ยอดคุณชายอันดับหนึ่ง

    บทที่ 46 หวังซินจอมขี้เกียจ

    บทที่ 46 หวังซินจอมขี้เกียจ


     

            หลังหวังเฟิงกลับมาจากฐานทัพหน่วยก็ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบางครั้ง วันไหนที่พวกไห่ชิงหยุน กับโจวมู่หลางออกไปคลับ เขาจะอ่านหนังสืออยู่ในห้องพักกับโม่เฟยพอตกกลางคืนเขาจะถือโอกาสทบทวนวิชาปราณเกล็ดน้ำแข็งค้าง เป็นอย่างนี้ไปสองเดือนก็เข้าสู่ช่วงเวลาสอบกลางภาคของเทอมแรก


            การทำข้อสอบกลางภาคครั้งแรกในมหาวิทยาลัยของหวังเฟิงไม่ใช่เรื่องยากเพราะเดิมเขาก็มีความสามารถในการทำความเข้าใจ และจดจำชนิดผ่านตาไม่มีลืมอยู่แล้วการสอบเลยเป็นเรื่องง่าย ๆ ขอเพียงแค่เห็นชุดข้อมูลสมองก็จะนึกถึงและประมวลคำตอบในความทรงจำที่เก็บไว้ในทันที


            ช่วงปิดเทอมหวังเฟิงกลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการฝึกวิชา เฟิงเสวียก็หาโอกาสมาชี้แนะอยู่หลายครั้ง เพียงแต่คนที่เฟิงเสวียเขี่ยวเค็ญมากที่สุดก็เห็นจะเป็นหวังมู่ผู้เป็นสามี


            “เดินช้ากว่าคนอื่นเขาเราก็ต้องขยันมากขึ้น” เฟิงเสวียทำหน้าเคร่งขรึม ยืนอยู่ด้านข้างคอยกำชับหวังมู่ให้รวบรวมปราณตามหลักวิถีของวิชาปราณเกล็ดน้ำแข็งค้าง


            หวังมู่รู้สึกไม่ยุติธรรมอยู่บ้าง เขาไม่ขยันตรงไหน ? ขยันสุด ๆ ไปเลยต่างหากขนาดงานช่วงนี้เขาก็โยนไปให้รองประธานบริหารทั้งสามคนทำทั้งหมด อืม… แต่จะว่าไปความรู้สึกในการถูกภรรยาดุอยู่หลายครั้งแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน


            ฝีมือของหวังมู่ตอนนี้อยู่ในระดับเข้าใกล้จุดสูงสุดของรวบรวมปราณขั้นกลางแล้วด้านหวังซินยังอยู่ที่ระดับรวบรวมปราณขั้นต้นเช่นเคย


            หวังเฟิงดูพ่อถูกแม่ควบคุมก็รู้สึกถึงความลำบากของผู้เป็นพ่อขึ้นมาแต่เขาก็ช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากพรสวรรค์แล้ว การฝึกลมปราณขึ้นอยู่กับความพยายามและความุมานะ ในตอนนี้เองเสียงโทรศัพท์ของหวังเฟิงก็ดังขึ้นพอเขาหยิบมาดูก็พบว่าเป็นจินเต๋อ ประธานชมรมประวัติศาสตร์


            “สวัสดีครับ…”


            จินเต๋อที่อยู่ปลายสายได้ยินเสียงหวังเฟิงก็ดีใจทันที“รุ่นน้อง เธอยังจำเรื่องานประลองยุทธ์รุ่นเยาว์ได้ไหม”


            หวังเฟิงย่อมจำได้อยู่แล้วเพราะเมื่อครั้งไปงานชุมนุมโลกเบื้องหลังครั้งล่าสุดผู้อาวุโสฉินก็เคยชักชวนหวังเฟิงเข้าร่วมงานนี้ด้วยตัวเองในตอนนั้นเขายังมีความสนใจงานนี้อยู่บ้าง แต่พอได้ไปทดสอบเข้าร่วมหน่วยพยัคฆ์หวังเฟิงก็พอจะคาดเดาระดับฝีมือของผู้ฝึกยุทธ์รุ่นเยาว์ได้แล้ว


