“แล้วตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?”
เย่เทียนถาม
“ไม่ค่อยดีนักหรอก สัตว์อสูรทะเลมักจะบุกมาอยู่บ่อยครั้ง ตอนนี้ฉันได้ยินมาว่ามีแค่สัตว์อสูรระดับราชาเท่านั้นแต่ถ้ามีสัตว์อสูรที่สูงกว่าระดับราชามาแล้วล่ะก็ เกรงว่ารอยแยกคง...”
เยว่หลิงไม่ได้พูดต่อแต่ความหมายมันชัดเจนแล้ว
“ยังหาสาเหตุไม่เจอเหรอ?”
เย่เทียนไม่เชื่อว่าจู่ๆสัตว์อสูรที่อยู่ในทะเลจะบุกขึ้นฝั่งมาโจมตีรอยแตกมิติโดยไร้เหตุผล
หากจะบอกว่าสัตว์อสูรจากด้านในรอยแยกและสัตว์อสูรในทะเลเป็นฝ่ายเดียวกันก็ไม่ถูกต้องฝ่ายหนึ่งเป็นสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่บนบก อีกฝ่ายหนึ่งเป็นสัตว์อสูรที่อยู่ในทะเล พวกมันไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกันจึงไม่มีทางที่พวกมันจะร่วมมือกันง่ายๆ การที่สัตว์อสูรในทะเลโจมตีรอยแยกมิติแน่นอนว่าจะต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น
“ไม่รู้เลย!”
เยว่หลิงส่ายหัวอย่างหมดหนทาง
เธอเป็นเพียงปรมาจารย์เท่านั้นข้อมูลที่เธอรู้ก็เป็นเพียงสิ่งที่ตระกูลใหญ่อื่นๆ รู้เท่ากัน ข้อมูลบางอย่างเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับรู้
เย่เทียนไม่ได้อยู่ในตระกูลเยว่อีกต่อไปเขากล่าวคำอำลาทันที
อย่างไรก็ตามเขาจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องสัตว์อสูรทะเลที่โจมตีรอยแยกมิติ
หากเกิดปัญหาขึ้นที่รอยแยกมิติฐานทัพทะเลมารจะตกอยู่ในอันตราย แม้ว่าเขาจะเข้าร่วมฐานจงไห่แล้ว แต่เขาก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้หากเกิดอะไรขึ้นกับฐานทะเลมาร
“หลังจากเราส่งเย่หยูที่ฐานจงไห่แล้วค่อยไปตรวจสอบดูแล้วกัน!”
เย่เทียนตัดสินใจ
หลังจากนั้นเย่เทียนก็พาเย่หยูเสี่ยวจิน และเสี่ยวจื่อเดินทางกลับไปที่ฐานจงไห่
เนื่องจากเขาพาหนึ่งคนและสัตว์อสูรอีกสองตัวมาด้วยและร่างกายของเสี่ยวจินก็ยังใหญ่โตมาก เย่เทียนจึงต้องชะลอความเร็วลง ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาไปมากกว่าครึ่งวันกว่าจะมาถึงฐานจงไห่
เย่เทียนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์หลังจากลงทะเบียนกับหอคอยแล้ว เจ้าหน้าที่ของฐานจงไห่ก็ลงทะเบียนให้กับเย่หยูทันทีตอนนี้เธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของฐานจงไห่อย่างเป็นทางการแล้ว
หลายวันต่อมาเย่เทียนมักจะเดินสำรวจสำนักงานใหญ่ของพันธมิตรพเนจรและสาขาต่างๆ อยู่บ่อยๆ ในที่สุดเขาก็ได้จ่ายเงินเป็นจำนวนมากจนเกือบจะต้องขายสมบัติเกือบครึ่งหนึ่งที่เขามีเพื่อแลกเปลี่ยนกับสมบัติที่ช่วยให้เย่หยูสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาได้
เช่นน้ำโลหิตหยกดำที่ใช้ทำลายขีดจำกัดของการขัดเกลาผิวหนัง เห็ดหลินจือหมื่นปีทำลายขีดจำกัดกล้ามเนื้อโอสถล้างไขกระดูกทำลายขีดจำกัดการขัดเกลากระดูก เลือดของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิใช้ในการทำลายขีดจำกัดการขัดเกลาเลือดโอสถเบญจธาตุทำลายขีดจำกัดของอวัยวะภายใน
สมบัติทั้ง5ชนิดนั้นหายากมาก ถ้าไม่ใช่เพราะเย่เทียนโชคดีและจ่ายไปในราคามหาศาลเขาคงจะไม่สามารถได้รับสมบัติทั้ง 5 ชิ้นนี้มาในระยะเวลาอันสั้น
