ตอนที่ 96
หยินเยือกแข็ง
"อะไรนะ !!!" เช้าวันรุ่งขึ้นจื่อฮุยถึงกับส่งเสียงตกใจดังหลังจากได้รับรายงานว่าหยกของเสวี่ยหมิงเกิดการแตกร้าว ยังไม่ทันได้ทำกิจธุระใด ๆ ก็เร่งรีบมายังโถงกลางของสำนักด้วยสมองที่หนักอึ้ง เพราะหลังจากที่เสวี่ยหมิงช่วยแก้ปัญหาเรื่องเหมืองเถื่อนให้กับจื่อฮุยและบิดา จื่อฮุยก็บังเกิดความเชื่อหนึ่งว่าชะตากรรมของตัวเองนั้นผูกโยงเอาไว้กับเสวี่ยหมิง หากเสวี่ยหมิงเกิดตกตายภายในด่านกักมังกร และจื่อเจียงนั้นกลับออกมาด้วยระดับพลังฝีมือที่มากขึ้น เช่นนั้นหายนะคงต้องบังเกิดขึ้นกับจื่อฮุยและบิดาอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นเมื่อรับรู้เรื่องราวของหยกชีวิตที่แตกร้าวความร้อนรนจึงบังเกิดขึ้นจนไม่อาจนิ่งเฉย
เมื่อจื่อฮุยมาถึงโถงกลางของสำนักมังกรฟ้าก็ปรากฏว่าโจวอู่เว่ยและผู้อาวุโสหลายคนของสำนัก มาเฝ้ารออยู่ก่อนแล้ว แต่เมื่อเห็นจื่อฮุยเข้ามาทักทายทำความเคารพ โจวอู่เว่ยไม่ได้เอ่ยคำใด ๆ เพียงผงกศีรษะรับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะจ้องมองหยกชีวิตของเสวี่ยหมิงอย่างใจจดใจจ่อ แต่สุดท้ายหยกที่ร้าวก็ไม่ได้แตกออก
แต่ที่วันนี้ปรากฏผู้คนมากมายในโถงกลางก็เพราะไม่ได้มีเพียงหยกของเสวี่ยหมิงที่แตกร้าว แต่หยกของจิวซินก็ปรากฏรอยแตกเล็กน้อย เพียงแต่หากเทียบกับของเสวี่ยหมิงแล้วยังนับว่าสมบูรณ์กว่ามาก
.
.
ยามบ่ายคล้อยแสงแดดจ้าสาดส่องร้อนแรงที่หน้าปากถ้ำ แต่ภายในถ้ำหลบภัยที่เสวี่ยหมิงขุดขึ้น ซึ่งถูกปิดจนเกือบสนิทก็ยังคงมีเพียงแสงไฟจากตะเกียงที่ให้ความสว่างเจิดจ้า
ยามนี้เสวี่ยหมิงยังคงสลบไสลหมดสติอยู่ แต่ร่างอรชรที่นอนกอดก่ายอยู่ด้านข้างตัวพลันฟื้นตื่นขึ้นมาก่อน
กรี๊ดดดด !!!!
เสียงร้องลั่นของเด็กสาวที่ไร้ซึ่งประสบการณ์ความรัก และเพิ่งจะพบว่าร่างท่อนบนของตัวเองนั้นเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ใด ๆ ปกปิด แถมยังนอนกอดก่ายอยู่กับชายหนุ่มย่อมต้องตื่นตกใจเป็นธรรมดา เพียงแต่จิวซินนั้นหาใช่เด็กสาวชาวบ้านทั่วไป
เผี๊ยะ !!!