            เขาไม่ได้ดูถูกยอดฝีมือรุ่นใหม่แต่ทอดตาทั่วประเทศตอนนี้ คนที่มีฝีมือระดับเดียวกันตอนนี้เห็นทีจะมีแต่พวกเหล่าผู้อาวุโสของสำนักอันดับหนึ่งหรือไม่ก็พวกยอดฝีมือเร้นกายที่คอยแอบขัดเกลาฝีมือตัวเองอยู่เงียบ ๆ ดังนั้นหวังเฟิงจึงไม่คิดจะเข้าร่วมงานประลองยุทธ์รุ่นเยาว์อีก


            ถึงจะคิดอย่างนั้นหวังเฟิงก็ยังตอบกลับไปอย่างมีมารยาท “จำได้ครับ”


            “สนใจเข้าร่วมงานนี้ไหมฉันว่าฝีมือระดับนายสามารถติดอันดับหนึ่งในสามได้เลยนะ” จินเต๋อชักชวน


            ทีแรกหวังเฟิงกำลังจะปฏิเสธไปแต่พอเห็นน้องสาวตัวดีกำลังนอนเกลื้อกลิ้ง ไม่ยอมฝึกวิชาเขาก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยขึ้นมา “ผมจะไม่เข้าร่วมประลอง แต่ขอส่งคนอื่นประลองแทนได้ไหมครับ”


            จินเต๋อได้ยินว่าหวังเฟิงปฏิเสธก็รู้สึกเสียดายแทน นี่มันเป็นเวทีเปิดตัวชั้นยอดเลยนะ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายตัดสินใจแล้วก็ช่วยอะไรไม่ได้“ได้ ฉันให้นายสูงสุดได้แค่สอง… ไม่สิสามที่”


            “ขอแค่สองที่ก็พอแล้ว”


            “ได้งานประลองจะเริ่มในอีกสองสัปดาห์ สรุปรายชื่อให้ฉันภายในวันนี้ด้วยนะเดี๋ยวฉันจะส่งรายละเอียดการประลองไปให้” จินเต๋อพูดจบก็วางสายไป


            หวังเฟิงยกยิ้มอย่างมีเลศนัย พร้อมกันเดินไปหาหวังซินที่กำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ “อยากไปเที่ยวกับพี่ไหม”


            “ไปพี่จะหนูไปเที่ยวไหน” ได้ยินประโยคนี้หวังซินละสายตาจากข่าวซุบซิบดาราในโทรศัพท์ทันที


            “เป็นความลับรับรองว่าสนุกแน่ แต่มีข้อแม้คือเราจะต้องฝึกให้ถึงระดับรวบรวมปราณขั้นกลางให้ได้ภายในสองอาทิตย์”


            หวังซินได้ยินก็ยืดอกน้อยๆ ของตัวเองขึ้นมา “พี่รอดูได้เลย หนูน่ะขาดอีกนิดเดียวก็จะถึงขั้นกลางแล้ว” พูดจบหวังซินก็นั่งขัดสมาธิรวบรวมปราณผสานเข้ากับร่างกายทันที


            เฟิงเสวียที่อยู่ไม่ไกลได้ยินว่าสองพี่น้องจะพากันออกไปเที่ยวก็อดถามขึ้นมาไม่ได้“ลูกจะพาน้องไปไหน ?”


            “ผมจะพาน้องไปที่งานประลองยุทธ์ครับ”หวังเฟิงตอบกลับผ่านทางวิชาลมปราณถ่ายทอดเสียง เพื่องป้องกันไม่ให้หวังซินได้ยิน


            “คอยดูแลน้องให้ดีล่ะ ถ้ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมาแม่จะลงโทษลูก”


            “วางใจเถอะครับแม่”หวังเฟิงให้คำมั่น


            ไฟแห่งการฝึกฝนลุกโชนในจิตวิญญาณของหวังซินทุก ๆ วันนอกจากการกิน และนอนแล้ว เธอก็เอาแต่ฝึกรวบรวมปราณท่าเดียว ใครบอกให้ผ่อนคลายจากการฝึกบ้างก็ไม่ฟังจนวันที่สิบ หวังซินก็ฝ่าด่านเข้าสู่ระดับรวบรวมปราณขั้นกลาง ความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร


            “เย้! ฉันทำสำเร็จแล้ว !”


            หวันซินตะโกนออกมาจนดังลั่นไปทั่วลานฝึกด้านหลังบ้านทำเอาแม่บ้านที่กำลังทำความสะอาดเกือบทำแจกันโบราณมูลค่านับล้านหยวนตกแตก

                   

                   

     

    คล้ายกับเรื่องยอดคุณชายอันดับหนึ่ง ที่คุณอ่าน