เพื่อที่จะรวบรวมสมบัติทั้ง5ชิ้นนี้ให้เร็วที่สุด เย่เทียนจึงจ่ายในราคาที่สูงถึง 1 ใน 4 เท่าจากราคาปกติ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ หากมันสามารถทำให้น้องสาวของเขามีรากฐานที่สมบูรณ์แบบได้มันก็คุ้มค่า
หลังจากรวบรวมสมบัติทั้งหมดจนครบเย่เทียนก็เข้ามาให้ห้องฝึกฝนระดับสูง เขาให้เย่หยูเริ่มกินน้ำโลหิตหยกดำและสมบัติชิ้นอื่นเพื่อทำลายขีดจำกัดในทันที
เย่หยูมองไปที่น้ำโลหิตหยกดำที่มีสีดำเหมือนหมึกดำที่ค่อนข้างน่าขยะแขยงแต่เธอก็กัดฟันและยกมันขึ้นดื่ม
ถึงแม้ว่ามันจะถูกเรียกว่าน้ำโลหิตหยกดำแต่ที่จริงแล้วมันเป็นน้ำมันของสมุนไพรที่หายากมาก และด้วยคุณสมบัติของมันที่สามารถช่วยในการทำลายขีดจำกัดการขัดเกลาผิวหนังได้มูลค่าของมันจึงสูงเป็นอย่างมาก
หลังจากเย่หยูดื่มมันเธอก็รู้สึกได้ว่าผิวหนังของเธอแสบร้อนราวกับว่ามีแมลงนับพันตัวรุมกัด
ต้องอดทน!
เย่หยูรู้ว่าการจะเป็นสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบได้นั้นเธอต้องอดทนต่อความเจ็บปวดเหล่านี้ เมื่อเทียบกับความพยายามของพี่ชายของเธอ ความเจ็บปวดนี้นับว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่เธอจะทำให้สิ่งที่พี่ชายของเธอได้มาอย่างยากลำบากสูญเปล่าไม่ได้
เย่เทียนมองไปที่ใบหน้าที่เจ็บปวดของน้องสาวเขารู้สึกปวดใจมาก แต่การทำลายขีดจำกัดของร่างกายนั้นคือการท้าทายสวรรค์ มันไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดทุกข์ทรมานได้
ในวันแรกเย่หยูสามารถทำลายขีดจำกัดการขัดเกลาผิวหนังได้สำเร็จ
วันที่สองเธอได้ทำลายขีดจำกัดการขัดเกลากล้ามเนื้อ!
ในวันที่สามเธอทำลายขีดจำกัดการขัดเกลากระดูก!
ในวันที่สี่เย่หยูได้ทำลายขีดจำกัดการขัดเกลาเลือด!
และในวันที่ห้าเย่หยูได้ทำลายขีดจำกัดของอวัยวะภายใน และประสบความสำเร็จในการสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบ
เมื่อเทียบกันแล้วเย่หยูใช้เวลาเพียง 5วัน ในการทำลายขีดจำกัดของเธอ แต่เย่เทียนใช้เวลาหลายเดือนในการทำลายขีดจำกัดของร่างกายของเขามันช้ากว่ากันมาก แต่รากฐานที่สมบูรณ์แบบของเย่เทียนนั้นเหนือกว่าของเย่หยูอย่างเทียบกันไม่ได้
นอกจากนี้วิธีการสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบของเย่เทียนทำให้เขาสามารถเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์ได้อย่างง่ายดายแต่การสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบจากสมบัติภายนอกมันเปรียบเสมือนการบังคับทำลายขีดจำกัดการทำความเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์จึงยากกว่ามาก
เพียงแค่การสามารถบรรลุ70%ของพรสวรรค์ระดับลึกลับปลอมเพียง 1 ชนิด ก็ต้องใช้เวลาอย่างยาวนานแตกต่างกับเย่เทียน เพราะแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้พรสวรรค์ในการคัดลอก เขาก็สามารถทำให้พรสวรรค์ของเขากลายเป็นระดับลึกลับที่แท้จริงได้หลายชนิด
ด้วยความช่วยเหลือของศิลาสงครามเทพสงครามภายในไม่กี่เดือนก็สามารถบรรลุความลึกลับของพรสวรรค์ระดับลึกลับได้...