ฝ่ามือนุ่มนิ่มฟาดเข้าใส่ใบหน้าที่ยังนอนนิ่งไร้ความรู้สึกของเสวี่ยหมิงจนเกิดรอยแดงขึ้นรูป ดวงตาของจิวซินที่ค่อย ๆ ฟื้นคืนสติพลันจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้ทีละน้อย หยาดน้ำตาใสพลันหลั่งรินออกมาแทนที่อาการตกใจในตอนแรก จากเสียงกรีดร้องกลับกลายเป็นเสียงกระซิกสะอื้นไห้...หยาดน้ำใสที่เอ่อจนล้นหยดลงบนร่างไร้สติของเสวี่ยหมิง
"เจ้า...เจ้าทำเพื่อช่วยข้าจนตัวเองบาดเจ็บเจียนตายเยี่ยงนี้" สายตาในอดีตของจิวซินที่เคยมองเสวี่ยหมิง กลับแปรเปลี่ยนไปตลอดกาลนับตั้งแต่วินาทีนี้ หล่อนไม่คิดว่าชายหนุ่มที่ทำให้ตัวเองหงุดหงิดหลายคราผู้นี้ จะกลายเป็นผู้ที่ช่วยชีวิตตัวเองไม่ให้ต้องพบเจอประสบการณ์อันเลวร้ายจากเงื้อมมือของจูซินเฉิง แถมยังเสี่ยงเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อพาตัวเองหนีมาหลบซ่อนยังสถานที่นี้อีก นิ้วยาวเรียวงามที่ตบเข้าใส่ใบหน้าของเสวี่ยหมิงบัดนี้กลายเป็นลูบไล้อย่างแผลเบาไปบนรอยแดงที่นางเป็นผู้กระทำ ก่อนจะยกมือลูบคำหน้าผากของตัวเองที่ปูดโปนเพราะล้มหน้าคะมำกระแทกกับหินที่อยู่ด้านข้างก่อนที่จะหลับหมดสติไปเสียก่อนที่เรื่องราวจะเลยเถิดไปเพราะฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด ซึ่งนับว่าเป็นความบังเอิญอันโชคดีของทั้งคู่
เมื่อรวบรวมสติกลับมาได้จนแจ่มใสขึ้นอีกครั้ง จิวซินก็หน้าแดงเขินอายเร่งหยิบอาภรณ์ที่กองอยู่บนพื้นถ้ำมาสวมใส่ ก่อนที่จะสำรวจดูอาการของเสวี่ยหมิง
...น่าแปลกแม้ยังมีร่องรอยบาดแผลมากมาย แต่บาดแผลส่วนใหญ่ล้วนสมานตัวเองจนเกือบจะหายดีอยู่แล้ว เสวี่ยหมิงคงซ่อนเร้นขุมพลังอันเป็นความลับเอาไว้ มิเช่นนั้นลำพังฝีมือที่เรารับรู้ เขาคงไม่อาจหลบหนเอาชีวิตรอดจากโจรสารเลวทั้งสองคนนั้นเป็นแน่
เมื่อบาดแผลภายนอกมิใช่ปัญหา จิวซินจึงทดสอบใช้ลมปราณของตัวเองแผ่สำรวจเข้าไปในร่างกายของเสวี่ยหมิงโดยตรง แต่เพียงครู่เดียวใบหน้าของนางที่เพิ่งจะสดใสขึ้นมาบ้างก็กลายเป็นซีดเผือด มือที่หนักแน่นยามต่อสู้กลับกลายเป็นสั่นเทา เมื่อผลของการตรวจสอบพบว่าเส้นชีพจรในร่างของเสวี่ยหมิงนั้นได้รับบาดเจ็บรุนแรง แม้ฟื้นตื่นขึ้นมาได้คงมีระดับฝีมือถดถอย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือหล่อนตรวจพบพิษพลังร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงซึ่งตกค้าง และดูเหมือนมันกำลังห่อหุ้มและเผาทำลายชีพจรหัวใจของเสวี่ยหมิงอยู่...ซึ่งตามความคิดของนางหากปล่อยเอาไว้ชีพจรหัวใจของเสวี่ยหมิงอาจขาดสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ
