัดไม่ยอมปล่อยเช่นกัน
ชาติที่แล้ว เธอได้เรียนรู้อยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือ คนดีมักถูกเอาเปรียบ ม้าดีมักถูกขี่ คนเราจะใจดีเกินไปไม่ได้
เมื่อคนอื่นด่าเราหนึ่งประโยค เราต้องไม่ยอม เพราะพวกเขาจะคิดว่าเราสามารถรังแกได้ง่าย ๆ แล้วจะยิ่งเหิมเกริมมากขึ้น
ถังฮุ่ยฟางไม่คิดว่าตัวเองจะถูกคนอื่นโต้กลับ ทั้งยังเป็การแทงใจดำอีกต่างหาก เธอโกรธจนตัวสั่น ชี้ไปที่ประตูแล้วะโว่า “ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”
เฟิงอวี้เหม่ยเป็คนที่ไม่รู้หนังสือ ทั้งยังไม่เคยเห็นโลกกว้าง เธอแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าใครหมอใครพยาบาล เพียงแค่เห็นชุดกาวน์สีขาวก็กลัวจนตัวสั่นแล้ว
ตอนนี้ลูกของเธอยังไม่หายป่วย เธอไม่อยากถูกลากไปเกี่ยวข้องด้วย จึงอุ้มลูกพลางขยับไปทางหน้าต่างเล็กน้อย
ตั้งใจห่อตัวลูกเอาไว้อย่างแ่า พูดกับพยาบาลด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “คุณหมอ ดูสิคะ ฉันไม่ได้ฟังคำพูดของเธอนะ คุณอย่าไปถือสาหาความกับเธอเลยค่ะ เธอไม่รู้เื่หรอกค่ะ ก็แค่ชอบพูดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น”
เมิ่งว่านถังมองเฟิงอวี้เหม่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เห็นเฟิงอวี้เหม่ยแอบส่งสายตามาให้เธอเป็เชิงบอกให้เธอรีบออกไป ก็แทบจะหัวเราะด้วยความโมโห
ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเศร้าใจ
การแพทย์ของประเทศจีนล้าหลังเกินไป
หมอที่ดีก็มีน้อยเกินไป
เธอจ้องเขม็งพยาบาลที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยอย่างสมเพช พลางเอ่ยอย่างเย้ยหยันว่า “ไม่มีความรู้จริงอะไรเลยสักนิด แค่นี้ยังกล้ามาสั่งสอนคนอื่นอีกเหรอ? อย่าเอาความโง่เขลาของเธอมาทำร้ายคนอื่นสิ! เธอยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าทำไมเด็กที่เป็ไข้ถึงห้ามใส่เสื้อผ้าหนา ๆ หรือห่มผ้าห่ม แต่ยังกล้ามาเถียงกับฉันคอเป็เอ็น คนแบบเธอมาเป็พยาบาลในสถานีอนามัยของพวกเรา นั่นแหละคือการทำร้ายประชาชนอย่างแท้จริง!”
ถังฮุ่ยฟางถูกด่าจนหน้าซีดเผือด
เพราะสิ่งที่เมิ่งว่านถังพูดคือความจริง เธอเข้ามาทำงานที่นี่ด้วยเส้นสายของลุงที่เป็หัวหน้าหมู่บ้าน หลังจากเรียนจบพยาบาล เธอตั้งใจจะไปทำงานที่สถานีอนามัยประจำอำเภอ แต่เพราะตอนเรียนเธอไม่ตั้งใจเรียน ผลการเรียนไม่ค่อยดีนัก จึงถูกคัดออกจากสถานีอนามัยนั้น ลุงของเธอจึงหาทางฝากฝังให้เธอเข้ามาทำงานที่สถานีอนามัยแห่งนี้
ปกติทุกคนรู้ว่าเธอเป็พยาบาลที่สถานีอนามัย ต่างก็พากันอิจฉามาก
แต่การถูกชี้หน้าด่าแบบนี้ ย่อมเป็ครั้งแรก
“พูดแบบนี้อีกครั้งสิ”
“พูดอีกร้อยครั้งก็เหมือนเดิม ฉันไม่ใช่แค่จะพูด แต่ฉันจะรายงานเื่นี้ด้วย เธอควรจะกลับบ้านไปอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนดีกว่า รอวันที่ทางการลงมาตรวจสอบ เธอจะได้ตอบคำถามเขาได้ ไม่งั้นทั้งตัวเธอและคนที่พาเธอเข้ามาทำงานที่นี่ก็จะต้องโดนลงโทษไปด้วย!”