นี่คือความแตกต่างระหว่างสองวิธีในการสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบ!
อย่างไรก็ตามเย่หยูไม่ได้มีพรสวรรค์ในการคัดลอกมันเป็นเรื่องยากมากที่จะรวบรวมพรสวรรค์ระดับสูงสุดในแต่ละด้าน
ไม่มีขุมกำลังใดในฐานทัพจงไห่ที่สามารถปลูกฝังอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ระดับสูงสุดหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้
เย่เทียนไม่ได้คาดหวังว่าเย่หยูจะเป็นอัจฉริยะระดับสูงสุดตราบใดที่เธอแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องตัวเองได้ เขาก็พอใจแล้ว
ไม่กี่วันต่อมาเย่เทียนก็ออกไปแลกเปลี่ยนสมบัติที่ช่วยเพิ่มพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับกลางและสมบัติที่ช่วยเพิ่มพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับกลางมาและนี่คือขีดจำกัดที่เขาสามารถหาได้แล้ว
ด้วยความพยายามของเย่เทียนพรสวรรค์ของเย่หยูจึงกลายเป็นดังนี้
[มนุษย์ : เย่หยู
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ: ระดับดารา
พรสวรรค์ด้านน้ำแข็ง: ระดับสูงสุด
พรสวรรค์ด้านความเร็ว: ระดับปานกลาง
พรสวรรค์ด้านการป้องกัน: ระดับปานกลาง]
ดังนั้นเย่หยูจึงกลายเป็นอัจฉริยะที่แท้จริงด้วยเพราะเหตุนี้
“เสี่ยวหยู น้องเก็บตัวที่นี่เพื่อฝึกฝนตามทักษะการบ่มเพาะกายาทองคำ ด้วยพรสวรรค์ของน้องในตอนนี้น้องสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ได้อย่างง่ายดาย พี่จะออกไปข้างนอกสักพักนะ” เย่เทียนกำชับ
“อื้ม!”
เสี่ยวหยูพยักหน้าและเริ่มเก็บตัวฝึกฝนในห้องฝึกฝนระดับสูงกับเสี่ยวเซวี่ย
สำหรับห้องฝึกฝนระดับสูงสุดเย่เทียนยังไม่ได้เริ่มสร้างมัน เพราะเขายังคงเป็นจอมเวทค่ายกลระดับสูงเท่านั้น ไม่ใช่ว่าพรสวรรค์ของเขานั้นไม่ดีพอแต่เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกฝนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง ไม่ค่อยได้ทำความเข้าใจกับรูปแบบค่ายกลอื่นๆเพิ่ม
หลังจากนี้หากมีเวลาเย่เทียนก็วางแผนที่จะใช้เวลาหลายวันในมิติศิลาเทพสงครามเพื่อทำความเข้าใจรูปแบบค่ายกลและยกระดับตัวเองให้กลายเป็นจอมเวทระดับสูงสุด
แต่ในตอนนี้เขายังไม่มีเวลามากพอมีสิ่งสำคัญกว่าที่เขาจะต้องรีบจัดการ เขาวางแผนที่จะไปยังฐานทะเลมารเพื่อกำจัดสัตว์อสูรทะเลและแก้ปัญหาเรื่องรอยแยกของมิติ
เขารู้สึกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ธรรมดา
ดังนั้น
เย่เทียนจึงนำร่างเทียมตัวตายตัวแทนไปด้วยเพื่อรับประกันความปลอดภัย
ร่างเทียมตัวตายตัวแทนในปัจจุบันเป็นร่างเทียมที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ก่อนหน้านี้เขาได้สังหารสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์เพื่อใช้ร่างของมันเป็นร่างเทียมตัวตายตัวแทนเพราะข้อกำหนดของพรสวรรค์ตัวตายตัวแทนนั้น การสร้างร่างเทียมขึ้นมานั้น ร่างศพที่ใช้เป็นร่างเทียมจำเป็นต้องอยู่ในระดับการบ่มเพาะเดียวกันกับร่างจริง
มิฉะนั้นพรสวรรค์ตัวตายตัวแทนจะไม่ทำงาน
เย่เทียนมาถึงฐานทะเลมารอย่างรวดเร็วแต่เขาไม่ได้เข้าไปในฐานทะเลมาร กลับบินตรงไปยังรอยแยกมิติแทน
“ถึงแล้ว!”
เย่เทียนมองไปยังค่ายกลระดับสูงสุดก่อนจะพึมพำ