แม้จิวซินจะฝืนแสดงด้านแข็งกระด้างอยู่ภายนอกเสมอมา แต่ก็เพื่อแสดงออกให้ผู้อื่นยอมรับว่าตัวเธอเองนั้นแข็งแกร่ง และปกปิดความอ่อนแอภายในใจของเด็กสาว แต่ครานี้เมื่อต้องพบเจอเรื่องราวที่หนักอึ้งกดดันเช่นนี้ ตัวเองก็กลับลนลานจนมือไม้ปั่นป่วนทำอะไรไม่ถูก
...แย่แล้วหากปล่อยเอาไว้เช่นนี้ เสวี่ยหมิงต้องตายอย่างแน่นอน จิวซินบุญคุณที่เขาช่วยชีวิตเจ้านั้น เจ้าย่อมต้องตอบแทนสิ เจ้าต้อง...ช่วยชีวิตเสวี่ยหมิงให้ได้
"ใช่แล้วสมบัติวิเศษที่ท่านพ่อมอบให้" เมื่อต้องขบคิดหาทางช่วยเหลือขจัดพิษพลังร้อนลวกในกายเสวี่ยหมิง จิวซินพลันนึกถึงสมบัติวิเศษธาตุหยินที่ตกทอดมาพร้อมกับคัมภีร์เคล็ดวิชาท่าร่างมายาไร้ลักษณ์ของตัวเอง แต่ในตำราระบุไว้ว่าของวิเศษสิ่งนี้เป็นสิ่งจำเป็นต้องใช้ในการฝึกฝนเคล็ดวิชาในขั้นกลางของท่าร่างมายาไร้ลักษณ์ "ท่านพ่อข้าขอโทษที่ลูกจำต้องใช้ของวิเศษล้ำค่าที่ท่านสู้อุตส่าห์มอบให้ เพื่อช่วยชีวิตของเสวี่ยหมิง" จิวซินเอ่ยพร้อมวางมือทาบลงไปบนหน้าอกของเสวี่ยหมิงเพื่อสำรวจดูบริเวณชีพจรหัวใจของเสวี่ยหมิงอีกครั้งให้แน่ใจ ก่อนจะหลับตาสูดลมหายใจลึกเข้าไปเพื่อยืนยันการตัดสินใจในขั้นสุดท้ายของตัวเอง
...บัวหิมะพันปีดอกนี้แม้ล้ำค่าจนมิอาจประเมิน แต่ชีวิตของเสวี่ยหมิงนั้น...สำคัญกว่า
เมื่อคิดถึงตรงนี้ใบหน้าของจิวซินก็ปรากฏจินตนาการวุ่นวายถึงเรื่องราวยามฟื้นตื่น จนสองแก้มแดงกล้ำราวลูกตำลึง แต่เมื่อสถานการณ์จำต้องแข่งกับเวลาบัวหิมะพันปีจึงถูกเปิดออกจากหีบของมันในทันทีที่จิวซินนำมันออกมาจากแหวนมิติของตัวเอง ไอเย็นอันหอมฟุ้งกระจายแน่นจนเต็มพื้นที่อย่างรวดเร็ว ความสะอาดบริสุทธิ์เย็นสบายของปราณหยินที่แผ่พุ่งออกมาพลันช่วยขจัดความคิดฟุ้งซ่านของจิวซินไปจนสิ้น ดวงตาที่อ่อนล้าและปรากฏร่องรอยแดงกล้ำหลังการร้องไห้ พลันสดใสกระจ่างจ้าขึ้นมาอีกครั้งบุคลิกอันอ่อนแอเมื่อครู่ก็พลอยแปรเปลี่ยนตามไปด้วย
"หวังว่าบัวหิมะพันปีดอกนี้จะช่วยชีวิตเจ้าได้นะ" จิวซินพึมพำเบาก่อนจะหยิบบัวหิมะพันปีขึ้นมา
จิวซินที่มาดมั่นบีบอ้าปากของเสวี่ยหมิงออก ก่อนจะใช้นิ้วมือคีบจับยัดบัวหิมะพันปีลงไปในปาก แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นดังคาดเพราะตอนนี้เสวี่ยหมิงนั้นไร้สติ ไม่สามารถที่จะกลืนวัตถุใด ๆ ลงไปได้เอง แถมร่างกายยังอ่อนแอเกินกว่าที่ลมปราณภายในกายจะช่วยสลายและดึงดูดธาตุพลังของบัวหิมะพันปีจากในปากโดยตรง จึงกลายเป็นว่าความเย็นของบัวหิมะพันปีนั้นกลับไปทำร้ายเสวี่ยหมิงเพิ่มเติม เพราะตอนนี้ส่วนศีรษะของเสวี่ยหมิงถูกก้อนน้ำแข็งหนาห่อหุ้มเอาไว้จนไม่อาจหายใจได้เอง
จิวซินที่เหม่อมองดูเหตุการณ์อยู่ด้านข้างพลันตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะไม่คิดว่าเสวี่ยหมิงจะอ่อนแอขนาดที่ร่างกายไม่อาจดูดซับลมปราณอันบริสุทธิ์ของบัวหิมะพันปีได้เองแม้ว่าบัวหิมะจะถูกวางเอาไว้ในปากแล้วก็ตาม แถมสิ่งที่นางทำยังเป็นการไปทำร้ายซ้ำเติมเสวี่ยหมิงให้ย่ำแย่ลงไปอีก จนเกิดความคิดสับสนวิ่งวุ่นอยู่ในศีรษะ เมื่อยามอับจนหนทางสมองตีบตันจิวซินจึงเลือกที่จะลงมือกระทำก่อนคิดหาเหตุผลรองรับ จิวซินตัดสินใจใช้สองฝ่ามือประกบเข้ากับก้อนน้ำแข็งเย็นเยียบก่อนแผ่พุ่งพลังลมปราณของตัวเองเพื่อดูดกลืนและสลายพลังหยินที่ห่อหุ้มส่วนศีรษะของเสวี่ยหมิงเอาไว้
แต่ด้วยระดับความเร็วของการหลอมละลายนั้นยังคงเชื่องช้าเกินไป จิวซินที่กำลังกังวลใจอย่างหนักจึงได้ตัดสินใจใช้สองฝ่ามือประกบกันเร่งสลายน้ำแข็งเฉพาะส่วนใบหน้าของเสวี่ยหมิงแทน จนทำให้น้ำแข็งที่เกาะหนาละลายลงอย่างรวดเร็ว แม้จะแก้ไขเหตุการณ์แรกไปได้แล้ว แต่ดูเหมือนว่าต้นตอของปัญหานั้นยังคงคาอยู่ในปากของเสวี่ยหมิง
...จิวซินเอ๋ย อย่าไปคิดมากถือว่าเป็นการตอบแทนที่เขาช่วยชีวิตเจ้ามิได้มีสิ่งใดเกินเลย
ความคิดพลันจบลงพร้อมใบหน้าที่โน้มลงต่ำปากงามจิ้มลิ้มของจิวซินพลันเผยอเปิดออกประกบเข้ากับริมฝีปากของเสวี่ยหมิง ลมปราณอุ่นสบายที่แผ่พุ่งของจิวซินค่อย ๆ ผลักดันและย่อยสลายบัวหิมะพันปีในปากของเสวี่ยหมิง
จนเวลาผ่านพ้นไปครู่หนึ่ง ร่างกายของเสวี่ยหมิงก็เริ่มที่จะดึงดูดพลังของบัวหิมะพันปีที่ถูกจิวซินย่อยสลายและผลักดันจนเคลื่อนตกลงไป และเมื่อร่างกายของเสวี่ยหมิงเริ่มดูดซับพลังหยินเย็นเยียบได้เองแล้ว จิวซินจึงได้ถอนริมฝีปากของตัวเองออก ก่อนลุกขึ้นเดินโซเซจากมาด้วยใบหน้าแดงกล่ำจนถึงหู หลบฉากไปนั่งสมาธิอยู่อีกมุมหนึ่งของถ้ำ